- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาขวดหยก สร้างตำนานเซียนอมตะ
- บทที่ 43 - อานุภาพแห่งยันต์วิเศษ
บทที่ 43 - อานุภาพแห่งยันต์วิเศษ
บทที่ 43 - อานุภาพแห่งยันต์วิเศษ
บทที่ 43 - อานุภาพแห่งยันต์วิเศษ
วิหคหมื่นตัวคืนพฤกษาผลาญป่าเขาจนเงียบสงัด
ฝุ่นควันที่ลอยคลุ้งบดบังร่างอันเหนื่อยล้าของเจียงเฉินเอาไว้
การโจมตีเมื่อครู่สูบพลังเวทของเขาไปจนหมดสิ้น ทำให้วิชาอาคมของเขามีอานุภาพเทียบเท่าระดับจู้จีในระยะเวลาสั้นๆ ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดว่าการโจมตีเพียงครั้งเดียวนี้จะสามารถสังหารเย่ฉางชุนได้ อย่างไรเสียเย่ฉางชุนก็เป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจู้จีระดับกลาง ต่อให้ตอนนี้เลือดลมจะถดถอย ต่อให้จะโดนพิษของเขา และได้รับบาดเจ็บสาหัส ทว่าก็ไม่ใช่สิ่งประมีชีวิตที่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเลี่ยนชี่อย่างเขาจะสังหารได้อย่างราบรื่น
อึก อึก อึก!
โอสถชั้นเลิศหนึ่งขวดถูกกลืนลงท้องไปราวกับของไร้ราคา
เพื่อให้มีวันนี้ เจียงเฉินอดทนรอคอยมาถึงสี่ปีเต็ม เตรียมยารักษาและยาฟื้นฟูพลังไว้มากมายก่ายกองไม่รู้กี่ขวดต่อกี่ขวด
เมื่อกลืนโอสถกำใหญ่ลงไป ฤทธิ์ยาอันมหาศาลก็แทบจะทำให้ร่างของเจียงเฉินระเบิดออก โชคดีที่หลายปีมานี้เจียงเฉินกินข้าววิญญาณอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจึงนับว่าแข็งแกร่งไร้เทียมทาน กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอันเหนียวแน่นฝืนทนรับฤทธิ์ยาอันเชี่ยวกราก แล้วเปลี่ยนมันเป็นพลังเวทที่ไหลทะลักมาไม่ขาดสาย
เมื่อฝุ่นควันจางลง เจียงเฉินก็ควบคุมกระบี่บินทั้งสี่เล่มค่อยๆ ร่อนลงมาอย่างระมัดระวัง
เย่ฉางชุนถูกฝังอยู่ในกองหินไปครึ่งตัว เกราะเถาวัลย์ที่พันธนาการอยู่รอบกายแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เมื่อเห็นเย่ฉางชุนสลบไสลไม่ได้สติ เจียงเฉินก็ยังไม่กล้าเข้าไปใกล้ เขายกมือตวัดกระบี่เสวียนกังทั้งสี่เล่มออกไปหมายจะสับเย่ฉางชุนให้เป็นชิ้นๆ
เคร้ง!
เพียงชั่วพริบตา เกราะเถาวัลย์ที่แตกเป็นเสี่ยงๆ กลับงอกเงยขึ้นมาใหม่ สกัดกั้นการจู่โจมของกระบี่เสวียนกังเอาไว้ได้
เจียงเฉินพลันรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทันที เขารีบกระโดดถอยหลังไปตั้งหลัก เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่
"ไอ้เด็กเหลือขอ ลูกไม้เจ้าเยอะนักนะ..."
"กระบวนท่าเมื่อครู่คงเป็นวิชาลับประจำตระกูลของเส้าฮวากระมัง"
"ไม่นึกเลยว่ามันจะถ่ายทอดวิชานี้ให้เจ้าด้วย"
เย่ฉางชุนที่ถูกฝังอยู่ในโคลนตมหยัดกายลุกขึ้นยืนราวกับศพเดินได้ แขนขาของเขาหักสะบั้นไปหมดแล้ว ทว่ากลับเชื่อมต่อกันใหม่ในพริบตา เขากระอักเลือดรวยรินพลางปัดฝุ่นบนเกราะเถาวัลย์ พึมพำเสียงแผ่ว "โชคดีที่มีเกราะเถาวัลย์มารชุดนี้ มิฉะนั้นการโจมตีเมื่อครู่ข้าผู้เฒ่าคงไม่ตายก็คางเหลือง คงจะปล่อยให้ไอ้เด็กขั้นเลี่ยนชี่อย่างเจ้าทำสำเร็จไปแล้วจริงๆ"
"ไอ้หนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าเกราะเถาวัลย์มารชุดนี้ได้มาอย่างไร"
เย่ฉางชุนชี้ไปที่เถาวัลย์แต่ละเส้นที่ถักทอเข้าด้วยกัน พลางแค่นหัวเราะเยือกเย็น
"นี่ล้วนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักของเจ้าทั้งนั้น!"
"เมื่อพวกเขาถูกเด็ดผลแห่งมรรคาไป เถาวัลย์มารที่สิงสู่อยู่ในร่างก็จะเหี่ยวเฉา"
"ข้าผู้เฒ่าไม่มีวาสนาได้แบ่งปันผลมรรคาอันล้ำค่าเหล่านั้น จึงทำได้เพียงเก็บเกี่ยวซากศพของพวกลูกศิษย์ นำเถาวัลย์มารที่เหี่ยวเฉามาหลอมเป็นเกราะชุดนี้" เย่ฉางชุนลูบไล้เกราะเถาวัลย์บนร่างอย่างวิปริต พลางพึมพำ "ไอ้เด็กบัดซบ เจ้าจงเบิกตาดูให้ดี ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ตายไปแล้วของเจ้าก็กำลังคุ้มครองข้าผู้เฒ่าอยู่นะ!"
เย่ฉางชุนแสยะยิ้มมองเจียงเฉินอย่างดุร้าย ชี้ไปที่เถาวัลย์มารเส้นที่อวบอ้วนที่สุดตรงหน้าอก พลางเยาะเย้ยถากถาง "เจ้าดูเถาวัลย์มารที่ปกป้องเส้นหัวใจของข้าผู้เฒ่าเอาไว้แน่นหนาเส้นนี้สิ มันคือเถาวัลย์มารที่ถูกหล่อเลี้ยงมาจากร่างของเส้าฮวาเชียวนะ! แม้ตอนมีชีวิตอยู่มันจะคิดกบฏต่ออาจารย์ ทว่าเมื่อตายไปแล้วกลับกลายเป็นผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของอาจารย์ เจ้าว่ามันน่าขันหรือไม่เล่า"
เปลือกตาของเจียงเฉินกระตุก ทว่าเขากลับไม่ได้โกรธเกรี้ยวจนขาดสติ เขายืนนิ่งอยู่กับที่พินิจพิเคราะห์เย่ฉางชุนเงียบๆ
ตะปูเก้าบุตรคร่าวิญญาณแผ่ซ่านออกไป เย่ฉางชุนชี้หน้าเจียงเฉิน
"มีชีวิตอยู่ก็มีแต่จะคิดกบฏ สู้รีบไปลงนรกเสียดีกว่า"
"รอให้เจ้าตายไปแล้ว เจ้าก็จะกลับมาเป็นศิษย์รักของข้าผู้เฒ่าอีกครั้ง!"
"กลายเป็นเกราะเถาวัลย์คอยปกป้องอาจารย์ไปพร้อมกับพวกเขาเถิด!"
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
ตะปูเก้าบุตรคร่าวิญญาณพุ่งทะยานออกไป เจียงเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลงหันหลังวิ่งหนีทันที
เขาปลดปล่อยแมลงลายทองทั้งสิบสองตัวออกมา ปราณกระบี่เสวียนกังคอยคุ้มกันอยู่ข้างกาย
เมื่อแมลงลายทองสัมผัสกับปราณกระบี่เสวียนกังจากไผ่เก้าสี ลำตัวของแมลงกลับดูดซับปราณกระบี่เข้าไปบางส่วน!
ปราณกระบี่ก่อตัวขึ้นรอบร่างของแมลง เปลี่ยนแมลงลายทองแต่ละตัวให้กลายเป็นกระบี่ทองคำขนาดจิ๋วที่ก่อตัวจากปราณกระบี่!
แมลงลายทองทั้งสิบสองตัวโบยบินไปพร้อมกับกระบี่เสวียนกังทั้งสี่เล่ม ก่อเกิดเป็นค่ายกลป้องกันอันรัดกุมรอบกายเจียงเฉิน ตะปูเก้าบุตรคร่าวิญญาณที่พุ่งเข้ามาล้วนถูกขบวนกระบี่ปัดกระเด็นไปจนหมด ไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเจียงเฉินได้เลย
ในขณะเดียวกัน เจียงเฉินก็คอยสั่งการให้แมลงลายทองพ่นลมหายใจสีทองออกมาเป็นระยะ
ลมหายใจสีทองเมื่อผสานกับปราณกระบี่เสวียนกัง อานุภาพก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล พลังทะลวงทะลุทะลวงขั้นสุด ถึงกับซัดเย่ฉางชุนจนต้องกระโดดหลบไปมา ไม่กล้าต้านทานตรงๆ
นี่แหละคือเพลงกระบี่เงาไผ่คมทองของตระกูลหลิน รุกรับเป็นหนึ่งเดียว ไร้เทียมทาน
"บัดซบ! นี่มันกระบวนท่าอันใดกันอีก!"
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างชุลมุนท่ามกลางป่าลึกอันหนาทึบ กลับกลายเป็นว่าสูสีคู่คี่กันอย่างไม่น่าเชื่อ
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป เย่ฉางชุนกลับเริ่มรับมือไม่ไหว
"เหตุใดวิชาตัวเบาของไอ้หนูนี่ถึงได้รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ อานุภาพของกระบวนท่าก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ"
"ไม่ถูก!"
เย่ฉางชุนสะดุ้งตื่นจากอาการมึนงง
"ไม่ใช่มันเร็วขึ้น แต่เป็นข้าผู้เฒ่าที่ช้าลงต่างหาก!"
เมื่อได้สติ เย่ฉางชุนก็ค้นพบความผิดปกติของร่างกายตนเองในที่สุด เขาจดจ่ออยู่กับร่างกายของตนเอง และพบว่าพิษของกล้วยไม้หางป่องได้ลุกลามไปทั่วอวัยวะภายในทั้งห้าและแทรกซึมเข้าสู่เส้นหัวใจแล้ว!
พิษร้ายนี้บวกกับบาดแผลก่อนหน้า ทำให้พลังวัตรของเขาลดทอนลงอย่างหนัก อานุภาพของกระบวนท่าเหลือไม่ถึงหกส่วนของช่วงแรกด้วยซ้ำ!
"เป็นไปได้อย่างไร! แค่ยาพิษที่สกัดจากกล้วยไม้หางป่องจะมาคุกคามข้าผู้เฒ่าได้อย่างไร"
ในขณะที่เย่ฉางชุนกำลังตื่นตะลึง เจียงเฉินที่ยิ่งสู้ยิ่งฮึกเหิมก็สังเกตเห็นกลิ่นอายของเย่ฉางชุนที่อ่อนโทรมลงอย่างรวดเร็ว เขารู้ทันทีว่าพิษของกล้วยไม้หางป่องออกฤทธิ์แล้ว
เจียงเฉินคาดการณ์ไว้แล้วว่าเย่ฉางชุนจะต้องทะนงตัว คิดว่าพิษกล้วยไม้หางป่องเพียงเล็กน้อยทำอันใดเขาไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียกล้วยไม้หางป่องที่เก็บได้ในสำนักสายนอกก็มีอายุมากสุดไม่เกินแปดสิบปี ไม่มีทางแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจู้จีได้เลย
หารู้ไม่ว่าพิษที่เจียงเฉินเคลือบไว้บนกระบี่เสวียนกังนั้น สกัดมาจากกล้วยไม้หางป่องอายุหกร้อยปีถึงยี่สิบแปดต้น!
ความเป็นพิษจะทวีความรุนแรงขึ้นตามอายุขัย ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเลี่ยนชี่ทั่วไปเพียงแค่สัมผัสโดนแม้เพียงนิดเดียวก็กลายเป็นหนองเลือดไปแล้ว!
ยาพิษส่วนใหญ่ไร้ผลกับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจู้จีแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจู้จีเพียงแค่เดินลมปราณขับพิษ ก็สามารถขจัดพิษที่เข้าสู่ร่างกายได้จนหมดสิ้น ทว่าเย่ฉางชุนกลับถูกความรู้เดิมของตนเองปิดกั้น ไม่ได้ใส่ใจอย่างจริงจัง พิษจึงค่อยๆ ลุกลามเข้าสู่อวัยวะภายในทะลวงเข้าสู่เส้นหัวใจตามการเดินลมปราณของเขา
ต่อให้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่คนทั่วไปต้องตายอย่างแน่นอน ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจู้จีขอเพียงปกป้องเส้นหัวใจเอาไว้ได้ ก็ยังสามารถค่อยๆ หลอมละลายพิษร้ายให้หมดไปได้
ทว่าน่าเสียดายที่เจียงเฉินกำลังรอคอยจังหวะนี้อยู่นั่นเอง!
เขาพลันกระทืบเท้าหมุนตัว ถือกระบี่เสวียนกังพุ่งเข้าแทงเย่ฉางชุนอย่างดุดัน
"รนหาที่ตาย!"
เย่ฉางชุนสะบัดแขนเสื้อกว้าง ตะปูเก้าบุตรคร่าวิญญาณราวกับพายุสีดำพัดกระหน่ำเข้าใส่
เคร้งคร้าง เคร้งคร้าง!
กระบี่เสวียนกังทั้งสี่เล่มผสานกำลังกับแมลงลายทองทั้งสิบสองตัวก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่หมุนวน ราวกับร่มวิเศษคันหนึ่ง ปัดตะปูคร่าวิญญาณที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดให้กระเด็นออกไป ก่อนจะเจาะทะลวงลงบนเกราะเถาวัลย์ของเย่ฉางชุนอย่างดุดัน
"ย๊ากกก! แตกไปซะ!"
เจียงเฉินดันร่างเย่ฉางชุนพุ่งชนทะลุป่าไปอย่างบ้าคลั่ง
ปราณกระบี่กวาดผ่านที่ใด ต้นไม้ใหญ่เสียดฟ้าก็หักโค่นลงในพริบตา
กระบี่เสวียนกังทั้งสี่เล่มที่หมุนวนราวกับดอกสว่าน หมายจะเจาะทะลวงเกราะเถาวัลย์ของเย่ฉางชุนให้แตกออกให้จงได้
"ไปตายซะ!"
เย่ฉางชุนชูน้ำเต้าสีเลือดขึ้นหมายจะตอบโต้
เจียงเฉินสะบัดแขนเสื้อ แขนเสื้อฉีกขาดกระจุย ยันต์แผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อสว่างวาบขึ้น
"ยันต์วิเศษรึ!!!"
เย่ฉางชุนหน้าถอดสี เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเฉินจะมีถึงยันต์วิเศษ
"ทำลาย!"
ลวดลายกระบี่สีเทาบนยันต์วิเศษเปล่งประกายสว่างจ้า ทันใดนั้นก็มีฝนกระบี่พรั่งพรูออกมานับหมื่นสาย
กระบี่แหลมคมสีเทานับไม่ถ้วนพุ่งกระฉูดออกมาจากยันต์แผ่นนั้นอย่างรุนแรง ราวกับเขื่อนแตก กลืนกินเย่ฉางชุนที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบเดียวจนมิด
รอจนกระทั่งยันต์หยุดพ่นฝนกระบี่ เจียงเฉินจึงกล้าเอื้อมมือไปเก็บมันกลับคืนมา
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าอานุภาพของยันต์วิเศษกระบี่จิตแผ่นนี้จะรุนแรงถึงเพียงนี้!
เกราะเถาวัลย์ที่เย่ฉางชุนภาคภูมิใจนักหนาแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี ตัวเขาเองก็ถูกฝนกระบี่ซัดจนเลือดเนื้อเละเทะ ราวกับตกลงไปในกระทะน้ำมันที่เดือดพล่าน ทั่วทั้งร่างมีแต่เศษเนื้อที่ดูน่าสยดสยอง ถึงขั้นมองเห็นกระดูกสีขาวโพลน
เขายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าตกอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายไปแล้ว
"ไปตายซะ!"
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังมีลมหายใจ เจียงเฉินก็สะบัดแขนเสื้อ แมลงลายทองทั้งสิบสองตัวบินกรูออกไป หมายจะกัดกินเย่ฉางชุนทั้งเป็น
[จบแล้ว]