เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ดวงตาของเซียน

บทที่ 14 ดวงตาของเซียน

บทที่ 14 ดวงตาของเซียน


บทที่ 14 ดวงตาของเซียน

ระหว่างทางกลับค่ายทหาร จู่ๆ ซึนาเดะก็ถามขึ้นว่า

“ริว ทำไมเธอถึงได้ใส่ใจครอบครัวสายเลือดอุซึมากินี้นักล่ะ? มีคนแบบพวกเขาตั้งเยอะแยะไปนะ”

จู่ๆ อุจิวะ ริว ก็ยิ้มออกมา

“เมื่อกี้นี้คุณไม่ได้สังเกตดูให้ดีใช่มั้ยล่ะครับ? ดวงตาของเด็กคนนั้นคือเนตรสังสาระในตำนานของเซียนหกวิถีเลยนะครับ”

“เนตรสังสาระ? มันคืออะไรน่ะ?”

ซึนาเดะรู้สึกงุนงง แน่นอนสิ เนตรสังสาระของมาดาระเป็นผลลัพธ์จากความบังเอิญหลังจากที่เขากัดเอาเนื้อส่วนหนึ่งของฮาชิรามะไป

นอกจากมาดาระและเซ็ตซึดำแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เงื่อนไขในการเบิกเนตรสังสาระเลย หลังจากเหตุการณ์ผนึกมารดา การต่อสู้ระหว่างอาชูร่าและอินทรา และช่วงเวลาอันยาวนานในยุคสงครามระหว่างรัฐ เนตรสังสาระก็แทบจะไม่เคยปรากฏขึ้นมาอีกเลย ด้วยเหตุนี้ จึงแทบจะไม่มีบันทึกใดๆ หลงเหลืออยู่ในตระกูลใหญ่เลย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อุจิวะ ริว อธิบายว่า

“ชั้นเคยอ่านผ่านๆ จากตำราโบราณของตระกูลอุจิวะ แล้วก็พวกตำนานปรัมปราต่างๆ น่ะครับ ซึ่งในนั้นมีการกล่าวถึงเนตรสังสาระเอาไว้”

ซึนาเดะพยักหน้า ไม่ได้แสดงความสงสัยอะไรมากนัก แต่เธอก็ยังคงถามต่อว่า

“ดวงตาของเซียนหกวิถีน่ะ มันทรงพลังมากเลยเหรอ?”

ริมฝีปากของอุจิวะ ริว ยกยิ้มขึ้น

“เด็กคนนั้นน่ะ ถ้าโตขึ้น เขาสามารถทำลายหมู่บ้านโคโนฮะได้ด้วยความคิดเพียงวูบเดียวเลยนะครับ แถมมันจะเป็นการสังหารหมู่แบบราบคาบเลยด้วย คุณเชื่อเรื่องนั้นมั้ยล่ะครับ?”

ม่านตาของซึนาเดะหดเล็กลงในพริบตา เธอหยุดเดินและหันไปมองอุจิวะ ริว เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ซึนาเดะก็ตระหนักได้ทันทีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

“ริว ชั้นว่าการส่งคนยี่สิบคนไปคุ้มกันครอบครัวของพวกเขากลับหมู่บ้านโคโนฮะมันยังอันตรายเกินไป ชั้นตั้งใจจะส่งโจนินตระกูลเซ็นจูไปสักห้าสิบ ไม่สิ หนึ่งร้อยนายไปคุ้มกันพวกเขา”

ซึนาเดะรีบพูดขึ้นทันที

มุมปากของอุจิวะ ริว กระตุก

“หนึ่งร้อยนาย แถมยังเป็นโจนินทั้งหมดเลยเหรอครับ? กองกำลังขนาดนั้นมันจะดึงดูดความสนใจมากเกินไปนะครับ อย่าลืมสิว่า ในแคว้นฝนไม่ได้มีแค่คนของหมู่บ้านโคโนฮะเราเท่านั้นที่อยู่ที่นี่นะ”

ซึนาเดะคิดตามและเห็นด้วย จากนั้นเธอก็ถามขึ้นอีกว่า

“ริว แล้วเธอคิดว่ากี่คนถึงจะเหมาะสมล่ะ?”

อุจิวะ ริว ยกนิ้วสองนิ้วไขว้กัน ซึนาเดะก็เข้าใจได้ทันที

“สิบคนงั้นเหรอ?”

“ถูกต้องครับ สิบคน เป้าหมายเล็กกว่า และโจนินสิบคนก็มากพอที่จะต้านทานทีมระดับสี่สิบคนได้สบายๆ ก่อนที่พวกเขาจะลงมือ จะมีใครรู้ล่ะครับว่าพวกเราส่งโจนินไป?”

อุจิวะ ริว ยิ้ม

ซึนาเดะพยักหน้า เธอเชื่อมั่นในการตัดสินใจของอุจิวะ ริว อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ โจนินเซ็นจูสิบคนจึงถูกส่งไปคุ้มกันครอบครัวของอุซึมากิ นางาโตะ ก่อนออกเดินทาง นางาโตะถึงกับจุ๊บแก้มของอุจิวะ ริว และโบกมือลาด้วย!

อุจิวะ ริว ยิ้มบางๆ และกล่าวอำลาเขา

เว้น 1 บรรทัด

หลังจากพักผ่อนได้สามวัน จดหมายฉบับหนึ่งก็ส่งมาถึง ซึนาเดะเปิดมันออกและเห็นว่าเป็นลายมือของอุซึมากิ มิโตะ:

“ซึนาเดะน้อย ขอบใจนะที่ยังนึกถึงคุณย่า ครอบครัวนั้นเดินทางมาถึงอย่างปลอดภัยแล้วล่ะ นางาโตะเป็นเด็กที่ฉลาดมาก พรสวรรค์ก็ยอดเยี่ยม แถมยังน่ารักน่าเอ็นดูสุดๆ เลย”

“ย่าได้ยินจากคนในตระกูลว่าครั้งนี้หน่วยของหลานแทบไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายเลย ทำได้ดีมากจ้ะ หมั่นสังเกตให้ดีๆ ถามให้เยอะๆ แล้วก็รับฟังความเห็นจากผู้บัญชาการของหลานด้วยล่ะ”

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของซึนาเดะก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ดูเหมือนว่าคนในตระกูลที่กลับไปจะเล่าทุกอย่างให้คุณย่าของเธอฟังหมดแล้ว

“สุดท้ายนี้ ซึนาเดะน้อย สนามรบไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ ระมัดระวังตัวในทุกๆ ที่ ปรึกษาหารือกันให้ละเอียด โดยเฉพาะความเห็นของริว ย่าจะรออยู่ที่บ้านให้พวกหลานทั้งสองคนกลับมาอย่างปลอดภัยนะ ย่าจะเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้รอจ้ะ!”

ข้อความของอุซึมากิ มิโตะ จบลงเพียงเท่านี้ ซึนาเดะยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น ตอนนั้นเอง อุจิวะ ริว ก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

“คุณซึนาเดะ นั่นอะไรเหรอครับ?”

จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นจดหมายในมือของเธอและเข้าใจได้ในทันที

“จดหมายจากทางบ้านมีค่าดั่งทองหมื่นชั่ง เป็นจดหมายจากคุณมิโตะใช่มั้ยครับ?”

อุจิวะ ริว หาเก้าอี้แล้วนั่งลง หลังจากพักผ่อนมาสามวัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็เริ่มเชื่อใจในการปฏิบัติตัวของกองทัพพวกเขา ภายใต้การนำของผู้ใหญ่บ้าน พวกเขาได้ให้เช่าพื้นที่สำนักงานและลานกว้างสำหรับตั้งเต็นท์

ด้วยเหตุนี้ อุจิวะ ริว และซึนาเดะจึงสามารถใช้ที่นี่หารือเรื่องกิจการทหารได้ เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา ซึนาเดะก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับรอยยิ้มและยื่นจดหมายให้เขา

“นี่ อ่านดูสิ คุณย่ากำลังชมเธออยู่นะ บอกให้ชั้นฟังเธอให้มากๆ ด้วย แล้วก็นางาโตะกับครอบครัวก็เดินทางถึงหมู่บ้านโคโนฮะอย่างปลอดภัยแล้ว ตอนนี้พักอยู่ที่บ้านนั่นแหละ ทีนี้เธอก็หมดห่วงได้แล้วนะ!”

ซึนาเดะอารมณ์ดีมาก แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งต่อสู้มาได้แค่สามวัน แต่มันกลับรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปช้ามาก ประสาทของเธอต้องตึงเครียดอยู่ทุกวัน

ตอนนี้ จดหมายจากทางบ้านฉบับนี้ได้ช่วยปลอบประโลมความรู้สึกว้าวุ่นของเธอ อุจิวะ ริว รับจดหมายมาและอ่านอย่างละเอียด ริมฝีปากของเขายกยิ้มขึ้น ไม่สามารถซ่อนความดีใจไว้ได้

“คุณมิโตะก็ชมคุณซึนาเดะเรื่องวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมเหมือนกันนะครับ ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ ชั้นก็คงไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือหรอกครับ”

อุจิวะ ริว พูดพร้อมกับรอยยิ้ม

“คุณย่าบอกให้เธอเรียกท่านว่า ‘คุณย่า’ ตรงๆ ได้เลย ทำไมเธอยังเรียกท่านว่า ‘คุณมิโตะ’ อยู่อีกล่ะ?”

ซึนาเดะแค่นเสียงขึ้นจมูก

อุจิวะ ริว ลุกขึ้นยืนและกดหลังของเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้

“คุณมิโตะเป็นผู้อาวุโส เป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพยกย่องมากที่สุดในหมู่บ้านโคโนฮะนะครับ อีกอย่าง ตอนนี้พวกเราก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านด้วย เรียกท่านว่าคุณมิโตะไปก่อนจะดีกว่าครับ”

ซึนาเดะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและก็เห็นด้วย ท้ายที่สุดแล้ว ที่นี่ก็คือศูนย์บัญชาการ แถมยังมีทหารยามยืนอยู่ข้างนอกอีกสองคน

แต่เมื่อกี้นี้ริวทำอะไรลงไปเนี่ย? เขาเอามือวางบนแขนของเธอแล้วก็กดเธอลงบนเก้าอี้! เขากล้าดียังไง!

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปเลยของเขา มันก็ดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจ เอาเถอะ เธอจะยกโทษให้เขาก็ได้ แต่ฝ่ามือของริวมันช่างอบอุ่นเหลือเกิน ในเสี้ยววินาทีนั้น ความคิดในหัวของซึนาเดะก็แล่นพล่านไปหมด

อุจิวะ ริว ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราว เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานของซึนาเดะแล้วโน้มตัวลง

เมื่อมองดูแผนที่ อุจิวะ ริว ก็ครุ่นคิด เมื่อวานนี้ นินจาลาดตระเวนจากกองกำลังของโอโรจิมารุและจิไรยะเดินทางมาถึงหมู่บ้าน โดยบอกว่าพวกเขาจะมาสมทบกันในวันนี้ และสถานที่นัดพบก็คือที่นี่

พอมาคิดดูตอนนี้ พวกเขาก็น่าจะมาถึงกันแล้ว จังหวะที่ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว ทหารยามที่หน้าประตูก็เปิดประตูเข้ามาและรายงานตัว โดยคุกเข่าลงข้างหนึ่ง:

“ท่านริว คุณซึนาเดะ กองกำลังของท่านโอโรจิมารุและท่านจิไรยะกำลังรออยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านครับ”

หลังจากพูดจบ พวกเขาก็ยังคงคุกเข่าอยู่เพื่อรอรับคำสั่ง ซึนาเดะลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไป แต่อุจิวะ ริว ก็รีบหยุดเธอไว้

“คุณซึนาเดะ กองกำลังของเรามีกำลังพลเต็มอัตราศึก การรวมตัวกันครั้งนี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการตัดสินใจเลือกผู้บัญชาการสูงสุด ตอนนี้ ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือคุณจะได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการสูงสุด ถ้าคุณออกไปต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเอง มันจะลดทอนอำนาจความน่าเกรงขามของคุณลงไปนิดหน่อยนะครับ”

“ชั้นรู้ว่าคุณให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ฉันศิษย์ร่วมอาจารย์ แต่คุณต้องลงแข่งเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดในศึกครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่ออำนาจทางการเมืองของคุณ หรือเพื่อความปลอดภัยของกองกำลังเซ็นจู ตอนนี้คุณต้องสงวนท่าทีเอาไว้ให้มั่นคงครับ”

คำพูดของอุจิวะ ริว ทำเอาซึนาเดะเผยอปากเล็กน้อย เธอไม่ทันได้ตระหนักเลยว่าแค่การออกไปทักทายต้อนรับง่ายๆ จะมีความสำคัญมากถึงขนาดนี้

“ถ้าอย่างนั้น ริว ชั้นควรจะทำยังไงดีล่ะ?”

ซึนาเดะเอ่ยถาม เธอรู้ดีว่าที่อุจิวะ ริว ทำแบบนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวเธอเอง

อุจิวะ ริว พูดอย่างใจเย็น

“แค่นั่งอยู่ตรงนี้ก็พอครับ”

ขณะที่พูด เขาก็ชี้ไปที่เก้าอี้ตำแหน่งประธานในห้องทำงาน จากนั้นก็เสริมว่า

“หลังจากนั้น ชั้นจะเป็นคนออกไปต้อนรับท่านจิไรยะกับโอโรจิมารุเอง คุณแค่รออยู่ที่นี่ก็พอครับ”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซึนาเดะก็ส่ายหน้า

“ไม่เอาหรอก ท้ายที่สุดแล้วพวกเราสามคนก็เป็นศิษย์ร่วมสำนักกันนะ มันคงจะดูไม่ดีถ้าชั้นไม่ออกไปต้อนรับพวกเขาน่ะ”

อุจิวะ ริว อ้าปากเตรียมจะค้าน แต่สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจ เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา บางทีนี่อาจจะเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างสามนินจาในตำนานก็ได้

เขาไม่ได้พยายามจะโน้มน้าวเธอต่อ และเลือกที่จะเดินตามซึนาเดะไปยังทางเข้าหมู่บ้านเพื่อต้อนรับโอโรจิมารุและจิไรยะแทน

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

จบบทที่ บทที่ 14 ดวงตาของเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว