เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ซื้อร้านค้าเล็กๆ

บทที่ 41 ซื้อร้านค้าเล็กๆ

บทที่ 41 ซื้อร้านค้าเล็กๆ


บทที่ 41 ซื้อร้านค้าเล็กๆ

ผู้นำหมู่บ้านเห็นด้วยกับความคิดของเสิ่นชิงอวี๋อย่างแน่นอน แต่ว่า...

"ช่วงนี้ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการเพาะปลูก คงไม่มีใครว่างมาช่วยหรอก เอาไว้ให้พ้นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวไปก่อนดีไหม?"

ต้องแข่งกับเวลาเพื่อเพาะปลูกนี่นา

ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงกันว่า จะรอให้ฤดูเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิผ่านพ้นไปก่อน ค่อยเริ่มลงมือสร้างบ้าน

แม้จะยังไม่ได้สร้างบ้านทันที แต่ข่าวเรื่องที่บ้านของเสิ่นชิงอวี๋จะสร้างบ้านใหม่ก็แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็อดใจไม่ไหว

ถึงแม้เมื่อก่อนจะมีหญิงชาวบ้านหลายคนเคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเสิ่นชิงอวี๋มาก่อน แต่ตอนนี้... เสิ่นชิงอวี๋มีเงินแล้วนี่นา!

ต่อให้จะเคยบาดหมางกันรุนแรงแค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่าปากท้องหรอก

ดูอย่างลูกชายกับลูกสะใภ้ของผู้นำหมู่บ้านสิ! ทำงานให้เสิ่นชิงอวี๋ได้ไม่เท่าไหร่ ก็หาเงินได้เกือบหนึ่งตำลึงแล้ว!

ถ้าพวกเขาได้เข้าไปทำงานกับเสิ่นชิงอวี๋บ้าง ความเป็นอยู่ก็คงจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นแน่!

ดังนั้น บ้านของเสิ่นชิงอวี๋จึงคึกคักขึ้นมาถนัดตา

เสิ่นชิงอวี๋รับมือแทบไม่ทัน ทำได้เพียงปั้นหน้ายิ้มรับแขกไปตามเรื่องตามราว

"ชิงอวี๋เอ๊ย เจ้าดูสภาพความเป็นอยู่ของบ้านข้าสิ เด็กๆ แทบจะไม่มีเสื้อผ้าใส่จนก้นโหว่หมดแล้ว..." พวกที่มาบีบน้ำตาเล่าความลำบากก็มี

"ชิงอวี๋เอ๊ย ข้าเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว เจ้าพอจะมีงานอะไรให้ข้าทำบ้างไหม?" พวกที่มานำเสนอความสามารถก็มี

"น้องชิงอวี๋ ข้าเป็นคนมีเรี่ยวมีแรงนะ ถ้าอยากให้ไปส่งของอะไร ข้ารับรองเลยว่าจะไปส่งให้อย่างปลอดภัยแน่นอน" พวกที่มาขายความน่าเชื่อถือก็มี

ตอนแรกเสิ่นชิงอวี๋ก็พยายามปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม แต่พอเห็นว่าหลายคนแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ นางก็เลยต้องพูดตรงๆ

"ตอนนี้ข้ายังไม่ต้องการคนงานเพิ่มหรอกจ้ะ แต่ถ้าวันข้างหน้ามีงานเมื่อไหร่ ข้าสัญญาว่าจะให้ความสำคัญกับคนในหมู่บ้านเราก่อนเป็นอันดับแรกแน่นอน"

เมื่อได้ยินคำตอบที่ชัดเจนแบบเดียวกันหมด ชาวบ้านจึงค่อยๆ ทยอยกลับไป

พอเซียวอวิ๋นฉี่กลับมา ข่าวเรื่องที่เสิ่นชิงอวี๋จะสร้างบ้านก็รู้กันไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว

เสิ่นชิงอวี๋ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเขา "ข้าคิดว่าบ้านอิฐหลังคากระเบื้องสามห้อง ตอนนี้ก็พออยู่หรอก แต่เด็กๆ กำลังโตขึ้นทุกวัน ต่อไปก็ต้องแยกห้องนอนชายหญิง พวกเขาก็ควรจะมีห้องส่วนตัว แล้วก็ต้องมีพื้นที่สำหรับเพาะถั่วงอก ทำข้าวเหนียวปั้นอีก..."

