เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - นายอำเภอปีศาจฟางเจิ้งอี

บทที่ 19 - นายอำเภอปีศาจฟางเจิ้งอี

บทที่ 19 - นายอำเภอปีศาจฟางเจิ้งอี


บทที่ 19 - นายอำเภอปีศาจฟางเจิ้งอี

ใบหน้าของอู๋เซิงซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

แต่เขากลับยิ่งก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา กลัวว่าจักรพรรดิจิ่งตี้จะจับพิรุธได้

จักรพรรดิจิ่งตี้ทอดพระเนตรอู๋เซิงนิ่งๆ โดยไม่ตรัสอะไร

ผ่านไปครู่หนึ่ง อู๋เซิงถึงค่อยปริปากพูด "ทูลฝ่าบาท ข้าน้อยรู้จักพ่ะย่ะค่ะ อำเภอเถาหยวนเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ ที่อยู่ตรงชายขอบของเมืองเหิงเจียงพ่ะย่ะค่ะ"

"ประชากรมีไม่ถึงสองพันคน เกิดความอดอยากยากแค้นมาตลอดหลายปี กระทั่งเมื่อเจ็ดปีก่อน นายอำเภอคนเก่าถึงกับอดตายในขณะดำรงตำแหน่ง ทางเมืองเหิงเจียงจึงได้อนุมัติให้งดเว้นการเก็บภาษีจากที่นั่นพ่ะย่ะค่ะ"

พูดจบ อู๋เซิงก็ยังคงหมอบกราบอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

หลี่หยวนจ้าวมองดูอู๋เซิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นขุนนางยอมคุกเข่านานขนาดนี้ โดยที่เสด็จพ่อก็ไม่ทรงมีรับสั่งให้ลุกขึ้น

เนิ่นนานผ่านไป จักรพรรดิจิ่งตี้ถึงได้ตรัสขึ้น "เงยหน้าขึ้นมา"

อู๋เซิงตัวสั่นเทา ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา

"เหตุใดสีหน้าของเจ้าถึงได้ซีดเซียวปานนั้น?"

อู๋เซิงฝืนยิ้ม "ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใยพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยไม่เคยเข้าเฝ้าฝ่าบาทมาก่อน อีกทั้งยังต้องเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน จึงรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ"

"ตลอดเจ็ดปีมานี้ เจ้าเคยไปเยือนอำเภอเถาหยวนกี่ครั้ง?"

"ทูลฝ่าบาท ตั้งแต่ข้าน้อยมารับตำแหน่งผู้ตรวจการ ข้าน้อยเคยไปทั้งหมดสามครั้งพ่ะย่ะค่ะ"

"แล้วอำเภอเถาหยวนมีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหรือไม่?"

........

อู๋เซิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "มีพ่ะย่ะค่ะ! จนถึงปัจจุบันนี้ จำนวนประชากรก็ยังคงมีไม่ถึงสองพันคน แต่ปัญหาความอดอยากได้รับการแก้ไขแล้ว ทว่าก็ยังคงยากจนข้นแค้นอยู่พ่ะย่ะค่ะ"

"โกหก!" จักรพรรดิจิ่งตี้ตบโต๊ะผุดลุกขึ้นยืน ตวาดเสียงดังลั่น "อู๋เซิง! เจ้ากล้าหลอกลวงเบื้องสูงเชียวรึ!"

อู๋เซิงมองจักรพรรดิจิ่งตี้ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ข้าน้อยมิกล้า! ข้าน้อยมิกล้า! ทุกคำที่ข้าน้อยพูดล้วนเป็นความจริง หากมีคำโกหกแม้แต่ครึ่งคำ ขอให้ฟ้าผ่าร่างแหลกเป็นชิ้นๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ!"

จักรพรรดิจิ่งตี้ทรงตกตะลึง

เมื่อดูจากท่าทีของอู๋เซิง พระองค์ทรงทราบดีว่าเขารู้สภาพความเป็นจริงของอำเภอเถาหยวนเป็นอย่างดี แต่กลับกล้าปิดบังต่อหน้าพระพักตร์!

ถึงขนาดกล้าสาบานด้วยถ้อยคำที่ร้ายแรงขนาดนี้ เพื่อปกปิดเรื่องราวของอำเภอเถาหยวน!

ฟางเจิ้งอีมีอิทธิฤทธิ์เวทมนตร์อะไรกันแน่ ถึงทำให้อู๋เซิงยอมเสี่ยงชีวิตปกป้องเขาได้ขนาดนี้!

กัวเทียนหย่างที่ยืนอยู่ด้านข้างก็มีสีหน้างุนงง ภายในหัวเอาแต่ขบคิดถึงปัญหานี้

จักรพรรดิจิ่งตี้ค่อยๆ ประทับนั่งลง "กัวป้านป้าน โทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงมีบทลงโทษอย่างไร?"

กัวเทียนหย่างตอบว่า "สถานเบาก็ประหารชีวิต สถานหนักก็ประหารเจ็ดชั่วโคตรพ่ะย่ะค่ะ อู๋เซิงดื้อรั้นไม่ยอมรับผิด ซ้ำยังกล้าหลอกลวงเบื้องสูงต่อหน้าพระพักตร์ สมควรได้รับโทษหนัก ประหารเจ็ดชั่วโคตรพ่ะย่ะค่ะ!"

สองวันนี้ไม่ได้นอนเลยเพราะเหนื่อยล้าเต็มทน พอได้ยินว่าจะต้องถูกตัดหัวและประหารเจ็ดชั่วโคตร สติสัมปชัญญะของอู๋เซิงก็แตกกระเจิงไปหมดแล้ว

ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจของอู๋เซิงแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ เขาเอาแต่โขกศีรษะ ปากก็พร่ำร้องขอชีวิตไม่หยุด

"อู๋เซิง! เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่?"

อู๋เซิงเงยหน้าขึ้นมา เลือดสดๆ ไหลอาบหน้าผาก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว เขากัดฟันพูดว่า "ฝ่าบาทจะทรงประหารขุนนางอย่างอยุติธรรมไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ! สรุปแล้วอู๋เซิงทำผิดอะไร! อย่างน้อยก็ขอให้ข้าน้อยตายตาหลับด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

น้ำเสียงของจักรพรรดิจิ่งตี้ยังคงราบเรียบไม่เร่งร้อน "ข้า... เคยไปที่อำเภอเถาหยวนมาแล้ว เจ้ามีอะไรจะพูดอีกหรือไม่?"

"อะไรนะ!!" อู๋เซิงหลุดปากอุทานออกมา

คิดให้ตายก็คิดไม่ออกว่า ฮ่องเต้จะเสด็จไปเยือนสถานที่กันดารนกไม่วางไข่อย่างอำเภอเถาหยวนด้วยพระองค์เองได้อย่างไร!

ตอนแรกเขาคิดว่า คงเป็นเพราะกรมพระคลังตรวจสอบการจัดเก็บภาษี แล้วไปเจอเรื่องที่อำเภอเถาหยวนหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีมาตลอดหลายปีเข้า

แม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่หากเขาสามารถหาข้ออ้างมาแก้ตัวได้ ก็คงพอจะเอาตัวรอดไปได้ ไม่นึกเลยว่าฮ่องเต้จะเคยเสด็จไปที่อำเภอเถาหยวนด้วยพระองค์เอง!

เมื่อทอดพระเนตรเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเขา จักรพรรดิจิ่งตี้ก็ทรงถามอีกครั้ง "อู๋เซิง ข้าชักจะสงสัยเสียแล้วสิ ว่าฟางเจิ้งอีให้อะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับเจ้า เจ้าถึงได้ยอมเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อหลอกลวงข้าถึงเพียงนี้!"

อู๋เซิงรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ในเมื่อตอนนี้ไม่ว่าทางไหนก็ต้องตาย สู้สารภาพออกไปให้หมดเลยดีกว่า

เขาโขกศีรษะแรงๆ อีกครั้ง แล้วร้องไห้คร่ำครวญ "ข้าน้อย! สมควรตายพ่ะย่ะค่ะ!"

"แต่ข้าน้อยถูกปรักปรำ! ข้าน้อยมีเรื่องจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ! ไม่ใช่ว่าข้าน้อยตั้งใจจะหลอกลวงเบื้องสูง แต่เป็นเพราะฟางเจิ้งอีมันไม่ใช่คนพ่ะย่ะค่ะ!!"

หลี่หยวนจ้าวที่คุกเข่าอยู่ตรงมุมห้อง จู่ๆ ดวงตาก็เบิกโพลงเป็นประกาย

เดิมทีการคุกเข่าอยู่ตรงนี้มันน่าเบื่อจะตายอยู่แล้ว จู่ๆ ก็มีเรื่องสนุกๆ ให้เผือกก้อนโตซะงั้น

น้ำตาของอู๋เซิงไหลอาบแก้มปะปนกับรอยเลือดจนใบหน้าเลอะเทอะไปหมด เขาร้องไห้สะอึกสะอื้น "ข้าน้อย... เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เดินทางไปอำเภอเถาหยวนเป็นครั้งแรก ตอนนั้นอำเภอเถาหยวนก็เจริญรุ่งเรืองมากแล้ว"

"กำแพงเมืองดินรอบนอกสูงถึงสิบกว่าเมตร ราษฎรก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ทำมาหากินกันอย่างสงบสุข ไม่เหมือนกับสภาพที่บันทึกไว้ในรายงานเลยสักนิด"

"ตอนนั้นข้าน้อยดีใจมาก รีบร้อนอยากจะรายงานความดีความชอบให้ราชสำนักทราบ แต่ใครจะไปรู้... ใครจะไปรู้ว่าไอ้สารเลวฟางเจิ้งอีมันไม่ยอม!"

"มันจับข้าน้อยมัดไว้ที่ศาลาว่าการ บังคับข่มขู่ไม่ให้ข้าน้อยนำเรื่องของอำเภอเถาหยวนไปแพร่งพรายให้คนภายนอกรับรู้ ซ้ำร้ายข้าน้อยยังเห็นลูกน้องของมันเย็บช่องขับถ่าย (ทวารหนัก) ของคนคนหนึ่งปิดสนิทที่ริมถนนด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ!"

"ข้าน้อยหวาดกลัวมาก จึงไม่กล้าที่จะปฏิเสธ..."

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อีกสามคนถึงกับเสียวสันหลังวาบ นี่มันโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! นี่มันใช่สิ่งที่มนุษย์เขาทำกันหรือไง?

หลี่หยวนจ้าวลองนึกภาพตามแล้วก็อดตัวสั่นไม่ได้ ถ้าเป็นเขา เขาเองก็คงยอมแพ้เหมือนกัน

จักรพรรดิจิ่งตี้และกัวเทียนหย่างสบตากัน จางเปียว! ต้องเป็นจางเปียวคนนั้นแน่ๆ!

แต่จากนั้นจักรพรรดิจิ่งตี้ก็ทรงตรัสถามด้วยความสงสัย "แล้วพวกเขาก็ปล่อยเจ้าไปงั้นรึ?"

"มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ในเมื่อเจ้าเดินทางออกจากอำเภอเถาหยวนมาแล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่รายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนทราบ หรือว่าพวกเขามีจุดอ่อนอะไรของเจ้าอยู่ในมือ?!"

อู๋เซิงดูเหมือนจะจมดิ่งลงไปในความทรงจำอันแสนเจ็บปวด เขาร้องไห้โฮมองขึ้นไปบนเพดาน น้ำลายไหลยืดออกมาจากมุมปาก...

จากนั้นก็หลับตาลง กัดฟันพูดว่า "ใช่พ่ะย่ะค่ะ!"

"พวกมันจับจุดอ่อนของข้าน้อยไว้! ตอนนั้นข้าน้อยตกลงแล้วว่าจะไม่นำเรื่องของอำเภอเถาหยวนไปแพร่งพราย แต่ไอ้โจรชั่วฟางเจิ้งอีมันจะไปยอมเชื่อข้าน้อยได้อย่างไร!"

"มัน... พวกมันจับข้าน้อยถอดเสื้อผ้าจนหมดเกลี้ยง แล้วมัดข้าน้อยไว้กับเก้าอี้ จากนั้นก็เรียกคนวาดภาพที่เรียกว่า 'นักวาดภาพสเก็ตช์' มาวาดภาพข้าน้อย"

"ภาพนั้น... ช่างเหมือนจริงราวกับมีชีวิต.. ข้าน้อยไม่เคยเห็นฝีมือการวาดภาพที่เหมือนจริงขนาดนี้มาก่อนเลย"

"พอวาดเสร็จ พวกมันก็ข่มขู่ข้าน้อยอีกว่า ถ้าข้าน้อยกล้าปริปากบอกใคร จะเอาภาพนั้นไปพิมพ์แจกจ่ายเป็นพันๆ หมื่นๆ ใบให้ทั่วแผ่นดิน! ทำให้ข้าน้อยต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงไปจนวันตาย!"

จักรพรรดิจิ่งตี้และกัวเทียนหย่างสบตากันอีกครั้งด้วยความตกตะลึง

มันจะชั่วร้ายเกินไปแล้ว! บนโลกใบนี้ยังมีขุนนางแบบนี้อยู่อีกหรือ! นี่มันพฤติกรรมโจรชัดๆ! โจรยังไม่ชั่วช้าขนาดนี้เลย!

อู๋เซิงหลับตาลง เล่าต่อไป "แค่นั้นยังไม่พอนะพ่ะย่ะค่ะ"

"พอพวกมันวาดรูปเสร็จ ก็ยังไม่ยอมให้ข้าน้อยใส่เสื้อผ้า ข้าน้อยถูกหิ้วปีกในสภาพเปลือยเปล่าไปที่หน้าลำโพงอันหนึ่ง พวกมัน... พวกมันบังคับให้ข้าน้อยสาบานด้วยถ้อยคำที่เลวร้ายที่สุด... พูดว่า... พูดว่า..."

พูดมาถึงตรงนี้ อารมณ์ของอู๋เซิงดูเหมือนจะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนเขาถึงกับสลบเหมือดไปในทันที

กัวเทียนหย่างรีบเข้าไปกดจุดเหรินจง (จุดเหนือริมฝีปาก) ให้เขา แล้วป้อนน้ำชาให้ดื่มไปอีกหนึ่งถ้วย เขาถึงได้กลับมาหายใจได้สะดวกขึ้น

"พูด! รีบพูดมา! ให้สาบานว่าอะไร! แล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไรต่อ!?" จักรพรรดิจิ่งตี้ตรัสถามอย่างร้อนรน ลำโพงอันนั้น จะต้องเป็นลำโพงอันเดียวกับที่ตั้งอยู่ในห้องตอนที่เซ็นสัญญาแน่ๆ!

ตอนนั้นพระองค์ก็ทรงสงสัยอยู่แล้ว พอเห็นท่าทางของอู๋เซิงในตอนนี้ จักรพรรดิจิ่งตี้ก็มั่นใจเลยว่า ลำโพงอันนั้นจะต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีกแน่ๆ!

...........

ดวงตาของหลี่หยวนจ้าวเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น

ไม่เสียเที่ยวจริงๆ! ไม่เสียเที่ยวเลยจริงๆ ที่ได้มาเผือกเรื่องชาวบ้านแบบนี้ มันช่างสะใจเหลือเกิน

ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนมีแมวมาข่วนหัวใจ อยากจะรู้เต็มแก่แล้วว่าอู๋เซิงสาบานอะไรลงไป

แล้วถ้าสาบานลงไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น!? หรือว่าอู๋เซิงคนนี้จะเป็นคนโง่เง่า สาบานเสร็จก็ดันเชื่อคำสาบานของตัวเองเข้าจริงๆ?

...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 19 - นายอำเภอปีศาจฟางเจิ้งอี

คัดลอกลิงก์แล้ว