- หน้าแรก
- คัมภีร์กระบี่มหาวิถี
- บทที่ 40 - เขาชื่อเหมยอวิ้น เกิดมาพร้อมกับเทพแห่งความซวยประทับร่าง ฉายาดาวมฤตยูโดดเดี่ยว!
บทที่ 40 - เขาชื่อเหมยอวิ้น เกิดมาพร้อมกับเทพแห่งความซวยประทับร่าง ฉายาดาวมฤตยูโดดเดี่ยว!
บทที่ 40 - เขาชื่อเหมยอวิ้น เกิดมาพร้อมกับเทพแห่งความซวยประทับร่าง ฉายาดาวมฤตยูโดดเดี่ยว!
บทที่ 40 - เขาชื่อเหมยอวิ้น เกิดมาพร้อมกับเทพแห่งความซวยประทับร่าง ฉายาดาวมฤตยูโดดเดี่ยว!
"ทำไมล่ะ" กู้หานย่อมสังเกตเห็นความผิดปกติของอาจารย์ท่านนั้นเช่นกัน เขารู้สึกสงสัย "ทำไมเขาถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ"
"เขา..." เจียงเฟิงยิ้มขื่น "วันนี้ คงจะไม่มีใครเลือกเขาสักคนเดียว"
"ทำไมล่ะ ระดับพลังของเขาต่ำมากหรือ"
"ระดับจิตลี้ลับขั้นที่สาม ถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาอาจารย์ทั้งสิบคน"
"ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าจะใช่" กู้หานส่ายหน้า "ต่อให้ระดับพลังของเขาจะต่ำ แต่การชี้แนะการบ่มเพาะพลัง ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับพลังเพียงอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้หรอกที่..."
"พี่กู้" เจียงเฟิงอ้ำอึ้ง "ท่านรู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้วเขามีฉายาอยู่..."
"ฉายารึ"
"ตัวซวย!"
ทันใดนั้น พร้อมกับน้ำเสียงแหบพร่า ไม้กวาดที่ถูกใช้งานจนโล้นเตียนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสอง
ผู้ที่มาคือใคร ย่อมไม่ต้องอธิบายให้มากความ
หืม กู้หานชะงักไป ชายชราผู้นี้ โผล่มาจากไหนกัน
"คนผู้นี้มีนามว่าเหมยอวิ้น" ชายชรามีสีหน้าทอดถอนใจ เริ่มเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างออกรส "เมื่อสิบห้าปีก่อนเขาเข้ามาเป็นอาจารย์ในสำนักยุทธ์ ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ มีคนเลือกเขาถึงยี่สิบหกคน พอครบกำหนดห้าปี ตายไปเจ็ดคน พิการไปสิบคน ส่วนอีกเก้าคนที่เหลือ ก็ใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่าไปตลอดกาล ไม่คู่ควรกับคำว่าศิษย์สำนักยุทธ์เลยแม้แต่น้อย"
"..." กู้หานมีสีหน้าพูดไม่ออก
เหมยอวิ้นรึ ใต้หล้านี้ มีใครเขาตั้งชื่ออัปมงคลแบบนี้กันบ้างล่ะ!
"แล้ว... หลังจากนั้นล่ะ"
"หลังจากนั้นรึ" ชายชราส่ายหน้า "จะว่าไปแล้ว ชื่อของคนผู้นี้มีคำว่า 'อวิ้น' อยู่ก็จริง แต่ความจริงแล้วไม่เคยมีโชคเลยสักนิด"
กู้หานเบ้ปาก
ชื่อมีคำว่าอวิ้นก็จริง แต่ท่านไม่ดูนามสกุลเขาหน่อยรึ ว่าเขาแซ่อะไร!
"เมื่อสิบปีก่อน ศิษย์ที่เลือกเขาลดน้อยลงไปมาก แต่ก็ยังมีถึงเก้าคน ทว่าครั้งนี้ ยังไม่ทันครบกำหนดห้าปีดีด้วยซ้ำ ในระหว่างการฝึกฝนที่ป่าเถื่อนโบราณ คนทั้งเก้าก็ตกเป็นอาหารของสัตว์อสูรทั้งหมด ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้เลย!"
"พอมาถึงเมื่อห้าปีก่อน..." ชายชราส่ายหน้า "ก็มีแค่สามคนเท่านั้นที่เลือกเขา ครั้งนี้ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงอันใด คนทั้งสามรอดชีวิตมาจนครบห้าปีได้อย่างราบรื่น เพียงแต่พอครบกำหนด ทั้งสามคนนี้... ก็เป็นบ้าไปหมดเลย!"
เป็น... เป็นบ้าไปแล้วรึ
กู้หานอ้าปากตาค้าง นี่มันตัวซวยอะไรกัน นี่มันดาวมฤตยูโดดเดี่ยวของแท้เลยไม่ใช่รึ!
"พี่กู้" เจียงเฟิงมีสีหน้าจนใจ "ตอนนี้ท่านคงรู้แล้วสินะ ว่าทำไมข้าถึงห้ามไม่ให้ท่านเลือกเขา"
"ข้าว่านะ" กู้หานถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เขาควรจะเปลี่ยนชื่อ... ไม่สิ เขาควรจะเปลี่ยนนามสกุลไปด้วยเลยนะ!"
"นั่นน่ะสิ" ชายชราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง "เพราะเรื่องนี้เอง คนผู้นี้จึงถูกกีดกันในสำนักยุทธ์อย่างหนัก หนำซ้ำฉายาตัวซวยของเขายังโด่งดังไปทั่วทั้งสิบแคว้น กระทั่งยังได้รับความสนใจจากคนของสำนักเบื้องบนด้วย จะว่าไปแล้ว ก็นับว่าเป็นหนึ่งเดียวไม่มีใครเทียบได้จริงๆ"
"..." กู้หานพูดไม่ออกอีกครา
ดูเหมือนว่าพอซวยจนถึงขีดสุด ก็สามารถมีชื่อเสียงโด่งดังได้เหมือนกัน
"แน่นอนว่า" ชายชราเหลือบมองเจียงเฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "เรื่องโชคลางเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องเลื่อนลอย จะงมงายกับมันจนเกินไปก็ไม่ได้! วิถีแห่งการบ่มเพาะ ก็เหมือนกับการพายเรือทวนน้ำ หากไม่รุดหน้าก็มีแต่จะถอยหลัง! ดังนั้น การจะเลือกอาจารย์คนใด อันที่จริงไม่ได้สำคัญเลย ที่สำคัญคือต้องมีความเชื่อมั่นที่จะไม่ยอมพ่ายแพ้ กล้าต่อสู้กับฟ้า ต่อสู้กับดิน ต่อสู้กับผู้คนต่างหาก มิเช่นนั้น ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์สูงส่งปานใด หนทางข้างหน้าก็ยังคงขรุขระ ยากที่จะประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้!"
คำพูดเหล่านี้ ทำเอาเจียงเฟิงหน้าแดงก่ำ
"ท่านผู้เฒ่า" เขารีบโค้งคารวะ "น้อมรับคำสั่งสอน! วันนี้ได้ฟังคำพูดของท่านเพียงประโยคเดียว ก็เหมือนได้เบิกเนตรให้สว่างไสว ก่อนหน้านี้ ข้ายึดติดมากเกินไปจริงๆ!"
"ดีมาก ดีมาก" ชายชราหัวเราะจนรอยย่นบนใบหน้าบีบเข้าหากัน "เด็กคนนี้สอนได้!"
เมื่อเห็นเจียงเฟิงถูกปั่นหัวจนหัวหมุน กู้หานก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"ผู้อาวุโส ท่านเป็นยอดคนจากที่ใดกันรึ"
"หึหึ" ชายชราโบกมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ยอดคนอะไรกัน ข้าก็แค่กวาดพื้นอยู่ในสำนักยุทธ์มาสามสิบปีเท่านั้นเอง"
สามสิบปี!
เจียงเฟิงรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาในบัดดล
กู้หานกลับงุนงง กวาดพื้นมาสามสิบปี... แล้วมันก็ยังเป็นคนกวาดพื้นอยู่ดีไม่ใช่รึ มีอะไรน่าภูมิใจตรงไหนเนี่ย
ห่างออกไปไกล รองเจ้าสำนักทั้งหลายซึ่งมีผู้บัญชาการโจวเป็นผู้นำ ต่างไม่พูดจาอันใด ทำเพียงมองดูทุกคนกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าเรียบเฉย คล้ายกับกำลังรอคอยบางสิ่งอยู่
"มาแล้ว!"
ทันใดนั้น ผู้บัญชาการโจวก็หรี่ตาลง มองไปแต่ไกล
สิ้นเสียงของเขา ฝูงชนที่กำลังดูเรื่องสนุกอยู่ด้านนอกสำนักยุทธ์ก็เริ่มแตกตื่นโกลาหลขึ้นมาทันที
"เร็วเข้า! รีบหลีกทาง!"
"องค์ชายใหญ่เสด็จมาแล้ว ถอยไปให้หมด!"
"สวรรค์! ครั้งล่าสุดที่ข้าได้เห็นองค์ชายใหญ่ ก็เมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้ในที่สุดก็มีบุญตาได้เห็นพระองค์อีกครั้งแล้ว!"
"ซี้ด! กายาวิญญาณอัคคีขององค์ชายใหญ่ คงจะบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้วกระมัง! ห่างกันตั้งร้อยจั้ง ข้ายังสัมผัสได้ถึงไอความร้อนนั่นเลย!"
"..."
ท่ามกลางเสียงพูดคุย ทุกคนต่างก็หลีกทางให้เป็นช่องว่างอย่างรู้หน้าที่
ในแคว้นต้าฉี โดยเฉพาะในเมืองหลวง องค์ชายใหญ่เจียงหง คือยอดอัจฉริยะที่คู่ควรแก่การยกย่องในใจของทุกคน!
"เสด็จพี่ใหญ่รึ" เจียงเฟิงรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย "เขาไม่ได้ถูกสำนักเบื้องบนรับเป็นศิษย์ไปแล้วหรือ ทำไม... ยังมาที่สำนักยุทธ์อีก"
"พี่ใหญ่เจ้ารึ" กู้หานกระจ่างแจ้ง "มิน่าล่ะถึงได้วางมาดใหญ่โตปานนี้ ปล่อยให้คนตั้งมากมายต้องมารอเขา!"
"พี่กู้" เจียงเฟิงรู้สึกกังวล "แม้เสด็จพี่ใหญ่อาจจะไม่ได้ตั้งใจมุ่งเป้ามาที่ท่าน แต่ท่าน... ก็ควรจะระวังตัวไว้ก่อนจะดีกว่า"
"งั้นรึ" กู้หานมีน้ำเสียงเย้ยหยัน "เขาเป็นถึงองค์ชายใหญ่ผู้สูงศักดิ์ คงไม่ยอมลดตัวลงมาเล่นงานคนไร้ชื่อเสียงอย่างข้าหรอกมั้ง"
"ท่านไม่รู้จักเขาหรอก" สีหน้าของเจียงเฟิงซับซ้อนยากจะคาดเดา "เสด็จพี่ใหญ่มีพรสวรรค์สูงส่ง นิสัยแข็งกร้าวเด็ดขาด ตั้งแต่เล็กจนโต แทบไม่มีใครกล้าขัดใจเขา..."
เมื่อเห็นเขามีสีหน้าเช่นนี้ กู้หานก็ลอบส่ายหน้า ตบไหล่เขาเบาๆ
"ท่านไม่ต้อง..."
"ไม่ต้องคิดมาก!"
เขาพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ก็ถูกชายชราที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้นมา
"เจ้าหนุ่ม" ชายชราส่ายหน้าโคลงศีรษะ "กายาวิญญาณอัคคีของเขาอาจจะร้ายกาจมากก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะต้องด้อยกว่าเขาเสมอไป ตอนนี้เขาอาจจะก้าวไปไกลกว่าเจ้า ทว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เขาไม่มีทางทิ้งห่างเจ้าไปได้ตลอดหรอก ทุกอย่าง ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง"
"ท่านผู้เฒ่า" เจียงเฟิงมีสีหน้าตื่นตะลึง พึมพำกับตัวเอง "ข้า... ยังมีโอกาสอยู่งั้นรึ"
"หึหึ" ชายชราปรายตามองกู้หานแวบหนึ่ง "เจ้าว่าอย่างไรล่ะ"
ข้ารึ กู้หานอดไม่ได้ที่จะกลอกตาบน
ข้าจะไปพูดผีอะไรล่ะ! คำพูดน่ะท่านแย่งพูดไปหมดแล้ว! ชอบสั่งสอนชาวบ้านด้วยหลักการใหญ่โตขนาดนี้เลยรึไง!
"ท่านพูดต่อเถอะ" เขาฝืนยิ้มอย่างแข็งทื่อ "ข้าฟังอยู่"
ชายชราไม่เอ่ยปากพูดอะไรอีก เพียงพิจารณาเจียงเฟิงอยู่สองสามปราด ภายในดวงตาขุ่นมัวฉายแววชื่นชมออกมาจางๆ
ในเวลานี้เอง ท่ามกลางสายตาอิจฉาตาร้อนและเคารพเทิดทูนของผู้คนด้านนอก เงาร่างสามสายก็ก้าวเข้ามาในสำนักยุทธ์
คนที่เดินนำหน้ามา ย่อมต้องเป็นเจียงหง ส่วนชายหญิงคู่หนึ่งที่อยู่เคียงข้างเขา กลับกลายเป็นหลิวอิงและหลิวทง
ชั่วขณะหนึ่ง ความสนใจของทุกคนล้วนถูกดึงดูดไปที่พวกเขา ไม่ใช่อะไรอื่น เป็นเพราะเจียงหงกับหลิวอิงนั้นสะดุดตาเกินไป คนหนึ่งมีสถานะสูงส่ง เกิดมาพร้อมรูปโฉมไม่ธรรมดา อีกคนหนึ่งมีเรือนร่างเย้ายวน รูปโฉมงดงามล่มเมือง
ส่วนหลิวทงนั้น... กลับดูธรรมดาสามัญไปถนัดตา
ทว่า ยามนี้เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะมาคิดถึงเรื่องพวกนี้ สายตาของเขากวาดมองไปทั่ว คล้ายกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
ภายในสำนักยุทธ์มีคนไม่มากนัก เขาย่อมมองหาเงาร่างของกู้หานพบได้อย่างง่ายดาย เขาแค่นเสียงเย็น แล้วก้าวยาวๆ เดินตรงเข้ามาหา
"พี่กู้" เจียงเฟิงใจหล่นวูบ "เขามาแล้ว!"
ระหว่างที่พูด หลิวทงก็มาถึงตรงหน้าทั้งสองแล้ว
"องค์ชายเจ็ด" เขาปรายตามองเจียงเฟิง น้ำเสียงปราศจากความเคารพยำเกรงโดยสิ้นเชิง "คิดไม่ถึงเลยนะ ว่าท่านจะมาสำนักยุทธ์ด้วย"
"หลิวทง" เจียงเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก "เจ้า..."
"องค์ชาย!" หลิวทงไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย "ความแค้นระหว่างข้ากับมัน หวังว่าท่านจะไม่เข้ามาก้าวก่ายนะ! มิเช่นนั้น หึหึ..."
เมื่อเห็นเขาไร้มารยาทถึงเพียงนี้ เจียงเฟิงก็กำหมัดแน่นในพริบตา
"พบกันอีกแล้วนะ" หลิวทงจ้องมองกู้หานเขม็ง "ประหลาดใจไหมล่ะ"
"ประหลาดใจคงไม่หรอก" กู้หานย่อมไม่ถูกเขาข่มขู่เอาได้ง่ายๆ "ก็แค่รู้สึกสะอิดสะเอียนนิดหน่อยน่ะ"
"ฮึ!" สีหน้าของหลิวทงเย็นชาลงทันที "ความอัปยศในวันนั้น ข้ายังจดจำได้ขึ้นใจ!"
"จำไว้ก็ดีแล้ว" กู้หานมีสีหน้าเรียบเฉย "ถือว่าให้เจ้าหลาบจำก็แล้วกัน!"
"เจ้า!" หลิวทงมีแววตาอาฆาตแค้น "ปากดีไปเถอะ! เดี๋ยวคอยดูว่าเจ้าจะ..."
"หลิวทง!" ทันใดนั้น น้ำเสียงราบเรียบก็ดังแว่วมา
เป็นองค์ชายใหญ่เจียงหงที่เอ่ยปากเรียกนั่นเอง
"กลับมา!"
"...รับทราบ!" หลิวทงย่อมไม่กล้าขัดคำสั่งของเขา "ที่นี่คือสำนักยุทธ์ ไม่ใช่ตระกูลมู่หรง! ข้าอยากจะรู้ว่าจะมีใครหน้าไหนคุ้มครองเจ้าได้อีก!"
พูดจบ เขาก็กลับไปอยู่ข้างกายเจียงหงอีกครั้ง
"ไอ้เด็กสารเลวนี่!" ชายชรามองตามแล้วส่ายหน้าดิก "เกินเยียวยาแล้ว!"
"ท่านผู้เฒ่า" กู้หานยุยง "ท่านบอกว่ากวาดพื้นอยู่ที่นี่มาสามสิบปี ก็น่าจะพอมีเส้นสายอะไรอยู่บ้างไม่ใช่รึ ในเมื่อไอ้ลูกเต่านี่มันเกินเยียวยาแล้ว ท่านก็ลองใช้เส้นสายของท่าน กำจัดไอ้ตัวหายนะนี่ทิ้งไปเลยสิ เป็นไงล่ะ ข้าว่านะ จะต้องมีคนซาบซึ้งในพระคุณของท่านมากมายเลยล่ะ!"
"เรื่องนี้น่ะรึ" ชายชราหัวเราะแห้งๆ ถือไม้กวาดเผ่นหนีไปทันที "แค่กๆ... ค่อยว่ากัน ค่อยว่ากัน!"
"พี่กู้" สีหน้าของเจียงเฟิงดูไม่ค่อยสู้ดีนัก "หลิวทงเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต ซ้ำยังใจคอคับแคบ ตอนนี้มีเสด็จพี่ใหญ่อยู่ด้วย เกรงว่า..."
"รอดูกันไปก่อนเถอะ"
กู้หานย่อมเข้าใจดีว่า เมื่อมีหลิวทงกับเจียงหงอยู่ด้วย ชีวิตในสำนักยุทธ์ของเขาในภายภาคหน้า ย่อมไม่ราบรื่นนัก เขาคลำถุงมิติที่เอวตามสัญชาตญาณ
อย่างมากที่สุด... ก็แค่เชิญมู่หรงชวนออกโรงก็สิ้นเรื่อง!
ยามนี้ เจียงหงทั้งสามคนได้เดินไปถึงด้านหน้าสุด ยืนรวมกลุ่มอยู่กับบรรดารองเจ้าสำนักและเหล่าอาจารย์แล้ว
เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ทุกคนย่อมไม่กล้าวางมาดผู้หลักผู้ใหญ่ แม้แต่ผู้บัญชาการโจว บนใบหน้าก็ยังเผยรอยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก
ในจำนวนนั้น หลิวทงกับอวี๋ฮว่าย่อมต้องสุมหัวกัน ทั้งสองกระซิบกระซาบกันไม่หยุด และมักจะปรายตามองมากู้หานเป็นระยะๆ
ครู่ต่อมา ผู้บัญชาการโจวก็กล่าวขึ้นช้าๆ
"เป็นอย่างไรบ้าง"
ด้านหลังเขา อาจารย์ท่านหนึ่งหัวเราะร่วน "นอกจากสิบสามคนที่ตายในเหตุการณ์สัตว์อสูรคลุ้มคลั่งในวันนั้นแล้ว ศิษย์จากเมืองต่างๆ อีกร้อยสามสิบห้าคน ล้วนมากันครบแล้วขอรับ"
"ดี!" ผู้บัญชาการโจวพยักหน้า กวาดสายตามองไปที่เหล่าคนหนุ่มสาวซึ่งมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี "กฎระเบียบ พวกเจ้าต่างก็รู้ดี"
"ข้าจะไม่พูดให้มากความ เวลามีจำกัด เริ่มกันเถอะ!"
ทุกคนเข้าใจดี ว่านี่คือการเริ่มเลือกอาจารย์แล้ว
แทบจะไม่ได้นัดหมายกัน ผู้คนถึงหนึ่งในสาม ต่างพากันเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าหานฟู่ในทันที
ส่วนคนที่เหลือไม่ใช่ว่าไม่อยากเลือกเขา เพียงแต่ประเมินแล้วว่าพรสวรรค์ของตนเองมีจำกัด คงไม่เข้าตาหานฟู่แน่ จึงตัดใจไม่ขอเลือก แล้วหันไปเลือกอาจารย์ท่านอื่นแทน
ชั่วขณะหนึ่ง เบื้องหน้าของเหล่าอาจารย์แต่ละท่าน ล้วนมีศิษย์ไปยืนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ยกเว้นเหมยอวิ้น!
กู้หานถือเป็นข้อยกเว้นที่ไม่รู้เรื่องราวของเขา แต่คนอื่นๆ นั้นรู้ตื้นลึกหนาบางของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง
ล้อเล่นหรือเปล่า! ใครจะกล้าเลือกเขา! นั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ ไม่ใช่รึ!
ยามนี้ สีหน้าอมทุกข์ของเหมยอวิ้นยิ่งดูหดหู่ลงไปอีก หากปีนี้เขาไม่สามารถรับศิษย์ได้แม้แต่คนเดียว เขาก็คงไม่มีหน้าจะรั้งอยู่เป็นอาจารย์ต่อไปแล้ว
"พี่กู้" เจียงเฟิงฝืนข่มความกังวลใจเอาไว้ "พวกเราไปเลือกอาจารย์หานเถอะ"
ด้วยสถานะองค์ชายของเขา เขาย่อมสามารถเลือกอาจารย์ท่านใดก็ได้โดยไม่ถูกปฏิเสธ การที่เขาชวนกู้หานไปด้วย ย่อมเป็นเพราะต้องการช่วยเหลือจริงๆ
"น้องเจ็ด" จังหวะนั้นเอง น้ำเสียงหนึ่งก็ดังมาจากที่ไกลๆ เป็นเจียงหงนั่นเอง!
"ทำไมล่ะ" เขาจับจ้องเจียงเฟิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เจอพี่ใหญ่ทั้งที ไม่ทักทายกันหน่อยรึ"
[จบแล้ว]