เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - ปริศนาเคล็ดวิชาชิงหลิง

บทที่ 22 - ปริศนาเคล็ดวิชาชิงหลิง

บทที่ 22 - ปริศนาเคล็ดวิชาชิงหลิง


บทที่ 22 - ปริศนาเคล็ดวิชาชิงหลิง

รอนแรมฝ่าฝุ่นลมกลับมาถึงนิกายชิงอวิ๋น หลินมู่กับหวังเสี่ยวซานมุ่งตรงไปยังหอภารกิจเพื่อส่งมอบงานทันที

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในหอ ผู้คนยังคงพลุกพล่านจอแจเช่นเคย ทั้งสองเดินไปที่หน้าต่างของโถงด้านข้างสำหรับส่งมอบภารกิจ ผู้ดูแลวัยกลางคนที่มีสีหน้าเรียบเฉยรับเอาป้ายหยกภารกิจและผลึกอสูรคางคกเหมันต์ปี้สุ่ยที่แผ่ไอเย็นจางๆ ทั้งห้าชิ้นไปตรวจสอบ

ผู้ดูแลตรวจนับจนครบถ้วน สายตากวาดมองสำรวจทั้งสองคน โดยเฉพาะระดับพลังรวบรวมลมปราณขั้นที่ห้าของหลินมู่ที่ทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย คล้ายจะแปลกใจที่พวกเขาลงมือทำภารกิจนี้สำเร็จได้ด้วยตนเอง ทว่าก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไร เพียงแต่จดบันทึกผลงานตามหน้าที่อย่างเป็นทางการ

"ผลึกอสูรคางคกสระปี้สุ่ยห้าชิ้น ภารกิจลุล่วง รางวัลคือสามสิบแต้มผลงาน" น้ำเสียงของผู้ดูแลราบเรียบไร้อารมณ์ เขาหยิบป้ายประจำตัวของทั้งสองมาวาดผ่านบนถาดหยกที่สลักลวดลายอักขระแสงสีเขียวเรืองรอง แวบเดียวแต้มผลงานก็ถูกบันทึกลงไปเรียบร้อย

หลินมู่รับป้ายคืนมา เขาลองใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบดูก็พบว่าภายในป้ายมีข้อมูลเล็กๆ เพิ่มขึ้นมาเป็นตัวเลข "สามสิบ" อย่างที่บอกจริงๆ

"ศิษย์พี่หลิน รับไปเถอะ" หวังเสี่ยวซานโอนแต้มผลงานสิบห้าแต้มของตนให้หลินมู่พร้อมเอ่ยอย่างจริงจัง นี่คือข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ที่พวกเขาตกลงกันไว้ล่วงหน้า

หลินมู่พยักหน้ารับแล้วเก็บป้ายประจำตัว ขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินจากไป เขากลับล้วงเอาผลึกอสูรสีน้ำเงินเข้มขนาดเท่าไข่นกพิราบที่แผ่ไอเย็นเยือกและเปล่งประกายวิญญาณเรืองรองออกมาจากถุงเก็บของ วางลงบนเคาน์เตอร์ราวกับไม่ได้ตั้งใจ

"ท่านผู้ดูแล ไม่ทราบว่าผลึกอสูรชิ้นนี้ทางสำนักรับซื้อหรือไม่ ราคาประมาณเท่าใดขอรับ"

ทันทีที่ผลึกอสูรขั้นกลางปรากฏขึ้น อุณหภูมิของอากาศรอบบริเวณก็คล้ายจะลดฮวบลงไปหลายส่วน พลังปราณเหมันต์อันบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ภายในดึงดูดสายตาของศิษย์หลายคนที่อยู่ใกล้เคียงให้หันมามองเป็นตาเดียว กระทั่งผู้ดูแลวัยกลางคนที่เอาแต่ทำหน้าตายมาตลอดยังเผลอฉายแววตาประหลาดใจออกมา

