เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 568 ออกเดินทางสู่เขตเก้า

ตอนที่ 568 ออกเดินทางสู่เขตเก้า

ตอนที่ 568 ออกเดินทางสู่เขตเก้า


เสิ่นเยียนประคองร่างของเขาให้ทรงตัวตรงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางขมวดคิ้วพลางจับจ้องท่อนแขนที่ไหม้เกรียมและถูกกัดกร่อน ประกายแสงสายหนึ่งพาดผ่านก้นบึ้งของดวงตา

“นี่คือแผลที่ถูกน้ำทมิฬกัดกร่อนอย่างนั้นหรือ?”

เฟิงสิงเหยาที่มีริมฝีปากซีดขาวพยักหน้าตอบรับเบาๆ

“ต้องรีบตามหมอมาถอนพิษให้ท่านเดี๋ยวนี้”

เสิ่นเยียนตั้งท่าจะลุกไปตามคน ทว่ากลับถูกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บของเฟิงสิงเหยาคว้าเอาไว้

เฟิงสิงเหยาเอ่ยขึ้น

“แผลแค่นี้เอง พรุ่งนี้ก็หายแล้วล่ะ”

“จริงหรือ?”

เสิ่นเยียนถามกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แต่ในใจกลับอดเป็นห่วงไม่ได้

เฟิงสิงเหยายกยิ้มมุมปาก

“จริงสิ”

น้ำเสียงของเขากลายเป็นออดอ้อนออเซาะขึ้นมาทันที

“แต่ตอนนี้มันยังไม่หายนี่นา เพราะฉะนั้น... เจ้าต้องสงสารและเห็นใจข้าให้มากหน่อย เข้าใจไหม?”

สายตาของเสิ่นเยียนหยุดนิ่งอยู่บนแผลที่ท่อนแขนของเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะขานรับเสียงเบา

“อืม” จากนั้นนางจึงหยิบกริชออกมา กรีดแขนเสื้อของเขาออกเพื่อลงมือทำความสะอาดบาดแผลให้

เสิ่นเยียนตั้งอกตั้งใจทำแผลอย่างระมัดระวัง ทุกท่วงท่าอ่อนโยนละมุนละไม

ส่วนเฟิงสิงเหยาก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าของนางด้วยแววตาอ่อนโยนลึกซึ้ง ราวกับมองเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเบื่อ

เสิ่นเยียนพันแผลให้เขาไปพลางเอ่ยถามไปพลาง

“ได้ยินมาว่าเจ้าเขตสิบสามตายแล้วหรือ?”

“อืม ข้าลงมือเองนั่นแหละ”

เฟิงสิงเหยาตอบด้วยท่าทีเรียบเฉยราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ

เสิ่นเยียนไม่ได้รู้สึกประหลาดใจนัก แม้ที่ผ่านมาเขาจะไม่ค่อยเล่ารายละเอียดเรื่องน้ำทมิฬหรือเรื่องของไจ๋อวี้โส่วให้นางฟัง แต่นางก็พอจะเดาได้ลางๆ ว่าเรื่องนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับไจ๋อวี้โส่วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เฟิงสิงเหยาเอ่ยขึ้นช้าๆ

“คนผู้อยู่เบื้องหลังไปหาไจ๋อวี้โส่วเพื่อเสนอผลประโยชน์ให้เขาลับๆ ก่อนที่ข้าจะมาถึง ไจ๋อวี้โส่วจึงทำเป็นหลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยให้คนพวกนั้นใช้น้ำทมิฬรุกรานเข้ามาในเขตสิบสามอย่างต่อเนื่อง จนเป็นเหตุให้ผู้ฝึกตนต้องสังเวยชีวิตไปหลายหมื่นคน ไจ๋อวี้โส่วตายไปก็นับว่าสมควรแล้ว”

เสิ่นเยียนช้อนตาขึ้นมองเขา

“แล้วจับตัวการใหญ่ได้หรือไม่?”

“ยัง”

เฟิงสิงเหยาส่ายหน้า

“มันคงรู้ตัวว่าข้ามาถึงแล้ว จึงชิงหลบหนีไปยังเขตเก้า”

มือของเสิ่นเยียนชะงักไปเล็กน้อย

“เขตเก้า?”

เฟิงสิงเหยาพยักหน้า

“อืม อีกสองวันพวกเราจะออกเดินทางไปเขตเก้ากันเลย เจ้าว่าอย่างไร?”

“ตกลง”

เสิ่นเยียนไม่มีข้อโต้แย้ง

ทันใดนั้น แววตาของเฟิงสิงเหยาก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ เขาเงยหน้ามองเสิ่นเยียนแล้วกล่าวเตือน

“เสิ่นเช่อผู้นี้เองก็ซุกซ่อนความลับเอาไว้มากมาย ไม่อาจไว้ใจได้ทั้งหมด”

เสิ่นเยียนนั่งลงมองสบตากับเขาตรงๆ

“ท่านสืบพบว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำทมิฬงั้นหรือ?”

“ไม่พบ”

เฟิงสิงเหยายิ้มหยัน

“ในฐานะรองเจ้าเขตสิบสาม แต่กลับสืบหาความเกี่ยวข้องกับเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เจ้าไม่คิดว่าเรื่องนี้มันดูประหลาดเกินไปหน่อยหรือ?”

เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินดังนั้นก็จมลงสู่ห้วงความคิด

เฟิงสิงเหยากล่าวต่อ

“ที่ข้าพูดแบบนี้ ไม่ได้ต้องการจะยุแยงให้พวกเจ้าแตกคอกัน แต่หมอนั่นไม่ธรรมดาจริงๆ เจ้าต้องระวังตัวเอาไว้บ้าง”

เสิ่นเยียนสบสายตาเขาแล้วพยักหน้ารับ

“ข้าจะระวัง”

วันรุ่งขึ้น ท่อนแขนที่เคยถูกกัดกร่อนจนดำเกรียมของเฟิงสิงเหยากลับคืนสู่สภาพเดิมตามที่เขาพูดไว้จริงๆ ไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่

ส่วนเสิ่นเยียนก็ได้แจ้งเรื่องการเดินทางไปเขตเก้ากับเสิ่นเช่อเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาก็รับคำอย่างว่าง่าย

ช่วงสองวันนี้เสิ่นเช่อยุ่งวุ่นวายกับการจัดการปัญหาความโกลาหลในเขตสิบสามหลังจากการตายของไจ๋อวี้โส่ว และในที่สุดเขาก็ได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเจ้าเขตสิบสามคนใหม่อย่างเต็มตัว

ไม่นานนักก็ถึงเวลาออกเดินทาง

เสิ่นเช่อมอบหมายงานในเขตสิบสามให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้ใจได้ดูแลต่อ จากนั้นจึงพาลูกน้องคนสนิทและกลุ่มยอดฝีมือออกมุ่งหน้าสู่เขตเก้า

ขบวนเดินทางในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ตระการตา เสิ่นเช่อและผู้เฒ่าฉิวขี่ม้าสง่างามนำหน้าขบวน ตามด้วยรถม้าหรูหราสองคัน ทว่ารถม้าคันหนึ่งกลับว่างเปล่า เพราะคนที่ควรจะอยู่ข้างในบัดนี้ได้ย้ายไปนั่งรวมกันอยู่ในรถม้าอีกคันเรียบร้อยแล้ว

เสิ่นเยียนนั่งอยู่ในรถม้าที่กว้างขวาง นางค่อยๆ เลิกม่านหนาทึบขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองลอดรอยแยกออกไปด้านนอก

ทัศนียภาพเบื้องหน้าช่างรกร้างและลึกลับ พายุทรายพัดกระหน่ำจนฝุ่นตลบไปทั่วท้องฟ้า แสงแดดถูกทรายสีดำบดบังจนบรรยากาศมืดสลัว

ผู้คนตามรายทางแต่งกายแตกต่างกันไป บ้างสวมผ้าไหมหรูหรา บ้างสวมชุดผ้าเนื้อหยาบเรียบง่าย ทั้งสีผิว ทรงผม และเค้าโครงหน้าล้วนหลากหลาย บ่งบอกว่ามาจากต่างเผ่าพันธุ์และดินแดน

เสิ่นเยียนปล่อยม่านลงพลางหันไปถามบุรุษข้างกาย

“แดนมืดคือศูนย์รวมของผู้คนจากทุกดินแดนเลยใช่หรือไม่?”

เขาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“อืม แดนมืดเปรียบเสมือนตลาดแลกเปลี่ยนของผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ปกติแล้วพวกที่แข็งแกร่งหรือมีฐานะสูงส่งจะปรากฏตัวแค่ในเขตหนึ่งเท่านั้น แต่ก็มีบางพวกที่ชอบความตื่นเต้นท้าทาย พวกนั้นมักจะมุ่งหน้าไปที่เขตเก้า”

“ท่านเคยไปเขตเก้าไหม?”

สายตาของเฟิงสิงเหยาไหววูบเล็กน้อย

“น่าจะเคยกระมัง ข้าจำไม่ค่อยได้แล้ว”

เสิ่นเยียนไม่พลาดที่จะจับสังเกตสีหน้าของเขา นางคลี่ยิ้มออกมาทันที

“ท่านกำลังปิดบังอะไรข้าอยู่ใช่ไหม?”

ตอนแรกเฟิงสิงเหยาตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่เมื่อสบสายตาคาดคั้นของนาง เขาก็เม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้ายอมรับ

เสิ่นเยียนถามต่อ

“ปิดบังเรื่องอะไร?”

“ข้าเคยไปเขตเก้ามาสองสามครั้ง...”

“แล้วอะไรอีก?”

“ไม่มีแล้วจริงๆ”

เสิ่นเยียนยิ้มบางๆ

“ไม่มีงั้นหรือ? แล้วจะทำท่าทางเหมือนคนมีความผิดทำไมกัน หรือว่าท่านซุกหญิงงามรู้ใจไว้ที่นั่น?”

เฟิงสิงเหยารีบปฏิเสธพัลวัน

“ไม่มีหญิงงามที่ไหนทั้งนั้น!”

“ความจริงก็คือ ข้าเคยไปที่นั่นเมื่อนานมาแล้ว นานจนไม่รู้ว่าตอนนี้เขตเก้าเปลี่ยนไปถึงไหนแล้วต่างหาก”

สิ่งที่เขาอยากจะปิดบัง มีเพียงเรื่อง ‘อายุ’ ของเขาเท่านั้นเอง

เสิ่นเยียนพอจะเดาความหมายที่เขาซ่อนไว้ได้ลางๆ

นางพยักหน้าพลางลอบยิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว และไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเขาต่อ ก่อนจะเข้าสู่สภาวะนั่งสมาธิฝึกตน

ส่วนเฟิงสิงเหยาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แววตาเต็มไปด้วยความจนใจ

ขณะเดียวกัน เสิ่นเช่อที่กำลังควบม้าอยู่มีท่าทีเหม่อลอย เขาเอาแต่หันกลับไปมองรถม้าคันหลังบ่อยครั้งจนผิดสังเกต

ผู้เฒ่าฉิวเห็นดังนั้นก็เอ่ยเย้า

“ท่านเจ้าเขตเสิ่น เป็นห่วงแม่นางเสิ่นหรือ?”

เสิ่นเช่อดึงสายตากลับมาพลางพยักหน้ารับเบาๆ

ผู้เฒ่าฉิวแสร้งเปรยขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ

“ได้ยินมาว่าเดิมทีท่านเจ้าเขตเสิ่นคือคู่หมั้นของแม่นางเสิ่นงั้นหรือ?”

สีหน้าของเสิ่นเช่อเย็นชาลงทันที เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น

ผู้เฒ่าฉิวจึงพูดเกลี้ยกล่อมด้วยหวังดี

“ท่านเจ้าเขต ในใต้หล้านี้ยังมีสตรีอีกมากมาย ในเมื่อแม่นางเสิ่นไม่ได้มีใจให้ท่าน ท่านก็ควรลองเปิดใจมองหาคนที่คุยกันถูกคอคนใหม่ดูบ้างนะ”

เสิ่นเช่อแค่นหัวเราะเสียงเย็น

“จุนซ่างของพวกท่านแย่งชิงคนรักของผู้อื่นไปอย่างหน้าด้านๆ ตอนนี้แม้แต่ท่านยังจะมาให้ข้าถอนตัวอีก ไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยหรือ?”

ผู้เฒ่าฉิวรีบยิ้มเจื่อน

“ตาเฒ่าอย่างข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่ไม่อยากเห็นท่านเจ้าเขตต้องเจ็บปวดเพราะความรักก็เท่านั้นเอง”

“ไม่ต้องลำบากท่านมาเป็นห่วงหรอก” เสิ่นเช่อเอ่ยเสียงกระด้าง

“ตราบใดที่องค์หญิงยังไม่แต่งงาน ข้า เสิ่นเช่อ ก็ยังถือว่าเป็นคู่หมั้นของนางเสมอ”

ยิ่งไปกว่านั้น หากฐานะที่แท้จริงขององค์หญิงถูกประกาศออกไป ผู้ท้าชิงตำแหน่งพระสวามีอีกหลายคนที่หายสาบสูญไปอาจจะปรากฏตัวขึ้น ถึงตอนนั้นผู้ชนะอาจจะไม่ใช่เฟิงสิงเหยาก็ได้!

บรรดา ‘ว่าที่พระสวามี’ ที่ มหาราชครู คัดเลือกมาให้องค์หญิง ล้วนเป็นยอดคนเหนือคนและมีชะตาฟ้าลิขิตที่เหมาะสมกับนางที่สุด ส่วนเฟิงสิงเหยาน่ะหรือ...

ก็แค่หน้าตาดีกว่าหน่อย เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกว่านิดเท่านั้นแหละ!

ไม่ช้าก็เร็ว องค์หญิงจะต้องเบื่อหน่ายเขาแน่ และเมื่อถึงตอนนั้น นางก็จะได้เห็นธาตุแท้ของเขาเสียที!

จบบทที่ ตอนที่ 568 ออกเดินทางสู่เขตเก้า

คัดลอกลิงก์แล้ว