เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 558 ท่านจุนซ่าง พิโรธ

ตอนที่ 558 ท่านจุนซ่าง พิโรธ

ตอนที่ 558 ท่านจุนซ่าง พิโรธ


ไม่นานนัก เกี้ยวทั้งหมดก็ถูกส่งเข้าไปในเรือนพักของเสิ่นเช่อ

ทว่าเสิ่นเช่อกลับยังคงรั้งอยู่ด้านนอก รอคอยจนกระทั่งเหล่าโฉมงามอาบน้ำชำระกายเสร็จสิ้น พวกนางถูกสาวใช้ปรนนิบัติให้สวมใส่อาภรณ์ที่ค่อนข้างวาบหวิว ชายกระโปรงแหวกสูงเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ คอเสื้อด้านหน้าเปิดกว้างลึกจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอันเย้ายวนใจ

การแต่งกายเช่นนี้ทำให้บรรดาสาวงามที่เคร่งครัดขนบพากันหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ภายในใจยิ่งทวีความตื่นตระหนกหวาดกลัว

ทว่าท่ามกลางหญิงสาวมากมาย กลับมีผู้หนึ่งที่ดูโดดเด่นแปลกแยกออกมาอย่างชัดเจน

นางคือหญิงสาวหมายเลขห้าสิบเจ็ด นางไม่เพียงไม่รู้สึกกระดากอายหรือประหม่า ทว่ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง ถึงขั้นลงมือเลือกกระโปรงและเครื่องประดับผมด้วยตนเอง ราวกับว่าที่แห่งนี้คือบ้านของนางก็ไม่ปาน

"ชิ้นนี้ดูเป็นอย่างไรบ้าง?"

'หมายเลขห้าสิบเจ็ด' เอ่ยถามสาวใช้พร้อมรอยยิ้ม

สาวใช้ก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม

"งดงามมากเจ้าค่ะ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทุกท่วงท่ากิริยาล้วนเปี่ยมไปด้วยจริตจะก้านร้อยเล่มเกวียน ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า

"เจ้าว่าใต้เท้าท่านนั้นจะชอบข้าหรือไม่?"

"แม่นางงดงามปานนี้ ย่อมต้องได้รับความโปรดปรานจากใต้เท้าแน่นอนเจ้าค่ะ"

สาวใช้ลอบมองใบหน้าอ่อนหวานเย้ายวนของนาง โดยเฉพาะยามที่นางแย้มยิ้ม ล้วนทำให้ผู้คนใจสั่นระรัว

'หมายเลขห้าสิบเจ็ด' ยิ้มรับพลางหยิบชาดและแป้งขึ้นมาประทินโฉมด้วยตนเอง

...

ด้านนอกเรือน ชายชราผู้หนึ่งนำคนกลุ่มหนึ่งรีบรุดมา เมื่อทำความเคารพเสิ่นเช่อแล้วจึงกล่าวขึ้นว่า

"รองเจ้าเขต ท่านลำบากมามากแล้ว เรื่องหลังจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เฒ่าเถิดขอรับ"

เสิ่นเช่อพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

จากนั้นเขาก็ผละจากไปทันที ทว่าจุดหมายของเขาไม่ใช่การไปรายงานตัวกับเจ้าเขตไจ๋อวี้โส่ว แต่กลับมุ่งตรงไปยังเรือนพักส่วนตัวของตนเอง

เขาก้าวเข้าไปในเรือน กวาดสายตาเพียงปราดเดียวก็พุ่งเป้าไปยังเกี้ยวหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่

เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณ

บรรดาองครักษ์และสาวใช้ต่างรู้ความ พากันล่าถอยออกไปจนหมดสิ้น

ร่างของเขาขยับวูบเดียวก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าเกี้ยวหลังนั้น เขาปลดม่านพลังออกก่อนจะยื่นมือไปเลิกม่านเกี้ยวขึ้น ภายในยังคงว่างเปล่าไร้ผู้คน ทว่าเขากลับรู้ดีว่า นางยังอยู่

"ออกมาเถอะ"

แววตาของเสิ่นเช่อดูลึกล้ำขึ้นขณะเอ่ยปากอย่างช้าๆ

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ

เสิ่นเช่อจึงเอ่ยถามเสียงเบา

"เจ้าคือคนของสายเลือดสายตรงแห่งราชวงศ์เทียนโจวใช่หรือไม่?"

เสิ่นเยียนที่ยังซ่อนตัวอยู่ในมิติพลังพิเศษพลันดวงตาแข็งกร้าวขึ้นทันที

การที่เขาเอ่ยถามเช่นนี้ แสดงว่าคงเดาฐานะของนางออกแล้ว

เป็นเพราะนางใช้กระบี่เทวะเทียนโจวงั้นหรือ?

แต่เขาเองก็... แซ่เสิ่นเหมือนกัน

หรือว่าเขาจะเป็นคนของสายเลือดสายตรงแห่งราชวงศ์เทียนโจวด้วย?

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เสิ่นเยียนจึงก้าวออกจากมิติพลังพิเศษ นางช้อนตาขึ้นสบตากับเขาแล้วถามอย่างเย็นชา

"เจ้าเป็นใคร?"

ในวินาทีที่เสิ่นเยียนปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า เสิ่นเช่อสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่ปะทุขึ้นในร่างกายอย่างกะทันหัน สายตาที่เขาใช้จ้องมองนางทวีความลึกซึ้งขึ้นหลายส่วน

เขาไม่ตอบคำถาม แต่นิิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า

"เจ้าคือ... องค์หญิงใหญ่เสิ่นเคองั้นหรือ?"

เสิ่นเยียนจ้องมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย

สายตาของทั้งคู่ประสานกัน คล้ายมีการปะทะกันอย่างเงียบๆ จนเกิดประกายไฟคุโชน

จู่ๆ เสิ่นเช่อก็โน้มตัวเข้าไปในเกี้ยว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันอันมหาศาลออกมา ในชั่วพริบตานั้นเกี้ยวที่แคบอยู่แล้วกลับดูเล็กลงถนัดตา อุณหภูมิรอบกายพุ่งสูงขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขาสบตานางเขม็ง

ทว่าเสิ่นเยียนยังคงนิ่งสงบ จ้องมองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว

เสิ่นเช่อยกมือขึ้นรั้งคอเสื้อตนเองลงไปด้านข้าง เผยให้เห็นหัวไหล่ซ้าย บริเวณไหปลาร้าปรากฏรอยประทับสีแดงชาดที่มีลักษณะคล้ายกลุ่มควันเด่นชัด สีสันของมันสดใสและแดงก่ำจนแสบตา

ชวนให้รู้สึกรุ่มร้อนอย่างประหลาด

เสิ่นเยียนจับจ้องรอยประทับนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับแววตาอันร้อนแรงของเขา นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้ แต่ก็พอมองออกลางๆ ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เทียนโจวแน่นอน

หรือนี่จะเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกฐานะ?

แต่บนร่างของนางกลับไม่มีรอยประทับเช่นนี้

เสิ่นเช่อลอบสังเกตทุกความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเสิ่นเยียน ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะดูจากท่าทีแล้ว นางคงไม่รู้ความหมายของรอยประทับนี้ หรือไม่ก็อาจจะสูญเสียความทรงจำที่เกี่ยวข้องไปแล้ว

หว่างคิ้วของเสิ่นเช่อขมวดมุ่น จู่ๆ เขาก็ยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของเสิ่นเยียนไว้แน่น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความสั่นพร่าเอ่ยถามว่า

"เจ้าใช่เสิ่นเคอหรือไม่?"

"เจ้ากลับชาติมาเกิดใช่หรือไม่? หรือว่าชิงร่างผู้อื่นมาเกิดใหม่? บอกข้ามา!"

เขาออกแรงบีบข้อมือนางแน่นจนเสิ่นเยียนต้องขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ

เสิ่นเยียนมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ

"ใช่แล้วจะทำไม ไม่ใช่แล้วจะทำไม? เจ้าควรบอกฐานะของตัวเองมาก่อนไม่ใช่หรือ?"

"ข้าคือ..."

สีหน้าของเสิ่นเช่อดูเหม่อลอยไปวูบหนึ่ง ความทรงจำในอดีตพรั่งพรูเข้ามา แววตายิ่งดูล้ำลึก

เขาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน

"ข้าคือสามีของเสิ่นเคอ"

เสิ่นเยียนนิ่งอึ้งไป แววตาฉายความตกตะลึงออกมาเล็กน้อย

...

ในเวลาเดียวกัน

ณ โถงใหญ่แห่งจวนเจ้าเขต ชายชุดม่วงที่ประทับอยู่บนตำแหน่งสูงสุดมีสีหน้าเย็นชา ราวกับหมดอารมณ์สุนทรีย์ ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายหนาวเหน็บที่ชวนให้ผู้คนขวัญผวา

ทุกคนภายในโถงต่างตกอยู่ในบรรยากาศอันน่าอึดอัด

ถึงขั้นไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ไจ๋อวี้โส่วในฐานะเจ้าเขตที่สิบสามเมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เอ่ยอย่างนอบน้อม

"ท่านจุนซ่าง เป็นกระหม่อมที่จัดการได้ไม่รอบคอบ ทำให้ท่านต้องรอนาน หากไม่รังเกียจ ให้เหล่านางรำในจวนมาทำการแสดงถวายก่อนดีหรือไม่ขอรับ?"

ชายชุดม่วงปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ

ไจ๋อวี้โส่วรู้สึกราวกับตนเองร่วงหล่นลงสู่ธารน้ำแข็งกะทันหัน

จนแทบสิ้นใจตายเพราะขาดอากาศหายใจ

รอยยิ้มของไจ๋อวี้โส่วแข็งค้าง เหงื่อเย็นไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขารีบก้าวไปกลางโถง สะบัดชายเสื้อแล้วคุกเข่าลงทันที

"ขอท่านจุนซ่างโปรดประทานอภัยด้วยขอรับ!"

เขาอ้อนวอนอย่างจริงใจ

ชายชุดม่วงยังคงมีสีหน้าเย็นชา เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ย่ำแย่ถึงขีดสุด เขาค่อยๆ หมุนแหวนหยกบนนิ้วหัวแม่มือเล่นอย่างเชื่องช้า

บรรยากาศในโถงยิ่งทวีความตึงเครียดจนถึงขีดสุด

ด้านชายชราชุดขาวที่ยืนอยู่เบื้องล่าง ลอบมองท่านจุนซ่างของตนแวบหนึ่งก่อนจะเมินหน้าหนี เขาไม่โง่พอที่จะหาเรื่องใส่ตัว จึงไม่ได้เอ่ยปากช่วยพูดแทนไจ๋อวี้โส่วแม้แต่คำเดียว

ไจ๋อวี้โส่วจึงทำได้เพียงคุกเข่านิ่งอยู่อย่างนั้น

เขาหมอบก้มหน้า สีหน้าย่ำแย่ถึงที่สุด ในใจเริ่มตื่นตระหนก... หรือว่าท่านจุนซ่างจะล่วงรู้ความจริงเรื่องนั้นแล้ว?

ความหวาดระแวงเริ่มเกาะกินใจ ไจ๋อวี้โส่วแอบคิดที่จะส่งสัญญาณสั่งการลับ เพื่อเตรียมพร้อมสู้ตายสักตั้ง

ทว่าในตอนนั้นเอง ชายชุดม่วงเบื้องบนก็ยอมเปิดปาก

"ลุกขึ้นเถอะ"

ไจ๋อวี้โส่วรีบเงยหน้า แววตาฉายความฉงนวาบหนึ่งก่อนจะตอบรับอย่างหวาดๆ

"ขอบพระคุณท่านจุนซ่าง!"

ผ่านไปราวครึ่งเค่อ

ในที่สุดเหล่าสาวงามก็ปรากฏตัว

พวกนางเดินเรียงแถวเข้ามาในโถงใหญ่ บนใบหน้ามีผ้าคลุมปิดบังไว้รำไร สาวงามบางคนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า ทว่าบางคนกลับรวบรวมความกล้าลอบมองชายชุดม่วงบนบัลลังก์ ในพริบตานั้นหัวใจดวงน้อยพลันเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง

ใต้เท้าท่านนี้...

ช่างหล่อเหลาเหลือเกิน!

ชั่วขณะนั้น สาวงามหลายคนต่างส่งสายตาหยาดเยิ้มทอดสะพานให้ชายชุดม่วง หวังจะดึงดูดความสนใจจากเขา

ทว่าชายชุดม่วงเพียงกวาดสายตามองเหล่าสตรีในโถงแวบเดียว ก็รู้ได้ทันทีว่าในจำนวนนี้ไม่มีนาง!

จู่ๆ มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้น

เมื่อไจ๋อวี้โส่วเห็นเช่นนั้น ก็ทึกทักเอาเองว่าเหล่าสาวงามทำให้ท่านจุนซ่างพึงพอใจแล้ว ทว่าเขาคาดไม่ถึงเลยว่า... นี่คือสัญญาณเตือนถึงพายุพิโรธ

ชายชุดม่วงลุกพรวดขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามมหาศาลออกมาทันที ใบหน้าหล่อเหลาดุจปีศาจเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ

"ไจ๋อวี้โส่ว เจ้ากล้าหลอกลวงเปิ่นจั้วงั้นรึ?!"

จบบทที่ ตอนที่ 558 ท่านจุนซ่าง พิโรธ

คัดลอกลิงก์แล้ว