"ผลึกอสูรคางคกเหมันต์ระดับหนึ่งขั้นกลางงั้นหรือ" ผู้ดูแลหยิบผลึกอสูรขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด น้ำเสียงเริ่มมีความตื่นเต้นเจือปน "ของชิ้นนี้มีมูลค่าสูงกว่าผลึกอสูรระดับต่ำทั่วไปมากนัก ทางสำนักรับซื้อในราคาสิบแปดแต้มผลงาน หรือจะแลกเป็นหินวิญญาณระดับต่ำแปดสิบก้อนก็ได้"

ราคาที่เสนอมาทำเอาหัวใจของหลินมู่เต้นแรง มันเกินความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ ส่วนหวังเสี่ยวซานถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ

หลินมู่ข่มความดีใจไว้มิดชิด แสร้งทำเป็นใจเย็นแล้วเอ่ยตอบ "ผู้น้อยขอเลือกรับเป็นแต้มผลงานขอรับ"

ผู้ดูแลตวัดสายตามองหลินมู่ลึกซึ้ง คล้ายพยายามค้นหาความผิดปกติบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทว่าหลินมู่กลับมีสีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติ ผู้ดูแลจึงไม่ซักไซ้ให้มากความ เขาหยิบป้ายประจำตัวของหลินมู่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วโอนแต้มผลงานเพิ่มเข้าไปอีกแปดสิบแต้ม

ด้วยเหตุนี้ ป้ายประจำตัวของหลินมู่จึงมียอดแต้มผลงานพุ่งสูงถึงหนึ่งร้อยสิบห้าแต้ม! สำหรับศิษย์สายนอกหน้าใหม่ นี่ถือเป็นทรัพย์สมบัติก้อนโตเลยทีเดียว

ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาและสอดรู้สอดเห็นของศิษย์รอบด้าน หลินมู่เก็บป้ายประจำตัวอย่างเงียบเชียบก่อนจะรีบปลีกตัวออกจากหอภารกิจพร้อมกับหวังเสี่ยวซานอย่างรวดเร็ว

"ศิษย์พี่หลิน หนึ่งร้อยสิบห้าแต้มผลงานเชียวนะ!" จนกระทั่งเดินออกมาระยะหนึ่งแล้ว หวังเสี่ยวซานถึงกล้ากดเสียงต่ำเอ่ยด้วยความตื่นเต้น "คราวนี้รวยเละแน่! แลกยาลูกกลอนมาฝึกฝนได้ตั้งเยอะ!"

หลินมู่ยิ้มรับ ในใจลึกๆ เขาก็ดีใจไม่น้อยแต่ก็ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้ เขาหันไปกำชับหวังเสี่ยวซาน "ศิษย์น้องหวัง เรื่องสัตว์อสูรขั้นกลางห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจนำภัยมาสู่ตัวเราได้"

หวังเสี่ยวซานพยักหน้ารัวราวกับไก่จิกข้าวสาร "ศิษย์พี่วางใจได้ ข้าเข้าใจดี! เรื่องในวันนี้ออกจากปากท่านเข้าหูข้า จะไม่มีบุคคลที่สามล่วงรู้เป็นอันขาด!" เขารู้ดีถึงสัจธรรมที่ว่าการครอบครองของมีค่าย่อมนำพาความวิบัติมาสู่ตน

เมื่อแยกย้ายกันแล้ว หลินมู่ไม่ได้กลับไปยังเรือนไผ่เขียวในทันที เขาแวะไปที่ 'จุดแลกเปลี่ยน' ซึ่งตั้งอยู่ในโถงด้านข้างของหอภารกิจอีกครั้ง

บรรยากาศที่นี่เงียบสงบกว่าโซนรับภารกิจมากนัก บนผนังหยกขนาดมหึมาส่องแสงเรืองรอง แสดงรายการทรัพยากรมากมายที่สามารถใช้แต้มผลงานแลกเปลี่ยนได้ ทั้งยาลูกกลอน ของวิเศษ ยันต์ วัตถุดิบ แม้กระทั่งชิ้นส่วนคัมภีร์เคล็ดวิชาหรือสิทธิ์ในการเข้าใช้สถานที่ฝึกฝนเฉพาะกิจ

สิ่งของล่อตาล่อใจละลานตาไปหมด ทว่าตัวเลขแต้มผลงานที่ระบุไว้ด้านหลังก็ชวนให้ใจหายใจคว่ำไม่แพ้กัน

ของวิเศษระดับต่ำมักมีราคาหลักร้อยแต้มขึ้นไป ส่วนยาลูกกลอนคุณภาพดีหน่อยก็ตกขวดละหลายสิบแต้ม แต้มผลงานหนึ่งร้อยสิบห้าแต้มของหลินมู่ดูจะกลายเป็นเบี้ยหัวแตกไปถนัดตาเมื่ออยู่ที่นี่

เขาค้นหาอย่างละเอียด ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกแลกยาลูกกลอนที่เหมาะสมกับการบำเพ็ญเพียรในปัจจุบันของเขามากที่สุดสองชนิดด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน

'ยาควบแน่นปราณ' เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางเพื่อเพิ่มพูนระดับพลัง ฤทธิ์ยาค่อนข้างอ่อนโยน ราคาขวดละสิบห้าแต้มผลงาน (สิบเม็ด) เขาแลกมาสามขวด ใช้แต้มไปสี่สิบห้าแต้ม

'ยาหวนคืนพลัง' ใช้ฟื้นฟูพลังปราณอย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการต่อสู้หรือทำภารกิจ ราคาขวดละสิบแต้มผลงาน เขาแลกมาสองขวด ใช้แต้มไปยี่สิบแต้ม

จากนั้นเขาใช้แต้มผลงานอีกสามสิบแต้มแลกหินวิญญาณระดับต่ำมาหกสิบก้อน ทำให้ถุงหินวิญญาณที่แฟบไปนานกลับมาตุงอีกครั้ง

ส่วนแต้มผลงานยี่สิบแต้มสุดท้าย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจแลกสิทธิ์เข้าใช้ 'ห้องบำเพ็ญเพียรสายนอกห้องอี่' เป็นเวลาสิบสองชั่วยาม เขาเคยได้ยินมาว่าห้องบำเพ็ญเพียรของสำนักสร้างทับอยู่บนชีพจรวิญญาณขนาดย่อม ความเข้มข้นของพลังปราณในนั้นเหนือกว่าภายนอกมากนัก บางทีอาจช่วยให้เขาทะลวงคอขวดได้ง่ายขึ้น

พริบตาเดียวแต้มผลงานหนึ่งร้อยสิบห้าแต้มก็เหลือเพียงเศษเสี้ยว ทว่าทรัพยากรที่แลกมาได้นั้นเพียงพอที่จะสนับสนุนการบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วงของเขาไปได้อีกหนึ่งถึงสองเดือนเต็ม

เมื่อกลับมาถึงเรือนไผ่เขียวห้องปิ่งพร้อมทรัพยากรเต็มกระเป๋า หลินมู่รีบเปิดค่ายกลตัดขาดของห้องพักทันที เขานั่งขัดสมาธิลงบนเบาะรองนั่ง มองดูขวดยาและหินวิญญาณที่วางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกอุ่นใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

ภารกิจครั้งนี้แม้จะเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับก็ยิ่งใหญ่สมน้ำสมเนื้อ ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนทรัพยากรเฉพาะหน้า แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการได้ปะทะกับสัตว์อสูรขั้นกลาง ทำให้เขารู้สึกได้ว่าพลังปราณในร่างควบแน่นขึ้น ความเข้าใจในการโคจรเคล็ดวิชาชิงหลิงและการประยุกต์ใช้วิชาไหมพัวพันก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้นตามไปด้วย

เขาหยิบยาควบแน่นปราณออกมากลืนลงไปหนึ่งเม็ด ยาละลายทันทีที่เข้าปาก แปรเปลี่ยนเป็นพลังยาอันอ่อนโยนทว่าหนักแน่นซึมซาบไปทั่วแขนขาและกระดูก หลินมู่รีบรวบรวมสมาธิ โคจรเคล็ดวิชาชิงหลิงชักนำพลังยาให้ไหลมารวมกันที่จุดตันเถียนเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังปราณอันบริสุทธิ์

เวลาล่วงเลยไปอย่างเงียบเชียบท่ามกลางการบำเพ็ญเพียร ยาควบแน่นปราณหนึ่งขวดถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการใช้หินวิญญาณช่วยเสริมการฝึกฝนอย่างหรูหรา ระดับพลังของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง ฐานพลังระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกเริ่มแข็งแกร่งและก้าวเข้าสู่ขั้นกลางอย่างช้าๆ ทว่าหนักแน่น

อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับพลังเริ่มลึกล้ำขึ้น ความกังขาในใจของหลินมู่ก็เริ่มพองโตตามไปด้วย ปริศนาของ 'เคล็ดวิชาชิงหลิง' นั่นเอง!

วิชาที่ได้มาจากถ้ำธรรมดาๆ นี้นับว่าแปลกประหลาดเกินไป มันไม่ได้จัดอยู่ในธาตุใดธาตุหนึ่งในเบญจธาตุ พลังปราณที่บำเพ็ญเพียรออกมาได้นั้นทั้งเป็นกลางและอ่อนโยน ทว่ากลับบริสุทธิ์ผุดผ่องและเหนียวแน่นทนทานเป็นเลิศ หนำซ้ำยังมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถซ่อนเร้นได้มิดชิด ทั้งยังสามารถจำลองลักษณะเฉพาะของพลังปราณธาตุอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

ในการต่อสู้กับจ่าฝูงคางคกเหมันต์ปี้สุ่ยครั้งนี้ ในจังหวะชี้เป็นชี้ตายที่เขาระเบิดพลังทั้งหมดออกมา พลังปราณจากเคล็ดวิชาชิงหลิงได้แสดงพลังทำลายล้างชั่วพริบตาและความอึดทนทานที่เหนือล้ำกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกทั่วไปมากนัก หากไม่ใช่เพราะพลังนี้ เขาคงไม่มีทางแทงทะลุกะโหลกอันแข็งแกร่งของมันได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็มีรากวิญญาณเบญจธาตุที่ปะปนกันมั่วซั่วที่สุด ตามหลักแล้วความเร็วในการบำเพ็ญเพียรน่าจะเชื่องช้าเป็นเต่าคลาน การทะลวงคอขวดแต่ละครั้งควรจะยากเย็นแสนเข็ญ

แต่ตั้งแต่เริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาชิงหลิงเป็นต้นมา นอกจากตอนแรกที่รับรู้สัมผัสพลังปราณได้ช้าสักหน่อย หลังจากนั้นความรวดเร็วในการก้าวหน้าแม้จะไม่ได้รวดเร็วปานอัจฉริยะ แต่ก็รวดเร็วกว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพรสวรรค์ระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด บางทีอาจไม่ด้อยไปกว่าศิษย์ที่มีรากวิญญาณสองหรือสามธาตุเลยด้วยซ้ำ! การดูดซับยาลูกกลอนและหินวิญญาณก็ดูเหมือนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเป็นพิเศษ แทบไม่มีพลังยาเล็ดลอดสูญเปล่าเลย

"เคล็ดวิชาชิงหลิงนี้ ย่อมไม่ใช่เคล็ดวิชาธรรมดาแน่..." หลินมู่ลืมตาขึ้น เขาล้วงลึกเข้าไปในถุงเก็บของแล้วหยิบป้ายหยกที่บันทึก 'เคล็ดวิญญาณไม้เขียว' ซึ่งได้มาจากหอถ่ายทอดวิชาออกมา

เขานำป้ายหยกแปะไว้ที่หน้าผากแล้วส่งสัมผัสวิญญาณแทรกซึมเข้าไป วิธีการบำเพ็ญเพียรอันลึกล้ำซับซ้อนปรากฏขึ้นในห้วงสมอง นี่คือเคล็ดวิชาของแท้ที่ศิษย์สายนอกสายธาตุไม้ของนิกายชิงอวิ๋นเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ฝึกฝน มันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลและอ่อนโยน เปี่ยมล้นไปด้วยพลังแห่งชีวิต หากฝึกฝนจนถึงขั้นสูง รัศมีกระบี่จะถูกห่อหุ้มด้วยปราณพฤกษาแสงอี่มู่ อานุภาพร้ายกาจหาใช่น้อย

ทว่าเมื่อหลินมู่ลองพิจารณาเปรียบเทียบอย่างถี่ถ้วน เขากลับส่ายหน้าเบาๆ

เคล็ดวิญญาณไม้เขียวอาจจะถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่เมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาชิงหลิง มันกลับดูเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป

พลังปราณของเคล็ดวิชาชิงหลิงบริสุทธิ์ยิ่งกว่า เก็บงำความรู้สึกได้แนบเนียนกว่า และยัง... ลึกล้ำไพศาลยิ่งกว่า ราวกับว่าเคล็ดวิญญาณไม้เขียวเป็นเพียงลำธารใสสะอาดที่ไหลเอื่อย ทว่าเคล็ดวิชาชิงหลิงกลับเป็นมหาสมุทรที่ดูสงบนิ่งแต่ก้นบึ้งสุดหยั่งคาด

สิ่งใดกันที่อยู่เหนือกว่าเคล็ดวิชาสายนอกไปได้ เคล็ดวิชาสายในหรือ หรือว่าเคล็ดวิชาสืบทอดแกนกลาง หรือกระทั่ง... เคล็ดวิชาที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนทองคำขึ้นไปใช้ฝึกฝนกัน

แต่หากเป็นเคล็ดวิชาระดับสูงปานนั้น เหตุใดมันจึงถูกสลักทิ้งไว้บนผนังถ้ำนิรนามในป่าเขาลำเนาไพรเช่นนั้นเล่า อีกทั้งเมื่อฝึกฝนดูแล้ว นอกจากพลังปราณจะบริสุทธิ์และก้าวหน้าเร็วสักหน่อย ก็ดูเหมือนจะไม่มีลักษณะเด่นพิเศษอื่นใดอีก...

หลินมู่ขบคิดจนปวดหัวก็หาคำตอบไม่ได้ เขาเปิดอ่านป้ายหยกเคล็ดวิญญาณไม้เขียวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อนำมาเปรียบเทียบ ยิ่งทำให้เขามั่นใจในความไม่ธรรมดาของเคล็ดวิชาชิงหลิงมากขึ้น ทว่าก็ยิ่งสับสนงุนงงมากขึ้นเช่นกัน

"ดูท่า ความลับของเคล็ดวิชาชิงหลิงคงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต เมื่อบำเพ็ญเพียรจนแกร่งกล้าพอค่อยไปไขปริศนาก็แล้วกัน" เนิ่นนานผ่านไป หลินมู่ก็พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาพร้อมกับข่มความสงสัยเอาไว้ชั่วคราว

อย่างไรเสีย เคล็ดวิชานี้ก็นับเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ของเขา การที่มันสามารถชดเชยจุดด้อยเรื่องพรสวรรค์รากวิญญาณได้ก็นับเป็นที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดบนเส้นทางเซียนของเขาแล้ว

สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญเพียรอย่างแน่วแน่ ยกระดับพลังของตนให้เร็วที่สุด มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาสามารถยืนหยัดในนิกายชิงอวิ๋นได้อย่างมั่นคง และสามารถออกไปสำรวจโลกกว้างใหญ่เพื่อไขปริศนาที่รอคอยอยู่ได้

เขาหลับตาลงอีกครั้งพร้อมหยิบหินวิญญาณระดับต่ำออกมาสอดไว้ในมือ เคล็ดวิชาชิงหลิงเริ่มโคจรอย่างเชื่องช้า ละอองปราณลอยอวลอยู่รอบกาย ดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์แห่งการบำเพ็ญเพียรที่ตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยปริยาย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - ปริศนาเคล็ดวิชาชิงหลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว