- หน้าแรก
- คัมภีร์กระบี่มหาวิถี
- บทที่ 39 - สำนักยุทธ์เปิดรับศิษย์! เลือกอาจารย์ผู้สอน!
บทที่ 39 - สำนักยุทธ์เปิดรับศิษย์! เลือกอาจารย์ผู้สอน!
บทที่ 39 - สำนักยุทธ์เปิดรับศิษย์! เลือกอาจารย์ผู้สอน!
บทที่ 39 - สำนักยุทธ์เปิดรับศิษย์! เลือกอาจารย์ผู้สอน!
เวลาล่วงเลยไป พริบตาเดียวก็ถึงวันเปิดสำนักยุทธ์แล้ว
"นายน้อย" ภายในห้องอักษรเทียน อาส่ามองกู้หานที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความกังวล "อาการบาดเจ็บของท่าน..."
"วางใจเถอะ" กู้หานถอนหายใจ ในใจเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เล่าเรื่องเมื่อวันก่อนให้นางฟัง "ไม่เป็นอะไรมากหรอก"
แม้อาการบาดเจ็บของเขาจะไม่ถึงตาย แต่ก็ไม่นับว่าเบา ต่อให้ห้องอักษรเทียนจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในการรักษาอาการบาดเจ็บ ก็ยากที่จะฟื้นฟูให้หายดีได้ทั้งหมดภายในวันเดียว
"นายน้อย..." อาส่ารวบรวมความกล้า "สำนักยุทธ์... ไม่ไปไม่ได้หรือเจ้าคะ"
"อาส่า" กู้หานหัวเราะออกมา "วิถีแห่งการบ่มเพาะ ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดคือความขลาดกลัวในใจ มีแต่หลักการที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคขึ้นไป จะมีความคิดล่าถอยเมื่อเผชิญความยากลำบากได้อย่างไร"
"แต่ว่า..."
"วางใจเถอะ มีองค์ชายเจ็ดกับกงกงหลี่อยู่ คนผู้นั้นไม่กล้าทำอะไรข้าหรอก เจ้าพักบ่มเพาะพลังอยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะ..."
เมื่อเห็นนางมีสีหน้าหงอยเหงา กู้หานก็ลูบศีรษะนาง เอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "รออีกสองสามวันข้ากลับมา จะพาเจ้าไปกินน่องไก่นะ!"
"ไม่เอา" อาส่ากลับหมดความสนใจในน่องไก่เป็นครั้งแรก "ข้าขอแค่นายน้อยปลอดภัยก็พอ"
"ตกลง" กู้หานพยักหน้า "ข้ารับปากเจ้า"
"ห้ามหลอกกันนะ!"
"อืม ไม่หลอกหรอก"
เมื่อเห็นกู้หานจากไปอีกครั้ง อาส่าก็มองตามตาค้างราวกับคนเสียสติ
"นายน้อย..." ผ่านไปพักใหญ่ จู่ๆ นางก็กำหมัดแน่น "ข้าจะต้องช่วยท่านให้ได้!"
ขณะที่พูด ภายในดวงตาของนางก็สาดประกายแสงลี้ลับสองสายวาบผ่านไปอีกครา...
...
