เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - ประลองเวท

บทที่ 11 - ประลองเวท

บทที่ 11 - ประลองเวท


บทที่ 11 - ประลองเวท

ชายฉกรรจ์หน้าหนวดเคราดกหนาผู้นั้น เมื่อเห็นว่าเป้าหมายที่ตนไล่ล่ามุดไปหลบอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ทว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวั่นเกรงราวกับไม่ได้เห็นพวกตนกว่ายี่สิบคนอยู่ในสายตา ในใจของเขาพลันบังเกิดความรู้สึกประหลาดและเริ่มระแวดระวังขึ้นมา

เขารีบไพร่หนึ่งข้างไปด้านหลัง ส่งสัญญาณให้ลูกน้องเตรียมพร้อมรับมือ ก่อนจะตวาดกร้าวเสียงต่ำ "พรรคพยัคฆ์ทองกำลังจัดการธุระ เจ้าหนูอย่างเจ้าคิดจะแส่ไม่เข้าเรื่องอย่างนั้นหรือ"

เมิ่งกวนหาได้ใส่ใจคำขู่ตะคอกนั้นไม่ เขาหันไปถามจินเจี้ยนชิวที่ยังขวัญหนีดีฝ่อว่า "เกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าไม่ได้บอกพวกมันหรือว่าเจ้าเป็นศิษย์สายนอกของสำนักฉือเหยียน"

จินเจี้ยนชิวเผยยิ้มขื่นออกมาพลางหอบหายใจถี่ "ข้าบอกแล้ว ทว่าพวกมันกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ลงมือหมายเอาชีวิตทันที หากข้าไม่ได้พอมีวรยุทธ์ติดตัวอยู่บ้าง ป่านนี้คงกลายเป็นศพเฝ้าถนนไปแล้ว ได้ยินว่าเหมืองแร่ก็ถูกพวกมันยึดครองไปแล้วด้วย แม้แต่เศรษฐีหวังก็ถูกพวกมันทรมานอย่างหนัก เพียงเพราะพวกมันหาคลังหินวิญญาณลับของตระกูลหวังไม่พบจึงยังรักษาชีวิตเขาไว้ก่อน ส่วนที่พักของสำนักในแถบนี้ถูกทำลายย่อยยับ ศิษย์สายนอกคนอื่นๆ ล้วนจบชีวิตลงหมดแล้ว"

"เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว! พวกเรา บุกเข้าไปพร้อมกัน!" ชายหน้าหนวดเห็นเมิ่งกวนเมินเฉยต่อตนก็เดือดดาลจนถึงขีดสุด เขาไม่รอช้าอีกต่อไป ตวัดดาบเหล็กกล้าแวววับในมือพุ่งทะยานเข้าหาเป็นคนแรก!

ทว่าเขากลับเห็นเพียงเด็กหนุ่มตรงหน้าขยับกายอย่างไม่รีบร้อน มือขวายกขึ้นมาคีบแผ่นยันต์กระดาษสีเหลืองไว้ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางตอนไหนก็สุดรู้ จากนั้นเด็กหนุ่มก็สะบัดข้อมือเบาๆ

"ฟึ่บ!"

ประกายแสงสีขาวสายหนึ่งที่เล็กละเอียดทว่าคมกริบไร้เทียมทาน พุ่งวาบออกจากแผ่นยันต์รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด!

ชายหน้าหนวดรู้สึกเพียงความเย็นวาบที่ลำคอ ทัศนียภาพตรงหน้าพลันบิดเบี้ยวประหลาด เขาเห็นร่างที่ไร้ศีรษะร่างหนึ่งสวมชุดรัดกุมสีดำเหมือนกับตนไม่มีผิดเพี้ยน ในมือยังคงถือดาบพุ่งทะยานไปข้างหน้า เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากลำคอดุจน้ำพุ ร่างนั้นโอนเอนไปมาสองสามก้าวก่อนจะพังครืนลงกับพื้น

นั่น... นั่นคือร่างกายของข้าอย่างนั้นหรือ? ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้น ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งก็สูบกลืนสติสัมปชัญญะของเขาไปจนหมดสิ้น

เมิ่งกวนลงมือเพียงครั้งเดียวก็ปลิดชีพศัตรูได้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็วเหนือจินตนาการ สมาชิกพรรคพยัคฆ์ทองที่เหลือยังไม่ทันมองเห็นด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไร รู้ตัวอีกทีตอนที่แสงสีขาววาบผ่านตา หัวหน้าของพวกตนก็ศีรษะหลุดจากบ่าไปเสียแล้ว!

"ยอดฝีมือ! ตอไม้ชิ้นนี้แข็งนัก!"

"รีบหนีเร็ว!"

ทุกคนต่างขวัญกระเจิงหน้าซีดเผือด ชายฉกรรจ์ร่างผอมโซที่ยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้าหน้าหนวดเป็นคนแรกที่ได้สติ เขารู้ดีว่าได้เจอกับยอดคนที่พวกตนไม่มีปัญญาต่อกรเข้าให้แล้ว จึงแผดเสียงร้องลั่นแล้วหันหลังโกยแน่บเป็นคนแรก

กลุ่มชายชุดดำที่ยกโขยงกันมาอย่างดุดัน กลับหนีเตลิดไปรวดเร็วยิ่งกว่าตอนมา เพียงชั่วพริบตา นอกจากศพไร้หัวบนพื้นแล้ว คนที่เหลือก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงสภาพถนนที่เละเทะและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง

"ไปที่เหมืองแร่กัน!" เมิ่งกวนสีหน้าไม่เปลี่ยน เขาคว้าแขนจินเจี้ยนชิวที่ยังยืนตะลึงลานสติไม่คืนมาจากการสังหารที่ฉับไวเมื่อครู่ แล้วออกเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเหมืองแร่นอกเมืองอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกัน ณ อุโมงค์หลักส่วนลึกของเหมืองแร่ ชายฉกรรจ์ร่างกำยำใบหน้าเหี้ยมเกรียมแววตาดุร้ายผู้หนึ่ง กำลังเดินตรวจตราพื้นที่อย่างเชื่องช้าเคียงข้างชายชราหลังค่อมผิวพรรณเหี่ยวย่นราวกับหนังไก่

ชายชราผู้นี้ดูชราภาพมากแล้ว ริ้วรอยบนใบหน้าซ้อนทับกันเป็นร่องลึกดุจหุบเหว สองมือนั้นแห้งกร้านราวกับกรงเล็บนก ในมือถือไม้เท้าหัวมังกรที่ทำจากไม้ดำนิล ตรงหัวไม้เท้ามีน้ำเต้าสีแดงชาดลูกเล็กแขวนอยู่

เสื้อผ้าของเขาดูหรูหราผิดกับรูปลักษณ์ เป็นชุดคลุมยาวสีดำปักดิ้นทองหม่น แม้แต่บนหัวรองเท้ายังประดับด้วยหยกเขียวคุณภาพดีอยู่สองสามชิ้น

ทว่าในยามนี้ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ดวงตาฝ้าฟางที่หม่นหมองเหลือบมองชายฉกรรจ์ข้างกายพลางเอ่ยเสียงแหบพร่า "จินหู่ เจ้าบอกข้าว่าที่นี่มีเหมืองหินวิญญาณคุณภาพสูงซุกซ่อนอยู่ ทว่าข้าตามเจ้าเดินสำรวจจนแทบจะทั่วอุโมงค์แล้ว อย่าว่าแต่หินวิญญาณระดับสูงเลย แม้แต่ระดับกลางข้ายังเห็นเพียงไม่กี่ก้อน เจ้าบังอาจหลอกลวงข้าอย่างนั้นหรือ"

"ท่านเซียนโปรดเมตตา! ต่อให้ผู้น้อยจะมีใจกล้าบ้าบิ่นเพียงใด ก็มิบังอาจหลอกลวงท่านเซียนเด็ดขาดขอรับ! ในอุโมงค์ที่ขุดไปแล้วอาจจะไม่มี ทว่าในคลังลับที่เศรษฐีหวังซุกซ่อนไว้ต้องมีแน่! ผู้น้อยเค้นถามพวกคนงานเก่าแก่มาแล้ว พวกเขาบอกว่าเคยเห็นเศรษฐีหวังแอบเก็บหินวิญญาณระดับสูงที่มีพลังวิญญาณกล้าแกร่งไว้หลายก้อนด้วยตาตัวเองเลยนะขอรับ!" ชายฉกรรจ์ที่ถูกเรียกว่าจินหู่ได้ยินเช่นนั้น เหงื่อเย็นๆ ก็ผุดซึมเต็มหน้าผาก รีบค้อมกายละล่ำละลักอธิบาย

พรรคพยัคฆ์ทองไม่ใช่พรรคเจ้าถิ่นในแถบนี้ ทว่าเป็นเพราะถูกศัตรูไล่ล่า หัวหน้าพรรคอย่างจินหู่จึงต้องพาสมาชิกที่เหลือรอดหนีตายมาจนถึงที่นี่

เดิมทีเขาก็เคยได้ยินชื่อเสียงของสำนักฉือเหยียนมาบ้าง จึงไม่กล้าลงมือทำอะไรบุ่มบ่าม ทว่าหลังจากแอบเฝ้าสังเกตการณ์อยู่หลายเดือน ก็พบว่าขุมกำลังที่สำนักฉือเหยียนวางไว้ที่นี่ช่างเบาบางนัก มีเพียงศิษย์สายนอกไม่กี่คนเท่านั้น

เขาต้องการระดมทุนอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะเดินทางต่อไปทางเหนือเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงและล้างแค้น จึงตัดสินใจลงมือกับเหมืองหินวิญญาณแห่งนี้

ลำพังเพียงกำลังของพรรคพยัคฆ์ทองเอง หากต้องเผชิญหน้ากับสำนักฉือเหยียนเขาก็ยังหวั่นใจอยู่บ้าง ทว่าโชคดีที่ระหว่างทางหลบหนี เขาได้พบกับชายชราปริศนาผู้นี้เข้า

ชายชรามีวิชาอาคมประหลาดและลึกล้ำนัก เคยสำแดงฤทธิ์เดชสยบยอดฝีมือนับสิบในพรรคของเขาได้เพียงแค่การสะบัดมือ

จินหู่ปักใจเชื่อว่าชายชราผูนี้คือผู้บำเพ็ญเพียรในตำนาน จึงทุ่มเทประจบประแจงด้วยสุราและเนื้อชั้นดี มิหนำซ้ำเมื่อรู้ว่าชายชราฝึกวิชามารที่ต้องใช้หญิงพรหมจรรย์เป็นเครื่องสังเวย เขาก็ไม่ลังเลที่จะฉุดคร่าหญิงสาวหน้าตาสะสวยตามรายทางมาปรนเปรอ

แม้จะไม่รู้ระดับการบำเพ็ญเพียรที่แน่ชัดของชายชรา ทว่าการยึดครองเหมืองแร่ที่มีเพียงปุถุชนเฝ้าอยู่นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องยาก เขาตั้งใจว่าจะปล้นชิงหินวิญญาณไปแลกเป็นเงินทองมหาศาลแล้วหนีไปให้ไกลทันที ต่อให้สำนักฉือเหยียนจะรู้เรื่องในภายหลัง กว่าจะสืบสาวราวเรื่องมาถึงตน เขาก็คงจะหายสาบสูญไปในดินแดนทุรกันดารอันกว้างใหญ่แล้ว

ในขณะที่จินหู่กำลังคิดคำนวณอยู่ในใจ ลูกน้องสองสามคนก็วิ่งหน้าตั้งหน้าตาตื่นเข้ามาในอุโมงค์ ทันทีที่เห็นหน้าลูกพี่ก็แผดเสียงร้องลั่น "ท่านประมุข! แย่แล้วขอรับ! มีคนบุกเข้ามาแล้ว! ท่านรองประมุขจินเปียว... เขา... เขาถูกฆ่าตายแล้วขอรับ!"

"อะไรนะ! ใครเป็นคนทำ? ฝ่ายตรงข้ามยกพวกมาเท่าไหร่" จินหู่ถลึงตาโตด้วยความโกรธแค้นจนเป็นฟืนเป็นไฟ จินเปียวคือญาติผู้น้องและเป็นมือขวาคนสำคัญของเขา พอได้ยินว่าน้องชายถูกฆ่าตายเขาก็เดือดดาลจนแทบคลั่ง ตวาดถามเสียงดังลั่น

"แค่... แค่คนเดียวขอรับ! พวกเรามองไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามันลงมือตอนไหน ได้ยินเพียงเสียงลมพัดวูบเดียว หัวของท่านรองประมุขก็... ก็กระเด็นหลุดไปแล้วขอรับ!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของจินหู่ก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม วิชาสังหารที่ไร้ร่องรอยและลึกลับเช่นนี้... หรือจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักฉือเหยียนเดินทางมาถึงแล้ว? แต่เขาก็มั่นใจว่าจัดการเก็บกวาดคนที่อาจจะคาบข่าวไปบอกหมดแล้วนี่นา เหตุใดอีกฝ่ายจึงมาถึงรวดเร็วปานนี้

เขารีบหันไปมองชายชราที่อยู่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ ราวกับเป็นขอนไม้สุดท้ายที่จะช่วยชีวิตได้ "ท่านเซียน! ท่านเห็นว่าเรื่องนี้..."

ชายชราชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงหัวเราะแหบพร่าออกมา "หึๆๆ... คนเดียวรึ? ต่อให้มาสักสิบคนแปดคน จะทำอะไรชายชราอย่างข้าได้ นำทางไป ข้าอยากจะเห็นนักว่ามันเป็นเทพเซียนมาจากที่ใด!"

คำพูดดูเหมือนจะมั่นอกมั่นใจ ทว่าในใจของเขากลับเริ่มคิดคำนวณเช่นกัน "จินเปียวคนนั้นวรยุทธ์ไม่เลว ต่อให้เป็นตัวข้าเองลงมือ ก็ยังต้องพึ่งพาของวิเศษก้นหีบชิ้นนั้นถึงจะสังหารได้ในพริบตา แต่อีกฝ่ายกลับทำให้พวกสวะพวกนี้มองตามไม่ทัน... ดูท่าจะมีวิชาอยู่บ้าง ทว่าต่อหน้าจินหู่จะมาทำท่าอ่อนแอไม่ได้ ต้องไปดูท่าทีเสียหน่อย หากสถานการณ์ไม่สู้ดี ด้วยวิชาของข้าการจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวย่อมไม่ใช่เรื่องยาก"

"ฮ่าฮ่าฮ่า! มีท่านเซียนลงมือเอง รับรองว่าเจ้าเด็กไม่เจียมตัวนั่นต้องไม่ได้กลับไปแน่! หากงานนี้สำเร็จ ผู้น้อยจะคัดเลือกสาวงามชั้นเลิศมาเป็นเตาหลอมให้ท่านเซียนเพิ่มอีกหลายคน เพื่อช่วยให้วิชาของท่านเซียนก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีกขอรับ!" จินหู่ดีใจจนเนื้อเต้นรีบประจบสอพลอทันที

รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของชายชราคลายออก เผยให้เห็นสีหน้าพึงพอใจ เขาตบไหล่จินหู่เบาๆ "เจ้านี่ช่างรู้ความนัก"

เมื่อได้รับคำยืนยันจากชายชรา จินหู่ก็กลับมามีความกล้าอีกครั้ง เขาสะบัดมือสั่งให้ลูกน้องที่มารายงานข่าวนำทางไปเผชิญหน้ากับศัตรู

ทว่า ยังไม่ทันที่พวกมันจะเดินพ้นปากอุโมงค์ ลูกน้องคนหนึ่งที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็กรีดร้องเสียงหลงแล้วร่างก็ปลิวละลิ่วเข้ามาในอุโมงค์ กระแทกเข้ากับผนังหินอย่างแรงจนเลือดสดๆ พุ่งออกจากปาก ดูท่าคงไม่รอดชีวิตแน่

จากนั้น เงาร่างสองสายก็ปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าอุโมงค์ คนที่เดินนำหน้ามาคือเด็กหนุ่มในชุดศิษย์สายในของสำนักฉือเหยียน ใบหน้าเย็นชาเคร่งขรึม เขาคือเมิ่งกวนนั่นเอง ด้านหลังตามมาด้วยจินเจี้ยนชิวที่สภาพมอมแมมทว่าแววตามั่นคง

"แย่แล้ว! เป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักฉือเหยียนจริงๆ ด้วย! เหตุใดพวกเขาจึงมาถึงได้รวดเร็วเพียงนี้!" จินหู่จำชุดที่เมิ่งกวนสวมใส่ได้ในทันที ในใจพลันรู้สึกหนาวเยือก ความมั่นใจที่เคยมีก่อนหน้านี้พังทลายหายไปกว่าครึ่ง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - ประลองเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว