- หน้าแรก
- นารูโตะ : เกิดใหม่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ระบบดันบอกว่าฉันคือทายาทอุจิฮะ!
- บทที่ 25: เทนโด นี้ ชอบช่วยเหลือคนอื่น
บทที่ 25: เทนโด นี้ ชอบช่วยเหลือคนอื่น
บทที่ 25: เทนโด นี้ ชอบช่วยเหลือคนอื่น
บทที่ 25: เทนโด นี้ ชอบช่วยเหลือคนอื่น
เทนโดเดินตามหลังคุเรไนไปห่างๆ พลางจับตาดูแผ่นหลังของเธอไปตลอดทาง โดยที่เขาไม่ได้คิดจะซ่อนตัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยฝีมือระดับโจนินพิเศษอย่างคุเรไน ปกติแล้วเธอควรจะรู้ตัวว่ามีคนเดินตามมาตั้งนานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าวันนี้สติของเธอจะดูเหม่อลอยผิดปกติไปมาก
ไม่นานนัก คุเรไนก็มาหยุดยืนอยู่หน้าคฤหาสน์เก่าแก่หลังหนึ่ง ตัวบ้านตั้งอยู่โดดเดี่ยวในพื้นที่ห่างไกล ลานบ้านล้อมรอบด้วยกำแพงสูงชันที่มีเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมจนหนาทึบ ประตูรั้วเหล็กถูกปิดสนิท ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูวังเวียน เย็นชา และแยกตัวออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
เห็นทำเลแบบนี้ เทนโดก็พอจะเดาออกทันทีว่าที่นี่คือที่ไหน มันคือสถานที่กักบริเวณของคุรามะ ยาคุโมะ ตามเนื้อเรื่องดั้งเดิมนั่นเอง
คุรามะ ยาคุโมะ เกิดมาในตระกูลคุรามะ ซึ่งเป็นตระกูลที่เชี่ยวชาญด้านคาถาลวงตาเป็นพิเศษ เธอคือทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่สามารถปลุกขีดจำกัดสายเลือดที่หายสาบสูญไปนานให้ตื่นขึ้นมาได้ พลังนั้นคือการควบคุมประสาทสัมผัสทั้งห้า ซึ่งรุนแรงถึงขนาดเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในคาถาลวงตาให้กลายเป็นความจริงทางกายภาพได้เลยทีเดียว
ตามเนื้อเรื่องดั้งเดิม คุเรไนรับเธอมาเป็นศิษย์ตามคำขอร้องของคนในตระกูลคุรามะ แต่ทว่าร่างกายที่อ่อนแอของยาคุโมะกลับรับมือกับพลังจักระสายตาอันมหาศาลไม่ไหว คุเรไนและพ่อแม่ของเธอจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรให้เธอเลิกเป็นนินจา เพราะสุขภาพต้องมาก่อน แต่ความไม่ยินยอมพร้อมใจบวกกับความแค้นที่ซ่อนลึกในจิตใต้สำนึกของยาคุโมะ กลับหล่อหลอมจนกลายเป็นปีศาจในใจที่ชื่อว่า "อิโดะ"
และในระหว่างที่เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ พลังของอิโดะได้ตื่นขึ้นมา จนเป็นเหตุให้พ่อแม่ของเธอต้องเสียชีวิตในกองเพลิง
เทนโดรู้เรื่องราวเหล่านี้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่เพราะเขาเคยดูอนิเมะในชาติก่อน แต่เป็นเพราะเมื่อหลายปีก่อน เขาเคยได้ยินคุเรไนพูดถึงลูกศิษย์อัจฉริยะคนนี้อยู่บ่อยๆ แถมยังเอ่ยปากชมเรื่องพรสวรรค์ไม่ขาดสาย
แต่ก็นะ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คุเรไนกลับเลิกพูดถึงเด็กคนนั้นไปเลย และต่อให้โดนถาม เธอก็จะพยายามเบี่ยงประเด็นหนีด้วยแววตาที่เศร้าสร้อยซับซ้อน
จากท่าทีเหล่านั้น เทนโดจึงค่อนข้างมั่นใจว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ยาคุโมะคลุ้มคลั่งจนพลั้งมือฆ่าพ่อแม่ตัวเอง คงจะเกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว
ในตอนนั้น เทนโดพึ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นจูนิน เขายังต้องเอาตัวรอดและวางแผนอนาคตของตัวเอง จนไม่มีกำลังพอจะไปยื่นมือช่วยเหลือเรื่องของคนอื่นได้
แต่ตอนนี้มันต่างกันคนละเรื่องเลย เขามีพลังและความมั่นใจมากพอที่จะช่วยเหลือคนรอบข้างได้แล้ว
ระลึกความหลังได้ไม่ทันไร เทนโดก็เห็นคุเรไนสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยื่นมือไปผลักประตูรั้วเหล็กบานใหญ่ เขาจึงรีบเร่งฝีเท้าตามไปทันที และในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปข้างใน เขาก็แกล้งส่งเสียงทักทายด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า
"พี่คุเรไน?"
คุเรไนสะดุ้งสุดตัวพลางหันขวับมามองทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
"เทนโด? นาย... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน..."
น้ำเสียงของเธอแหบแห้งเล็กน้อย ราวกับคนที่ไม่ไม่ได้เปิดปากพูดกับใครมาเป็นเวลานาน
"พึ่งเดินผ่านมาแถวนี้น่ะครับ" เทนโดก้าวเท้าเข้าไปหาพร้อมส่งยิ้มอบอุ่น "ผมเห็นพี่เดินเหม่อมาตลอดทางเลยเดินตามมาดู พี่ดูหน้าตาซีดมากเลยนะ ช่วงนี้มีเรื่องเครียดอะไรรึเปล่าครับ?"
คุเรไนฝืนยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ฉันแค่มาตรวจตามหน้าที่ปกติเท่านั้นเอง"
ท่าทางของเธอแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากดึงเขาเข้ามาพัวพัน คุเรไนหันหลังเตรียมจะเดินเข้าบ้านไปพลางเอ่ยปากไล่กรายๆ
"นายรีบกลับไปก่อนเถอะ ไว้ค่อยเจอกันวันหลังนะ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่นายควรจะเข้ามาหรอก"
แต่เทนโดกลับไม่ยอมขยับไปไหน เขาก้าวตามไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความมั่นใจ
"ที่นี่คือบ้านของอัจฉริยะตระกูลคุรามะใช่ไหมครับพี่คุเรไน ให้ผมเข้าไปด้วยคนสิ"
คุเรไนถึงกับชะงักไปทันที ริมฝีปากของเธอเม้มแน่นเหมือนอยากจะปฏิเสธคำขอ แต่สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างหมดท่า และไม่ได้ดึงดันจะไล่เขาอีกต่อไป
ในตอนนี้ น้องชายคนนี้ของเธอเก่งกาจจนกลายเป็นที่ชื่นชอบของเบื้องบนไปแล้ว ข่าวลือทั่วหมู่บ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เทนโดคือดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในสายตาของโฮคาเงะรุ่นที่สาม
อีกอย่าง เรื่องราวของคุรามะ ยาคุโมะ ก็ไม่ใช่ความลับระดับสูงอะไรขนาดนั้น ตัวเธอเองก็เคยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนๆ อยู่บ้าง ในมุมมองของเธอ การที่เทนโดทำแบบนี้ก็คงเป็นเพราะความเป็นห่วงในฐานะน้องชายที่อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของพี่สาวเท่านั้น
ลึกๆ ในใจของเธอแล้ว คุเรไนรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย เธอเป็นคนประเภทที่มีความรับผิดชอบสูงมาก สูงจนน่าอึดอัด เหมือนในเนื้อเรื่องดั้งเดิมที่ต่อให้ยาคุโมะจะลงมือฆ่าเธอ เธอก็ยังเลือกที่จะปิดปากเงียบ ไม่ยอมพูดความจริงเรื่องที่พ่อแม่ของเด็กสาวตายเพราะพลังของตัวเอง
แน่นอนว่า ถ้าเทนโดในตอนนี้ยังเป็นแค่จูนินธรรมดาๆ มีหรอที่คุเรไนจะยอมใจอ่อนให้เข้ามาเสี่ยงด้วยแบบนี้ ในโลกนินจา พลังคือรากฐานของทุกสิ่ง หากไม่มีความสามารถที่มากพอ การยื่นมือเข้าไปช่วยคนอื่นก็มีแต่จะทำให้คนรอบข้างต้องคอยเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณเปล่าๆ
ไม่งั้นละก็ หากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา ตัวเองนั่นแหละที่จะต้องมานั่งคุกเข่าร้องไห้เสียใจที่ปกป้องใครไม่ได้
ทั้งสองคนเดินตามกันเข้าไปในตัวคฤหาสน์เก่าแก่ทีละคน
บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างมืดสลัว แสงแดดส่องเข้ามาได้เพียงรำไร อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของสมุนไพรผสมกับกลิ่นอับชื้น บริเวณกลางห้องนั่งเล่น มีเด็กสาวรูปร่างผอมแห้งแรงน้อยคนหนึ่งนั่งอยู่ เส้นผมยาวปะบ่าของเธอแห้งกร้านและมีสีเหลืองซีดไร้ชีวิตชีวา เธอกวาดสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งมองมาที่ผู้มาเยือนทั้งสองคน โดยไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นต้อนรับเลยแม้แต่น้อย เด็กสาวคนนี้ก็คือ คุรามะ ยาคุโมะ
ทันทีที่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นคุเรไน คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงกระชากโฮกฮากทันที
"มาอีกแล้วเหรอ? ว่างมากนักรึไง? ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ!"
คุเรไนหยุดเท้าลงตรงประตูรั้ว สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและซับซ้อน แต่ทว่าน้ำเสียงที่ส่งออกไปก็ยังคงอ่อนโยนอยู่เสมอ
"ยาคุโมะ... ฉันเป็นห่วงเธอนะ ช่วงนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?"
"เหอะ!" ยาคุโมะเค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน "ถ้าเธอเป็นห่วงฉันจริง คงไม่ร่วมมือกับพวกนั้นขังฉันไว้ในที่พรรค์นี้ตั้งแต่แรกหรอก! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ... เธออิจฉาพรสวรรค์คาถาลวงตาของฉัน กลัวว่าฉันจะเก่งจนเหนือกว่าเธอ ก็เลยร่วมมือกับหมู่บ้านเพื่อกักขังฉันไว้!"
คำพูดทิ่มแทงนั้นทำเอาใบหน้าของคุเรไนซีดเผือด ริมฝีปากของเธอสั่นระริก แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาโต้แย้งซักคำ เธอรู้ดีว่าในตอนนี้ ต่อให้เธอจะอธิบายอะไรออกไป ยาคุโมะก็ไม่มีวันรับฟังอยู่ดี
และในจังหวะที่คุเรไนกำลังจิตตกจนเสียสมาธิเพราะคำพูดสบประมาทอยู่นั้นเอง นัยน์ตาของคุรามะ ยาคุโมะ ก็พลันสว่างวาบไปด้วยแสงสีแดงก่ำดูน่ากลัว มวลอากาศรอบๆ ตัวบิดเบี้ยวหมุนวนในชั่วพริบตา คาถาลวงตาอันร้ายกาจถูกเปิดใช้งานโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!
ร่างกายของคุเรไนพลันแข็งทื่อดวงตาเบิกค้างและพร่ามัวในทันที สติของเธอถูกลากจมดิ่งเข้าไปในโลกมายา สภาพแวดล้อมรอบตัวมืดมิดลงทันตาเห็น ก่อนจะมีหนวดสีดำสนิทบิดเบี้ยวโผล่มาจากความมืด พุ่งเข้ามาพันธนาการแขนขาของเธอเอาไว้แน่น แล้วออกแรงฉุดกระชากร่างของเธอให้ดิ่งลงสู่เหวลึกที่มองไม่เห็นก้น
ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดและถี่รัว เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มหน้าผาก นิ้วมือทั้งสิบจิกแน่นเข้าที่หน้าอกเสื้อตรงตำแหน่งหัวใจโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอแสดงอาการตอบสนองราวกับกำลังได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัส
"พี่คุเรไน!"
เทนโดสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของจักระรอบตัวได้ทันที เขาส่งเสียงเรียกเบาๆ พลางโคจรจักระในร่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระแทกพลังจักระของตัวเองเข้าไปในร่างของคุเรไนเพื่อทำลายและรบกวนกระแสจักระที่กำลังแปรปรวนจากคาถาลวงตา
ปัง!
พันธนาการจากคาถาลวงตาอันทรงพลังถูกฉีกกระชากออกอย่างรุนแรง สติของคุเรไนหลุดกลับคืนสู่โลกความเป็นจริงในทันที ร่างของเธอเซถอยหลังไปหลายก้าวขาสั่นพับจนเกือบจะล้มลงพื้น โชคดีที่เทนโดพุ่งเข้ามาประคองร่างของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที
คุรามะ ยาคุโมะ จ้องมองภาพความทุลักทุเลของคุเรไนด้วยสายตาเรียบเฉยและเย็นชา
"แค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้วงั้นเหรอ? ความเจ็บปวดแค่นี้มันไม่ได้ถึงหนึ่งในพันที่ฉันต้องเจอเลยด้วยซ้ำ!"
เธอยิ้มเหยียดหยามอย่างไม่ใส่ใจคนทั้งสองคนอีก ยาคุโมะหันหลังเดินกลับไปที่ขาตั้งกระดานวาดภาพที่อยู่มุมห้อง แล้วเริ่มจับพู่กันตวัดฝีแปรงวาดรูปของเธอต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวสงบลงและไม่มีท่าทีจะโจมตีซ้ำ เทนโดก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับเธอให้เสียเวลา เขาหันมาสบตากับนินจาสาวในอ้อมแขนพลางถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"พี่คุเรไน พี่เป็นยังไงบ้างครับ? ไหวไหม?"
คุเรไนส่ายหน้าเบาๆ ดวงตาขอบตาของเธอเริ่มแดงระเรื่อและมีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น
"ฉันไม่เป็นไร... ขอโทษด้วยนะเทนโด ที่ต้องมาพลอยเห็นฉันในสภาพที่น่าสมเพชแบบนี้"
เทนโดบีบไหล่เธอเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด
"พวกเราออกไปข้างนอกกันก่อนเถอะครับพี่คุเรไน ตอนนี้ต่อให้พูดอะไรไปเธอก็คงไม่ฟังหรอก รอให้เธอใจเย็นลงมากกว่านี้แล้วพวกเราค่อยกลับมาคุยกันใหม่"
คุเรไนเหลือบสายตากลับไปมองแผ่นหลังของยาคุโมะเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเธอสั่นระริกไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความสงสาร ความสิ้นหวัง และความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจมาตลอด แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก คุเรไนยอมเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลคุรามะไปพร้อมกับเทนโดแต่โดยดี
ประตูรั้วเหล็กด้านหลังค่อยๆ ปิดตัวลงอย่างช้าๆ เสียงเหล็กกระทบกันดังลั่น ราวกับเป็นการปิดผนึกกักขังเด็กสาวผู้น่าสงสารคนนั้นเอาไว้ให้อยู่โดดเดี่ยวกับคาถาลวงตาและความเคียดแค้นต่อไป
ส่วนเรื่องวิธีแก้ปัญหาของคุเรไนนั้น เทนโดได้ลองคิดทบทวนดูอย่างละเอียดระหวางทางเรียบร้อยแล้ว กุญแจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่การใช้กำลัง แต่คือการหาทางเข้าไปพูดคุยปรับความเข้าใจกับคุรามะ ยาคุโมะด้วยเหตุผล
จะว่าไป เรื่องนี้มันก็ไม่ได้ซับซ้อนเกินแก้ขนาดนั้นหรอก คุรามะ ยาคุโมะไม่ได้เป็นบ้าหรือเสียสติไปทั้งหมด ถ้ายึดตามความทรงจำในอนิเมะ เธอยังคงมีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับอดีตหลงเหลืออยู่บ้าง เพียงแต่รายละเอียดสำคัญๆ มันถูกพลังด้านมืดของปีศาจในใจอย่างอิโดะบดบังและบิดเบือนไปหมดก็เท่านั้นเอง
เพราะฉะนั้น ความยากของภารกิจนี้จึงมีอยู่แค่ข้อเดียว นั่นคือเทนโดจะสามารถสยบปีศาจในใจอย่างอิโดะลงได้รึเปล่า
แล้วเขาจะทำได้จริงๆ งั้นเหรอ?
เทนโดลอบเบนสายตาไปที่หน้าต่างระบบ พลางจ้องมองไปที่รางวัลภารกิจที่เขาตั้งใจยังไม่กดรับมาตั้งแต่นาทีแรก นัยน์ตาของเขาจับจ้องคำคำหนึ่งนิ่ง
'เนตรวงแหวนสามโทโมเอะ'