สำนักยุทธ์ต้าฉี
ทุกๆ ห้าปีจะเปิดรับศิษย์หนึ่งครั้ง ผู้ที่ถูกคัดเลือกล้วนเป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ นอกเหนือจากผู้โชคดีเพียงหยิบมือที่ถูกสำนักเบื้องบนคัดเลือกไปแล้ว คนที่เหลือก็จะถูกดูดซับเข้าสู่หน่วยงานต่างๆ ภายในราชวงศ์ต้าฉี
บ้างก็เข้ารับราชการในราชสำนัก บ้างก็เข้าร่วมกองทัพ อย่างแย่ที่สุด ก็ยังสามารถเป็นเจ้าเมืองชายแดนเล็กๆ อย่างหลิวหยวนได้ ใช้ชีวิตอย่างมีหน้ามีตาและไร้ข้อผูกมัด
ด้วยเหตุนี้ สำหรับคนหนุ่มสาวที่ต้องการกราบเข้าสำนักเบื้องบน หรือต้องการขัดเกลาตนเอง หรือแม้กระทั่งต้องการแสวงหาโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้า สำนักยุทธ์จึงเป็นสถานที่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย
เพียงแต่ กฎระเบียบของสำนักยุทธ์นั้นเข้มงวดมาก นอกเหนือจากผู้ที่มีเบื้องหลังพิเศษแล้ว คนอื่นๆ ที่ต้องการจะเข้าศึกษา ย่อมต้องพึ่งพาความสามารถที่แท้จริงของตนเอง
ยามนี้ สำนักยุทธ์ที่เคยเงียบเหงา กลับกลายเป็นคึกคักอย่างยิ่ง ชายหนุ่มหญิงสาวจากเมืองต่างๆ นับร้อยสองร้อยคนมารวมตัวกัน บ้างก็จับกลุ่มสามห้าคน บ้างก็ยืนอยู่โดดเดี่ยว ทำให้สำนักยุทธ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับร้อยปีแห่งนี้ ดูเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งคนหนุ่มสาว
"ดี!"
"ดีจริงๆ..."
ห่างออกไปไม่ไกล ชายชราหลังค่อมผู้ทำหน้าที่เป็นคนงานกวาดพื้นและดูแก่ชราจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม กำลังยืนพิงไม้กวาด มองดูเหล่าคนหนุ่มสาวผู้มีพรสวรรค์มากมายด้วยรอยยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง รอยย่นบนใบหน้าบีบเข้าหากัน ดูคล้ายกับดอกเบญจมาศที่กำลังเบ่งบาน
"ล้วนเป็นอนาคตของต้าฉีเราทั้งนั้น!"
แน่นอนว่า คนงานทำความสะอาดเช่นเขา ภายในสำนักยุทธ์ยังมีอีกมากมาย จึงไม่มีใครใส่ใจเสียงพึมพำของชายชราที่ใกล้จะลงโลงผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
...ภายนอกสำนักยุทธ์
ผู้คนที่มาดูเรื่องสนุกเบียดเสียดกันบนถนนหินสีเขียวที่กว้างหลายจั้งจนแน่นขนัด ในดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา ความโหยหา... แตกต่างกันไป
ทว่ากลับไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปดูด้านในจริงๆ
สำนักยุทธ์มีกฎระเบียบของตนเอง ผู้ใดที่ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักยุทธ์ หากบุกรุกเข้าไป จะต้องรับโทษหนัก!
ตอนที่กู้หานเดินทางมาถึง ภาพที่เขาเห็นก็คือผู้คนมืดฟ้ามัวดินเช่นนี้
"..." เขามีสีหน้าพูดไม่ออก ทำได้เพียงแข็งใจเบียดเสียดเข้าไปข้างใน
"หลีกทางหน่อย..."
"หลีกทางให้ปู่จ้ำม่ำเข้าไปหน่อย!"
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสียงที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งก็ดังเข้าหูเขา
เป็นเจ้าอ้วนผู้นั้นนั่นเอง!
ต่างจากกู้หาน เขาไม่สนใจกฎเกณฑ์อันใด อาศัยร่างกายที่แข็งแกร่งจนน่ากลัว บุกตะลุยเดินหน้าชนดื้อๆ ชนเอาคนที่อยู่รอบข้างล้มลุกคลุกคลานไปตามๆ กัน
"ไอ้อ้วนเวร ทำอะไรของเจ้าเนี่ย!"
"เบียดๆๆ เบียดหาบิดาเจ้ารึ รีบไปเกิดใหม่หรือไง!"
"ไอ้อ้วนเวร ข้าขอเตือนเจ้านะ ถ้าทำให้ข้าโมโหขึ้นมา อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!"
"..."
การกระทำของเขา ย่อมดึงดูดเสียงด่าทอจากฝูงชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"หึหึ!" เจ้าอ้วนย่อมไม่สนใจ เขายืดอกอันอวบอ้วน เดินอาดๆ อย่างองอาจ บุกฝ่าไปจนถึงแถวหน้าสุดของฝูงชนในรวดเดียว
จากนั้น... เขาก็พบกับกู้หานที่อยู่ไม่ไกลนัก
"เจ้าอ้วน" กู้หานเอ่ยทักทาย "พบกันอีกแล้วนะ"
"เป็นเจ้านี่เอง!" เจ้าอ้วนหน้าแข็งค้าง "เจ้า... ยังไม่ตายรึ"
"ไร้สาระ!" กู้หานหน้าดำคร่ำเครียด "พูดจาภาษาคนไม่เป็นรึไง!"
"เจ้า..." เจ้าอ้วนถามอย่างระมัดระวัง "ก็จะมาเข้าสำนักยุทธ์ด้วยรึ"
"แน่นอนสิ!" กู้หานชูป้ายหยกในมือให้ดู "จะว่าไปแล้ว เจ้าอ้วน วันนั้นเจ้าวิ่งเร็วไม่เบาเลยนะ! เกือบจะทำให้ข้าโดนฆ่าตายแล้ว!"
"เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกรึ!" เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เจ้าอ้วนก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที "ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย... แค่กๆ! ช่างเถอะๆ ปู่จ้ำม่ำไม่ถือสาหาความกับเจ้าแล้ว!"
พูดไปได้ครึ่งทาง คล้ายกับเขานึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกลืนคำพูดส่วนที่เหลือลงคอไปจนหมด
จากนั้น เขาทำราวกับจงใจหลบเลี่ยงกู้หาน หลังจากยืนยันป้ายหยกกับทหารยามแล้ว ก็รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในสำนักยุทธ์ทันที
"เอ๊ะ" กู้หานขมวดคิ้วเล็กน้อย "เจ้าอ้วนคนนี้ เปลี่ยนนิสัยไปแล้วรึ"
ตามความเข้าใจที่เขามีต่อเจ้าอ้วน หมอนี่เป็นคนประเภทที่ไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่น้อย หากเป็นเวลาปกติ คงต้องยืนด่าทอกับเขาไปครึ่งค่อนวันแล้ว ไม่มีทางที่จะยอมถอยให้ง่ายๆ เช่นวันนี้เป็นแน่
"ช่างเถอะ" เขาไม่คิดให้มากความ
หลังจากยื่นป้ายหยกให้ทหารยามตรวจสอบ ท่ามกลางสายตาอิจฉาตาร้อนของผู้คนเบื้องหลัง เขาก็เดินเข้าไปในสำนักยุทธ์
"พี่กู้!"
เพิ่งจะก้าวเข้ามา ก็ได้ยินเสียงร้องทักทายอย่างกระตือรือร้น
"พี่เจียง" กู้หานเดินเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้ม
จะว่าไปแล้ว เจียงเฟิงก็นับว่าเป็นสหายเพียงคนเดียวของเขาในเมืองหลวง หรืออาจจะรวมถึงในต้าฉีเลยด้วยซ้ำ "กงกงหลี่ล่ะ"
"เขา..." สีหน้าของเจียงเฟิงเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมากะทันหัน "แค่กๆ... ข้าไม่ได้ให้เขาตามมาด้วยน่ะ"
เมื่อนึกถึงตอนก่อนออกเดินทาง ที่กงกงหลี่เอาแต่กำชับให้เขาอยู่ห่างจากกู้หานเข้าไว้ เขาก็ลอบส่ายหน้า
กงกงหลี่... คิดมากเกินไปแล้ว! พี่กู้จะมีเจตนาร้ายอะไรได้เล่า
"ท่านเป็นอะไรไปรึ"
"เปล่า ไม่มีอะไรหรอกพี่กู้" เจียงเฟิงรีบเปลี่ยนเรื่อง "เดี๋ยวตอนเลือกอาจารย์ ท่านเตรียมจะเลือกท่านใดหรือ"
"เลือกอาจารย์รึ" กู้หานประหลาดใจเล็กน้อย
เขาไม่ค่อยรู้เรื่องราวของสำนักยุทธ์มากนัก ผนวกกับตอนที่มาถึงเมืองหลวง ก็เจอกับหลิวทง แล้วก็มาเจออวี๋ฮว่า ย่อมไม่มีเวลาไปสืบเสาะกฎระเบียบของสำนักยุทธ์
"ใช่แล้ว" เจียงเฟิงอธิบายอย่างใจเย็น "นี่คือกฎที่ปฐมกษัตริย์ตั้งไว้ในปีนั้น ศิษย์สำนักยุทธ์ล้วนเป็นอนาคตของต้าฉีเรา ย่อมต้องมอบสิทธิ์ในการเลือกให้พวกเขาบ้าง! แน่นอนว่า อาจารย์แต่ละท่านก็มีสิทธิ์ปฏิเสธเช่นกัน! ศิษย์เลือกอาจารย์ อาจารย์ย่อมเลือกศิษย์ด้วย"
"เป็นเช่นนี้นี่เอง" กู้หานกระจ่างแจ้ง "ท่านว่า..."
จู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมา "ถ้าข้าเลือกอาจารย์อวี๋ จะเป็นอย่างไรนะ"
"พี่กู้!" เจียงเฟิงใจหล่นวูบ "ท่าน... ไม่ได้พูดจริงใช่ไหม"
"วางใจเถอะ" กู้หานตบไหล่เขา "ข้าแค่พูดเล่นเท่านั้น สำหรับข้าแล้ว จะเลือกอาจารย์ท่านใดก็มีค่าเท่ากัน"
อันที่จริง เขาไม่สนใจพวกคัมภีร์ยุทธ์หรือวิชาลับที่สำนักยุทธ์เก็บซ่อนไว้เลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ทำให้เขาสนใจ ก็คือผลตอบแทนอันงามสำหรับศิษย์สำนักยุทธ์ รวมไปถึงโอกาสที่จะได้ประลองฝีมือกับเหล่าอัจฉริยะจากสำนักยุทธ์ของสิบแคว้นเท่านั้น
ห่างออกไปไกล ณ มุมลับตาแห่งหนึ่ง
เมื่อมองดูกู้หานกับเจียงเฟิงที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส สีหน้าของเจ้าอ้วนก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
เขามั่นใจไปแล้วห้าส่วน ว่ากู้หานก็คือเคราะห์กรรมมนุษย์ของเขา!
เคราะห์กรรมมนุษย์ เกิดจากมนุษย์ ลึกล้ำสุดหยั่งคาด ไม่อาจคาดเดาได้ คนผู้นี้ อาจจะเป็นศัตรู อาจจะเป็นมิตร หรืออาจจะเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ เลยก็ได้
จะทำอย่างไรดี! เขาใช้ความคิดอย่างหนัก
อยู่ให้ห่างจากเขา และไม่พบหน้ากันอีกงั้นรึ
ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด! ขืนทำเช่นนั้น การข้ามผ่านเคราะห์กรรมมนุษย์ของตนก็ไร้ความหมาย และหากข้ามผ่านเคราะห์กรรมมนุษย์ไปไม่ได้ ระดับพลังทั้งหมดของเขาก็จะไม่มีวันกลับคืนมา
เป็นศัตรูกับเขารึ
แบบนี้... เกรงว่ามีโอกาสสูงมากที่จะตายด้วยน้ำมือมัน!
เป็นสหายกับเขารึ
แต่ทว่า... ต่อให้ตนเองจะหนังเหนียวทนทานขนาดไหน ก็ทนให้ไอ้ลูกเต่านี่ขุดหลุมฝังทั้งเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ไหวหรอกนะ!
ชั่วขณะหนึ่ง เขาถอนหายใจยาว รู้สึกสับสนว้าวุ่นใจยิ่งนัก
"เจ้าอ้วนน้อย"
จังหวะนั้นเอง เสียงแหบพร่าก็ดังมาจากด้านข้าง เป็นชายชราผู้ทำหน้าที่กวาดพื้นนั่นเอง
เขาถือไม้กวาดจ้องมองเจ้าอ้วน ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและรอยยิ้ม คำพูดที่เปล่งออกมาก็ลึกซึ้งกินใจ
"อย่าได้น้อยเนื้อต่ำใจไปเลย"
"แล้วก็อย่าได้ใส่ใจสายตาของผู้อื่น"
"จำเอาไว้ คำเยาะเย้ยของทุกคน จะกลายเป็นพลังผลักดันให้เจ้าเติบโตขึ้น!"
"..." มุมปากของเจ้าอ้วนกระตุกไม่หยุด "ตาเฒ่า เจ้าหมายความว่ายังไง!"
"ปีนั้น..." ชายชรามองเจ้าอ้วน ทอดถอนใจอย่างยิ่ง "ข้าก็เคยอ้วนเหมือนกัน เพราะฉะนั้น..."
"หุบปาก!" ในที่สุดเจ้าอ้วนก็รู้ตัว โกรธจนไขมันบนหน้าสั่นกระเพื่อม "เจ้าตาบอดรึไง ถึงได้เห็นว่าปู่จ้ำม่ำน้อยเนื้อต่ำใจน่ะ! ปู่จ้ำม่ำจะทำตัวยังไง ต้องให้เจ้ามาสอนด้วยรึ ไปกวาดพื้นของเจ้าไป! แล้วก็ ปู่จ้ำม่ำนี่เรียกว่ามีน้ำมีนวล ไม่ใช่อ้วนเว้ย! เจ้ารู้อะไรบ้างเนี่ย!"
พูดจบ เขาก็ถลึงตาใส่ชายชราอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะเดินจากไปอย่างหัวเสีย
"เฮ้อ!" ชายชราส่ายหน้า "ศีลธรรมเสื่อมทราม จิตใจคนไม่เหมือนเก่าก่อน! คนหนุ่มสาวสมัยนี้ ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย..."
...
"เงียบ!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส น้ำเสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ในตอนแรกเสียงยังเบาแว่ว ทว่าเมื่อลอยมาถึงหูของทุกคน กลับดังกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดฟัน ทำเอาเยื่อแก้วหูของพวกเขาปวดหนึบ ทุกคนใจหายวาบ เงียบกริบลงในทันที
ครู่ต่อมา เงาร่างกว่าสิบสายก็เดินจากที่ไกลใกล้เข้ามา ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
แม้จะไม่ได้ตั้งใจปลดปล่อยระดับพลังออกมา ทว่าเพียงแค่กลิ่นอายที่มองไม่เห็นบนร่างของพวกเขา ก็สร้างแรงกดดันอันมหาศาลให้แก่ทุกคนแล้ว!
ในหมู่พวกเขา กลิ่นอายของคนสามคนที่อยู่หน้าสุดช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
"สามท่านนี้" เจียงเฟิงกระซิบอธิบายให้กู้หานฟัง "ล้วนเป็นรองเจ้าสำนักยุทธ์ คนตรงกลางที่สวมเกราะ คือผู้บัญชาการโจวแห่งกองกำลังรักษาเมือง มีนิสัยเข้มงวด ได้รับความไว้วางใจจากเสด็จพ่อเป็นอย่างมาก ท่านทางซ้ายคือผู้อาวุโสอู๋ ระดับพลังลึกล้ำสุดหยั่งคาด ท่านทางขวาคือผู้อาวุโสเฝิง ประวัติความเป็นมาค่อนข้างลึกลับ ทั้งสองท่านนี้ ล้วนควบตำแหน่งผู้อาวุโสรับเชิญของราชวงศ์ด้วย"
กู้หานย่อมไม่รู้ว่า ทั้งสามคนนี้ คือคนที่ปรากฏตัวอยู่นอกเมืองในตอนที่เกิดเหตุสัตว์อสูรคลุ้มคลั่งนั่นเอง
"รองเจ้าสำนักรึ" เขาสงสัยเล็กน้อย "แล้ว... เจ้าสำนักล่ะ"
"เจ้าสำนักยุทธ์ ก็คือปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉีเรา และเป็นเสด็จทวดของข้าเอง" เจียงเฟิงมีสีหน้าเคารพเทิดทูน "เพียงแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน พระองค์ก็ไร้เทียมทานในสิบแคว้น เพื่อแสวงหาความก้าวหน้า จึงตัดสินใจออกเดินทางท่องโลกกว้าง จนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา จะว่าไปแล้ว ข้าเติบโตมากับการฟังตำนานของพระองค์ แต่กลับไม่เคยพบหน้าพระองค์เลยสักครั้ง"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความเสียดาย
กู้หานกลับไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย
ไร้เทียมทานรึ ไม่เคยพ่ายแพ้รึ คุยโวอะไรกัน! ในหัวของเขาก็มีจอมมารอาศัยอยู่คนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้เอาแต่ตะโกนปาวๆ ว่าตัวเองไร้เทียมทานทั้งวันสักหน่อย!
อืม... จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปดูหมอนั่นนานแล้วเหมือนกันนะ
"หืม" ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆ กู้หานก็สัมผัสได้ถึงสายตาแหลมคมที่จ้องมองมาที่ตนเอง!
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าอวี๋ฮว่ากำลังจับจ้องมาที่เขา รังสีอำมหิตในดวงตาไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย!
"คนพวกนั้น..." สีหน้าของกู้หานเย็นชาลงเช่นกัน "ก็น่าจะเป็นอาจารย์สำนักยุทธ์แล้วสินะ"
"ใช่แล้ว" เจียงเฟิงไม่มีสัมผัสรับรู้ที่เฉียบคมอย่างกู้หาน ย่อมไม่สังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ เขาเริ่มแนะนำอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง "อาจารย์สำนักยุทธ์ มีทั้งหมดสิบคน"
"อวี๋ฮว่า ระดับจิตลี้ลับขั้นที่เจ็ด"
"เจี่ยงอี้ ระดับจิตลี้ลับขั้นที่ห้า"
"เฉินฟาง ระดับจิตลี้ลับขั้นที่เจ็ด"
"..."
"หานฟู่" เมื่อพูดถึงคนคนหนึ่ง สายตาของเจียงเฟิงก็ทอประกายเร่าร้อน "ระดับจิตลี้ลับขั้นที่เก้า เป็นคนที่มีระดับพลังสูงสุดในหมู่อาจารย์ทั้งหมด หลายปีที่ผ่านมา มีศิษย์เลือกเขามากที่สุด! ทว่าเขามีความคาดหวังสูงมาก เลือกคนจากพรสวรรค์เป็นหลัก คนที่สามารถอยู่รอดกับเขาได้นั้น มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แน่นอนว่า ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของพี่กู้ คิดว่าเขาย่อมยินดีรับท่านไว้อย่างแน่นอน"
"ส่วนท่านนี้..." เมื่อแนะนำถึงคนสุดท้าย สีหน้าของเขาก็แปลกประหลาดขึ้นมากะทันหัน
แตกต่างจากพวกอวี๋ฮว่า คนผู้นี้มีใบหน้าเต็มไปด้วยความอมทุกข์ ยืนอยู่รั้งท้ายห่างไกลจากผู้อื่น เมื่อเทียบกับอาจารย์คนอื่นๆ แล้ว ดูแปลกแยกเข้ากันไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
"พี่กู้" จู่ๆ เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ กำชับอย่างจริงจังว่า "เดี๋ยวท่านจะเลือกใครก็ได้ แต่ว่า... ห้ามเลือกเขาเด็ดขาดนะ!"
[จบแล้ว]