เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ฝืนลิขิตฟ้า

บทที่ 24 - ฝืนลิขิตฟ้า

บทที่ 24 - ฝืนลิขิตฟ้า


บทที่ 24 - ฝืนลิขิตฟ้า

หัวใจของเจียงเฉินเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ผู้อาวุโสเย่รู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ได้กินยารวบรวมลมปราณเม็ดนั้น แล้วที่เขาถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เลือกหรือ หลินเส้าฮวาเลือกสิ่งใดกันแน่ กลิ่นหอมประหลาดนี้...

ฉับพลันนั้นเจียงเฉินก็นึกถึงถ้ำสมุนไพรวิเศษของตน กลิ่นนี้เป็นกลิ่นเดียวกับที่เถาวัลย์ม่วงปริศนาต้นนั้นแผ่ออกมาไม่มีผิด เมื่อคิดได้เช่นนี้หัวใจของเจียงเฉินก็ยิ่งเต้นระรัว เขาลอบมองข้ามไหล่ผู้อาวุโสเย่ไปยังภาพวาดบนผนังห้องลับ

เมื่อมีเถาวัลย์ม่วงเป็นภาพอ้างอิงในหัว ลายเส้นอันซับซ้อนเข้าใจยากเหล่านั้นก็เริ่มปะติดปะต่อกัน กลายเป็นภาพเถาวัลย์ปีศาจที่กำลังกางกรงเล็บแยกเขี้ยวอย่างน่าสะพรึงกลัว

"ท่านผู้อาวุโสกำลังพูดเรื่องอันใดหรือขอรับ..."

"ศิษย์ไม่ทราบจริงๆ ขอรับ..."

ผู้อาวุโสเย่ล้วงเอาเมล็ดพันธุ์สีแดงฉานออกมาจากสาบเสื้อ

"ศิษย์สายนอกที่ข้าผู้เฒ่าดูแลอยู่ แม้ในนามจะเป็นขุมกำลังสาขาของสำนักเสินฮว๋า ทว่าพวกคนของสำนักเสินฮว๋ากลับไม่เคยเห็นหัวพวกเราเลยแม้แต่น้อย"

"ในสายตาของพวกมัน พวกเราก็เป็นแค่ไอ้โง่ชั้นต่ำ มีค่าแค่คอยเลี้ยงดูสัตว์อสูรและทำงานใช้แรงงานให้พวกมัน ความอยุติธรรมทั้งมวลล้วนเป็นเพราะศิษย์สายนอกอย่างพวกเรามีรากปราณต้อยต่ำ!"

"รากปราณต้อยต่ำแล้วเหตุใดจึงจะก้าวเดินบนวิถีแห่งเซียนไม่ได้เล่า"

"เหตุใดวิถีแห่งเซียนจึงต้องถูกผูกขาดไว้ให้เฉพาะพวกที่เกิดมาพร้อมรากปราณเลิศเลอด้วย"

"ในเมื่อสวรรค์อยุติธรรมถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าผู้เฒ่าฝืนลิขิตฟ้าก็แล้วกัน!"

ผู้อาวุโสเย่กล่าวด้วยอารมณ์เดือดดาลฮึกเหิม เขาลูบศีรษะเจียงเฉินพลางพึมพำ "เด็กน้อยเอ๋ย ครานี้ข้าผู้เฒ่าไม่อยากปิดบังหลอกลวงเจ้า นี่คือวาสนาที่ข้าผู้เฒ่าขอมอบให้ จงกลืนเมล็ดพันธุ์นี้ลงไปเสีย มันจะพาเจ้าทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด นับจากนี้เจ้าจะไม่ถูกพันธนาการด้วยความเป็นรากปราณเบญจธาตุอีกต่อไป การฝืนลิขิตฟ้าบรรลุเป็นเซียนล้วนขึ้นอยู่กับความคิดของเจ้าแล้ว!"

"นี่คือ..."

เจียงเฉินรับเมล็ดพันธุ์มา เขารู้อยู่เต็มอกว่านี่คือเมล็ดของเถาวัลย์ม่วง ทว่ากลับแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง

"นี่คืออำนาจ!"

"นี่คือระดับพลัง!"

"นี่คือฐานะ!"

"นี่คือทางเลือกเดียวที่จะทำให้เจ้าได้ผงาดง้ำ!"

"เมื่อเผชิญหน้ากับวาสนาใหญ่หลวงปานนี้ เหตุใดยังไม่รีบกลืนลงไปอีก"

หัวใจของเจียงเฉินเต้นระทึกจนแทบหลุดออกมานอกคอ เดิมทีเขาตั้งใจมาขอความช่วยเหลือ ใครจะคาดคิดว่ากลับร่วงหล่นลงมาในถ้ำเสือแดนมังกรของจริงเสียได้

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ผู้อาวุโสเย่ ข้าขอเลือกที่จะไม่กินได้หรือไม่ขอรับ"

"ย่อมได้"

ผู้อาวุโสเย่สะบัดแขนเสื้อ "เส้นทางของข้าผู้เฒ่าไม่ต้อนรับคนขี้ขลาดตาขาว! หากเจ้าไร้ซึ่งความเด็ดเดี่ยว ต่อให้กินเข้าไปก็ยากจะกลายเป็นยอดคนได้!"

ขณะที่เจียงเฉินกำลังจะวางเมล็ดพันธุ์ลง ผู้อาวุโสเย่ก็หันหลังสะบัดแขนเสื้อพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ในเมื่อเจ้าได้เห็นความจริงของศิษย์สายนอกแล้ว ก็อย่าหาว่าข้าผู้เฒ่าไร้ความเมตตา"

กล่าวจบเจียงเฉินก็สัมผัสได้ว่าศิษย์พี่จ้าวผมแดงที่อยู่ด้านหลังกำลังก้าวเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ จิตสังหารอันหนาวเหน็บทำเอาเขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงเฉินรีบคว้าเมล็ดพันธุ์สีแดงนั้นขึ้นมายัดเข้าปากกลืนลงไปทันที จากนั้นก็คุกเข่าโขกศีรษะให้ผู้อาวุโสเย่อย่างเอาเป็นเอาตาย

"ศิษย์ยินดีสวามิภักดิ์ขอรับ!"

"ขอท่านอาจารย์โปรดเมตตาส่งเสริมด้วยขอรับ!"

เมื่อได้ยินเจียงเฉินเรียกตนว่าอาจารย์ ผู้อาวุโสเย่ก็กลับมามีใบหน้าเปี่ยมเมตตาปรานีดังเดิม เขาประคองเจียงเฉินลุกขึ้นอย่างอ่อนโยน

"ผู้รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน"

"เด็กน้อยเอ๋ยเจ้าเลือกได้ถูกต้องแล้ว นับแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือศิษย์ของข้าเย่ฉางชุน พวกเราศิษย์อาจารย์จะไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมรับเกียรติและอัปยศไปด้วยกัน!"

แววตาของเจียงเฉินหนักแน่น

"ขอน้อมรับคำสอนของท่านอาจารย์ขอรับ!"

"ไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมรับเกียรติและอัปยศขอรับ!"

เมื่อสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเจียงเฉิน ผู้อาวุโสเย่กลับยิ่งเผยสีหน้าชื่นชมยินดี

"กลับไปเถิด"

"ต่อไปนี้เจ้าคือหนึ่งในผู้ดูแล และจะได้รับสิทธิประโยชน์เยี่ยงผู้ดูแลของศิษย์สายนอก"

"เด็กน้อยเอ๋ยจงเชื่อเถิดว่าอาจารย์ไม่ได้ทำร้ายเจ้า รอให้รากปราณที่แท้จริงของเจ้าหยั่งรากงอกเงยอยู่ในร่างเสียก่อน เจ้าก็จะสัมผัสได้เองว่าการบำเพ็ญเพียรไม่เคยง่ายดายเช่นนี้มาก่อนเลย"

เจียงเฉินโค้งคำนับ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องลับ

ทันใดนั้นศิษย์พี่จ้าวก็เอื้อมมือมากดบานประตูหินเอาไว้

"บางเรื่องท่านอาจารย์ไม่พูด แต่ศิษย์พี่อย่างข้าจำต้องกำชับเจ้าเอาไว้"

"กลืนเมล็ดพันธุ์วิญญาณลงไปแล้ว หากเจ้ากล้านำเรื่องนี้ไปแพร่งพรายล่ะก็ หากไร้ซึ่งการชี้แนะและดูแลจากพวกเรา ไม่ช้าก็เร็วเจ้าย่อมพบจุดจบ เจ้านึกถึงสภาพการตายของฟางเทียนออกหรือไม่ หากเจ้ากล้าทรยศ เจ้าจะต้องตายอย่างอเนจอนาถยิ่งกว่าเขาเสียอีก"

เจียงเฉินพยักหน้ารับ

"เรื่องนี้ศิษย์น้องเข้าใจดีขอรับ"

"ไปเถิด"

เมื่อเดินพ้นหอฉี่เทียน เจียงเฉินก็รู้สึกราวกับเรี่ยวแรงทั้งร่างสูญสลายไปจนหมดสิ้น เหงื่อเย็นเยียบหลั่งไหลออกจากทุกรูขุมขนอย่างห้ามไม่อยู่ สภาพของเขาราวกับเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากน้ำก็ไม่ปาน

เขาล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงด้วยอาการสะลึมสะลือ ความเหนื่อยล้าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาพุ่งทะลักเข้าใส่รวดเดียว เจียงเฉินพยายามประคองสติตื่นรู้ ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับหมุนคว้าง สุดท้ายจึงผล็อยหลับไปอย่างสลึมสลือ

นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเฉินได้นอนหลับพักผ่อนนับตั้งแต่เข้าสำนักมาห้าเดือน เขาไม่รู้ว่าตนเองหลับไปนานเพียงใด รู้เพียงว่าเขาเอาแต่ฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่ากลับไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้เลย

"แหวะ!"

กลางดึกสงัด เจียงเฉินพลันสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา เขารู้สึกคลื่นเหียนจนต้องโก่งคออาเจียนอย่างหยุดไม่อยู่

เขารู้สึกปั่นป่วนในท้องราวกับมีคนกำลังต่อสู้กันอยู่ข้างใน เขารีบคลานไปเกาะขอบอ่างน้ำด้วยสภาพโซเซแล้วโก่งคออาเจียน รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังจะคลานออกมาจากลำคอจริงๆ

"แค่กๆๆ..."

เจียงเฉินไอสำลักไม่หยุด ก่อนจะขย้อนเอาสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ออกมา

เขาเพ่งสายตามองดู จึงพบว่าสิ่งที่ตนขย้อนออกมาคือด้วงลายทองที่เพิ่งโตเต็มวัยตัวหนึ่ง ด้วงลายทองตัวนั้นกำลังกอดรัดกัดกินเมล็ดพันธุ์สีแดงฉาน ในขณะที่รากฝอยสีขาวของเมล็ดพันธุ์ก็แทงลึกเข้าไปในเนื้อหนังของด้วงลายทอง ทั้งสองสิ่งนี้กำลังกัดกินซึ่งกันและกัน ทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียว ด้วงลายทองตัวผอมโซก็พ่ายแพ้แก่เมล็ดพันธุ์มารอันตื่นตัว ร่างของมันถูกรากฝอยแทงทะลุจนพรุนไปหมด นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ก้นอ่างน้ำ

"เมล็ดพันธุ์นี่ไม่ได้หยั่งรากในตัวข้า!"

เจียงเฉินเก็บเมล็ดพันธุ์ขึ้นมา หันหลังเตรียมจะพุ่งพรวดไปยังหอหลอมโอสถ ทว่าเขาก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตนอาจจะกำลังถูกผู้อาวุโสเย่จับตาดูอยู่ จึงจำใจต้องคลุมโปงแสร้งทำเป็นนอนหลับต่อไป จนกระทั่งรุ่งสางมาเยือน เจียงเฉินจึงลุกขึ้นไปทำงานที่หอหลอมโอสถตามปกติ

เมื่อมาถึงหอหลอมโอสถ หัวหน้าผู้ดูแลหลินก็มารออยู่ที่ห้องปรุงยาตั้งนานแล้ว

เมื่อเห็นสภาพทุลักทุเลของเจียงเฉิน เขาก็คลี่ยิ้มบางๆ

"สองวันนี้เหตุใดจึงไม่มาทำงานที่หอหลอมโอสถเล่า ไม่อยากเรียนวิชาหลอมโอสถกับข้าแล้วหรือ"

ภายในห้องปรุงยามีเพียงเจียงเฉินกับหัวหน้าผู้ดูแลหลิน เจียงเฉินไม่ตอบคำถาม เอาแต่มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง

"วางใจเถิด ที่นี่ไม่มีใครจับตาดูหรอก"

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เจียงเฉินก็คุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณหัวหน้าผู้ดูแลหลินโดยไม่ปริปากพูดพร่ำทำเพลง

"ขอบพระคุณหัวหน้าผู้ดูแลหลินที่ช่วยชีวิตขอรับ บุญคุณครั้งนี้เจียงเฉินไม่มีสิ่งใดจะตอบแทน!"

หัวหน้าผู้ดูแลหลินประคองเจียงเฉินให้ลุกขึ้น เขาตรวจดูตา หู ปาก และจมูกของเจียงเฉินอย่างละเอียด ก่อนจะเผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ

"ดูท่าตำรับยาที่ข้าคิดค้นขึ้นจะยังใช้ได้ผล เมล็ดพันธุ์มารของตาเฒ่านั่นไม่ได้หยั่งรากลงในร่างของเจ้า ครานี้ทำให้ตาเฒ่านั่นคว้าน้ำเหลวได้ ข้าล่ะอารมณ์ดีเสียจริง!"

เจียงเฉินอดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ยถาม "หัวหน้าผู้ดูแลหลิน ในร่างกายของท่านก็มี..."

"ใช่แล้ว ซ้ำยังหยั่งรากลึกมาเนิ่นนาน หากข้าไม่ได้กินไข่ของด้วงลายทองเพื่อสะกดมันไว้เป็นประจำ ข้าคงถูกเมล็ดพันธุ์มารเกาะกินจนตายตกตามศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ ไปนานแล้ว"

เจียงเฉินพึมพำในใจ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง ที่แท้การที่หัวหน้าผู้ดูแลหลินแอบผสมไข่แมลงลงไปในยารวบรวมลมปราณก็เพื่อการนี้นี่เอง...

เจียงเฉินล้วงเอาเมล็ดพันธุ์มารที่แตกหน่อออกมา เอ่ยถามด้วยความสงสัย "หัวหน้าผู้ดูแลหลิน ของสิ่งนี้คืออะไรกันแน่ขอรับ ผู้อาวุโสเย่บอกว่ามันช่วยให้คนที่มีรากปราณชั้นเลวอย่างข้าสามารถบำเพ็ญเพียรได้รวดเร็วขึ้น นี่เป็นเรื่องจริงหรือขอรับ"

"เป็นเรื่องจริง"

"หากข้าไม่ถูกเมล็ดพันธุ์มารนี้เกาะกิน ตลอดชีวิตนี้ข้าก็คงไม่มีวันบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสร้างรากฐานชั้นที่เก้าได้หรอก"

"แล้วของสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่ขอรับ"

หัวหน้าผู้ดูแลหลินส่ายหน้า

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตาเฒ่านั่นไม่มีทางบอกข้าหรอก"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - ฝืนลิขิตฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว