เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 556 แปดเก้าส่วน

ตอนที่ 556 แปดเก้าส่วน

ตอนที่ 556 แปดเก้าส่วน


"ท่านจุนซ่างโปรดปรานสาวงามบ้างหรือไม่ขอรับ?"

ชายวัยกลางคนเอ่ยถามหยั่งเชิงพร้อมรอยยิ้มประจบ

บุรุษผู้ประทับอยู่เบื้องบนเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน

"โอ้? เจ้าคิดจะถวายสตรีให้เปิ่นจั้วอย่างนั้นหรือ?"

ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้น สองมือประสานคารวะ ใบหน้าเหลี่ยมดูภูมิฐาน คิ้วบางจาง นัยน์ตาขุ่นมัวทว่ากลับทอประกายแหลมคมอย่างน่าประหลาด ดูคล้ายพยัคฆ์ซ่อนเขี้ยวเล็บภายใต้รอยยิ้ม เขารีบตอบรับทันควัน "ถูกต้องแล้วขอรับ!"

บุรุษเบื้องบนใช้มือเท้าคางอย่างเฉื่อยชา

"เปิ่นจั้วไม่สนใจ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของชายวัยกลางคนก็เผยความตื่นตะลึงเล็กน้อย ทว่าไม่กล้าเซ้าซี้ให้มากความ ได้แต่ก้มหน้าตอบรับคำรัวเร็ว

เพียงแต่ในใจเขากลับลอบคำนวณเอาไว้แล้ว ในเมื่ออุตส่าห์กวาดต้อนสาวงามมาจากทั่วทุกสารทิศมากมายถึงเพียงนี้ ย่อมไม่อาจปล่อยให้สูญเปล่า

หลังจากชายวัยกลางคนถอยออกจากตำหนัก ชายชราสองคนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็รีบก้าวตามไปทันที ทั้งสามลอบสบตากันอย่างมีเลศนัย

"ท่านเจ้าเขต การเจรจาเป็นอย่างไรบ้าง?"

ชายชราชุดเทาลดเสียงต่ำเอ่ยถาม

ชายวัยกลางคนผู้นี้ไจ๋อวี้โส่ว เจ้าเขตที่สิบสาม แววตาวูบไหวขณะกล่าวตอบ

"เขาให้พวกเราสืบหาความจริงให้กระจ่างภายในสิบวัน"

"ภายในสิบวัน?!"

ชายชราทั้งสองหน้าถอดสี

"ท่านเจ้าเขต พวกเรา..."

ชายชราชุดเทาเพิ่งจะอ้าปาก ก็ถูกไจ๋อวี้โส่วยกมือปรามด้วยสีหน้าเย็นชา สายตากวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง ก่อนจะทิ้งท้าย

"ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับพูดคุย"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชราทั้งสองจึงหุบปากฉับ เดินตามไจ๋อวี้โส่วไปอย่างเงียบเชียบ

ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่เฝ้าจับตาดูไจ๋อวี้โส่วอยู่ในเงามืดต่างส่งสัญญาณมือให้แก่กัน จากนั้นสามคนในกลุ่มลอบสะกดรอยตามพวกไจ๋อวี้โส่วต่อไป ส่วนคนที่เหลือเร้นกายกลับไปรายงานภายในตำหนัก

เงาร่างหลายสายร่อนลงกลางตำหนัก ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

"เรียนท่านจุนซ่าง พวกเขาหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องน้ำทมิฬอย่างยิ่งขอรับ ยามนี้ผู้ใต้บังคับบัญชายังไม่สามารถสืบข่าวอื่นใดเพิ่มได้"

"อืม"

บุรุษเบื้องบนขานรับอย่างไม่ใส่ใจนัก ราวกับคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว เมื่อรายงานเสร็จสิ้น เงาร่างเหล่านั้นก็หายวับไปอีกครั้ง

มีเพียงผู้เดียวที่ยังยืนหยัดอยู่เบื้องล่างมาโดยตลอด คือชายชราผมขาวโพลนในอาภรณ์ขาว สองมือประสานไว้เบื้องหน้า บนใบหน้าเหี่ยวย่นมีเกล็ดปรากฏให้เห็นลางๆ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย

"ท่านจุนซ่าง นี่คือการล่อให้งูออกจากถ้ำหรือขอรับ?"

ชายชราชุดขาวเงยหน้ามองบุรุษบนบัลลังก์ เห็นเพียงชายหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงเรียบง่ายไร้ลวดลาย ทว่ารูปโฉมกลับหล่อเหลาราวกับปีศาจ ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยความสูงศักดิ์และชวนลุ่มหลง นัยน์ตางดงามลึกลับดูคล้ายภูตพราย ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มบาง

นิ้วเรียวยาวเห็นข้อต่อชัดเจนเท้าพยุงข้างแก้ม เผยให้เห็นความเกียจคร้านอยู่หลายส่วน

"เช่นนี้ไม่ใช่น่าสนุกกว่าหรอกหรือ?"

ชายชราชุดขาวหัวเราะร่าอย่างเห็นด้วย

"เป็นไปตามที่ท่านจุนซ่างกล่าวขอรับ หากเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็จะเผยหางออกมาเอง"

ทว่าในยามนั้นเอง ชายหนุ่มพลันขมวดคิ้วแน่น รอยยิ้มบนใบหน้ามลายหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งเครียด สีหน้าย่ำแย่ลงถึงขีดสุด

ชายชราชุดขาวสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ หัวใจพลันกระตุกวูบ คิดว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ จึงรีบถาม

"ท่านจุนซ่าง เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือขอรับ?"

ชายหนุ่มค่อยๆ ยืดกายตรง ใบหน้าหล่อเหลาดุจปีศาจที่เคยเกียจคร้าน ยามนี้กลับเย็นชาไร้ปรานี ภายในแววตาพาดผ่านด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น

"เปิ่นจั้วจะไปข้างนอกประเดี๋ยว!"

เขาทิ้งถ้อยคำไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเลือนหายไปจากที่เดิมทันที

สายตาของชายชราชุดขาวสั่นไหว เขาขมวดคิ้วแน่นลอบรำพึงในใจ... เขาแทบไม่เคยเห็นท่านจุนซ่างเผยสีหน้าเช่นนี้มาก่อน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ถึงกับทำให้ท่านจุนซ่างจิตใจว้าวุ่นได้ถึงเพียงนี้!

ในขณะเดียวกัน เสิ่นเช่อและพรรคพวกได้คุ้มกันเหล่าสาวงามเข้าสู่เมืองทะเลทรายดำแล้ว

เมืองทะเลทรายดำสมกับที่เป็นดินแดนแห่งความวุ่นวาย ผู้คนมากหน้าหลายตาปะปน เสียงดังอึกทึกไม่ขาดสาย บรรดาผู้คนที่เดินสัญจรไปมาล้วนมีกลิ่นอายคาวเลือดติดตัว ราวกับเพิ่งผ่านการเข่นฆ่ามาสดๆ ร้อนๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นเช่อปรากฏตัว กลิ่นอายอันดุดันบนร่างของเขาก็ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเงียบกริบดั่งจักจั่นในฤดูหนาว ต่างพากันถอยกรูดเปิดทางให้

"ช่วยข้าด้วย!"

"ช่วยด้วย!"

"ปล่อยพวกเราออกไปนะ!"

แม้ภายในเกี้ยวจะมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเหล่าสตรีดังออกมาไม่ขาดสาย ทว่าผู้คนรอบข้างกลับนิ่งเฉยไร้ความรู้สึก พวกเขารู้ดีว่าในดินแดนเถื่อนแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตตนเอง

ไม่มีใครโง่พอที่จะล่วงเกินเสิ่นเช่อ รองเจ้าเขตที่สิบสาม เพียงเพื่อช่วยคนแปลกหน้าไม่กี่คน ชื่อเสียงของเสิ่นเช่อในเขตที่สิบสามไม่ใช่เรื่องล้อเล่น วิธีการของเขาโหดเหี้ยมอำมหิต ลงมือเด็ดขาด เป็นที่น่าเกรงขามยิ่งนัก

ดังนั้น แม้จะมีใครเกิดสงสารขึ้นมาบ้าง ก็ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วยส่งเดช

เมืองทะเลทรายดำไม่ใช่จุดหมาย แต่เป็นเพียงจุดแวะพัก เนื่องจากนครเขตของเขตที่สิบสามไม่ได้ตั้งอยู่ที่นี่ เสิ่นเช่อนำทีมเดินทางมาถึงหอคอยเคลื่อนย้ายของเมือง

และในวินาทีที่พวกเขากำลังถูกเคลื่อนย้ายออกไปนั้นเอง ร่างเงาสีม่วงอันสง่างามก็ปรากฏขึ้นใจกลางเมืองทะเลทรายดำ แววตาเย็นชากวาดมองไปยังทิศทางของหอคอยเคลื่อนย้าย

เขายกมือเรียวขาวผ่องขึ้น เพียงพริบตา ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็ถูกเขาคว้าคอบีบเอาไว้จากระยะไกล!

ภาพนั้นทำให้ฝูงชนหน้าถอดสี จับจ้องชายหนุ่มผู้นี้ด้วยความหวาดระแวงสุดขีด เมื่อพินิจดูใกล้ๆ ก็ต้องตะลึงในความหล่อเหลา หากไม่ใช่เพราะรังสีอัมหิตและแรงกดดันอันรุนแรง พวกเขาก็คงจะลืมหายใจไปแล้ว

"คนเหล่านั้นที่เพิ่งใช้หอคอยเคลื่อนย้ายไปคือใคร?"

น้ำเสียงเขาสุขุมทว่าเย็นเยียบ

ผู้ฝึกตนที่ถูกบีบคอพยายามเค้นเสียงตอบ

"คือ... คือ..."

"คือรองเจ้าเขตที่สิบสาม เสิ่นเช่อ!"

ชายชุดม่วงช้อนตาขึ้น มุมปากขยับยิ้ม

"แล้วมีใครอีก?"

รอยยิ้มของเขาสามารถทำให้คนลุ่มหลงได้ง่ายดาย ทว่ายามนี้กลับทำให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับถูกหนามทิ่มแทง

"ยังมี... ยังมีสาวงาม! สาวงามมากมายขอรับ!"

ชายผู้นั้นหวาดกลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้น ใบหน้าซีดเผือด

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หว่างคิ้วของชายชุดม่วงก็ยิ่งเย็นชา อัดแน่นไปด้วยความหนาวเหน็บที่ยากจะหลอมละลาย ทันใดนั้นเขาก็แค่นเสียงหัวเราะหึออกมาคำหนึ่ง

ยังไม่ทันที่ฝูงชนจะตั้งสติได้ เขาก็อันตรธานหายไปแล้ว แรงกดดันมหาศาลที่ปกคลุมไปทั่วฟ้าดินพลันมลายสิ้น ฝูงชนจึงได้หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่

"คนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน? ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเสิ่นเช่อเสียอีก?"

"คงไม่ใช่คนที่มาจาก เบื้องบน หรอกนะ?"

"เป็นไปได้แปดเก้าส่วนเลยล่ะ!"

"นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว... เขามาจากเบื้องบนแน่หรือ? หรือจะมาจากนครเขตระดับสูง!"

แดนมืดเขตสิบสาม... เป็นไปตามชื่อเรียก ภายในแดนมืดแห่งนี้มีนครเขตดำรงอยู่ทั้งสิ้นสิบสามแห่ง

ในบรรดานครเขตทั้งสิบสามแห่ง นครเขตที่หนึ่งและนครเขตที่เก้าได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุด

ผู้คนที่พำนักอยู่ในนครเขตที่หนึ่งส่วนใหญ่ล้วนมาจากเบื้องบน นครเขตที่หนึ่งจึงถือเป็นตัวแทนของอำนาจสูงสุดในแดนมืด

ส่วนนครเขตที่เก้านั้นเลื่องชื่อเรื่องความลึกลับ มันซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของแดนมืด น้อยคนนักที่จะเข้าไปถึง ว่ากันว่านครเขตที่เก้าครอบครองพลังงานพิเศษที่มอบพลังเหนือธรรมชาติให้แก่ผู้คนได้

นอกจากสองนครเขตนี้ ความแข็งแกร่งของนครเขตที่เหลือล้วนใกล้เคียงกัน จนไม่อาจแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าแห่งใดเหนือกว่ากัน

จบบทที่ ตอนที่ 556 แปดเก้าส่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว