บทที่ 28: การงอก
บทที่ 28: การงอก
บทที่ 28: การงอก
ไม่มีการสนทนาใดๆ เกิดขึ้นตลอดทาง
ในไม่ช้า สึนาเดะ เทนโด ชิซึเนะ และคุเรไนก็เดินทางมาถึงอาคารหลักของหน่วยแพทย์หมู่บ้านโคโนฮะ
แสงแดดส่องลอดผ่านหน้าต่างสูงลงมายังทางเดิน ทำให้เกิดเงาเป็นจุดๆ ขณะที่อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ผสมกับกลิ่นสมุนไพร
เมื่อมองไปยังอาคารที่คุ้นเคย สึนาเดะอดไม่ได้ที่จะแสดงความรู้สึกคิดถึงอดีตออกมาเล็กน้อย เธอปรารถนาเสมอที่จะขยายจำนวนนินจาแพทย์เพื่อลดจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายในสงครามหรือภารกิจประจำวัน
เธอเคยเสนอว่าทุกหน่วยควรมีนินจาแพทย์ประจำหน่วย แต่โชคร้ายที่ข้อเสนอนี้ได้รับการคัดค้านอย่างมาก และแม้แต่ในยุคแห่งสันติภาพที่เรียกกันว่านี้ ข้อเสนอนี้ก็ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้
กลุ่มดังกล่าวเดินทางมาถึงห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยแพทย์ ก่อนที่คุเรไนจะทันได้เคาะประตู สึนาเดะก็ผลักประตูเปิดออกและเดินเข้าไปข้างในทันที
หัวหน้าหน่วยแพทย์ยังมีห้องทำงานอยู่ในอาคารโฮคาเงะ ซึ่งเขาจะไปอยู่ที่นั่นทุกครั้งที่โฮคาเงะเรียกตัว
วันนี้เขาบังเอิญอยู่ในอาคารหน่วยแพทย์ ตอนแรกเขารู้สึกประหลาดใจกับความอุกอาจของผู้บุกรุก แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นใบหน้าของเธอ เขาก็โค้งคำนับด้วยความเคารพและประหลาดใจอย่างนอบน้อมทันที
"ท่านสึนาเดะ! ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ? นี่มัน..."
"เลิกพูดมากได้แล้ว พาฉันไปที่ห้องพักฟื้นของคู่สามีภรรยาตระกูลคุรามะซะ"
ต่างจากตอนที่เธออยู่กับเทนโด น้ำเสียงของสึนาเดะในครั้งนี้แสดงถึงอำนาจที่ไม่อาจโต้แย้งได้
หัวหน้าหน่วยแพทย์ไม่พูดอะไรมากและรีบพาพวกเขาไปยังห้องพักผู้ป่วยส่วนตัวที่เงียบสงบ
พ่อแม่ของ ยาคุโมะ คุรามะ นอนเคียงข้างกันบนเตียงโรงพยาบาลสองเตียง ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ และลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
สึนาเดะไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเดินตรงไปที่ข้างเตียงและทำท่าประสานมือ พลังจักระค่อยๆ ปล่อยออกมา ก่อตัวเป็นรัศมีสีเขียวอ่อนๆ ห่อหุ้มทั้งสองคนไว้ เธอหลับตาลงและตั้งสมาธิ สัมผัสถึงการไหลเวียนของจักระและพลังชีวิตภายในตัวผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง
ชิซึเนะอยู่เคียงข้างเธอเพื่อคอยช่วยเหลือ
เมื่อเวลาผ่านไป ห้องผู้ป่วยก็เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ เทนโดพิงกำแพง สายตาเหลือบมองระหว่างสึนาเดะและคุเรไนมะไปมา ขณะรอผลอย่างเงียบๆ
คุเรไนจ้องมองใบหน้าของสึนาเดะอย่างประหม่า กลัวว่าจะพลาดแม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่สุดบนใบหน้าของเธอ
หลังจากนั้นไม่นานสึนาเดะก็ดึงมือออก คิ้วของเธอขมวดเข้าหากัน
"สถานการณ์แย่กว่าที่คิดไว้อีกนะ สภาพร่างกายภายนอกที่โดนไฟไหม้รุนแรงคราวนั้นยังพอรักษาได้จนเกือบหายดีแล้วก็จริง แต่ปัญหาหลักมันอยู่ที่ระบบประสาทกับจิตใจต่างหาก"
สึนาเดะหันไปอธิบายต่อ
"พลังชีวิตของพวกเขาลดฮวบจนน่าใจหาย จนทำให้ร่างกายไม่ทำงานตามปกติ ถ้ายังปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ล่ะก็ ไม่เกินหนึ่งเดือน ร่างกายจะพังไปก่อน...."
ใบหน้าของคุเรไนซีดเผือดลงทันที
"ถ้าอย่างงั้น... พวกเขายังพอมีทางรักษาได้ไหมคะ?"
สึนาเดะเหลือบมองเธอ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
"ก็พอมีวิธีอยู่ แต่ต้องใช้สองทางควบคู่กันไป ขั้นแรกต้องใช้สมุนไพรบำรุงเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตที่เสียไปอย่างเร่งด่วน ให้สภาพร่างกายคงที่ก่อน จากนั้นให้ใครสักคนเพื่อเข้าไปในโลกจิตวิญญาณของพวกเขา แล้วเยียวยาบาดแผลที่ฝังลึกข้างใน... เรื่องแรกฉันจัดการเองได้ ส่วนเรื่องหลัง..."
สึนาเดะแอบเล่ตามองเทนโดเล็กน้อย ก่อนจะแกล้งเปลี่ยนประเด็นไป
"เอาเป็นว่า ตอนนี้ต้องเริ่มบำรุงร่างกายของพวกเขาก่อนก็แล้วกัน"
เมื่อเห็นสัญญาณทางสายตาจากสึนาเดะ เทนโดจึงพยักหน้าเข้าใจและช่วยรับมุกต่อทันที
"นั่นสินะครับ ส่วนเรื่องการรักษาทางจิตวิญญาณในขั้นตอนต่อไป ผมมั่นใจว่าท่านสึนาเดะต้องมีวิธีเตรียมไว้แล้วแน่ๆ"
เมื่อได้ยินแบบนั้น ความหวังก็พลุ่งพล่านในดวงตาของคุเรไนอีกครั้ง
"เยี่ยมไปเลยค่ะ! ขอบคุณท่านสึนาเดะมากๆ เลยนะคะ!"
สึนาเดะโบกมือไปมาแล้วตัดบท น้ำเสียงเริ่มดูจริงจังขึ้น
"แต่บอกไว้ก่อนนะ ยาบำรุงร่างกายระดับนี้ไม่ใช่ของที่จะหาได้ง่ายๆ ตามท้องตลาด ฉันเกรงว่ามันจะต้องใช้งบประมาณก้อนโตเลยล่ะ"
คุเรไนถึงกับหน้าถอดสี
"ค่าใช้จ่าย... มันสูงมากเลยงั้นเหรอคะ?"
"ถึงอย่างงั้น เธอก็คงไม่คิดจะให้หมอควักเนื้อจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คนไข้เองหรอกใช่ไหมล่ะ?"
สึนาเดะพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ตระกูลคุรามะทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านมาตั้งมากมายในอดีต เพราะงั้นทางหมู่บ้านก็ควรจะออกเงินช่วยเหลือเยียวยาสิ"
ขณะที่พูด สายตาของเธอแอบมองขึ้นไปบนเพดาน แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
เทนโดที่เห็นและได้ยินทุกอย่างชัดเจนแอบหัวเราะกิ๊กในใจ นี่มันแผนเนียนเบิกงบหลวงชัดๆ สมกับเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยแพทย์เก่าจริงๆ ตัวเขาเองยังมีอะไรต้องเรียนรู้จากสึนาเดะอีกเยอะเลยแฮะ
พอนึกถึงดาบโลหะจักระที่เขาอยากได้มานานแต่ก็เป็นได้แค่ความฝัน บางทีเขาอาจจะต้องกล้าหน้าด้านให้ได้สักครึ่งหนึ่งของเธอ
แม้ความคิดในหัวของเทนโดจะแล่นพล่าน แต่ภายนอกเขายังคงทำนิ่งเฉยและช่วยพูดเสริมน้ำหนักเข้าไปอีก
"จริงด้วยครับ พวกเขาทุ่มเทเพื่อหมู่บ้านมาตลอด ท่านโฮคาเงะคงไม่ยอมปล่อยให้คนของตระกูลเก่าแก่ต้องมาตายไปเฉยๆ แน่นอนครับ"
คุเรไนฟังแล้วรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลมาก เธอจึงพูดอย่างมุ่งมั่นว่า
"เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไปเข้าพบเพื่อขอร้องโฮคาเงะรุ่นที่สามเกี่ยวกับเรื่องนี้เอง"
"อืม ยิ่งเร็วยิ่งดีนะ"
สึนาเดะพยักหน้ารับรอง
"เพราะยิ่งปล่อยให้เวลายืดเยื้อออกไป รอยร้าวในโลกวิญญาณของพวกเขาก็จะยิ่งกว้างขึ้น เอาเป็นว่าฉันจะรอฟังข่าวดีจากเธอก็แล้วกัน"
หลังจากเดินออกมาจากหน่วยแพทย์ คุเรไนก็รีบมุ่งหน้าไปยังอาคารโฮคาเงะทันที เทนโดตั้งท่าจะเดินตามไปด้วย แต่กลับถูกสึนาเดะคว้าคอเสื้อเอาไว้ซะก่อน
"นายอยู่คุยกับฉันที่นี่แหละ"
เธอพึมพำเสียงเบา
"ปล่อยให้ยัยหนูนั่นไปเสนอเรื่องนี้ด้วยตัวเองจะดีที่สุด โอกาสผ่านงบมันจะได้มีมากกว่า"
เทนโดอดไม่ได้ที่จะเลื่อมใสในความเก๋าเกมนี้ การเรียนรู้นี่มันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ...
ตัดมาอีกด้านหนึ่ง คุเรไนได้เข้าพบโฮคาเงะรุ่นที่สามเรียบร้อยแล้ว
หลังจากฟังรายงานจากปากของคุเรไนจบ โฮคาเงะรุ่นที่สามก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
"ตระกูลคุรามะอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนตระกูลอื่นก็จริง แต่พวกเขาก็เป็นตระกูลที่สำคัญของโคโนฮะ ช่วงหลังๆ มานี้ฉันเองก็ละเลยการดูแลพวกเขาไปจริงๆ นั่นแหละ"
เขาสูบกล้องยาสูบพลางพูดต่อ
"แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของหมู่บ้านเรานะ ที่อยู่ๆ สึนาเดะก็ยอมเดินทางกลับมาพอดี"
"เรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดในเคสนี้ ทางหมู่บ้านจะเป็นคนรับผิดชอบเอง"
คุเรไนรู้สึกซาบซึ้งใจจนตื้นตัน
"ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านโฮคาเงะ!"
"แต่ว่านะ..."
โฮคาเงะรุ่นที่สามจงใจเว้นจังหวะ พร้อมกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
"คุเรไน เธอจะต้องเป็นคนรับหน้าที่คอยตรวจสอบและติดตามเรื่องบัญชีค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครั้งนี้ด้วยตัวเอง"
"เอ๋... ฉัน... ฉันงั้นเหรอคะ?"
คุเรไนอุทานด้วยความคาดไม่ถึง
"ใช่แล้วล่ะ เอาตามนี้แหละ รีบไปจัดการให้เร็วที่สุดซะนะ"
โฮคาเงะรุ่นที่สามโบกมือไล่เบาๆ เป็นสัญญาณว่าหมดธุระ
คุเรไนที่กำลังดีใจรีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อมก่อนจะขอตัวลากลับออกไป
โฮคาเงะรุ่นที่สามมองตามหลังประตูที่ปิดสนิทลง มุมปากของเขาขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม สึนาเดะอาจจะเป็นจิ้งจอกพันปีที่เจ้าเล่ห์ แต่ตัวเขาเองที่เป็นตาแก่คุมหมู่บ้านก็ไม่ใช่ตะเกียงที่ขาดน้ำมันเหมือนกัน
"หายหน้าหายตาไปตั้งหลายปี ฝีมือการหลอกเบิกงบหลวงของสึนาเดะดูท่าจะตกลงไปเยอะเลยนะเนี่ย"
โฮคาเงะรุ่นที่สามพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี
ไม่ว่าแผนการตบตาเบิกเงินของสึนาเดะจะออกมาในรูปแบบไหน แต่หลังจากได้ยินคำอนุมัติจากโฮคาเงะรุ่นที่สาม ความกังวลใจทั้งหมดที่เคยเกาะกินหัวใจของคุเรไนมาตลอดก็มลายหายไปจนสิ้น
และเธอก็รู้ดีว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีเทนโดคอยหนุนหลัง แม้เธอจะไม่ได้เอ่ยปากพูดคำว่าขอบคุณออกมาตรงๆ แต่ในสายตาของคุเรไนตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเทนโดมันได้ก้าวข้ามผ่านจุดที่ต้องมานั่งเกรงใจคอยพูดคำว่าขอบคุณให้กันทุกเรื่องไปแล้ว
เธอเลือกที่จะเก็บความรู้สึกดีๆ นี้เอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจแทน
【ภารกิจสำเร็จ: เคลียร์ภารกิจบรรเทาความตื่นตระหนกของคุเรไนเรียบร้อยแล้ว ของรางวัลระบบ: เพิ่มพูนพลังจักระธาตุหยิน ได้ถูกจัดส่งเข้าสู่ร่างกายแล้ว โปรดตรวจสอบและใช้งาน】
เมื่อพลังจักระที่เป็นของรางวัลจากระบบถูกผสานเข้าสู่ร่างอีกครั้ง เทนโดสัมผัสได้ทันทีว่าพลังวิญญาณในสมองของเขามันกำลังขยายตัวและเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเขาเองเริ่มจะเสพติดความรู้สึกฟินตอนที่เห็นระดับพลังชีวิตพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดแบบนี้ซะแล้ว