เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ห้ามถอนหมั้นเด็ดขาด

บทที่ 4 - ห้ามถอนหมั้นเด็ดขาด

บทที่ 4 - ห้ามถอนหมั้นเด็ดขาด


บทที่ 4 - ห้ามถอนหมั้นเด็ดขาด

★★★★★

"คุณหนูใหญ่ นายหญิงเห็นว่าเมื่อตอนกลางวันท่านตกใจขวัญเสีย จึงจงใจให้บ่าวชรานำยาต้มสงบจิตมาให้ และกำชับว่าต้องดูท่านดื่มจนหมดจะได้นอนหลับอย่างสบาย" แม่นมหลี่แสยะยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาพลางเอ่ยขึ้น

หญิงรับใช้ร่างบึกบึนอีกสองคนรีบก้าวเข้ามาประกบซ้ายขวา หวังจะจับตัวเวินเนี่ยนซูเพื่อกรอกยาบังคับให้ดื่ม

ลวี่จูตกใจจนหน้าซีดเผือด รวบรวมความกล้าเข้าไปขวางพวกนางไว้ น้ำตาร่วงเผาะด้วยความร้อนใจ

"คุณหนูของบ่าวเข้านอนแล้ว ไม่ต้องการยาต้มสงบจิตใดๆ ทั้งนั้น แม่นมโปรดกลับไปเถอะ"

แต่เรือนร่างบอบบางของนางหรือจะสู้แรงของหญิงรับใช้ร่างยักษ์ได้ เพียงแค่ผลักเบาๆ สองสามทีนางก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปแล้ว

"คุณหนู! อย่าดื่มนะเจ้าคะ!"

เวินเนี่ยนซูมองดูยาต้มสงบจิตที่ส่งกลิ่นฉุนกึก แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพาดผ่านดวงตาไปอย่างรวดเร็ว

นี่มันยาต้มสงบจิตที่ไหนกัน นี่มันยาใบ้ผสมกับยาสลายเรี่ยวแรงชัดๆ

อนุหลิวคิดจะทำให้นางกลายเป็นคนพิการที่พูดไม่ได้และไร้เรี่ยวแรงก่อนวันออกเรือน เพื่อจะได้ระบายแค้นและไม่กระทบต่อหน้าที่ตัวตายตัวแทนของนางด้วย

"ยาๆ! ขมๆ! หนูไม่กินของขม!" เวินเนี่ยนซูแสดงสีหน้าต่อต้านสุดขีด กรีดร้องแล้วกระโดดลงจากเตียงพังๆ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทั่วห้องราวกับคนเสียสติ

"เรื่องนี้เจ้าเลือกไม่ได้! จับตัวนางไว้!"

หญิงรับใช้สองคนพุ่งเข้าไปจับตัว

ห้องนี้ทั้งคับแคบและทรุดโทรมอยู่แล้ว เวินเนี่ยนซูแกล้งวิ่งชนโน่นชนนี่ด้วยความหวาดกลัว

โครม!

นางชนโต๊ะพังๆ จนล้มคว่ำ ชามกระเบื้องบิ่นกับหม้อดินเผาแตกกระจายเกลื่อนพื้น น้ำขุ่นมัวไหลเจิ่งนอง

แคว่ก!

นางแกล้งทำเป็นเผลอดึงเศษผ้าขี้ริ้วที่แขวนอยู่ตรงมุมผนังร่วงลงมา ทำให้ตะกร้าเปล่าหลายใบที่ซ้อนอยู่ด้านหลังล้มระเนระนาด

พวกหญิงรับใช้ทำอะไรนางไม่ได้เลย

ท่ามกลางความโกลาหลเละเทะ เวินเนี่ยนซูทำทีเหมือนถูกเศษกระเบื้องบนพื้นทำให้ตกใจ กรีดร้องแล้วพุ่งตัวไปทางแม่นมหลี่

"แม่นม! มีแมลง! แมลงตัวเบ้อเริ่มจะกัดเท้าหนู!"

แม่นมหลี่ไม่ทันตั้งตัว ถูกนางชนจนเซถลาเกือบหน้าคะมำ

และในวินาทีที่เวินเนี่ยนซูชนเข้ากับร่างนั้น ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็จิ้มเข้าที่จุดเส้นประสาทตรงข้อศอกของแม่นมหลี่อย่างแรงจนแทบมองไม่ทัน

"โอ๊ย!" แม่นมหลี่แขนชาหนึบ ถ้วยยาใบ้ในมือซ้ายร่วงหลุดจากมือ

ถ้วยยาร่วงหล่นลงมาอย่างแม่นยำ กระแทกเข้าที่หลังเท้าของหญิงรับใช้คนข้างๆ พอดี

น้ำยาร้อนลวกผสมกับเศษกระเบื้องบาด ทำให้หญิงรับใช้คนนั้นแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กระโดดโหยงกุมเท้าตัวเองไว้

ส่วนยาสลายเรี่ยวแรงอีกถ้วยก็ถูกเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ทำให้หกกระฉอกไปกว่าครึ่ง

"แมลง! แมลงตัวเบ้อเริ่มกระโดดเกาะตัวแม่นมแล้ว! มันกัดแม่นม! แม่นมรีบตีแมลงเร็วเข้า!"

เวินเนี่ยนซูชี้ไปที่ไหล่ของแม่นมหลี่ กรีดร้องโวยวายด้วยความหวาดผวา โบกไม้โบกมือราวกับเห็นของน่ากลัวเข้าจริงๆ

แม่นมหลี่ถูกนางตะโกนใส่จนขนหัวลุกชัน สัญชาตญาณสั่งให้รีบตบไหล่ตัวเอง แต่เพราะออกแรงมากไป แขนเสื้อจึงไปปัดโดนถ้วยยาที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวในมือของหญิงรับใช้ข้างๆ จนคว่ำลง

เพล้ง!

ยาสลายเรี่ยวแรงครึ่งถ้วยที่เหลือพังพินาศ หกเลอะเทอะเต็มพื้น กลิ่นฉุนกึกคลุ้งไปทั่วบริเวณ

"ไม่ได้เรื่อง! พวกไร้ประโยชน์!" แม่นมหลี่มองดูสภาพเละเทะบนพื้น โกรธจนตัวสั่นเทา

นังโง่นี่เวลาคลุ้มคลั่งขึ้นมาไม่สามารถควบคุมได้เลย หากขืนอยู่ต่อ ตัวนางเองนั่นแหละที่จะซวยไปด้วย

"ฮึ! นังคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พวกเรากลับ" แม่นมหลี่ถลึงตาใส่เวินเนี่ยนซูอย่างเคียดแค้น แล้วเดินหนีหางจุกตูดกลับไป

ลวี่จูมองดูเศษกระเบื้องและคราบยาบนพื้น สลับกับมองคุณหนูที่ยังตัวสั่นด้วยความกลัว นางลูบอกตัวเองด้วยความโล่งอกปนหวาดเสียว รีบเข้าไปเก็บกวาด

"คุณหนูไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ พวกนางไม่กล้ามาแล้ว"

เวินเนี่ยนซูก้มหน้า มุมปากยกยิ้มเย็นชาขึ้นมา

เธอเงยหน้ามองความมืดมิดนอกหน้าต่าง เวลาที่จะก้าวเข้าสู่กระดานมรณะของการแต่งงานแทน ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวันหนึ่งคืน

~

"เจ้าว่าอะไรนะ คนตั้งสามคนยังจัดการกับนังโง่คนเดียวไม่ได้ พวกไร้ประโยชน์ ข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าไว้ทำไม!"

อนุหลิวมองดูสภาพสะบักสะบอมของแม่นมหลี่และพวก โกรธจนเจ็บแปลบที่หน้าอก

แม่นมหลี่คุกเข่าดังตุ้บ "นายหญิง นังโง่นั่นไม่รู้เป็นอะไรถึงไม่ยอมให้รังแกง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน ช่างอาถรรพ์นัก บ่าวชราเห็นว่าหรืออาจจะมีผีสาง..."

อนุหลิวตวัดสายตาขวางใส่

"หุบปาก เดิมทีข้าคิดจะปล่อยให้นังแพศยานั่นไปตายที่จวนผู้สำเร็จราชการ แต่ดูท่าแล้วจะปล่อยให้มันตายสบายๆ ไม่ได้ เลิกพูดเรื่องนี้แล้วถอยไปซะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง"

อนุหลิวเฝ้าอยู่ในห้องของเวินหรูเยว่ตลอดทั้งคืน มองดูลูกสาวไข้ขึ้นสูงและละเมอด้วยความเจ็บปวดทรมาน ความเกลียดชังที่มีต่อเวินเนี่ยนซูในใจก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด

พอฟ้าเริ่มสาง นางก็แต่งตัวอย่างประณีต สวมหน้ากากแห่งความเศร้าโศก เดินทางไปที่ห้องหนังสือของอัครเสนาบดีเวินเฉิงเหนียน

"นายท่าน! ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้เยว่เอ๋อร์นะเจ้าคะ!"

อนุหลิวยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ย น้ำตาก็ไหลพราก นางคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นฟ้องร้อง

"เด็กซูเอ๋อร์คนนั้น... นาง... นางบ้าไปแล้ว! เมื่อวานไม่รู้เป็นอะไรจู่ๆ ก็คลุ้มคลั่ง ใช้ปิ่นทองกรีดหน้าเยว่เอ๋อร์จนเละเทะไปหมดเจ้าค่ะ

บาดแผลนั่นลึกจนเห็นกระดูก ท่านหมอบอกว่า... บอกว่าเกรงจะ... เกรงว่าจะเสียโฉมไปตลอดกาล! ฮือๆๆ... เยว่เอ๋อร์ของข้า ต่อไปนางจะใช้ชีวิตอย่างไร"

อนุหลิวชูฝ่ามือที่ถูกจิกจนเป็นแผลเมื่อวาน ซึ่งตอนนี้ปิดพลาสเตอร์ยาเอาไว้ ร้องไห้จนแทบขาดใจ

"ข้าเห็นใจจึงคิดจะเข้าไปปลอบประโลมซูเอ๋อร์ แต่นางกลับ... กลับข่วนข้าจนเป็นแผล... นายท่าน ซูเอ๋อร์โง่งมมาหลายปี ข้าไม่เคยทารุณกรรมนางเลย แต่ตอนนี้นนางกลับลงมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้

ข้าทั้งปวดใจแทนเยว่เอ๋อร์ และกลัวว่าอาการคลุ้มคลั่งของนางเช่นนี้ มะรืนนี้นางจะขึ้นเกี้ยวไปจวนผู้สำเร็จราชการได้อย่างไร

หากล่วงเกินท่านอ๋องเข้า จวนอัครเสนาบดีของเรา... จวนอัครเสนาบดีของเราต้องเจอภัยพิบัติใหญ่หลวงแน่เจ้าค่ะ!"

เวินเฉิงเหนียนเดิมทีกำลังตรวจฎีกาอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นขวับ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น

ภาพจำที่เขามีต่อเวินเนี่ยนซูบุตรสาวคนโตผู้โง่งมนั้นเลือนลางไปนานแล้ว จำได้เพียงว่าเป็นตัวภาระที่ไม่ได้เรื่องและทำให้จวนอัครเสนาบดีต้องอับอายขายหน้า

วินาทีที่ได้ยินว่าเวินเนี่ยนซูกล้าทำลายโฉมหน้าของบุตรสาวคนรองผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและสติปัญญา เปลวเพลิงแห่งความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันที

"บังอาจนัก!" เวินเฉิงเหนียนตบโต๊ะเสียงดังลั่น จนพู่กันและแท่นหมึกสะเทือน

"นังลูกทรพี โง่งมก็แล้วไปเถอะ นี่ยังกล้าทำร้ายคนอย่างโหดเหี้ยมอีก! หน้าของเยว่เอ๋อร์... จริงหรือนี่..." เขามองไปทางอนุหลิว แววตาเต็มไปด้วยความปวดใจ

"เป็นความจริงทุกประการเจ้าค่ะนายท่าน! เยว่เอ๋อร์ตอนนี้ยังนอนซมไม่ได้สติ สั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด ท่านลองไปดูด้วยตาตัวเองเถิด!" อนุหลิวร้องไห้คร่ำครวญน่าเวทนายิ่งขึ้น

"ข้าเห็นว่า ด้วยหน้าตาของนายท่าน เราไปขอถอนหมั้นดีหรือไม่ สตรีผู้นี้จะให้แต่งเข้าจวนผู้สำเร็จราชการไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะต้องนำหายนะมาสู่จวนอัครเสนาบดีทั้งมวลเป็นแน่"

ขอเพียงให้เวินเนี่ยนซูรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป นางก็มีสารพัดวิธีที่จะทรมานมัน อนุหลิวมองเวินเฉิงเหนียนด้วยสายตาคาดหวัง

"ไม่ได้ นี่ยังไม่พูดถึงว่างานแต่งนี้เป็นพระราชเสาวนีย์ของพระพันปีหลวง ผู้สำเร็จราชการมีอำนาจล้นฟ้า แม้สุขภาพจะอ่อนแอไปบ้างและมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต แต่ในสายพระเนตรขององค์จักรพรรดิ ผู้สำเร็จราชการคือเสาหลักของแคว้นเฉาหยาง

ขอเพียงจวนอัครเสนาบดีได้เกี่ยวดองกับจวนผู้สำเร็จราชการ ฐานะของจวนเราก็จะยิ่งสูงส่งขึ้นไปอีก

ต่อให้ซูเอ๋อร์ต้องตายในจวนผู้สำเร็จราชการ ก็ถือว่านางได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าแล้ว จนถึงวันตาย เวินเฉิงเหนียนผู้นี้ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาของผู้สำเร็จราชการ เพราะฉะนั้นจะถอนหมั้นไม่ได้เด็ดขาด"

เมื่อเห็นว่าแผนการล้มเหลว อนุหลิวก็รู้สึกเจ็บใจ "นายท่าน! แล้วเยว่เอ๋อร์ของเราล่ะเจ้าคะ จะปล่อยให้นางนอนเจ็บตัวฟรีๆ แบบนี้หรือ"

เวินเฉิงเหนียนกำหมัดแน่น สีหน้าเขียวคล้ำลุกขึ้นยืน

"นำทาง! ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าตอนนี้นังลูกทรพีนั่นมันบ้าคลั่งไปถึงไหนแล้ว ถ้าหากนางตั้งใจทำร้ายคนจริง อัครเสนาบดีอย่างข้าจะไม่ละเว้นนางแน่!"

"เจ้าค่ะ นายท่าน"

เวินเฉิงเหนียนถูกคำพูดของอนุหลิวชักนำไปอย่างสมบูรณ์ ปักใจเชื่อว่าเวินเนี่ยนซูตั้งใจทำร้ายเวินหรูเยว่

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเวินเนี่ยนซูที่โง่งมมานานหลายปีถึงจู่ๆ ก็โหดร้ายขึ้นมา เขาขี้เกียจจะคิดให้ลึกซึ้ง รู้สึกเพียงว่านังโง่นี่เป็นตัวกาลกิณีจริงๆ

...

เวินเฉิงเหนียนพกพาความโกรธเกรี้ยวเต็มอก เดินลุยเข้าไปในเรือนซอมซ่ออันทรุดโทรม โดยมีอนุหลิวและบ่าวรับใช้ชายหลายคนเดินตามหลังมาเป็นพรวน

ปัง!

ประตูเรือนที่ผุพังอยู่แล้วถูกบ่าวรับใช้ชายถีบจนเปิดออก!

อากาศเย็นเยียบยามเช้าตรู่พัดโชยเข้ามา นำพากลิ่นอับชื้นเน่าเหม็นเข้ามาด้วย

ภายในเรือนเงียบสงัดราวกับป่าช้า มีเพียงลวี่จูที่นั่งยองๆ อยู่ตรงมุมกำแพง กำลังใช้หม้อดินเผาแตกๆ ต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ให้เวินเนี่ยนซูดื่มคลายหนาว

เมื่อเห็นท่านอัครเสนาบดีพากลุ่มคนบุกเข้ามาด้วยความโกรธจัด ลวี่จูตกใจจนหน้าซีดไร้สีเลือด กระบวยตักน้ำที่แตกบิ่นในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังโครมคราม

"ทะ... ท่านอัครเสนาบดี!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - ห้ามถอนหมั้นเด็ดขาด

คัดลอกลิงก์แล้ว