เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - ข้าเหมยอวิ้น... โชคหล่นทับเข้าแล้ว!

บทที่ 41 - ข้าเหมยอวิ้น... โชคหล่นทับเข้าแล้ว!

บทที่ 41 - ข้าเหมยอวิ้น... โชคหล่นทับเข้าแล้ว!


บทที่ 41 - ข้าเหมยอวิ้น... โชคหล่นทับเข้าแล้ว!

น้องเจ็ด?

ทุกคนใจเต้นระรัว นั่น... ไม่ใช่องค์ชายเจ็ดหรอกหรือ?

ชั่วขณะนั้น หลายคนต่างรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง หากรู้ฐานะของเขาเร็วกว่านี้ เข้าไปตีสนิทกับเขาสักหน่อยก็คงจะดี

เพียงแต่ เหล่าผู้คนที่มาจากเมืองหลวงและรู้ตื้นลึกหนาบางต่างลอบส่ายหน้า หากคิดว่าเหล่าองค์ชายจะรักใคร่กลมเกลียวกันดั่งพี่น้อง นั่นถือว่าคิดผิดมหันต์แล้ว!

"พี่ใหญ่" เจียงเฟิงประสานมือคารวะ "ข้าเพิ่งกลับมา ยังไม่ทันได้ไปเข้าเฝ้าท่าน..."

"ไม่เป็นไร" เจียงหงโบกมือ "ข้าได้ยินมาว่า อาการพิษเย็นของน้องเจ็ดรักษาหายแล้วงั้นหรือ? ทั้งยังก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธ์อย่างเป็นทางการแล้วด้วย?"

"ต้องขอบคุณผู้อาวุโสเซวีย" เจียงเฟิงย่อมไม่พูดความจริงออกไป

"ไม่เลว" เจียงหงพยักหน้า "หากมีโอกาส ข้าจะต้องตอบแทนผู้อาวุโสอย่างงามแน่!"

"ท่าน... เดินทางออกจากแคว้นต้าฉีไปแล้ว"

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้" เจียงหงไม่ใส่ใจนัก "แต่ในเมื่อน้องเจ็ดมีระดับพลังแล้ว การมาที่สำนักยุทธ์ก็นับว่าถูกต้อง! ต้องรู้ไว้ว่าเส้นทางการฝึกยุทธ์ สิ่งที่ต้องห้ามที่สุดคือการเดินหลงทาง น้องเจ็ดเพิ่งก้าวเข้าสู่การฝึกยุทธ์ ย่อมต้องการอาจารย์ชื่อดังคอยชี้แนะ"

กู้หานฟังแล้วคิ้วขมวดมุ่น

คำพูดของเจียงหงมีความนัยแอบแฝง หมอนี่ไม่ใช่คนดีแน่!

เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ

"เอาอย่างนี้ดีหรือไม่..." รอยยิ้มบนใบหน้าเจียงหงกว้างขึ้น "ให้ข้าที่เป็นพี่ใหญ่ ช่วยเจ้าเลือกอาจารย์สักคน เป็นอย่างไร?"

"พี่ใหญ่" เจียงเฟิงชะงักไป "เรื่องนี้..."

"ตามที่ข้าเห็น..." เจียงหงไม่สนใจเขา กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่เหมยอวิ้น "อาจารย์เหมยก็ไม่เลว!"

อะไรนะ!

ทุกคนตกตะลึงหน้าถอดสี

อาจารย์... อาจารย์เหมยงั้นหรือ?

ตัวซวยคนนั้นน่ะนะ?

องค์ชายใหญ่อาจจะกำลังล้อเล่นอยู่กระมัง!

"นี่..."

เวลานี้ คนเดียวที่กำลังมีความสุขก็คือเหมยอวิ้น

"เช่นนี้จะดีหรือ..." เขาฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะหุบไม่อยู่ "องค์ชายเจ็ดเป็นถึงเรือนร่างพันทอง เฮ้อ เหมยอวิ้นผู้นี้มีความสามารถอันใด ทั้งยังไม่มีความมั่นใจว่าจะสั่งสอนพระองค์ได้ดี..."

ทุกคนลอบดูแคลนอยู่ในใจ

หัดเจียมตัวเสียบ้าง! นี่มันใช่เรื่องที่จะสอนได้ดีหรือไม่ดีงั้นหรือ!

นี่มันเป็นเรื่องที่ว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาครบสามสิบสองประการหรือไม่ต่างหาก!

"เฮ้อ..."

ไกลออกไป ชายชรารับใช้ที่กำลังใช้ไม้กวาดค้ำยันร่างฟังแล้วถึงกับส่ายหน้า

"พี่น้องเข่นฆ่ากันเอง... สารเลวทั้งฝูง!"

"พี่ใหญ่" ใบหน้าของเจียงเฟิงพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที "เหตุใด..."

เขาเข้าใจดี

ด้วยบารมีของเจียงหง ในเมื่อเขาระบุตัวเหมยอวิ้นมาแล้ว ต่อให้อาจารย์อีกเก้าคนที่เหลือจะคิดเห็นเช่นไร ภายนอกย่อมต้องไว้หน้าองค์ชายใหญ่แน่

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เจียงเฟิง ไม่มีสิทธิ์เลือกแล้ว!

"น้องเจ็ด" รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงหงค่อยๆ เลือนหายไป "ข้าได้ยินมาว่า การออกไปข้างนอกของเจ้าในครั้งนี้ได้คบหาเพื่อนฝูงที่ไม่เอาไหน ด้วยฐานะของเจ้า ไฉนจึงทำเรื่องที่ทำให้ราชวงศ์ต้องเสื่อมเสียเกียรติเช่นนี้ได้? เช่นนี้ไม่ดีเลย ไม่ดีเอาเสียเลย!"

ทุกคนฟังแล้วได้แต่มึนงง

แต่กู้หานกลับเข้าใจแจ่มแจ้ง

ที่แท้... เป้าหมายที่แท้จริงของเจียงหง ก็คือตัวเขาเอง!

"พี่ใหญ่!" เจียงเฟิงย่อมฟังออกเช่นกัน เขารีบร้อนกล่าว "สหายกู้ไม่ใช่..."

"น้องเจ็ด!" น้ำเสียงของเจียงหงหนักแน่นขึ้น ขัดจังหวะเขาในทันที "หากเจ้ารู้จักสำนึกผิด ข้าผู้เป็นพี่ใหญ่ย่อมให้โอกาสเจ้าได้ นอกจากอาจารย์เหมยแล้ว อาจารย์อีกเก้าท่านที่เหลือ หรือแม้กระทั่งรองเจ้าสำนักทั้งสามท่าน เจ้าสามารถเลือกได้ตามใจชอบ!"

อะไรนะ!

ทุกคนหน้าถอดสีอีกครั้ง

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือความหวั่นไหว!

รองเจ้าสำนัก... ในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีธรรมเนียมให้ศิษย์เป็นฝ่ายเลือกมาก่อน หากได้รับการชี้แนะจากพวกเขา นั่นถือเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่เลยทีเดียว!

เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ ผู้อาวุโสอู๋และผู้อาวุโสเฝิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น

ในขณะที่ผู้บัญชาการโจวกลับมีสีหน้าราบเรียบ ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่

หืม?

เหมยอวิ้นชะงักไป ใบหน้ากลับมาอมทุกข์อีกครั้ง

อ้าว ไม่ใช่ว่าตกลงให้องค์ชายเจ็ดมาเป็นศิษย์ข้าแล้วหรอกหรือ ไฉนจึงกลับคำได้เล่า?

"สหายเจียง" กู้หานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

เขาย่อมเข้าใจดีว่า สำหรับเจียงเฟิงแล้ว นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาว่าจะเลือกอาจารย์คนใด หากล่วงเกินเจียงหงไป ชีวิตในวันข้างหน้าของเขาย่อมไม่ราบรื่นแน่

อีกทั้ง รองเจ้าสำนักทั้งสาม... สำหรับเจียงเฟิงที่เพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธ์แล้ว ถือเป็นสิ่งยั่วยวนใจที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ!

"อันที่จริงท่านไม่จำเป็นต้อง..."

"อาจารย์เหมย!"

สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ เจียงเฟิงกลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ หันไปประสานมือคารวะเหมยอวิ้น

"วันข้างหน้า คงต้องรบกวนท่านแล้ว!"

"เอ๊ะ?"

เหมยอวิ้นดีใจจนเนื้อเต้น

เรื่องนี้มัน... พลิกผันไปมาหลายตลบเสียจริง!

โชคดีที่ผลลัพธ์ยังคงออกมาดีเยี่ยม

"ไอ๊หยา!" เขารีบลุกลี้ลุกลนวิ่งมาจากแดนไกล เข้าไปประคองเจียงเฟิง "กล่าวหนักเกินไปแล้ว! องค์ชายเจ็ดกล่าวหนักเกินไปแล้ว! พระองค์วางพระทัยได้ ข้าเหมยอวิ้นขอสาบานต่อฟ้า ว่าจะไม่มีวันปิดบังอำพรางต่อองค์ชาย จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้จนหมดเปลือกอย่างแน่นอน!"

ทุกคนได้แต่สูดปาก

ถ่ายทอดจนหมดเปลือก?

เขาก็ต้องมีชีวิตอยู่รอดให้เรียนด้วยสิ!

"สหายเจียง" กู้หานจะบอกว่าไม่ซาบซึ้งใจก็คงเป็นการโกหก "มีน้ำใจแล้ว"

"สหายกู้" เมื่อตัดสินใจเลือกแล้ว ในใจเจียงเฟิงก็รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก เขายิ้มออกมา "ท่านช่วยชีวิตข้าไว้ หากข้าหักหลังท่านอีก ข้าจะต่างอันใดกับเดรัจฉาน? อีกอย่าง พวกเราเป็นสหายกัน ไม่ใช่หรือ?"

"สหาย..." กู้หานก็ยิ้มเช่นกัน "ถูกต้อง พวกเราคือสหาย!"

"อาจารย์เหมย!"

ระหว่างที่พูดคุย เขาก็พลันประสานมือ โค้งคำนับให้เหมยอวิ้น

"อะไรกัน?" เหมยอวิ้นชะงักไป แทบไม่กล้าเชื่อสายตา "เจ้าก็ด้วย..."

"วันข้างหน้า หวังว่าอาจารย์เหมยจะช่วยชี้แนะข้าด้วย!"

"นี่..."

เหมยอวิ้นตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก มือไม้ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ใด

โชคหล่นทับเข้าแล้ว!

"ฮ่าฮ่าฮ่า... รีบลุกขึ้น รีบลุกขึ้น ระหว่างพวกเราไม่ต้องมีพิธีรีตองมากความเช่นนี้ ไม่จำเป็นเลยจริงๆ!"

ที่เขาเกรงใจปานนี้ ย่อมเป็นเพราะกลัวว่ากู้หานจะเปลี่ยนใจกะทันหัน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรืออย่างไร

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอันเบิกบานของเขา กู้หานก็พลันรู้สึกว่าบนร่างของตนถูกปกคลุมไปด้วย... เมฆหมอกแห่งความโชคร้าย?

"ดี ดี ดี!"

ไกลออกไป เจียงหงเอ่ยคำว่า 'ดี' ติดต่อกันสามคำด้วยสีหน้าราบเรียบ จากนั้นก็เบือนหน้าหนี ไม่ปรายตามองทั้งสองคนอีกเลย

ส่วนหลิวทงและอวี๋ฮว่า ความยินดีในแววตาย่อมไม่อาจปิดบังได้มิด

รนหาที่ตายเอง... จะไปโทษผู้อื่นได้อย่างไร!

และในเวลานี้ การเลือกอาจารย์ก็ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

หานฟู่ย่อมไม่มีทางรับศิษย์ไว้ทั้งหมด เขาเพียงเลือกเก้าคนที่มีระดับพลังสูงสุดและพรสวรรค์ดีเลิศที่สุด ก่อนจะหลับตาลงอย่างช้าๆ

ส่วนอาจารย์คนอื่นๆ... รอบกายมีศิษย์มากที่สุดยี่สิบกว่าคน น้อยที่สุดก็สิบกว่าคน

ยกเว้นเหมยอวิ้น

เขามองซ้ายทีเห็นเจียงเฟิง มองขวาทีเห็นกู้หาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

แค่นี้ก็พอแล้ว!

เกิดเป็นคน จะโลภมากเกินไปไม่ได้!

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้" ผู้บัญชาการโจวเอ่ยขึ้นช้าๆ "เช่นนั้นก็..."

"ช้าก่อน!"

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสอู๋ก็ชี้ไปที่มุมกำแพงอันห่างไกล "ตรงนั้นยังมีอีกคนหนึ่ง"

หืม?

ทุกคนชะงัก หันกลับไปมอง ก็พบชายร่างอ้วนยืนอยู่ไกลๆ ด้วยท่าทางใจลอย ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง...

"เอ๊ะ?"

เมื่อถูกคนมากมายจ้องมอง เจ้าอ้วนก็ดึงสติกลับมาทันที "มีอะไรหรือ?"

"เจ้าหนู" ผู้อาวุโสอู๋เป็นคนอารมณ์ดี เขาไม่โกรธเคืองและอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง

"เลือกคนงั้นหรือ?"

เจ้าอ้วนชะงักไป

จากนั้น... เขาก็เห็นกู้หานที่ยืนอยู่ข้างกายอาจารย์เหมย!

ช่างเถอะ!

คิดมาตั้งนาน ในที่สุดเขาก็เหมือนจะตัดสินใจได้

ไอ้สารเลวหน้าหนานี่ใจคอเหี้ยมโหดนัก ห้ามตั้งตนเป็นศัตรูกับมันเด็ดขาด!

เพื่อความปลอดภัย... ตอนนี้อยู่ข้างๆ มันไปก่อน คอยสังเกตการณ์ไปสักพักค่อยว่ากัน!

ดังนั้น

ท่ามกลางสายตาแปลกประหลาดของทุกคน เขาเดินตรงดิ่งไปหาเหมยอวิ้น ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่แยแสว่า "ท่านก็เป็นอาจารย์ใช่หรือไม่ ปู่จ้ำม่ำอย่างข้าขอเลือกท่านก็แล้วกัน!"

เหมยอวิ้นถึงกับอึ้งไป

ซี๊ด!

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก!

เจ้าอ้วนคนนี้ ก็เป็นพวกไม่กลัวตายอีกคนงั้นหรือ!

"เจ้าอ้วน" กู้หานอธิบายฐานะของเจ้าอ้วนให้เจียงเฟิงฟัง ก่อนจะเอ่ยด้วยความประทับใจ "เจ้าสายตาเฉียบแหลมจริงๆ!"

"ไร้สาระ!" เจ้าอ้วนไม่รู้เรื่องรู้ราว จึงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย "สายตาของปู่จ้ำม่ำผู้นี้เคยพลาดเสียที่ใด! ข้าถามว่า... ตกลงท่านจะรับหรือไม่ ให้คำตอบมาสักทีเถอะ!"

"รับ! รับสิ!"

เหมยอวิ้นแทบจะถูกความสุขเล่นงานจนหน้ามืด "ตกลงกันก่อนนะ ห้ามกลับคำเด็ดขาด!"

"ไม่มีทาง!" เจ้าอ้วนโบกมือ "คนอย่างปู่จ้ำม่ำพูดคำไหนคำนั้น รักษาสัจจะเสมอ!"

"ดีดีดี สัญญาต้องเป็นสัญญา!"

ปากของเหมยอวิ้นแทบจะฉีกถึงรูหู เขากวาดสายตามองไปยังอาจารย์คนอื่นๆ ท่าทางแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ใครหน้าไหนกล้าบอกว่าข้าเหมยอวิ้นมีแต่โชคร้าย! ก้าวออกมาเดี๋ยวนี้!"

"เดี๋ยวก่อน!" เจ้าอ้วนพลันตระหนักถึงความผิดปกติ "ท่าน... ชื่อเหมยอวิ้น (โชคร้าย) งั้นหรือ?"

"เจ้าหนุ่ม" เหมยอวิ้นแสร้งทำเป็นไม่พอใจ "อย่างไรเสียข้าเหมยอวิ้นก็เป็นอาจารย์ของเจ้า เจ้าจะเรียกชื่อข้าห้วนๆ ได้อย่างไร?"

เอ่ยจบ เขาคล้ายกับกลัวว่าเจ้าอ้วนจะไม่พอใจ จึงรีบแก้ไขทันควัน

"แน่นอน หากเจ้ายินดี จะเรียกข้าว่าพี่เหมยก็ได้เช่นกัน"

"จบ... จบเห่แล้ว!"

เจ้าอ้วนกะพริบตาปริบๆ ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่

แม้เขาจะไม่รู้เรื่องราวของเหมยอวิ้น แต่แค่ได้ยินชื่อนี้ หัวใจก็เย็นเฉียบไปกว่าครึ่งแล้ว

กะแล้วเชียว!

อยู่กับไอ้สารเลวนั่นทีไร ไม่เคยมีเรื่องดีเกิดขึ้นเลยสักครั้ง!

"เมื่อครู่เจ้าพูดเองนะ!" เหมยอวิ้นยังคงพล่ามไม่หยุด "ห้ามกลับคำเด็ดขาด..."

"..."

เจ้าอ้วนอยากจะร้องไห้แต่กลับไร้น้ำตา

ด้านข้าง เจียงเฟิงลอบพิจารณาเขาด้วยความสงสัย

นี่หรือเจ้าอ้วนผู้รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์คนนั้น?

ไม่รู้ว่า... เขาปรายตามองเหมยอวิ้นอีกครั้ง

จะช่วยต้านทานโชคร้ายของอาจารย์เหมยผู้นี้ได้หรือไม่...

"เอาล่ะ!" ผู้บัญชาการโจวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ขัดจังหวะเสียงซุบซิบของทุกคน "ในเมื่อพิธีเข้าสำนักเสร็จสิ้นแล้ว เช่นนั้นก็..."

"เดี๋ยวก่อน"

ทันใดนั้น เจียงหงที่เงียบมานานก็เอ่ยปากขึ้น

"องค์ชายใหญ่" เมื่อถูกขัดจังหวะ ผู้บัญชาการโจวกลับไม่แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย "พระองค์มีรับสั่งอันใดหรือ?"

"ข้าคิดว่า" เจียงหงกวาดสายตามองทุกคน "ทำเช่นนี้ออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อย"

"น่าเบื่อหรือ?"

"ถูกต้อง" เจียงหงยิ้มบางๆ "กฎของสำนักยุทธ์ คือผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ บัดนี้ประจวบเหมาะกับที่สำนักยุทธ์เพิ่งเปิด คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือของต้าฉี เหตุใดไม่ใช้โอกาสนี้ให้พวกเขาได้ประลองฝีมือกันเล่า เหล่าอาจารย์จะได้เลือกเฟ้นผู้ที่โดดเด่นไปบ่มเพาะอย่างตั้งใจ อีกทั้งวันข้างหน้าในการประลองกับอีกเก้าแคว้นที่เหลือ พวกเราจะได้กุมความได้เปรียบเอาไว้ได้บ้าง"

"เรื่องนี้..." ผู้อาวุโสอู๋ขมวดคิ้ว "อีกครึ่งเดือนให้หลังก็จะถึงการทดสอบของสำนักยุทธ์แล้ว การประลองในเวลานี้ ดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก"

"ถูกต้อง" ผู้อาวุโสเฝิงพยักหน้าเห็นด้วย "อีกทั้งสำนักยุทธ์ของเราก็ไม่เคยมีธรรมเนียมเช่นนี้มาก่อน..."

"ก็ไม่เห็นเป็นไร" ผู้บัญชาการโจวส่ายหน้า "คำกล่าวขององค์ชายใหญ่มีเหตุผล ทรัพยากรในสำนักยุทธ์ของเราแม้นจะมีมาก แต่ก็ไม่ได้มีไว้ให้พวกสวะกินเปล่า! ย่อมต้องเป็นผู้ที่มีกำปั้นแข็งแกร่งกว่า ที่จะได้รับสิทธิ์นั้นไปก่อน! ทุกท่านมีความคิดเห็นเช่นไร?"

บรรดาอาจารย์ย่อมเห็นพ้องต้องกันด้วยความยินดี

พวกเขาก็อยากรู้เช่นกันว่า กลุ่มคนหนุ่มสาวในความดูแลของตน มีฝีมือถึงขั้นใดกันแน่

เมื่อเห็นทุกคนตอบตกลง สีหน้าของผู้อาวุโสอู๋และเฝิงก็ดูไม่ค่อยดีนัก ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยคัดค้านอันใดอีก

"องค์ชายใหญ่" ผู้บัญชาการโจวถามต่อ "ไม่ทราบว่าจะประลองเช่นไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

"ง่ายมาก" เจียงหงเอ่ยเรียบๆ "อาจารย์ทั้งสิบคน ย่อมแบ่งเป็นสิบกลุ่ม ให้บรรดาศิษย์ในสังกัดของพวกเขาท้าประลองกันเอง ผู้ใดชนะได้มากที่สุด ย่อมถือเป็นอันดับหนึ่ง!"

ฟรึ่บ!

พริบตานั้น สายตาของทุกคนต่างพุ่งเป้าไปที่อาจารย์เหมย

คนตาบอดยังดูออกเลย

ว่านี่จงใจพุ่งเป้ามาที่พวกเขาชัดๆ

"แน่นอน" เจียงหงกล่าวต่อ "การประลอง ย่อมต้องมีรางวัล! ผู้ที่ชนะได้มากที่สุด สามารถเข้าไปเลือกเคล็ดวิชาระดับลี้ลับขั้นต่ำในหอสรรพาวุธได้หนึ่งวิชาตามใจชอบ ข้ายังจะมอบศาสตราวิญญาณระดับสุดยอดให้อีกหนึ่งเล่มเป็นการส่วนตัว ทุกท่านพอใจหรือไม่?"

ศาสตราวิญญาณระดับสุดยอด!

มูลค่าอย่างต่ำก็หลายหมื่นผลึกปราณ!

ส่วนเคล็ดวิชาระดับลี้ลับขั้นต่ำ ในแคว้นต้าฉี ถือว่าเป็นวิชาระดับแนวหน้าเลยทีเดียว!

ชั่วขณะนั้น สายตาของทุกคนที่เดิมทีกระตือรือร้นอยู่แล้ว ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นมาทันที

"องค์ชายใหญ่..."

ต่างจากความฮึกเหิมของทุกคน เหมยอวิ้นกลับมีสีหน้าอมทุกข์ "นี่... นี่ออกจะไม่ยุติธรรมไปหน่อยกระมัง"

กว่าเขาจะรวบรวมลูกศิษย์มาได้สามคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!

แต่ละคนล้วนเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ!

หากต้องบาดเจ็บล้มตายไป เขาคงปวดใจแย่!

"อาจารย์เหมย" เจียงหงปรายตามองเขา "ผู้ฝึกยุทธ์ จะมีความหวาดกลัวได้อย่างไร? หากพวกเขากระทั่งการประลองยังไม่กล้า แล้วจะมาสำนักยุทธ์ทำไม? สู้รีบไสหัวไปเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ทำให้แคว้นต้าฉีของเราต้องอับอายขายหน้า!"

"ข้า..."

อาจารย์เหมยถูกตอกกลับจนพูดไม่ออกในพริบตา

"อ้าว?"

เจ้าอ้วนทนไม่ไหวแล้ว

เดิมทีเขาก็เต็มไปด้วยความคับแค้นใจอยู่แล้ว เมื่อเห็นเจียงหงจงใจพุ่งเป้ามาเช่นนี้ เขาก็เปิดฉากโจมตีอย่างเต็มกำลังทันที

"ไอ้หัวแดงนี่เป็นใครวะ?"

ชั่วพริบตา

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบไร้สรรพเสียง!

หัว... แดง?

"เจ้าอ้วน" กู้หานเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ "พูดจาระวังหน่อย เขาคือองค์ชายใหญ่ มีกายาวิญญาณอัคคีแต่กำเนิด ร้ายกาจมากนะ"

"ร้ายกาจ?" เจ้าอ้วนแสร้งทำเป็นตกใจ "ใครบอกล่ะ?"

"ไม่รู้สิ คงเป็นเขาที่พูดเองกระมัง"

"จุ๊ๆ เจ้าจะป่าวประกาศบอกว่าตัวเองร้ายกาจไหมล่ะ?"

"ข้าไม่ทำ แล้วเจ้าล่ะ?"

"ข้าก็ไม่ทำแน่"

"ถ้าเช่นนั้น..." เจ้าอ้วนจงใจปรายตามองเจียงหง "ใครกันล่ะที่เที่ยวป่าวประกาศไปทั่วโลกว่าตัวเองร้ายกาจ?"

วินาทีนี้ กู้หานและเจ้าอ้วนราวกับรู้ใจกัน พวกเขาสบตากัน ก่อนจะโพล่งออกมาพร้อมกันในทันทีว่า

"คนหน้าไม่อาย!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - ข้าเหมยอวิ้น... โชคหล่นทับเข้าแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว