เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - สยบโจวหมิง

บทที่ 40 - สยบโจวหมิง

บทที่ 40 - สยบโจวหมิง


บทที่ 40 - สยบโจวหมิง

เมื่อโจวหมิงได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมประหนึ่งแผนการสำเร็จลุล่วง "นับว่าเจ้ายังพอมีความกล้าอยู่บ้าง! ไปที่ลานประลองยุทธ์เดี๋ยวนี้!"

ณ ลานประลองยุทธ์ตระกูลโจว เวลานี้มีผู้คนหลั่งไหลมาชุมนุมกันอย่างเนืองแน่นหลังจากได้ยินข่าว แม้กระทั่งผู้อาวุโสบางคนที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นหน้าก็ยังแอบมาปรากฏตัวอยู่บนอัฒจันทร์แต่ไกล

การที่อัจฉริยะของตระกูลอย่างโจวหมิงต้องการจะท้าประลองกับศิษย์สายในนิกายชิงอวิ๋นผู้แย่งชิงโควตาสระปี้ปัวไป ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนรุ่นเยาว์อีกต่อไป แต่มันได้ดึงดูดความสนใจจากเหล่าเบื้องบนอีกด้วย

กลางลานประลอง โจวหมิงถือกระบี่ยาวที่สาดแสงสีน้ำหมึกพร้อมกับรอยกระเพื่อมจางๆ เอาไว้ในมือ เพียงแค่กระบี่ยังไม่ทันขยับ อากาศรอบด้านก็ชื้นแฉะและหนักอึ้งขึ้นมาแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันคือกระบี่อาคมธาตุน้ำระดับสูงที่หาได้ยากยิ่ง

บนร่างของเขาสวมใส่ชุดเกราะอ่อนสีฟ้าอ่อนที่มีแสงไหลเวียน แผ่กลิ่นอายการป้องกันอันแข็งแกร่งออกมา นับเป็นของวิเศษสำหรับป้องกันระดับสูงอีกชิ้นหนึ่ง!

แรงกดดันทางวิญญาณอันแข็งแกร่งของระดับรวบรวมลมปราณขั้นแปดช่วงต้นถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ปิดบัง มันถาโถมเข้ากดทับหลินมู่ราวกับกระแสน้ำขึ้น

"หยิบของวิเศษของเจ้าออกมา! อย่ามาหาว่าข้าใช้พลังบำเพ็ญเพียรและของวิเศษข่มเหงเจ้าก็แล้วกัน!" โจวหมิงชี้ปลายกระบี่เฉียงๆ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยอุปกรณ์เต็มยศบวกกับระดับพลังที่เหนือกว่า เขาจึงมั่นใจว่าตนเองอยู่ในจุดที่ไม่มีวันพ่ายแพ้

หลินมู่เงียบงันไม่พูดจา เพียงแค่เรียกกระบี่เหล็กกล้าสีเขียวออกมาอย่างเชื่องช้า

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอุปกรณ์ระดับสูงแบบครบชุดของอีกฝ่าย แสงสว่างจากกระบี่ของวิเศษระดับต่ำก็ดูหมองหม่นลงไปถนัดตา

"รับกระบี่!" โจวหมิงไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป เขาตวาดลั่น พลังวิญญาณธาตุน้ำอันมหาศาลภายในร่างระเบิดออก คลื่นสีฟ้าที่กระเพื่อมอยู่บนตัวกระบี่ไม่ใช่เพียงภาพลวงตาอีกต่อไป แต่มันแทบจะกลายร่างเป็นกระแสน้ำคลั่งที่จับต้องได้ มันหอบเอาพละกำลังอันมหาศาลถาโถมเข้าบดขยี้หลินมู่ประหนึ่งคลื่นยักษ์!

เคล็ดกระบี่เกลียวคลื่นซ้อนทับเมื่อถูกกระตุ้นด้วยพลังบำเพ็ญเพียรระดับขั้นแปด อานุภาพของมันก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน!

บรรดาศิษย์ตระกูลโจวที่ยืนมุงดูอยู่ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึก เสียงร้องอุทานดังระเบิดขึ้นในพริบตา!

บางคนถึงกับตกตะลึงจนใจหายวาบกับกลิ่นอายอันน่าครั่นคร้ามที่พุ่งเข้ามาปะทะหน้า จนก้าวเท้าถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว

แววตาของหลินมู่สงบนิ่งดั่งผิวน้ำ ทว่าภายในใจกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ช่องว่างของพลังบำเพ็ญเพียรและของวิเศษเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

เขาขยับเท้า ร่างกายพร่าเลือนจนมองไม่ชัด หลบหลีกระลอกคลื่นที่ทรงพลังที่สุดไปได้อย่างหวุดหวิด

ในเวลาเดียวกันเขาก็พยายามใช้กระบี่เหล็กกล้าสีเขียวแทงสวนกลับไปยังจุดอ่อนของกระบวนท่ากระบี่อีกฝ่าย

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกังวาน! หลินมู่รู้สึกได้ถึงแรงมหาศาลที่สะท้อนกลับมาจากตัวกระบี่ แขนของเขาชาหนึบ ร่างกายถูกกระแทกจนต้องถอยหลังไปหลายก้าวถึงจะทรงตัวได้!

พลังวิญญาณของอีกฝ่ายหนาแน่นเกินไป แม้จะหาจุดอ่อนเจอ แต่ด้วยพลังวิญญาณของขั้นหกช่วงปลายและของวิเศษระดับกลาง เขาก็ยังยากที่จะสลายพลังนั้นลงได้ง่ายๆ!

"มดปลวกรังแกต้นไม้ใหญ่!" โจวหมิงแค่นเสียงเย็น กระบวนท่ากระบี่เปลี่ยนแปรอีกครั้ง คลื่นน้ำทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ คลื่นลูกใหม่สูงกว่าคลื่นลูกเก่า พละกำลังและความเร็วพุ่งทะยานขึ้นอีกระลอก!

ประกายกระบี่กัดติดหนึบราวกับหนอนเกาะกระดูก บีบให้หลินมู่ต้องถอยหลบหลีกเป็นพัลวัน บางครั้งต้องฝืนรับการโจมตีตรงๆ ก็ดูจะตึงมือไม่น้อย สถานการณ์ดูจะตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ชมด้านล่างเริ่มส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาให้ได้ยิน แน่นอนว่าช่องว่างของระดับพลังที่ห่างชั้นกันขนาดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ มาชดเชยได้

บนอัฒจันทร์ยกสูง ผู้อาวุโสตระกูลโจวหลายคนมีสีหน้าเรียบเฉย มองไม่ออกว่ากำลังดีใจหรือโกรธเคือง หญิงชราผมขาวคนนั้นก็เพียงแค่เฝ้ามองอย่างเงียบๆ

ตั้งรับนานย่อมมีพลาดพลั้ง! โจวหมิงมองเห็นโอกาส ประกายความโหดเหี้ยมวาบผ่านดวงตา พลังวิญญาณในร่างถูกส่งเข้าไปในกระบี่ยาวจนหมดสิ้น แสงสีฟ้าบนตัวกระบี่สว่างจ้าพร้อมกับส่งเสียงร้องหึ่งๆ!

"กระบี่เกลียวคลื่นซ้อนทับสามชั้น!"

ครั้งนี้เงากระบี่สีฟ้าอันอัดแน่นสามสายแทบจะกลายร่างเป็นของจริง มันไม่ใช่ภาพลวงตาอีกต่อไป แต่คล้ายกับกระบี่คลื่นยักษ์ของแท้ทั้งสามเล่ม

พวกมันพกพาแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ฉีกกระชากอากาศ ปิดตายพื้นที่หลบหลีกทั้งหมดของหลินมู่ในรูปแบบสามเหลี่ยม แล้วฟาดฟันลงมาอย่างดุดัน! อานุภาพของมันรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้เป็นเท่าตัว!

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอคอยจุดจบ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีสังหารในครั้งนี้ แววตาของหลินมู่ก็เคร่งเครียดถึงขีดสุด

เขารู้ดีว่าหากพึ่งพาแค่กระบี่เหล็กกล้าสีเขียวและพลังวิญญาณของตนเอง ย่อมไม่มีโอกาสชนะอย่างแน่นอน!

แต่เขายังไม่อาจใช้ของวิเศษมาเอาชนะได้ มิฉะนั้นต่อให้ชนะ ในสายตาของพวกเบื้องบนตระกูลโจวก็มองว่าเขาพึ่งพาแค่สิ่งของภายนอกอยู่ดี

ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย หลินมู่ก็ทำการตัดสินใจได้อย่างฉับพลัน!

เขาปักกระบี่เหล็กกล้าสีเขียวลงบนพื้นเบื้องหน้า สองมือประสานอินอย่างรวดเร็ว! พลังสัมผัสเทวะทะลักทลายออกมาด้วยความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!

"เปิดค่ายกล!"

สิ้นเสียงตวาดต่ำๆ กระบี่สั้นสีเทาเงินสามเล่มที่ดูไร้ราคา ก็พุ่งทะยานออกมาจากถุงเก็บของข้างเอวพร้อมกับส่งเสียงร้องหึ่งๆ!

พวกมันไม่ได้พุ่งตรงไปหาโจวหมิง แต่มันพุ่งทะยานด้วยวิถีโคจรที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาด แยกย้ายออกไปสามทิศทางในเสี้ยววินาที ครอบคลุมทั้งตัวเขาและเงากระบี่อันบ้าคลั่งทั้งสามสายเอาไว้พร้อมกัน!

ในชั่วพริบตาตำแหน่งสามวิถีก็ถูกกำหนด อักขระขนาดจิ๋วจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในตัวกระบี่ก็สว่างวาบขึ้น กลิ่นอายของพวกมันเชื่อมโยงถึงกันในทันที ก่อให้เกิดพื้นที่สามเหลี่ยมที่มองไม่เห็นขึ้นมา!

ภายในพื้นที่นั้น แสงสว่างพลันบิดเบี้ยวพร่ามัว อากาศราวกับจะจับตัวแข็ง เงากระบี่วารีขนาดยักษ์สามสายที่เดิมทีมีกลิ่นอายดุดันและวิถีโจตีชัดเจน เมื่อหลุดเข้ามาในขอบเขตพลังที่มองไม่เห็นนี้

ความเร็วของพวกมันก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวเงากระบี่เองก็เริ่มบิดเบี้ยวสั่นไหว ราวกับจมลงไปในปลักโคลน แม้แต่แรงกดดันของพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ ก็ยังถูกก่อกวนและกระจายออกไปในระดับหนึ่ง!

นี่คือผลลัพธ์ในการกักขังศัตรูของค่ายกลกระบี่มายาสามวิถี!

"อะไรกัน!"

"นั่นมัน... ค่ายกลหรือ"

"เขาใช้กระบี่สร้างค่ายกลงั้นหรือ!"

ด้านล่างลานประลองพลันมีเสียงร้องอุทานด้วยความไม่อยากจะเชื่อดังขึ้นระงม! แม้กระทั่งผู้อาวุโสหลายคนที่อยู่บนอัฒจันทร์ ในดวงตาก็ยังเปล่งประกายเจิดจ้า ร่างกายโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย!

หญิงชราผมขาวเบิกตาที่ฝ้าฟางขึ้นอย่างกะทันหัน จ้องเขม็งไปยังกระบี่บินสามเล่มที่ดูหยาบกระด้างแต่กลับโคจรด้วยพลังอันลึกล้ำกลางลานประลอง!

โจวหมิงยิ่งตกใจจนหน้าถอดสี เขารู้สึกว่าการเชื่อมต่อสัมผัสเทวะกับกระบวนท่ากระบี่เกลียวคลื่นซ้อนทับสามชั้นเริ่มติดขัด ท่าไม้ตายที่เคยใช้ได้ผลเสมอมากลับคล้ายกับติดอยู่ในใยแมงมุมที่มองไม่เห็น อานุภาพลดฮวบ!

ภายในพื้นที่ค่ายกล ทัศนียภาพแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!

ในสายตาของโจวหมิงรวมไปถึงผู้ชมทุกคน ร่างของหลินมู่จู่ๆ ก็พร่าเลือน คล้ายกับมีเงามายาปรากฏขึ้นพร้อมกันสองสามร่างส่ายไปมาอยู่กลางลาน

ในเวลาเดียวกัน เสียงรอบข้างก็คล้ายกับถูกกั้นด้วยม่านน้ำ มันดังแว่วมาแต่ไกลและไม่ชัดเจน

สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ โจวหมิงรู้สึกว่ากระบี่คลื่นยักษ์ที่เขาฟาดฟันออกไป ราวกับฟาดลงไปในทะเล พลังถูกลิดรอนและกระจายออกไปเป็นชั้นๆ แม้แต่ทิศทางก็ยังคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย มักจะพลาดเป้าหมายที่เป็นร่างจริงของหลินมู่ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดอยู่เสมอ!

"ค่ายกลมายางั้นหรือ!" โจวหมิงตกใจสุดขีด เขารีบตั้งสติ พยายามใช้สัมผัสเทวะอันแข็งแกร่งเจาะทำลายภาพลวงตานี้

ทว่าสัมผัสเทวะของหลินมู่ก็ถูกควบแน่นจนเหนือล้ำกว่าคนในระดับเดียวกันไปมาก ผนวกกับความลี้ลับของค่ายกลกระบี่ พลังในการล่อลวงจิตใจที่สร้างขึ้นมาจะถูกทำลายได้ง่ายๆ เชียวหรือ

เขารู้สึกราวกับตกลงไปในเกลียวคลื่นที่ไร้จุดสิ้นสุด รอบด้านเต็มไปด้วยเงามายาของหลินมู่และแสงที่บิดเบี้ยว ทั้งการได้ยิน การมองเห็น หรือแม้แต่ประสาทสัมผัสทางวิญญาณล้วนถูกรบกวนอย่างหนัก

เขาจำเป็นต้องแบ่งสมาธิส่วนใหญ่ไปต่อต้านพลังลวงตาที่แทรกซึมเข้ามาทุกอณูขุมขน ทำให้จังหวะการโจมตีปั่นป่วน กระบวนท่ากระบี่ก็เริ่มเชื่องช้าและสะเปะสะปะ

ส่วนหลินมู่นั้นราวกับปลาที่แหวกว่ายในสายน้ำ ร่างกายของเขาภายใต้การปกปิดของค่ายกลกระบี่ยิ่งดูพลิ้วไหวคาดเดาได้ยาก

เขาไม่ฝืนรับการโจมตีอีกต่อไป หรือแม้แต่แทบจะไม่ออกกระบวนท่าโจมตีเลย เพียงแค่คอยรักษากลไกของค่ายกลกระบี่เอาไว้ และใช้กระบี่ชิงเฟิงปัดป้องการโจมตีอันสะเปะสะปะของอีกฝ่ายให้เบี่ยงเบนออกไปเป็นครั้งคราว

ผู้ชมด้านล่างต่างมองดูด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้าง

พวกเขาเห็นเพียงแค่โจวหมิงกำลังต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็นอยู่กับที่ แม้กระบวนท่ากระบี่ยังคงดุดันน่าเกรงขาม แต่ส่วนใหญ่กลับฟันลม ดูไร้ระเบียบแบบแผน

ส่วนหลินมู่กลับว่ายวนอยู่บริเวณขอบวงการต่อสู้ ดูเผินๆ เหมือนจะสบายๆ แต่หยาดเหงื่อที่ผุดซึมตรงขมับกลับเป็นตัวบ่งบอกว่าการรักษาค่ายกลกระบี่นี้กินพลังงานของเขาไปมหาศาล

นี่คือสงครามยืดเยื้อที่ไร้ซุ่มเสียง!

โจวหมิงยิ่งสู้ยิ่งอึดอัด ยิ่งสู้ยิ่งหวาดหวั่น! เขามีทั้งพลังขั้นแปดและของวิเศษระดับสูงอยู่ในมือ ทว่ากลับไร้ที่ให้ใช้กำลัง ราวกับว่าทุกดาบที่ฟาดฟันออกไปล้วนฟันโดนแต่อากาศ

ภาพลวงตาและการรบกวนที่อยู่รอบตัวคอยกัดกร่อนจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดงุ่นง่าน พลังวิญญาณถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว

"ไอ้บัดซบ! พังไปซะ!" ด้วยความโกรธเกรี้ยว โจวหมิงฝืนกระตุ้นกระบวนท่ากระบี่เกลียวคลื่นซ้อนทับสามชั้นอีกครั้ง!

เงากระบี่สีฟ้าขนาดมหึมาสามสายถูกบีบอัดจนเป็นรูปเป็นร่าง แต่ครั้งนี้ภายใต้การรบกวนของค่ายกลกระบี่มายา เงากระบี่กลับดูฟุ้งซ่าน วิถีโคจรก็ไม่แม่นยำเหมือนเคย

ในพริบตาที่เงากระบี่ถูกฟาดฟันออกไป ประกายความเย็นชาในดวงตาของหลินมู่ก็สว่างวาบ! สิ่งที่เขารอคอยก็คือจังหวะที่อีกฝ่ายระเบิดพลังเต็มพิกัดด้วยความร้อนรนจนเกิดช่องโหว่ทางจิตใจนี่แหละ!

เขาเร่งเร้าค่ายกลกระบี่อย่างสุดกำลัง! กระบี่เงามายาทั้งสามเล่มส่งเสียงร้องหึ่งๆ ดังสนั่น อานุภาพของภาพลวงตาพุ่งทะยานถึงขีดสุดในชั่วพริบตา!

โจวหมิงรู้สึกเพียงว่าในหัวมีเสียงวิ้งดังขึ้น ทัศนียภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยวอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมีหลินมู่นับไม่ถ้วนกำลังแสยะยิ้มเย็นชาอยู่พร้อมๆ กัน! เงากระบี่สามสายที่เขาฟาดฟันออกไป ในความรู้สึกที่บิดเบี้ยวของเขา มันกลับดูเหมือนจะม้วนตัวย้อนกลับมาหาเขาเสียเอง!

แม้เขาจะตระหนักได้ทันทีว่านี่คือภาพลวงตา แต่การสูญเสียการควบคุมจิตใจเพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็เพียงพอแล้ว!

ร่างของหลินมู่กลมกลืนไปกับเงามายา และไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเยื้องๆ โจวหมิงอย่างเงียบเชียบ!

เขาไม่ได้ใช้กระบี่ชิงเฟิง แต่ใช้นิ้วรวบเป็นรูปกระบี่ รวบรวมพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมดมารวมไว้ที่ปลายนิ้ว อาศัยจังหวะที่จิตใจของโจวหมิงถูกภาพลวงตาข่มขวัญ และพลังวิญญาณในร่างลดฮวบลงชั่วขณะเนื่องจากการฝืนระเบิดพลัง เขาจึงใช้นิ้วชี้แทงทะลุจุดตายที่กลางหลังของอีกฝ่าย!

การจิ้มดรรชนีในครั้งนี้ รวดเร็ว แม่นยำ และโหดเหี้ยม! แถมยังอยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนโดยสิ้นเชิง!

"อั่ก!"

แสงสีฟ้าจากเกราะอ่อนระดับสูงบนร่างของโจวหมิงทำงานโดยอัตโนมัติ มันป้องกันการทิ่มแทงทางกายภาพของดรรชนีกระบี่เอาไว้ได้ แต่พลังปราณทะลวงอันแหลมคมที่อัดแน่นกลับทะลวงผ่านการป้องกัน แล้วกระแทกเข้าไปในร่างของเขาอย่างจัง!

"อ๊าก!"

โจวหมิงร้องเสียงหลง เขารู้สึกเพียงว่ามีกระแสพลังแหลมคมทะลวงเข้าสู่ร่างกาย มันเข้าไปปั่นป่วนพลังวิญญาณที่กำลังพลุ่งพล่านในร่างของเขาในพริบตา เมื่อเลือดลมตีกลับ เขาก็ไม่อาจทรงตัวได้อีกต่อไป กระอักเลือดคำโตออกมาก่อนที่ร่างทั้งร่างจะพุ่งถลาไปข้างหน้า ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ดิ้นทุรนทุรายอยู่สองสามครั้งแต่ก็ลุกไม่ขึ้น!

เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บภายในไม่เบา สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือจิตใจของเขาได้รับความบอบช้ำอย่างหนักจากการถูกค่ายกลมายาโจมตีและถูกลอบจู่โจมอย่างกะทันหัน!

กระบี่เงามายาทั้งสามเล่มส่งเสียงร้องหึ่งๆ แผ่วเบา บินกลับมาอยู่ข้างกายหลินมู่ แสงสว่างของพวกมันหม่นหมองลง เห็นได้ชัดว่าสูญเสียพลังงานไปมหาศาลเช่นกัน

ใบหน้าของหลินมู่ซีดเผือด หอบหายใจถี่กระชั้น ทว่าท่วงท่ายังคงหยัดยืนอย่างผ่าเผย

ทั่วทั้งบริเวณเงียบเป็นเป่าสาก!

ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์อันแปลกประหลาดและน่าสั่นสะเทือนใจนี้

ไม่มีการปะทะกันอย่างดุเดือดสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ไม่มีการปะทะกันอย่างอลังการด้วยของวิเศษทั้งหมดที่มี โจวหมิงอัจฉริยะในระดับรวบรวมลมปราณขั้นแปด ผู้ครอบครองของวิเศษระดับสูงถึงสองชิ้น กลับพ่ายแพ้ให้กับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหกที่ใช้เพียงค่ายกลกระบี่ที่ดูธรรมดาๆ ค่อยๆ บั่นทอนจนจิตใจสูญเสียการควบคุม และถูกสยบลงด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวเช่นนี้น่ะหรือ!

ค่ายกลกระบี่อันแปลกประหลาดที่สามารถสร้างภาพลวงตาได้นั้น มันคืออะไรกันแน่!

บนอัฒจันทร์ยกสูง ผู้อาวุโสทุกคนต่างลุกพรวดขึ้นยืน ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ

หญิงชราผมขาวเบิกตาที่ฝ้าฟางขึ้นจนเกิดประกายแสงเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นางจ้องเขม็งไปยังกระบี่บินสีเทาเงินสามเล่มที่กำลังหมุนวนช้าๆ อยู่ข้างกายหลินมู่ พลางพึมพำกับตัวเอง ควบคุมค่ายกลด้วยลมปราณ... ใช้กระบี่เป็นรากฐาน พรสวรรค์ระดับนี้ ไหนเลยผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปจะเทียบติดได้ เมื่อพูดจบนางก็เผลอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง

ประกายความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่งปะทุขึ้นในแววตา ตราบใดที่เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานได้อย่างมั่นคง วันข้างหน้าการจะปกป้องตระกูลโจวของเราไปอีกร้อยปีก็ไม่ใช่ปัญหา! สิ่งที่ทุ่มเทให้เขาไปก่อนหน้านี้ไม่คุ้มค่าที่จะเอ่ยถึงเลย การลงทุนครั้งนี้ ตระกูลโจวเราได้กำไรมหาศาลแล้ว!

หลินมู่สูดลมหายใจเข้าลึกหลายครั้งเพื่อสงบทะเลลมปราณที่กำลังปั่นป่วน

เขาไม่ได้ปรายตามองโจวหมิงที่มีสภาพเละเทะและแววตาเลื่อนลอยอยู่บนพื้นเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะเอ่ยปากอย่างสงบนิ่ง "ถือว่าออมมือแล้ว"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - สยบโจวหมิง

คัดลอกลิงก์แล้ว