- หน้าแรก
- นารูโตะ : เกิดใหม่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ระบบดันบอกว่าฉันคือทายาทอุจิฮะ!
- บทที่ 18: สึนาเดะโจมตี
บทที่ 18: สึนาเดะโจมตี
บทที่ 18: สึนาเดะโจมตี
บทที่ 18: สึนาเดะโจมตี
โฮคาเงะรุ่นที่สามยังไม่รู้เลยว่า หลังจากที่เขาพึ่งจะชื่นชมงานวิจัยของเทนโดว่าไม่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ เทนโดก็ได้รับภารกิจใหม่ที่มีรางวัลเป็นผนึกต้องสาปทันที
เมื่อกลับมาถึงอาคารโฮคาเงะด้วยความอารมณ์ดี โฮคาเงะรุ่นที่สามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"เท็นโซ ช่วงนี้หน่วยรากออกเคลื่อนไหวบ่อยรึเปล่า?"
นินจาอันบุสวมหน้ากากแมวปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าโฮคาเงะทันที เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมโน้มศีรษะรายงานด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"ครับท่านโฮคาเงะ"
"ช่วงนี้หน่วยรากแอบเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ภายในหมู่บ้านครับ เป้าหมายคือการเฝ้าติดตามจูนินเทนโด"
ดวงตาของโฮคาเงะรุ่นที่สามหม่นลงทันที เขาถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเพลียใจ
"ดันโซนั่น... กำลังวางแผนบ้าอะไรอยู่อีกนะ"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างพลางทอดสายตามองดูท้องฟ้ากว้าง หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งก็ออกคำสั่งอย่างช้าๆ
"เท็นโซ ไปส่งข่าวบอกดันโซซะ บอกให้เขาทำตัวดีๆ แล้วเลิกทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ได้แล้ว"
"รับทราบครับท่านโฮคาเงะ"
เท็นโซรับคำสั่ง ก่อนที่ร่างของเขาจะวาบหายไปราวกับสายหมอก
ถ้าเทนโดมาเห็นอยู่ตรงนี้ เขาคงจะจำเท็นโซที่เป็นคนคุ้นเคยคนนี้ได้ทันที
อดีตเหยื่อทดลองของโอโรจิมารุ และอดีตลูกน้องผู้ภักดีของดันโซ ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นหน่วยอันบุภายใต้คำสั่งโดยตรงของโฮคาเงะ เขามีขีดจำกัดสายเลือดวิชาไม้แบบเดียวกับโฮคาเงะรุ่นที่ 1 จนมีคำแซวขำๆ ว่า 'โฮคาเงะรุ่นที่ 1 ใช้วิชาไม้พิชิตโลก แต่ยามาโตะใช้วิชาไม้เพื่อจัดสวน'
การที่โฮคาเงะรุ่นที่สามส่งเขาไปเตือนดันโซนั้น ถือเป็นเจตนาที่ชัดเจนมาก
เพราะจริงๆ แล้ว ยามาโตะที่มีขีดจำกัดสายเลือดคาถาไม้คนนี้ ก็เป็นคนที่โฮคาเงะรุ่นที่สามใช้กำลังแย่งชิงมาจากมือของดันโซนั่นเอง
เขาต้องการส่งสัญญาณเตือนดันโซให้รู้ว่า 'ฉันจะให้เฉพาะสิ่งที่ฉันอยากให้เท่านั้น ส่วนสิ่งที่ฉันไม่ให้ แกไม่มีสิทธิ์มาแย่งชิง'
ตัดมาทางด้านเทนโด หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบเครื่องเก็บเกี่ยวพลังลม เขากับอากิตะก็พากลุ่มนักวิจัยกลับไปยังศูนย์วิจัย
ส่วนตัวเทนโดเองก็กลับมาสู่สภาวะว่างงานอีกครั้ง แต่สถานะของเขาในหน่วยวิจัยตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมคนละเรื่องเลย จากตอนแรกที่เป็นแค่เซียนนินจานักวิจัยธรรมดาๆ
พอได้รับคำชมจากโฮคาเงะรุ่นที่สาม เขาก็กลายสภาพเป็นหัวหน้าโครงการเนื้อหอมที่ใครๆ ก็เกรงใจ พูดง่ายๆ คือเป็นตัวดึงเงินทุนชั้นยอดนั่นเอง
มันน่าตลกดีที่ตอนนี้เขากลับได้รับความเคารพจากคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งๆ ที่วันๆ แทบไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย
สำหรับภารกิจใหม่ที่ระบบมอบหมายมา เทนโดค่อนข้างสนใจในตัวผนึกต้องสาปอยู่ไม่น้อย หากตัดส่วนต่อขยายที่โอโรจิมารุแอบยัดใส่ไว้เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการคืนชีพออกไป ระบบผนึกต้องสาปที่พัฒนามาจากพลังธรรมชาติในกายเซียนของจูโกะ ก็ถือเป็น 'โหมดเซียนเวอร์ชั่นเด็ก' ดีๆ นี่เอง
ถึงแม้ในอนาคตเทนโดอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้มันเอง แต่การเอาไปมอบให้คนรอบข้างเพื่อเพิ่มพลังหลังจากล้างสิ่งแปลกปลอมของโอโรจิมารุออกหมดแล้ว ก็นับว่าเป็นความคิดที่ดี
อย่างเช่นซาสึเกะก็น่าจะเหมาะไม่น้อย เทนโดรู้สึกมาตลอดว่าร่างแปลงผนึกต้องสาปของซาสึเกะนั้นเท่ระเบิดไปเลย
น่าเสียดายที่ตอนศึกสายเลือด อุจิวะ อิทาจิ ได้ช่วยล้างระบบนี้ออกไปจนเกลี้ยง
ยิ่งกว่านั้น ซาสึเกะยังเป็นคนของตระกูลอุจิวะ การมอบพลังแปลกใหม่ให้เขา อาจจะช่วยกระตุ้นให้ระบบมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมให้เทนโดก็ได้
ส่วนเรื่องผลิตภัณฑ์ชิ้นต่อไปที่จะพัฒนา เทนโดกำลังนั่งคิดทบทวนอยู่
ความยากในการสร้างไม่ได้สูงอะไรขนาดนั้น เหตุผลที่ "เครื่องเก็บเกี่ยวพลังลม" ต้องใช้เวลาสร้างนานหลายปี เพราะมันต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หมดตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐาน ทั้งอุปกรณ์กักเก็บจักระ เทคโนโลยีการย่อขนาดม้วนคัมภีร์ และระบบกลไกสำหรับคาถานินจา
แต่ในเมื่อตอนนี้รากฐานทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว การจะต่อยอดจากหนึ่งไปสองย่อมไม่ใช่เรื่องยากเข็ญสุดๆ อีกต่อไป
ในขณะที่เทนโดกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ ตรงประตูทางเข้าหมู่บ้านโคโนฮะ ก็มีร่างสองร่างที่ดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางพึ่งจะมาถึง
เสื้อคลุมตัวยาวของสึนาเดะเต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ ผมสีบลอนด์ตรงหน้าผากยุ่งเหยิงและลู่ติดไปกับใบหน้า โดยมีชิซึเนะเดินสะพายสัมภาระรุงรังตามมาติดๆ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
ตั้งแต่ได้รับข้อความเตือนจากคัตสึยุ ทั้งสองคนก็รีบเดินทางฝ่าแดดฝ่าฝนกลับมาทันที แถมระหว่างทางยังต้องคอยหลบพวกทหารรับจ้างที่พวกเจ้าหนี้ส่งตามมาทวงเงินอีกต่างหาก
เพราะรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิด สึนาเดะเลยไม่อยากใช้กำลังรุนแรงตอบโต้ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาจนถึงหมู่บ้านด้วยความยากลำบาก
นินจาเฝ้าประตูในวันนี้คือ คามิซึกิ อิซึโมะ และ ฮากาเนะ โคเท็ตสึ ทั้งคู่พึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ประตูหมู่บ้านได้ไม่นานและยังอยู่ในวัยหนุ่มไฟแรง จังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกไปขวางคนแปลกหน้า สึนาเดะที่กำลังอารมณ์บูดก็สะบัดมือไล่อย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นทว่าทรงพลัง
"หลบไป! ไม่ต้องมากพิธี!"
พูดไม่ทันขาดคำ ร่างของเธอก็เดินผ่านประตูหมู่บ้านมุ่งตรงไปยังอาคารโฮคาเงะทันที ทิ้งให้ชิซึเนะทำได้เพียงพยักหน้าขอโทษนินจาเฝ้าประตูทั้งสองคนแบบลนลานก่อนจะรีบวิ่งตามไป
"เดี๋ยวสิ..."
ทั้งสองคนยืนอึ้งจ้องหน้ากันด้วยความงุนงง พอเห็นร่างนั้นกำลังจะลับสายตาไปและกำลังจะยกมือส่งสัญญาณเตือนภัยแก่หมู่บ้าน
หัวหน้าหน่วยรักษาการณ์ที่เป็นนินจารุ่นเก๋าและรอดชีวิตจากสงครามโลกนินจามาหลายครั้งก็รีบเข้ามาห้ามไว้ เขามองตามหลังร่างที่พึ่งเดินผ่านไปพลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
"ยัยผู้หญิงคนนั้น... ทำไมอยู่ๆ ถึงกลับมาหมู่บ้านได้ล่ะเนี่ย?"
ภายในห้องทำงานของโฮคาเงะ โฮคาเงะรุ่นที่สามกำลังก้มหน้าก้มตาเคลียร์กองเอกสารบนโต๊ะอยู่
ปัง!
เสียงเตะประตูเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงอันคุ้นเคยที่ดังเข้ามากระทบหูก่อนตัวคนจะโผล่เข้ามาเสียอีก
"ตาแก่! ยังไม่ตายอีกเหรอ!"
ดวงตาของโฮคาเงะรุ่นที่สามเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
"สึนาเดะ?!"
เขารีบลุกขึ้นยืนทึ่งจนไปป์ในมือค้างอยู่กลางอากาศ
"เธอ... ทำไมอยู่ๆ ถึงกลับมาล่ะ?"
สึนาเดะไม่มีอารมณ์จะมานั่งทักทายหรืออธิบายความหลังหลังจากที่หายหน้าไปหลายปี เธอจ้องเขม็งไปที่ดวงตาของโฮคาเงะรุ่นที่สามแล้วถามเข้าประเด็นอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา
"ในหมู่บ้านนี้มีผู้ชายที่ชื่อเทนโดรึเปล่า? ตอนนี้หมอนั่นอยู่ที่ไหน!"
"เทนโดงั้นเหรอ?" ฮิรุเซ็นขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจและสับสนหนักกว่าเดิม "เธอไปรู้จักเทนโดได้ยังไงกัน?"
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ สีหน้าของสึนาเดะก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เธอพูดแทรกขึ้นมาเสียงแข็ง
"แสดงว่าหมอนั่นมีตัวตนอยู่จริงสินะ! บอกมาว่าตอนนี้หมอนั่นอยู่ที่ไหน!"
โฮคาเงะรุ่นที่สามถึงกับพูดไม่ออก แม้ในหัวจะมีคำถามร้อยแปดว่าทำไมสึนาเดะถึงยอมกลับหมู่บ้าน และทำไมต้องเจาะจงมาตามหาเด็กที่ชื่อเทนโดขนาดนี้ แต่จากนิสัยของลูกศิษย์คนนี้ที่เขาคุ้นเคยดี ต่อให้เธอจะโมโหแค่ไหนก็คงไม่คิดจะทำลายหมู่บ้านหรอก
สุดท้ายเขาก็ยอมตอบไปตามตรง
"ถ้านิสัยเดิมของเทนโดล่ะก็ ป่านนี้คงจะอยู่ที่สนามฝึกซ้อมที่สามนั่นแหละ"
"สนามฝึกซ้อมที่สาม..." สึนาเดะทวนคำเสียงเบา ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทันที เสื้อคลุมด้านหลังสะบัดพริ้วตามแรงลม โดยมีชิซึเนะรีบโค้งตัวลาโฮคาเงะรุ่นที่สามแล้ววิ่งกระหืดกระหอบตามไป
ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง โฮคาเงะรุ่นที่สามค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้พลางจุดไฟที่ไปป์ สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูห้องอยู่นาน เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ พลางพึมพำกับตัวเอง
"เทนโด... กับสึนาเดะงั้นเหรอ... สองคนนี้ไปเกี่ยวข้องกันตอนไหนกันแน่?"
ณ ลานโล่งกลางป่าลึกของสนามฝึกซ้อมที่สาม
เทนโดที่ยังคิดไอเดียสร้างผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ไม่ออก ก็กำลังฝึกซ้อมวิชานินจาตามปกติของเขาไปพลางๆ
ต้องยอมรับเลยว่าซาสึเกะในวัยเด็กนี่ใจป้ำจริงๆ คัมภีร์นินจาที่หมอนั่นให้มามีคาถาไฟอยู่เต็มไปหมด
ทั้ง คาถาลูกบอลไฟยักษ์, คาถาไฟเซียนฟีนิกซ์ และ คาถาไฟเพลิงมังกร ถูกบันทึกไว้ครบถ้วน และนอกจากคาถาพื้นฐานพวกนี้แล้ว ยังมีคาถาระดับสูงอย่าง คาถาไฟเพลิงทำลายล้าง บันทึกไว้ด้วย
แต่พอเทนโดเปิดดู คาถาไฟเพลิงทำลายล้าง ความรู้สึกแรกของเขาก็คือเสียดายสุดๆ
เพราะสิ่งที่บันทึกในคัมภีร์ดันไปซ้ำกับรางวัลที่ระบบเคยแจกให้ ซึ่งระบบให้พลังระดับปรมาจารย์มาเลย พลังทำลายล้างมันคนละเรื่องกับการมานั่งฝึกฝนเองตั้งแต่เริ่มแรกอยู่แล้ว
เทนโดปลอบใจตัวเองเบาๆ
ในระหว่างที่เขากำลังไล่ฝึกซ้อมคาถาทีละอย่างเพื่อเพิ่มความชำนาญให้เร็วที่สุด ทันใดนั้นเอง—
ตึ้ง!
ร่างในชุดสีเขียวพุ่งดิ่งลงมาจากฟ้าประหนึ่งอุกกาบาต กระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างรุนแรงห่างจากเขาไปราวๆ สิบเมตร จนเศษดินเศษใบไม้ปลิวกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ฝุ่นควันจะทันจางหาย เสียงเฉียบขาดและดุดันของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมาทันที
"แกคือเทนโดใช่ไหม!"
เทนโดชะงักมือพลางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง เขาเห็นหญิงสาวผมบลอนด์ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางรอยแตกของพื้นดิน เสื้อคลุมตัวยาวของเธอเปื้อนฝุ่นหนาเตอะ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดคู่นั้นจ้องตรงมาที่เขา เธอไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากหนึ่งในสามนินจาในตำนาน—สึนาเดะ!