- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 557 พิรุธอื่น
ตอนที่ 557 พิรุธอื่น
ตอนที่ 557 พิรุธอื่น
ใบหน้าของเสิ่นเยียนซีดเผือดลงเล็กน้อยยามก้าวเข้าสู่ค่ายกลเคลื่อนย้าย ความผันผวนของพลังมิติเบื้องในกำลังเข้าปะทะกับห้วงทะเลวิญญาณของนางอย่างเงียบเชียบ
ขณะที่เสิ่นเยียนตัดสินใจจะใช้พลังธาตุไฟเผาทำลายเชือกพันธนาการวิญญาณ จู่ๆ นางก็สัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งที่ถาโถมเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ
เกี้ยวที่นางนั่งอยู่ถูกม่านพลังสายหนึ่งเข้าปกคลุม ช่วยสกัดกั้นความผันผวนของมิติได้ทันท่วงที ทว่าม่านพลังนี้กลับมีเจตนากักขังนางไว้อย่างชัดเจน คล้ายเกรงว่านางจะอาศัยจังหวะระหว่างการเคลื่อนย้ายพุ่งทะลุออกจากเกี้ยวเพื่อหลบหนีไป
เสิ่นเยียนค่อยๆ ช้อนตาขึ้น มองฝ่าม่านเกี้ยวออกไปยังกลุ่มคนด้านนอก
เสิ่นเช่อผู้นำขบวนดูเหมือนจะรับรู้ถึงการถูกจับจ้อง เขาหันมามองทางเกี้ยวแวบหนึ่ง นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นเจือแววสงสัยรำไร แม้จะมีม่านเกี้ยวกั้นอยู่ แต่เสิ่นเยียนกลับมองเห็นสีหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
นางขมวดคิ้วบาง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว
เขา... รู้จักนางอย่างนั้นหรือ?
จิตใจของเสิ่นเยียนสับสนวุ่นวาย สุดท้ายนางก็ได้แต่หลุบตาลงนั่งนิ่งเงียบงัน ส่วนเสิ่นเช่อที่อยู่ด้านหน้าก็ละสายตากลับไปเช่นกัน เพียงแต่สีหน้าของเขาดูผิดปกติไปเล็กน้อย เขาปรายตาลงมองบริเวณหัวไหล่ตนเองวูบหนึ่ง
การเคลื่อนย้ายกินเวลาไปราวครึ่งชั่วยาม
ในที่สุดพวกเขาก็ก้าวออกจากค่ายกล มาถึงหอคอยเคลื่อนย้ายของนครเขตที่สิบสาม
เสิ่นเช่อเพิ่งจะนำขบวนพ้นหอคอยออกมา ก็พบกับสองผู้พิทักษ์กฎใหญ่แห่งนครเขตที่สิบสามดักรออยู่ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำความเคารพ อีกฝ่ายก็แสดงท่าทีร้อนรนจนสีหน้าเปลี่ยน
"รองเจ้าเขต ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที! ใต้เท้าท่านนั้นรอคอยมานานแล้ว! ท่านรีบพาสาวงามเหล่านี้เข้าจวนเถอะ ให้พวกนางอาบน้ำแต่งตัวสักหน่อย แล้วรีบส่งตัวไปให้ใต้เท้าท่านนั้นทันที!"
"ใต้เท้าท่านนั้นกำลังรออยู่หรือ?"
เสิ่นเช่อขมวดคิ้ว
หนึ่งในผู้พิทักษ์กฎเช็ดเหงื่อเย็นที่หางคิ้ว เอ่ยเร่งเร้า
"ใช่แล้วขอรับ! ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เดิมทีใต้เท้าท่านนั้นไม่ได้ต้องการคนปรนนิบัติ แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจกะทันหัน กำชับว่าต้องส่งสาวงามทั้งหมดไปต่อหน้าเขา ขาดไปแม้แต่คนเดียวก็ไม่ได้เด็ดขาด!"
ผู้พิทักษ์กฎอีกคนดูสุขุมกว่าเล็กน้อย เอ่ยถามขึ้น
"ได้ยินว่าพวกท่านถูกซุ่มโจมตีที่ทะเลทรายดำหรือ? ข้าเดาว่าต้องเป็นนักฆ่าที่เจ้าเขตที่สิบสองส่งมาแน่! แล้วตอนนี้... ยังเหลือสาวงามอยู่เท่าไหร่?"
เสิ่นเช่อเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วมือภายใต้แขนเสื้อบดคลึงกันเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบอย่างราบเรียบ "สามสิบห้าคน"
เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่ติดตามเสิ่นเช่อมาต่างสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ทั้งที่ยังมีสาวงามอยู่สามสิบหกคนชัดๆ...
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเปิดโปงคำลวงของผู้เป็นนาย ทุกคนต่างก้มหน้าหลบตาเพื่อซ่อนพิรุธ ส่วนองครักษ์คนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่รู้หรือไม่รู้เรื่องก็ตาม ต่างรักตัวกลัวตายจนไม่มีใครกล้าปริปาก แสร้งทำเป็นไม่รู้เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น
ผู้พิทักษ์กฎพยักหน้า
"ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าใช้ได้!"
"รองเจ้าเขตเสิ่น ข้าพิจารณาดูแล้ว ภารกิจของท่านรัดตัวยิ่งนัก ให้พวกเราคุ้มกันสาวงามกลับจวนเองเถิด" ผู้พิทักษ์กฎอีกคนกล่าวเสริม
เสิ่นเช่อตอบโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
"ไม่ต้อง ข้าจะไปส่งด้วยตัวเอง"
เมื่อเห็นเขาเอ่ยเช่นนั้น สองผู้พิทักษ์กฎก็สบตากันและไม่คิดคัดค้าน แม้การให้รองเจ้าเขตผู้สูงศักดิ์มาทำหน้าที่เช่นนี้จะดูเสียเกียรติไปบ้างก็ตาม
"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนรองเจ้าเขตแล้ว!"
เสิ่นเช่อพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะนำขบวนมุ่งหน้าสู่จวนเจ้าเขต
ขณะเดียวกัน เสิ่นเยียนที่อยู่ภายในเกี้ยวลอบมองผ่านม่านออกมาด้านนอก นางเห็นผู้ฝึกตนจำนวนมากที่มีรูปลักษณ์ผิดแปลกไปจากมนุษย์เดินขวักไขว่ บ้างคล้ายปีศาจ คล้ายมาร หรือแม้แต่ครึ่งมนุษย์สมิง
ทว่าสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันหมดคือ กลิ่นอายความแข็งแกร่งอันมหาศาล ระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาอย่างต่ำที่สุดล้วนอยู่เหนือระดับวิญญาณจักรพรรดิ!
แรงกดดันจากยอดฝีมือจำนวนมากที่ปะปนกันทำให้เสิ่นเยียนรู้สึกอึดอัดอยู่รำไร นางเห็นเสิ่นเช่อกำลังเจรจากับผู้พิทักษ์กฎ แต่เพราะระยะห่างบวกกับร่างนี้ไร้ซึ่งพลังวิญญาณ จึงไม่อาจได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
แต่เสิ่นเยียนรู้ดีว่า ถึงเวลาที่นางต้องหนีแล้ว!
หากปล่อยให้เข้าไปถึงในจวนเจ้าเขต การจะหนีออกมาคงยากกว่าปีนขึ้นสวรรค์ เพราะที่นั่นต้องมีการคุ้มกันแน่นหนาอย่างไม่ต้องสงสัย
เสิ่นเยียนหลุบตาลง นางลอบกระตุ้นพลังธาตุไฟเผาทำลายเชือกพันธนาการบนร่างจนสิ้นซาก สลัดหลุดจากการจองจำได้สำเร็จ
"กลิ่นอะไรน่ะ?"
คนแบกเกี้ยวขมวดคิ้วพลางสูดดม เมื่อได้กลิ่นเหม็นไหม้ลอยมา
เสิ่นเช่อที่อยู่ด้านหน้าก็รับรู้ถึงความผิดปกติในทันที สายตาของเขาตวัดขวับไปยังเกี้ยวของเสิ่นเยียน สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาเกี้ยวหลังนั้นอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ! เขายกมือเลิกม่านเกี้ยวออกอย่างแรง
ทว่าภายในเกี้ยวกลับ... ว่างเปล่า!
สีหน้าของเสิ่นเช่อพลันมืดครึ้มลงทันที
ยามนั้นสองผู้พิทักษ์กฎที่ตามมาเห็นสีหน้าย่ำแย่ของเสิ่นเช่อก็หัวใจกระตุกวูบ รีบชะโงกหน้ามองเข้าไปในเกี้ยวตาม
แต่ยังไม่ทันที่จะเห็นอะไรชัดเจน เสิ่นเช่อก็สะบัดม่านเกี้ยวลงปิดบังสายตาของพวกเขาเสียก่อน
เสิ่นเช่อหรี่ตาลง เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ
"ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกไม่ค่อยวางใจเท่านั้น"
พูดจบ เขาก็กางม่านพลังซ้อนทับลงบนเกี้ยวหลังนั้นชั้นแล้วชั้นเล่า ม่านพลังแต่ละชั้นอัดแน่นไปด้วยพลังแข็งแกร่ง ประดุจกำแพงเหล็กที่มิอาจสั่นคลอน
มุมปากของเสิ่นเช่อยกขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงหนักแน่นเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"หนีไม่พ้นหรอก"
สองผู้พิทักษ์กฎสบตากันด้วยความฉงนใจ ทว่าพวกเขาก็เชื่อมั่นในตัวเสิ่นเช่ออย่างยิ่ง ในเมื่อรองเจ้าเขตรับประกันเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล อีกอย่าง หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ คนที่ต้องรับผิดชอบเป็นคนแรกก็คือรองเจ้าเขตอยู่ดี
ในเวลาเดียวกัน เสิ่นเยียนที่หลบซ่อนอยู่ในมิติพลังพิเศษเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว หัวใจของนางก็ดิ่งวูบลงทันที
เขามั่นใจได้อย่างไรว่านางยังไม่ได้หนีไป?
การที่เขากางม่านพลังแน่นหนาหลายชั้นขนาดนี้ แสดงว่าเขารู้ว่านางยังวนเวียนอยู่ในเกี้ยว! บางทีเขาอาจเดาได้ว่านางซ่อนตัวอยู่ในมิติเคลื่อนที่ และทันทีที่นางก้าวออกมา นางก็จะปรากฏตัวได้แค่ในเกี้ยวเท่านั้น
เป็นเพราะเมื่อครู่นี้เขาตรวจพบรวดเร็วเกินไป นางจึงยังไม่ทันได้หนีพ้นเกี้ยว ก็ต้องรีบมุดเข้ามิติพลังพิเศษเพื่อซ่อนตัวเสียก่อน
เสิ่นเยียนสีหน้าเคร่งเครียด
นางประเมินยอดฝีมือของที่นี่ต่ำไปจริงๆ
แต่ว่า... ทำไมเขาถึงไม่เปิดโปงนางล่ะ?
ในใจของเสิ่นเยียนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
"เขาแข็งแกร่งมาก"
จู่ๆ อูอิ่งที่อยู่ในมิติก็เอ่ยขึ้น
"อย่างน้อยเจ้าในตอนนี้ก็ไม่มีทางเอาชนะเขาได้"
เสิ่นเยียนหันไปมองมัน
อูอิ่งเปลี่ยนประเด็นกะทันหัน
"แต่ตามหลักแล้ว การที่เจ้าหลบเข้ามิติมาไม่น่าจะถูกค้นพบง่ายๆ แบบนี้ น่าจะเป็นเจ้าเองที่เผลอแสดงพิรุธบางอย่างออกไปมากกว่า"
อูอิ่งเคยเห็นความลึกลับของมิติพลังพิเศษมาแล้ว ต่อให้เฟิงสิงเหยาอยู่ที่นี่ก็ใช่ว่าจะหาตัวเสิ่นเยียนเจอได้ง่ายๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสิ่นเยียนก็เริ่มครุ่นคิดตาม
ในขณะที่นางกำลังจมอยู่ในภวังค์ เสิ่นเช่อก็ได้นำขบวนเข้าสู่จวนเจ้าเขตเป็นที่เรียบร้อย
เสิ่นเช่อปรายตามองเกี้ยวหลังนั้นอย่างเรียบเฉย ก่อนจะสั่งองครักษ์
"พวกเจ้าถอยไปให้หมด ให้สาวใช้เข้ามาพานางไปอาบน้ำแต่งตัว"
"ขอรับ รองเจ้าเขต!"
เหล่าองครักษ์ถอยร่นออกไป ส่วนสองผู้พิทักษ์กฎแยกไปรายงานตัวกับเจ้าเขตก่อนแล้ว ในที่แห่งนี้จึงเหลือเพียงเสิ่นเช่อและผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทเท่านั้น
เสิ่นเช่อออกคำสั่ง
"พาสาวงามออกมาให้หมด"
"รับทราบ!"
เพียงชั่วจิบชา สาวงามทั้งสามสิบห้าคนก็ถูกนำตัวออกมา และถูกบรรดาสาวใช้พาเข้าไปชำระกายภายในเรือนอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวในชุดกระโปรงสีม่วงดำกวาดสายตามองไปรอบด้าน เมื่อเห็นว่าจำนวนคนหายไปหนึ่งคน มุมปากของนางก็ยกยิ้มเย็น
หายไปคนหนึ่งงั้นหรือ...
แล้วหมายเลขห้าสิบแปดล่ะไปไหน?
เสิ่นเยียนยังไม่คิดจะออกจากมิติ นางต้องการรอดูว่าเสิ่นเช่อจะทำอย่างไรต่อไป
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ เสิ่นเช่อกลับออกคำสั่งให้ส่งเกี้ยวเปล่าเหล่านี้เข้าไปในเรือนพักของเขาทั้งหมด!
แววตาของเสิ่นเยียนเย็นเยียบลง สัญญาณเตือนภัยในใจดังระงม
ตกลงว่าเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่?