เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ถ่ายทอดวิชาอาคม

บทที่ 23 - ถ่ายทอดวิชาอาคม

บทที่ 23 - ถ่ายทอดวิชาอาคม


บทที่ 23 - ถ่ายทอดวิชาอาคม

แสงอาทิตย์อัสดงอันริบหรี่แขวนตัวอยู่เหนือยอดหอฉี่เทียน ราวกับกำลังจะจมดิ่งลงสู่หอสูงตระหง่านแห่งนี้

เจียงเฉินวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงหน้าประตูหอฉี่เทียน ทว่าเพิ่งจะก้าวเท้าเตรียมเข้าไปในหออันเร้นลับ กระบี่บินสองเล่มก็พุ่งแทงมาจากซ้ายขวา ไขว้กันขวางหน้าเจียงเฉินไว้เพื่อสกัดกั้นทางเดิน

"หยุดอยู่ตรงนั้น!"

"หอฉี่เทียนไม่อนุญาตให้ผู้ใดบุกรุกโดยพลการ หากยังไม่ได้แจ้งล่วงหน้า!"

ศิษย์ผู้ดูแลหน้าตาขึงขังสองคนก้าวออกมา มือถือกระบี่บินตั้งท่าจะขับไล่เจียงเฉิน

"คารวะผู้ดูแลทั้งสอง ผู้น้อยคือศิษย์รับใช้เจียงเฉิน วันนี้โชคดีทะลวงด่านถึงขั้นสร้างรากฐานชั้นที่สามได้สำเร็จ จึงอยากมาขอเข้าพบผู้อาวุโสเย่เพื่อขอรับการถ่ายทอดวิชาอาคมขอรับ"

"ท่านผู้อาวุโสเย่กำลังเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ช่วงครึ่งเดือนนี้งดรับแขกทุกกรณี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการถ่ายทอดวิชาอาคมให้ศิษย์รับใช้ต้อยต่ำเช่นเจ้าเลย! กลับไปรอเสียเถิด อีกครึ่งเดือนค่อยมารับวิชาอาคม"

ครึ่งเดือนหรือ

เจียงเฉินร้อนรนแทบบ้า หากต้องรอถึงครึ่งเดือน ไข่แมลงในท้องของเขาคงฟักตัวเป็นตัวอ่อนไปนานแล้ว!

"เรียนท่านผู้ดูแล ผู้น้อยมีธุระร้อนรนจริงๆ ขอรับ ท่านพอจะอำนวยความสะดวก ช่วยเข้าไปแจ้งให้สักคราได้หรือไม่ขอรับ"

พูดจบเจียงเฉินก็ยื่นยารวบรวมลมปราณให้สองเม็ด

ศิษย์ผู้ดูแลทั้งสองเบิกตากว้างเป็นประกายเมื่อเห็นยารวบรวมลมปราณระดับสูง พวกเขารีบคว้าไปคนละเม็ด น้ำเสียงที่ใช้ก็พลันอ่อนโยนลง พวกเขาเอ่ยปลอบใจ "ศิษย์น้อง ท่านอาจารย์กำลังเก็บตัวอยู่ หากท่านไม่ได้เรียกหา พวกเราก็มิกล้าเข้าไปรบกวน เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน เจ้ากลับไปรอที่พักก่อน พวกเราจะคอยจับตาดูให้ หากท่านอาจารย์ออกจากด่านเมื่อใด พวกเราจะรีบไปแจ้งเจ้าทันที"

"เอ่อ..."

ใจของเจียงเฉินเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ร้อนรนจนถึงขั้นอยากจะฝ่าด่านบุกเข้าไปในหอฉี่เทียนให้รู้แล้วรู้รอด

"พวกเจ้าสองคนกำลังกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นอยู่อีกแล้วใช่หรือไม่"

น้ำเสียงกังวานใสของใครบางคนดึงดูดความสนใจของเจียงเฉิน เขาหันมองตามเสียง ก็เห็นหญิงสาวผมแดงผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินอย่างแช่มช้อยออกมาจากหอฉี่เทียน หญิงสาวผู้นี้มีรูปโฉมงดงามสะดุดตา การแต่งกายหรูหรา ไม่ได้ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งเช่นเหมียวอิ๋งอิ๋ง ทว่ากลับมีความเย้ายวนใจเฉกเช่นสตรีในโลกโลกีย์

"เรียนศิษย์พี่จ้าว พวกเรามิได้รังแกน้องชายท่านนี้เลยขอรับ เพียงแต่น้องชายท่านนี้ดึงดันจะขอเข้าพบท่านอาจารย์ให้ได้ แต่ท่านอาจารย์กำลังเก็บตัวอยู่ พวกเราจึงมิกล้าเข้าไปรบกวน พวกเรามิได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงผู้ใดเลยจริงๆ ขอรับ"

ศิษย์พี่จ้าวกวาดตามองเจียงเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เจ้าคือเจียงเฉินใช่หรือไม่"

เจียงเฉินประหลาดใจ "ศิษย์พี่รู้จักข้าด้วยหรือขอรับ"

"ข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์เอ่ยถึงเจ้า ในบรรดาศิษย์รับใช้ของสำนัก ท่านอาจารย์คาดหวังในตัวเจ้าไว้สูงมากทีเดียว"

"คาดหวังในตัวข้าสูงหรือขอรับ แต่ข้าเป็นแค่รากปราณเบญจธาตุนะขอรับ"

ศิษย์พี่จ้าวยิ้มหวานละมุน

"ศิษย์ที่ท่านอาจารย์ภูมิใจที่สุดก็มีรากปราณเบญจธาตุเช่นกัน ท่านอาจารย์มักจะพร่ำบอกเสมอว่ายามได้เห็นหน้าเจ้า ก็พานให้หวนนึกถึงศิษย์พี่หลินในวัยเยาว์ ทำให้ท่านอาจารย์คิดถึงความหลังยิ่งนัก ไปเถิด น้องชายเจียงเฉิน ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านอาจารย์เอง"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของเจียงเฉินก็หล่นวูบ เขาสัมผัสได้ว่าผู้อาวุโสเย่โปรดปรานศิษย์ที่ชื่อหลินเส้าฮวามากเพียงใด สิ่งนี้ทำให้เขาเริ่มหวาดหวั่น การที่ตนจะมาเปิดโปงความชั่วร้ายของหลินเส้าฮวาในวันนี้ ผู้อาวุโสเย่จะยอมรับฟังเขาหรือไม่

หากผู้อาวุโสเย่ไม่เชื่อข้าเล่า จะทำอย่างไรดี

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดหรอกนะ!

ต่อให้ผู้อาวุโสเย่เชื่อ แต่ด้วยความรักศิษย์จนหน้ามืดตามัว อาจจะอยากช่วยปิดบังความผิดให้ศิษย์รัก แล้วตัดสินใจฆ่าปิดปากข้าทิ้งเสียก็เป็นได้!

ใจของเจียงเฉินเต้นรัวเป็นกลองรบ

สู้ตายสักตั้ง! หากไม่ลองดูจะรู้ได้อย่างไร! หรือจะยอมกลับไปนั่งรอความตายเพราะธาตุไฟเข้าแทรกกันเล่า

เจียงเฉินเดินตามศิษย์พี่จ้าวเข้าไปในหอฉี่เทียน โครงสร้างภายในของหอสูงแห่งนี้ไม่ได้หรูหราอลังการอย่างที่เขาจินตนาการไว้ กลับดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งนัก

"ศิษย์พี่จ้าว ผู้อาวุโสเย่กำลังเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่มิใช่หรือขอรับ เราบุกเข้าไปตรงๆ เช่นนี้จะดีหรือขอรับ"

ศิษย์พี่จ้าวยิ้มรับ

"แท้จริงแล้วท่านอาจารย์มิได้เก็บตัวหรอก ท่านอาจารย์เป็นคนรักอิสระและสันโดษ หลายคราที่ท่านเกียจคร้านไม่อยากยุ่งเกี่ยววุ่นวายกับเรื่องจุกจิกของศิษย์สายนอก จึงมักจะอ้างว่าตนกำลังเก็บตัว พูดง่ายๆ ก็คืออู้งานนั่นแหละ"

ระหว่างที่อธิบาย ศิษย์พี่จ้าวก็พาเจียงเฉินเดินเข้ามาในโถงกว้างที่สว่างไสวไปด้วยแสงเทียน กลางโถงมีแท่นบูชารูปทรงคล้ายเจดีย์ตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นบูชามีโถอัฐิวางเรียงรายอยู่มากมาย เบื้องหน้าโถอัฐิเหล่านั้นมีป้ายวิญญาณตั้งสถิตอยู่

เปลือกตาของเจียงเฉินกระตุกยิกๆ

"นี่มัน..."

ศิษย์พี่จ้าวกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา "นี่คือเถ้ากระดูกของบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ธาตุไฟเข้าแทรกตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาล้วนเป็นศิษย์ที่ท่านอาจารย์คาดหวังไว้สูง และท่านอาจารย์ก็รักใคร่เอ็นดูพวกเขามาก น่าเสียดายที่พวกเขาใจร้อนอยากรุดหน้าเร็วเกินไป จึงทำให้ท่านอาจารย์ผู้เป็นคนหัวหงอกต้องมาส่งคนหัวดำอยู่ร่ำไป ท่านอาจารย์จึงนำเถ้ากระดูกของพวกเขามาตั้งเซ่นไหว้ไว้ที่นี่"

เจียงเฉินจ้องมองโถอัฐิที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเหล่านั้น เปลือกตาของเขายิ่งกระตุกรัวกว่าเดิม เขามองเห็นภาพหลอนว่าสักวันหนึ่งโถอัฐิของตนเองอาจจะถูกนำมาวางเซ่นไหว้บนแท่นบูชานี้ด้วยเช่นกัน

หลังจากเดินผ่านโถงเซ่นไหว้เถ้ากระดูก ศิษย์พี่จ้าวก็เปิดประตูห้องลับบานหนึ่งแล้วพาเจียงเฉินเข้าไป ผู้อาวุโสเย่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้องลับ กำลังเพ่งพินิจทำความเข้าใจภาพวาดบนผนัง

ภาพวาดบนผนังนั้น เจียงเฉินเพียงแค่ปรายตามองแวบเดียวก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง

"ท่านอาจารย์ เจียงเฉินบรรลุขั้นสร้างรากฐานชั้นที่สามแล้ว มารอรับการถ่ายทอดวิชาอาคมเจ้าค่ะ"

เมื่อได้ยินคำรายงาน ผู้อาวุโสเย่ที่กำลังดื่มด่ำกับภาพวาดก็ลุกขึ้นยืนทันที เขาสาวเท้าเข้ามาหาเจียงเฉินด้วยใบหน้าเปี่ยมเมตตาปรานี เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"ดีมาก ดีมากจริงๆ เข้าสำนักมาเพียงห้าเดือนก็บำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสร้างรากฐานชั้นที่สามได้ ข้าผู้เฒ่ามองคนไม่ผิดจริงๆ เจ้าเป็นไม้ชิ้นงามที่สามารถนำมาสลักเสลาได้ ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าหนูหลินเส้าฮวาเลย ว่ามาเถิด เจ้าอยากเรียนวิชาอาคมใด ข้าผู้เฒ่าล้วนถ่ายทอดให้เจ้าได้ทั้งสิ้น"

ผู้อาวุโสเย่สะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว ตำราวิชาอาคมสิบสองเล่มก็ลอยมาเรียงรายอยู่เบื้องหน้าเจียงเฉิน จุดประสงค์ที่เจียงเฉินมาที่นี่ในวันนี้มิใช่เพื่อเรียนวิชาอาคม แต่ในเมื่อตำราอาคมมาวางเรียงรายอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาก็จำต้องเลือกวิชาอาคมที่ตนต้องการไว้ก่อน

"วิชาเหินเวหา วิชาลูกไฟ วิชาม่านวารี วิชาบังคับสิ่งของ วิชาเคียวสายลม วิชาฟื้นฟู คาถาชำระใจ..."

"ผู้อาวุโสเย่ ข้าอยากเลือกวิชาเคียวสายลมขอรับ"

ผู้อาวุโสเย่หัวเราะเบาๆ

"หลินเส้าฮวาแนะนำให้เจ้าเลือกใช่หรือไม่ เรียนวิชาเคียวสายลมย่อมเป็นผลดีต่อการหลอมโอสถแน่ ช่วงนี้เจ้าเรียนรู้วิชาหลอมโอสถกับหลินเส้าฮวาเป็นอย่างไรบ้าง"

หัวใจของเจียงเฉินกระตุกวูบ ผู้อาวุโสเย่รู้ด้วยหรือว่าข้ากำลังเรียนวิชาหลอมโอสถกับหลินเส้าฮวา

"ไม่ต้องแปลกใจไป ที่เส้าฮวาสอนวิชาหลอมโอสถให้เจ้านั้น ก็เป็นเพราะได้รับอนุญาตจากข้าผู้เฒ่าเอง ศิษย์ของข้าคนนี้มีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมการทดสอบของศิษย์สายในมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่เส้าฮวาเป็นเด็กกตัญญู เขาอยากอยู่ช่วยข้าผู้เฒ่าแบ่งเบาภาระเรื่องการหลอมโอสถในเขตศิษย์สายนอกต่อไป จึงได้ผัดผ่อนเรื่องนี้มาหลายปี ทำให้เสียเวลาอนาคตของเขาไปไม่น้อย"

ผู้อาวุโสเย่ตบไหล่เจียงเฉินเบาๆ

"จงตั้งใจศึกษาวิชาหลอมโอสถกับเส้าฮวาให้ดี เมื่อเจ้าสำเร็จวิชาเมื่อใด เขาจะได้ปลีกตัวไปเข้าร่วมการทดสอบของศิษย์สายใน และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศิษย์สายในได้อย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อเขาจากไปแล้ว ตำแหน่งหัวหน้าผู้ดูแลหอหลอมโอสถย่อมตกเป็นของเจ้า!"

กล่าวจบ ผู้อาวุโสเย่ก็วาดนิ้วกลางอากาศชี้ไปยังตำรา "วิชาเคียวสายลม" ตัวอักษรที่จารึกอยู่ในตำราก็พลันเปล่งประกายสีทองลอยละล่องออกมา แล้วพุ่งวาบเข้าสู่ห้วงสมองของเจียงเฉิน

เพียงพริบตาเดียว เจียงเฉินก็เข้าใจเคล็ดวิชาการฝึกฝนเคียวสายลมอย่างปรุโปร่ง เขาร้องอุทานถึงความอัศจรรย์อยู่ในใจ

"ขอบพระคุณผู้อาวุโสเย่ที่เมตตาขอรับ!"

เจียงเฉินคุกเข่าโขกศีรษะแสดงความขอบคุณ ขณะเดียวกันในหัวก็เริ่มเรียบเรียงคำพูดอย่างไม่หยุดหย่อน คิดหาวิธีเปิดโปงความชั่วร้ายของหลินเส้าฮวาให้แนบเนียนที่สุด

"เจียงเฉินเอ๋ย การที่เจ้าสามารถบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสร้างรากฐานชั้นที่สามได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ในฐานะผู้มีรากปราณเบญจธาตุ การบำเพ็ญเพียรในระดับขั้นต่อไปจะยิ่งยากลำบากแสนสาหัส เจ้าคิดไว้หรือยังว่าจะก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางนี้เช่นไร"

ผู้อาวุโสเย่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กลิ่นหอมประหลาดอันคุ้นเคยพลันแผ่ซ่านไปทั่วห้องลับ

"ศิษย์ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ไว้เลยขอรับ..."

"รากปราณเบญจธาตุนั้น หากพึ่งพาเพียงการบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วงย่อมยากที่จะประสบความสำเร็จ"

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลินเส้าฮวาสามารถบำเพ็ญเพียรจนทะลวงถึงชั้นที่เก้าได้อย่างไร"

เจียงเฉินสัมผัสได้ถึงบรรยากาศในห้องลับที่เริ่มผิดปกติไปอย่างกะทันหัน

"ศิษย์ไม่ทราบขอรับ..."

ผู้อาวุโสเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

"เพราะเขาได้เลือกเส้นทางของเขาแล้ว"

"เลือกหรือขอรับ"

ฉับพลันนั้น ผู้อาวุโสเย่ก็ตวัดสายตาอันคมกริบจ้องเขม็งมาที่เจียงเฉิน

"ข้าผู้เฒ่าขอถามเจ้า ยารวบรวมลมปราณที่ข้าเคยมอบให้เจ้าในวันนั้น เจ้าไม่ได้กินมันลงไปใช่หรือไม่"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 23 - ถ่ายทอดวิชาอาคม

คัดลอกลิงก์แล้ว