เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต +1

บทที่ 40 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต +1

บทที่ 40 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต +1


บทที่ 40 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต +1

"มืดค่ำป่านนี้แล้ว..."

เสิ่นชิงอวี๋จูงลาตัวผอมออกมาพลางสูดหายใจลึก "ไปกันเถอะ! แม่จะไปตามหาพ่อให้พวกเจ้าเอง!"

ท่าทางของนางดูองอาจประหนึ่งนักรบที่พร้อมพลีชีพในสนามรบก็ไม่ปาน

เฉิงผิงที่นอนอยู่ในห้องเห็นนางกำหมัดแน่นก็ชะงักไปเล็กน้อย 'นางกลัวความมืดงั้นหรือ?!'

เสิ่นชิงอวี๋เดินไปตามทางบนภูเขาที่มืดมิดด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดใจ!

"มืดตึ๊ดตื๋อขนาดนี้ ข้าจะไปตามหาพวกเขาได้ที่ไหนกันเนี่ย..."

นางบ่นพึมพำไปตลอดทาง ไม่รู้ว่าเป็นการบ่นจริงๆ หรือแค่พูดเพื่อเรียกความกล้าให้ตัวเองกันแน่

เดินมาได้กว่าชั่วยาม ใกล้จะถึงตัวตำบลอยู่แล้ว จู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงเกือกม้าดังแว่วมาแต่ไกล

เสิ่นชิงอวี๋รีบตะโกนเรียกหยั่งเชิง "เซียวอวิ๋นฉี่?"

"อืม!" มีเสียงตอบรับดังมาจากทางนั้น

เสียงของเซียวอวิ๋นฉี่จริงๆ ด้วย

เสิ่นชิงอวี๋โล่งใจไปเปราะหนึ่ง 'ปลอดภัยดี กลับมาแล้วสินะ!'

เสิ่นชิงอวี๋ยืนรอเซียวอวิ๋นฉี่อยู่กับที่ แต่พอม้าเข้ามาใกล้ นางก็พบว่าเซียวอวิ๋นฉี่เป็นคนบังคับรถม้า ส่วนเสิ่นต้าซงนอนนิ่งอยู่บนรถเข็นไม้

"เขาเป็นอะไรไป?"

เซียวอวิ๋นฉี่ตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "เกิดดินถล่มระหว่างทาง ตอนที่ลงไปช่วยกันขนหินออกจากทาง มีหินก้อนหนึ่งร่วงลงมาจากข้างบน เขาผลักข้าออกไป ก็เลยโดนหินทับที่หัวแทน"

"เชี่ยเอ๊ย! แล้วตอนนี้... เขา..." 'ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าเนี่ย?'

"เขาสลบไปน่ะ ข้าพาไปหาหมอที่ตำบลมาแล้ว ได้ยามาด้วย ส่วนเรื่องอื่น... กลับไปถึงบ้านแล้วค่อยคุยกันเถอะ" เซียวอวิ๋นฉี่อธิบายสั้นๆ โดยที่เท้าไม่หยุดเดิน

เสิ่นชิงอวี๋เองก็ตกใจไม่น้อย นางปล่อยให้เจ้าลาผอมเดินตามรถม้าไปเอง ส่วนตัวนางปีนขึ้นไปบนรถเข็นเพื่อตรวจดูอาการของเสิ่นต้าซง

ชีพจรของเสิ่นต้าซงเต้นอ่อนมาก ท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้ สิ่งเดียวที่เสิ่นชิงอวี๋ทำได้ก็คืออาศัยความมืดบังหน้า แอบป้อนน้ำพุวิญญาณเข้าปากเขา

โชคดีที่เขายังพอจะกลืนน้ำลงไปได้บ้าง

เมื่อเด็กๆ เห็นผู้เป็นแม่ตามหาพ่อจนเจอ ต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่พอเห็นเสิ่นต้าซงนอนไม่ได้สติอยู่ ทุกคนก็พากันตกใจตื่นตระหนกอีกครั้ง

เสิ่นชิงอวี๋อาศัยแสงจากตะเกียงน้ำมัน ใช้น้ำพุวิญญาณล้างแผลให้เสิ่นต้าซงเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ จากนั้นก็แสร้งเดินไปหยิบยาที่ตรงกับอาการออกมาจากห้องครัว ทว่าแท้จริงแล้วแอบซื้อมาจากร้านค้ามิติ แล้วส่งให้เซียวอวิ๋นฉี่ "เจ้าเอานี่ไปต้มนะ ส่วนอันนี้ก็ตำให้แหลก แล้วเอาผ้าฝ้ายนี่ชุบเหล้าให้ชุ่ม แล้วเอาไปโปะที่แผลบนหัวเขานะ"

เซียวอวิ๋นฉี่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "เจ้ามียาพวกนี้ได้ยังไง?"

เสิ่นชิงอวี๋ตีหน้าซื่อ "ตอนที่พวกเจ้าไปตัวเมือง ข้าก็แวะไปที่ตำบลมาน่ะสิ ข้าเห็นว่าช่วงนี้ดินบนภูเขามันร่วนซุย กลัวว่าจะมีดินถล่มอีก ก็เลยซื้อยาติดบ้านไว้ก่อน..."

"ใครจะไปรู้ล่ะว่าเพิ่งซื้อมาเมื่อตอนกลางวัน พอตกดึกก็จะได้ใช้ซะแล้ว?!"

เซียวอวิ๋นฉี่ "..."

'นี่จะหยั่งรู้อนาคตแม่นเกินไปแล้วมั้ง?!'

หลังจากจัดการบาดแผลเสร็จ เสิ่นชิงอวี๋ถึงค่อยมีเวลาไปทำกับข้าว

ในห้องครัว เซียวอวิ๋นฉี่นั่งเฝ้าทั้งเตาทำกับข้าวและเตาต้มยา สายตาของเขาลอบมองเสิ่นชิงอวี๋เป็นระยะ

"วันนี้ทำไมเจ้าถึงออกไปรับข้าล่ะ?"

เสิ่นชิงอวี๋ปรายตามองไปที่ประตู ได้ยินเสียงเด็กๆ ดังแว่วมาจากห้องของเหวินเช่อ นางจึงตอบกลับไปว่า "ก็เด็กๆ น่ะสิ กลัวว่าเจ้าจะตาย กลัวว่าเจ้าจะหนีไป ร้องห่มร้องไห้กวนใจจนข้าปวดหัวไปหมด ก็เลยต้องออกไปตามหานี่แหละ..."

เซียวอวิ๋นฉี่ "..."

'กะไว้แล้วเชียว'

'ที่แท้ก็รำคาญเสียงเด็กร้องไห้ถึงได้ยอมออกไปตามหา'

'ข้านี่มันโง่จริงๆ ที่หลงคิดว่านางเป็นห่วง...'

เสิ่นชิงอวี๋ลงมือทำแพนเค้กอย่างคล่องแคล่ว นางหั่นใบผักกาดเขียวเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมลงในแป้ง ตอกไข่ใส่ เติมเกลือ แล้วนำไปทอดบนกระทะ

จากนั้นก็ทำแกงจืดลูกชิ้นหมูใส่ผักป่าอีกหนึ่งหม้อ...

เป็นมื้ออาหารที่เรียบง่ายแต่ได้สารอาหารครบถ้วน

หลังจากเรียกให้เด็กทั้งสามคนมากินข้าวเสร็จ เซียวอวิ๋นฉี่ก็ยกอาหารไปให้เฉิงผิง

เฉิงผิงทำหน้าตาน่าสงสาร "พี่เซียว ถ้าเกิดหมอนี่มาตายตอนกลางดึก มันจะเป็นลางร้ายเอานะ"

เซียวอวิ๋นฉี่มองด้วยสายตาเย็นชา "นี่มันบ้านข้า จะเป็นลางร้ายมันก็เรื่องของครอบครัวข้า ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า!"

เฉิงผิง "แต่ข้านอนอยู่ที่นี่นะ!"

เซียวอวิ๋นฉี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะหึๆ "ถ้าอย่างนั้นข้าเอาเจ้าไปนอนในเล้าหมูดีไหม? นอนกับหมูน่ะ พวกหมูมันแข็งแรงดีนะ"

เฉิงผิงสบถในใจ 'เชี่ยเอ๊ย!'

แต่เขากลับฉีกยิ้มประจบประแจง "ไม่เป็นไรหรอก ข้าจะช่วยดูแลเขาเอง ถ้ามีอะไรฉุกเฉิน ข้าจะรีบเรียกพวกท่านทันที"

เสิ่นต้าซงที่นอนไม่ได้สติอยู่ "..."

'ขอบใจมากนะเว้ย'

ก่อนเข้านอน เสิ่นชิงอวี๋ยังแวะไปดูอาการของเสิ่นต้าซงอีกรอบ เมื่อเห็นว่าชีพจรของเขาเต้นเป็นปกติแล้ว นางถึงได้เบาใจลง

วันรุ่งขึ้น ตอนที่หลิวชุ่ยสี่มาหาบน้ำให้บ้านของเสิ่นชิงอวี๋ ข่าวเรื่องที่เสิ่นต้าซงได้รับบาดเจ็บก็แพร่กระจายไปทั่วบริเวณบ่อน้ำแล้ว

เซียวอวิ๋นฉี่ตื่นแต่เช้าเพื่อนำถั่วงอกไปส่งที่ตัวเมือง ตอนที่ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านแห่กันมาเยี่ยมเสิ่นต้าซง เสิ่นชิงอวี๋ก็ทำแผลให้เขาเสร็จพอดี

"เขายังไม่ฟื้นหรอกจ้ะ แต่ว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว" เสิ่นชิงอวี๋อธิบายสั้นๆ

"โธ่เอ๊ย! ชะตากรรมช่างเล่นตลกเสียจริง! เพิ่งจะสูญเสียลูกเมียไปหมาดๆ ตัวเองก็ต้องมาเจ็บหนักแบบนี้อีก..."

"โชคดีนะที่บ้านชิงอวี๋มีน้ำใจ ช่วยรักษาบาดแผลให้ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดแน่!"

"แล้วนี่ให้หมอคนไหนมาดูอาการให้ล่ะ? บาดเจ็บหนักขนาดนี้ ค่ารักษาคงจะแพงน่าดูเลยใช่ไหม?" แม่ม่ายเซียวคิดถึงเรื่องเงินเป็นอันดับแรก

ลูกสองคนของนางก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวจากเหตุดินถล่มครั้งนี้เหมือนกัน แต่นางไม่กล้าพาไปหาหมอ เพราะกลัวจะเสียเงิน

เสิ่นชิงอวี๋เม้มปากยิ้มบางๆ "ก็ประมาณห้าตำลึงน่ะจ้ะ..."

ที่จริงแล้วราคาในร้านค้ามิติคือ ยาหนึ่งห่อราคาหนึ่งตำลึง มีทั้งยากินและยาทา ยาห้าห่อก็เท่ากับห้าตำลึง

"หา..." หลายคนถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก

ห้าตำลึงเชียวรึ!

ชาวบ้านบางคนหาเงินทั้งปียังไม่ได้ถึงห้าตำลึงเลยด้วยซ้ำ!

ชิงอวี๋ช่างใจป้ำเสียจริง!

สายตาที่ทุกคนมองเสิ่นชิงอวี๋เริ่มร้อนแรงขึ้นมา

เสิ่นชิงอวี๋เห็นท่าไม่ดี จึงรีบอธิบาย "เขาช่วยชีวิตพ่อของเด็กๆ เอาไว้ ต่อให้ข้าต้องล้มละลาย ข้าก็ต้องช่วยชีวิตเขาให้ได้จ้ะ!"

ฟังดูมีเหตุผล

ทุกคนต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย ถามไถ่อาการอีกสองสามประโยค แล้วก็แยกย้ายกันไป

มีเพียงแม่ม่ายเซียวที่ยังคงรั้งอยู่ นางอึกอักก่อนจะเอ่ยถามเสิ่นชิงอวี๋ "ชิงอวี๋เอ๊ย คือว่า... พี่ต้าซงก็เจ็บหนักขนาดนี้... คงจะทำงานให้เจ้าไม่ได้แล้ว... ให้ข้ามาทำแทนชั่วคราวได้ไหม? พอเขาหายดีแล้ว ข้าค่อยไป?"

เสิ่นชิงอวี๋มองแม่ม่ายเซียวด้วยความประหลาดใจ

เมื่อวานยังอายม้วนต้วนตอนมายืมธัญพืชหยาบอยู่เลย วันนี้ถึงกับกล้าเสนอตัวขอทำงานแล้วหรือเนี่ย?

ความยากจนทำให้คนเรากล้าหาญขึ้นจริงๆ แฮะ!

สายตาที่จ้องมองมาทำให้แม่ม่ายเซียวหน้าแดงก่ำ นางก้มหน้าลงบิดชายเสื้ออีกครั้ง "คือที่บ้านข้า... ยังมีลูกอีกสองคน... ข้าจะมัวแต่นั่งรอความช่วยเหลืออยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก..."

"ได้สิจ๊ะ!" เสิ่นชิงอวี๋รับคำอย่างง่ายดาย

"หา?" แม่ม่ายเซียวชะงักไป ยังไม่ทันตั้งตัว 'นางตกลงแล้วหรือ?!'

'นางตกลงง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ?!'

เสิ่นชิงอวี๋ชี้ไปที่กระท่อมมุงจากห้องสุดท้ายที่ยังว่างอยู่ "งานของเขาคือต้องตื่นมารดน้ำถั่วงอกตอนกลางดึก ถ้าเจ้าต้องเทียวไปเทียวมาตอนดึกๆ ดื่นๆ มันคงไม่สะดวก เอาอย่างนี้ไหมล่ะ พวกเจ้าย้ายมาอยู่ที่นี่เลย?"

หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ดวงตาของแม่ม่ายเซียวก็เปล่งประกายขึ้นมา "จ... จริงหรือ?"

ตอนนี้พวกนางอาศัยอยู่ในบ้านเก่าซอมซ่อของครอบครัวลุงใหญ่ นางกังวลอยู่ตลอดว่าถ้าท่านลุงรู้เข้า จะต้องกลับมาไล่พวกนางออกไปแน่ๆ

ถึงแม้ของจะเก่าแค่ไหน แต่เจ้าของเขาก็คงไม่อยากให้คนอื่นมาใช้หรอก

ถ้าเสิ่นชิงอวี๋ยอมให้ที่พักพิงแก่นางและลูกๆ ได้ล่ะก็ นั่นมันประเสริฐสุดๆ ไปเลย

"จริงสิจ๊ะ" เสิ่นชิงอวี๋พยักหน้ารับคำ

การเพาะถั่วงอกต้องใช้พื้นที่ แช่ข้าวเหนียวก็ต้องใช้พื้นที่ ยิ่งถ้าต่อไปจะทำพวกเนื้อพะโล้อีก ก็ยิ่งต้องใช้พื้นที่มากขึ้นไปอีก...

บ้านที่มีอยู่ชักจะไม่พอใช้เสียแล้ว คงต้องสร้างบ้านเพิ่ม

"เจ้าไปเตรียมย้ายของเถอะ ข้าจะไปหาท่านลุงผู้นำหมู่บ้านสักหน่อย" เสิ่นชิงอวี๋ไปหาผู้นำหมู่บ้าน เพื่อปรึกษาเรื่องสร้างบ้านใหม่

กระท่อมมุงจากหลังเดิมยังไม่ได้รื้อทิ้ง ส่วนบ้านอิฐหลังคากระเบื้องหลังใหญ่ก็สร้างไว้ด้านข้าง คราวนี้ถ้าจะสร้างเพิ่ม ก็สามารถสร้างฝั่งตรงข้ามกับบ้านอิฐหลังใหญ่ได้เลย

พอสร้างเสร็จ ค่อยรื้อกระท่อมมุงจากทิ้ง แล้วสร้างเป็นบ้านอิฐหลังคากระเบื้องขึ้นมาแทน

เพียงเท่านี้ก็จะได้บ้านทรงลานสี่เหลี่ยมสมบูรณ์แบบแล้ว!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 40 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต +1

คัดลอกลิงก์แล้ว