- หน้าแรก
- ไซอิ๋ว ข้าคือถังซัมจั๋งผู้รับปีศาจเป็นศิษย์และเปิดศึกถล่มเขาหลิงซาน
- บทที่ 31 ศิษย์เป้าหมาย เจิ้นหยวนจื่อ
บทที่ 31 ศิษย์เป้าหมาย เจิ้นหยวนจื่อ
บทที่ 31 ศิษย์เป้าหมาย เจิ้นหยวนจื่อ
"ติ๊ง! ระบบกำลังสแกน... ไม่พบเป้าหมายในบริเวณเขาว่านโซ่ว!"
"เชี่ย! ศิษย์ของฉันหายไปไหนเนี่ย?"
ถังซัมจั๋งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไหนบอกว่ามีศิษย์อยู่ที่นี่ไง แล้วตอนนี้มาบอกว่าไม่มีเนี่ยนะ!? ระบบ แกทำงานประสาอะไรเนี่ย? ต่อให้จะเปลี่ยนใจ ก็ไม่ใช่วิธีนี้นะเว้ย
ระบบผีเข้าผีออก ฮึ่ม ╯^╰
"ผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นศิษย์ได้ถูกเลือกไว้แล้วในเคราะห์กรรมด่านนี้"
น้ำเสียงของระบบเย็นชาและไร้ความปรานี
ในเคราะห์กรรมด่านนี้ ทว่า ไม่ได้อยู่บนเขาว่านโซ่วอีกต่อไป...
"ซี๊ดดด!"
ถังซัมจั๋งสูดปาก ดวงตาเบิกกว้าง ความคิดอันบ้าระห่ำผุดขึ้นในหัว
"พี่ระบบ คนๆ นี้คือใครกัน?"
หัวใจของถังซัมจั๋งเริ่มเต้นระรัว
"ปรมาจารย์แห่งตี๋เซียน เซียนผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้า เจิ้นหยวนจื่อ"
เชี่ยเอ๊ย!
ถังซัมจั๋งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หากไม่มีเหล่าศิษย์อยู่ตรงนี้ เขาคงลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้นด้วยความตื่นเต้นไปแล้ว
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะแอบคิดถึงความเป็นไปได้นี้อยู่บ้าง แต่เมื่อระบบยืนยันว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้จริงๆ ถังซัมจั๋งก็ยังยากที่จะเชื่ออยู่ดี
เจิ้นหยวนจื่อ? เขาคือใครน่ะหรือ? ในนิยายยุคบรรพกาลหรือแนวไซอิ๋ว เจิ้นหยวนจื่อคือตัวละครที่ยืนยงคงกระพัน ในขณะที่ตัวเอกหน้าใหม่ผุดขึ้นมาแล้วก็จากไป!
สามวิสุทธิเทพคือสหาย สี่มหาราชคือเพื่อนเก่า ดาวนพเคราะห์คือศิษย์น้อง และดวงดาวบรรพกาลล้วนเป็นแขกผู้มาเยือน
บารมีคืออะไร? นี่แหละคือบารมี! ยอดฝีมือระดับกึ่งนักบุญตัวจริงเสียงจริง!
หากเรารับเขาเป็นศิษย์ได้ ชีวิตนี้ก็สบายไปแปดอย่างแล้ว! ต่อให้พระทีปังกรพุทธเจ้าหมายหัวเราอยู่ แต่ถ้ามีเจิ้นหยวนจื่อคอยคุ้มครอง เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไป!
ทุกครั้งที่เขารับศิษย์ ระดับการบ่มเพาะของเขาจะเพิ่มขึ้น ซึ่งแปรผันตามระดับของศิษย์ที่เขารับเข้ามา หลังจากรับเจิ้นหยวนจื่อเป็นศิษย์ ถังซัมจั๋งก็เดาไม่ออกเลยว่าระดับการบ่มเพาะของเขาจะพุ่งทะยานไปไกลแค่ไหน!
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญในการรับศิษย์ให้สำเร็จก็คือ อีกฝ่ายต้องเรียกเขาว่าท่านอาจารย์
คำถามก็คือ ถังซัมจั๋งจะทำยังไงให้ยอดฝีมือระดับกึ่งนักบุญยอมเรียกเขาว่าท่านอาจารย์? ดูเป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ
ยอดฝีมือระดับกึ่งนักบุญ โดยเฉพาะเจิ้นหยวนจื่อ ปรมาจารย์แห่งตี๋เซียน เซียนผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้า ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ยุคหงจวินเต้าจู่เริ่มเทศนาธรรม ผ่านพ้นกัปป์กัลป์มานับไม่ถ้วน!
เจิ้นหยวนจื่อหยิ่งผยองแค่ไหน? เขาเป็นสหายกับสามวิสุทธิเทพซึ่งเป็นถึงนักบุญ อย่าดูถูกเขาเพียงเพราะเขาเป็นแค่กึ่งนักบุญเชียว แม้แต่สามวิสุทธิเทพก็ยังต้องยอมลดตัวลงมานั่งสนทนาธรรมกับเขา เพราะความรู้แจ้งในวิถีเต๋าและความเข้าใจในกฎเกณฑ์สวรรค์ของเขานั้นลึกล้ำยิ่งนัก!
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้นกำเนิดของเจิ้นหยวนจื่อมาจากหนึ่งในสิบของวิเศษสุดยอดแต่กำเนิดแห่งยุคบรรพกาล ต้นผลไม้โสม หนึ่งในรากวิญญาณสวรรค์!
มันไม่ได้ด้อยไปกว่าต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นร่างดั้งเดิมของจุ่นถีเต้าเหรินเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น ศักยภาพของเจิ้นหยวนจื่อจึงยากจะจินตนาการได้!
"ชิงเฟิง หมิงเยว่ ท่านอาจารย์ของพวกเจ้าไปไหนเสียล่ะ?"
ถังซัมจั๋งถามตรงๆ
คนผู้นี้จำข้าได้ด้วยแฮะ เขาต้องเป็นสหายธรรมของท่านอาจารย์แน่ๆ!
"ท่านอาจารย์ของพวกข้าได้รับเทียบเชิญจากปรมาจารย์เสวียนตูแห่งตำหนักโตวซว่าย สวรรค์ชั้นหลีเฮิ่น ให้ขึ้นไปร่วมงานชุมนุมสนทนาธรรม ศิษย์พี่ทั้งหลายก็ติดตามขึ้นไปฟังธรรมกันหมด ทิ้งให้ศิษย์ไม่ได้เรื่องอย่างพวกข้าสองคนคอยต้อนรับท่านอาอาจารย์อยู่ที่นี่ขอรับ"
ชิงเฟิงและหมิงเยว่สบตากัน ก่อนจะโค้งคำนับอย่างลึกซึ้งและตอบด้วยความเคารพอย่างสูง โดยไม่มีท่าทีลบหลู่ถังซัมจั๋งเลยแม้แต่น้อย ซึ่งช่างแตกต่างจากเรื่องราวตามเนื้อเรื่องเดิมอย่างสิ้นเชิง
ไปร่วมงานชุมนุมสนทนาธรรมกับปรมาจารย์เสวียนตูแห่งตำหนักโตวซว่าย สวรรค์ชั้นหลีเฮิ่นงั้นรึ?
เมื่อได้ยินดังนั้น ถังซัมจั๋งก็ขมวดคิ้ว
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ตั้งแต่แรก เนื้อเรื่องของมหาภัยพิบัติแห่งไซอิ๋วได้เปลี่ยนไปแล้ว ในเนื้อเรื่องเดิม เจิ้นหยวนจื่อได้รับเชิญจากหยวนซื่อเทียนจุนให้ไปสนทนาธรรมที่ตำหนักมี่หลัว สวรรค์ชั้นช่างชิง แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นการเดินทางไปร่วมงานชุมนุมสนทนาธรรมกับปรมาจารย์เสวียนตู ณ ตำหนักโตวซว่าย สวรรค์ชั้นหลีเฮิ่นแทน!
"แล้วท่านจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ?"
ถังซัมจั๋งถามต่อ
ภัยคุกคามจากพระทีปังกรพุทธเจ้าเปรียบเสมือนดาบคมกริบที่แขวนอยู่เหนือหัว ใครจะรู้ว่ามันจะร่วงหล่นลงมาเมื่อไหร่?
เดิมทีเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามเลิกคิดถึงมัน แต่ตอนนี้ เมื่อมีเหยื่อล่อชิ้นโตอย่างเจิ้นหยวนจื่อมาวางอยู่ตรงหน้า ถังซัมจั๋งจะต้านทานไหวได้อย่างไร?
ส่วนเรื่องที่จะทำให้เจิ้นหยวนจื่อเรียกเขาว่าอาจารย์นั้น ถังซัมจั๋งมีแผนอยู่ในใจแล้ว แต่เขายังจำเป็นต้องไปดูต้นผลไม้โสมเสียก่อน
"ท่านอาจารย์ไม่ได้สั่งความไว้ก่อนไป พวกข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ"
ชิงเฟิงและหมิงเยว่สบตากันก่อนจะตอบ
เจิ้นหยวนจื่อไม่ได้บอกอะไรไว้ และศิษย์ไม่ได้เรื่องทั้งสองก็ไม่กล้าถามด้วย
"ถ้าอย่างนั้น อาตมาขอค้างแรมที่นี่สักคืนจะได้หรือไม่?"
"หากท่านอาอาจารย์ประสงค์จะพักที่นี่ ย่อมไม่มีปัญหาขอรับ"
ชิงเฟิงและหมิงเยว่ปักใจเชื่อไปแล้วว่าพระภิกษุตรงหน้าคือสหายเก่าของท่านอาจารย์ พวกเขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?
"ดีมาก"
ด้วยการนำทางของชิงเฟิงและหมิงเยว่ คณะเดินทางก็มาถึงอารามอู่จวง
ทันทีที่ก้าวเข้าไป ก็จะพบกับห้องโถงห้าห้องที่หันหน้าไปทางทิศใต้ ประตูขัดแตะไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง ด้านบนโปร่งแสง ด้านล่างทึบแสง
ชิงเฟิงและหมิงเยว่เปิดประตูตำหนัก ต้อนรับถังซัมจั๋งและคณะเข้าสู่ห้องโถง
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถง แหงนมองขึ้นไป จะเห็นตัวอักษรขนาดใหญ่สองตัวอยู่ตรงกลางคำว่า "ฟ้าดิน" (เทียนตี้) โดยมีโต๊ะวางกระถางธูปตั้งอยู่เบื้องหน้า
"สหายธรรมทั้งสอง อารามอู่จวงของพวกท่านได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเซียนทิศตะวันตก แล้วเหตุใดพวกท่านจึงไม่บูชาสามวิสุทธิเทพและสี่มหาราช แต่กลับบูชาเพียงฟ้าดินเล่า?"
ปีศาจสายลมเหลืองเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยเป็นลูกน้องของพระโพธิสัตว์หลิงจี๋ แต่ก็เป็นเพียงแค่เบี้ยหมากตัวหนึ่งที่นางหลอกใช้ ความรู้ของเขาย่อมเทียบไม่ได้กับมังกรขาวน้อย คนอย่างตือโป๊ยก่ายก็ยังสงสัย จึงได้แต่เอ่ยปากถามออกไป
"ฮ่าฮ่าฮ่า สหายธรรม บอกตามตรงนะ ในโลกนี้มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่คู่ควรกับเครื่องเซ่นไหว้จากท่านอาจารย์ของข้า ส่วนผืนดินนั้นก็แค่เอามาเติมให้ครบคู่เท่านั้นแหละ"
หมิงเยว่ประกาศด้วยความภาคภูมิใจ!
"สามวิสุทธิเทพคือสหาย สี่มหาราชคือเพื่อนเก่า ดาวนพเคราะห์คือศิษย์น้อง และดวงดาวบรรพกาลล้วนเป็นแขกผู้มาเยือน ท่านอาจารย์ของข้าคือปรมาจารย์แห่งตี๋เซียน ดังนั้นย่อมมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่คู่ควรกับการสักการะบูชาจากท่านอาจารย์ของข้า"
ใบหน้าของชิงเฟิงก็เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งเช่นกัน
"หือ? นี่มัน..."
ปีศาจสายลมเหลืองตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาได้มาพบกับผู้ทรงพลังระดับนี้จริงๆ หรือนี่?
"สิ่งที่พวกเขาพูดเป็นความจริงอย่างแน่นอน ไปเถอะ ไปหาที่พักกัน"
ถังซัมจั๋งจุดธูปดอกหนึ่งเพื่อสักการะตัวอักษร "ฟ้าดิน" ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าศิษย์ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง
หลังจากจัดเตรียมห้องพักรับรองให้ถังซัมจั๋งและคณะเรียบร้อยแล้ว ชิงเฟิงและหมิงเยว่ก็หยิบไม้ตีทองคำไปเก็บผลไม้โสม
"ศิษย์พี่ ท่านอาอาจารย์ผู้นี้มีภูมิหลังอย่างไรกันแน่? ท่านอาจารย์ถึงกับสั่งให้พวกเราเด็ดผลไม้โสมตั้งสิบสองผลมาต้อนรับเชียวหรือ?"
หมิงเยว่ถือไม้ตีทองคำพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีบุคคลสำคัญมาเยี่ยมเยียนเจิ้นหยวนจื่อ แต่มากที่สุดท่านก็มอบผลไม้โสมให้เพียงหนึ่งหรือสองผลเพื่อเป็นการตอบแทนเท่านั้น เคยมีตอนไหนกันที่ท่านใจป้ำขนาดนี้? แล้วใครกันล่ะที่มีบารมีคับฟ้าขนาดนั้น?
"เจ้าไม่รู้อะไร ท่านอาจารย์น่ะรู้ล่วงหน้ามาหลายปีแล้วว่าท่านอาอาจารย์ผู้นี้จะมาเยือน ตอนนั้นท่านสั่งข้าว่าอย่าลืมเตรียมผลไม้โสมไว้สองผล แต่เมื่อไม่นานมานี้ ท่านอาจารย์กลับเปลี่ยนใจเพิ่มจำนวนกะทันหัน"
ชิงเฟิงซึ่งถือถาดและผ้าเช็ดหน้าไหมกล่าว
"ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น หมิงเยว่ก็ถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่ทำให้ท่านอาจารย์เปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย?
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า ผลไม้โสมนี้ไม่ใช่ผลไม้เซียนธรรมดาทั่วไป มันล้ำค่ายิ่งกว่าลูกท้อสวรรค์ของเจ้าแม่ซีหวังหมู่เสียอีก!
ลูกท้อสวรรค์ของเจ้าแม่ซีหวังหมู่ ต่อให้เป็นลูกที่คุณภาพดีที่สุด ก็ยังสุกเพียงครั้งเดียวในรอบเก้าพันปี แถมในสวนท้อสวรรค์ยังมีต้นท้อทั้งหมดถึงสามพันหกร้อยต้น!