เซียวอวิ๋นฉี่พยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ "แล้วแต่เจ้าเลย ถ้าเงินไม่พอก็มาเอาที่ข้า"

"...อ้อ"

นี่สินะความรู้สึกของการมีอดีตสามีรวยล้นฟ้า

เซียวอวิ๋นฉี่ล้วงเงินแปดตำลึงส่งให้เสิ่นชิงอวี๋ "นี่เป็นค่าถั่วงอกที่เอาไปส่งมา นอกจากส่งให้ร้านกุยอวิ๋นโหลวแล้ว ข้ายังแบ่งไปส่งให้ตามคฤหาสน์เศรษฐีในตัวเมืองด้วย พวกเขาต่างก็ชมเปาะว่าไม่เคยเห็นถั่วงอกที่อวบอ้วนน่ากินขนาดนี้มาก่อนเลย"

เสิ่นชิงอวี๋รับเงินมาด้วยความภาคภูมิใจ "มันก็แน่อยู่แล้ว!"

ถั่วงอกของคนอื่น จะเหมือนของนางที่ใช้น้ำพุวิญญาณเพาะได้อย่างไรล่ะ!

เซียวอวิ๋นฉี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้นมาว่า "เมื่อวานมีคหบดีคนหนึ่งไปกินข้าวที่ร้านกุยอวิ๋นโหลว เขาบอกว่าปกติตัวเองมีอาการท้องผูก แต่พอได้กินถั่วงอกเข้าไป วันนี้กลับถ่ายคล่องปรื๋อ เขาเลยฝากถามมาว่า... ถั่วงอกนี่ใส่ยาสมุนไพรอะไรลงไปด้วยหรือเปล่า?"

เสิ่นชิงอวี๋ "..."

แย่แล้ว!

น้ำพุวิญญาณได้ผลดีเกินคาด ถึงขนาดรักษาอาการท้องผูกได้ด้วย!

เสิ่นชิงอวี๋กระแอมไอเบาๆ แล้วแสร้งทำเป็นกระซิบกระซาบ "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก... เจ้าก็บอกพวกเขาไปว่า ข้าเอาพวกเห็ดหลินจือกับโสมมาต้มน้ำ แล้วเอาไปรดถั่วงอกน่ะ"

เซียวอวิ๋นฉี่ "..."

'ข้าว่าเจ้ากำลังแต่งเรื่องหลอกข้า แต่ข้าก็ไม่อยากจะเปิดโปงหรอกนะ'

'แถมข้ายังไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับเรื่องนี้ด้วย'

ในขณะที่ชาวบ้านกำลังวุ่นวายอยู่กับการเพาะปลูก เสิ่นชิงอวี๋กลับยกที่ดินนาให้ครอบครัวของผู้นำหมู่บ้านทำกินไปฟรีๆ

เมื่อมีเวลาว่าง เสิ่นชิงอวี๋ก็เดินทางเข้าไปในตำบลอีกครั้ง

หลังคาของบ้านหลังที่เพิ่งซื้อมาถูกรื้อออกจนหมดกำลังเปลี่ยนคานไม้ที่ผุพังและกระเบื้องมุงหลังคาที่แตกหัก

พอเห็นเสิ่นชิงอวี๋เดินเข้ามา อวี้เฉียวก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ "เถ้าแก่ ข้าหาทำเลร้านมาได้สองที่ ท่านลองดูสิว่าจะเลือกที่ไหนดี"

ร้านทั้งสองแห่งนี้มีความน่าสนใจแตกต่างกันไป

ร้านแรกตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือ มีพื้นที่ประมาณสี่ตารางเมตร เป็นร้านที่ถูกกั้นแบ่งพื้นที่มาจากร้านใหญ่ ราคาเพียงสามสิบตำลึง

ส่วนอีกร้านตั้งอยู่บนถนนสายหลักด้านใน ตัวร้านด้านหน้าเชื่อมต่อกับลานบ้านด้านหลัง ราคาเหมาจ่าสี่ร้อยตำลึง

เสิ่นชิงอวี๋เลือกซื้อร้านเล็กๆ ราคาตลึงอย่างไม่ลังเล

อวี้เฉียวมีท่าทีลังเล "เถ้าแก่จ๊ะ ร้านนั้นมันเล็กมากจนวางโต๊ะไม่ได้เลยนะจ๊ะ"

เสิ่นชิงอวี๋เคยเห็นร้านขายชานมไข่มุกขนาดเล็กกะทัดรัดมาก่อน นางจึงตอบยิ้มๆ "ไม่เป็นไรหรอก เราไม่เน้นให้ลูกค้านั่งกินที่ร้านอยู่แล้ว เราจะขายแบบให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านเท่านั้น"

อวี้เฉียวทำหน้างุนงง "หา?"

นั่งกินที่ร้าน?

ซื้อกลับบ้าน?

มันคืออะไรกัน?

เสิ่นชิงอวี๋ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เพียงแต่บอกให้อวี้เฉียวพานางไปดูร้านเล็กๆ นั้น

ทำเลที่ตั้งดีเยี่ยมจริงๆ อยู่ติดกับท่าเรือพอดี พื้นที่แค่นี้เอาไว้ขายข้าวเหนียวปั้นหรือของกินเล่นก็เหมาะเจาะที่สุดแล้ว

หลังจากเซ็นสัญญาและจ่ายเงินเรียบร้อย เสิ่นชิงอวี๋ก็ได้เป็นเจ้าของร้านอย่างเป็นทางการ

อวี้เฉียวลงมือทำความสะอาดร้านอย่างแข็งขัน โดยมีเสิ่นชิงอวี๋คอยช่วยหยิบจับนั่นนี่ จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้น "ชิงอวี๋ใช่ไหม?"

เสิ่นชิงอวี๋หันไปมอง แล้วร้องทักด้วยความประหลาดใจระคนยินดี "ท่านลุงฉี!"

ฉีฮั่นเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน "เจ้าไม่ได้ไปขายข้าวเหนียวปั้นหรอกหรือ แล้วมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?"

"อ๋อ... ข้าเพิ่งซื้อร้านนี้น่ะจ้ะ" เสิ่นชิงอวี๋ชี้ไปที่ร้านเล็กๆ ขนาดสี่ตารางเมตร

ฉีฮั่นมองปราดเดียวก็เข้าใจ "จะเอาไว้ขายข้าวเหนียวปั้นงั้นหรือ?"

"ใช่จ้ะ แล้วก็จะขายพวกเนื้อพะโล้ด้วย..."

พอพูดถึงเรื่องนี้ เสิ่นชิงอวี๋ก็แสร้งล้วงมือเข้าไปในตะกร้า ทว่าแท้จริงแล้วแอบหยิบห่อเนื้อพะโล้ออกมาจากโกดังมิติส่งให้ "ท่านลุงลองชิมดูสิจ๊ะ ข้าเพิ่งทำสูตรใหม่เสร็จหมาดๆ เลย"

ฉีฮั่นรับมาใส่ปากเคี้ยวอย่างไม่รังเกียจ ความหอมอร่อยกระจายไปทั่วปาก เขาพยักหน้ารัวๆ "อร่อย! รสชาติดีทีเดียว!"

"ถ้าท่านลุงชอบ ข้าจะแบ่งให้ท่านเอากลับไปให้คนทางบ้านลองชิมดูนะจ๊ะ"

"เอาสิ!"

ว่าแล้วเสิ่นชิงอวี๋ก็แสร้งล้วงตะกร้า แล้วหยิบเนื้อพะโล้ออกมาจากโกดังมิติอีกห่อหนึ่งยื่นให้ฉีฮั่น

"ขอบใจมากนะ! ถ้ามีเวลาว่างก็แวะไปเที่ยวที่จวนบ้างล่ะ!"

ฉีฮั่นรับห่อเนื้อพะโล้แล้วก็เดินจากไป

อวี้เฉียวที่เพิ่งจะกล้าเดินเข้ามาหา ทำหน้าตาตื่นตะลึง "นายท่านฉีรู้จักท่านด้วยหรือ? แถมยังพูดจาเป็นกันเองกับท่านขนาดนั้นอีก?"

เสิ่นชิงอวี๋ยิ้มมุมปาก

จะให้ไม่รู้จักได้อย่างไรล่ะ?

ก็เกือบจะได้เป็นพ่อตากันอยู่แล้วเชียว!

เสิ่นชิงอวี๋พยักหน้า "เอาไว้คราวหน้าข้าค่อยเล่าให้ฟังนะ เจ้าค่อยๆ ทำความสะอาดไปก็แล้วกัน ข้าต้องขอตัวกลับบ้านก่อนล่ะ"

อวี้เฉียวพยักหน้ารับคำรัวๆ มองตามแผ่นหลังเถ้าแก่คนใหม่ที่ขี่ลาจากไปไกลลิบ นางรู้สึกว่าเถ้าแก่ของนางช่างลึกลับเสียจริง

หลังจากทำความสะอาดเสร็จ อวี้เฉียวเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าบ้าน ยายเฒ่าเฉินก็ขว้างม้านั่งไม้เข้าใส่ทันที!

อวี้เฉียวเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว แล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านแม่ เป็นอะไรไปอีกเนี่ย?"

"หายหัวไปค่อนวัน เจ้าไปทำอะไรมา? ไปช่วยนังเสิ่นชิงอวี๋ทำงานฟรีๆ อีกแล้วใช่ไหม? ทำไมถึงได้โง่ดักดานขนาดนี้ฮะ?!"

น้ำเสียงของยายเฒ่าเฉินเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

ทว่าอวี้เฉียวกลับเลิกคิ้วขึ้น แล้วเดินเข้าไปกระซิบกระซาบด้วยท่าทีลึกลับ "ท่านแม่ ท่านลองทายดูสิว่าวันนี้ข้าไปเจออะไรมา?"

ท่าทีลึกลับของอวี้เฉียวสะกิดความอยากรู้อยากเห็นของยายเฒ่าเฉิน "อะไรล่ะ?"

"ข้าเห็นเสิ่นชิงอวี๋ยืนคุยกับนายท่านฉี เศรษฐีอันดับหนึ่งของตำบลเหิงสุ่ยด้วยล่ะ!"

ยายเฒ่าเฉินผู้เป็นแม่สื่อมืออาชีพแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "เรื่องนั้นมีอะไรน่าแปลกกัน? เสิ่นชิงอวี๋เกือบจะได้เป็นลูกสะใภ้ของนายท่านฉีอยู่แล้ว!"

อวี้เฉียวถึงกับอ้าปากค้าง "หา?!"

คราวนี้ถึงตาที่ยายเฒ่าเฉินจะเป็นฝ่ายเล่าเรื่องราวในอดีตบ้าง "ครอบครัวของนางน่ะนะ มีเรื่องราวแบบนี้อยู่..."

อวี้เฉียวทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี คอยรับส่งมุก "หา?"

"โอ้โห!"

"แม่เจ้าโว้ย!"

"คุณพระช่วย..."

เมื่อยายเฒ่าเฉินเล่าจบ นางก็อารมณ์ดีขึ้นมากเพราะได้อวี้เฉียวคอยเป็นลูกคู่รับส่งจังหวะ น้ำเสียงของนางจึงอ่อนลง "งานการในบ้านก็ต้องทำบ้าง อย่าเอาแต่เถลไถลไปข้างนอกทั้งวัน!"

"รู้แล้วจ้ะท่านแม่!"

อวี้เฉียวรับคำอย่างร่าเริง แต่ในใจกลับนึกประหลาดใจ

ในเมื่อเสิ่นชิงอวี๋พลาดโอกาสแต่งงานเข้าตระกูลฉี ตามหลักแล้วเวลาเจอนายท่านฉี นางก็ควรจะรู้สึกกระอักกระอ่วน หรืออย่างน้อยก็ต้องรู้สึกวางตัวไม่ถูกบ้างสิ?

แต่ท่าทางสบายๆ ของนางในวันนี้... มองแล้วเหมือนเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานานสามสิบปีไม่มีผิด!

ไม่เห็นจะดูตะขิดตะขวงใจตรงไหนเลย?

เถ้าแก่ของนางนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ!

ช่างหน้าหนาเสียจริง!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 41 ซื้อร้านค้าเล็กๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว