เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - ดักสังหาร! พบเจอเฉินผิงอีกครา!

บทที่ 27 - ดักสังหาร! พบเจอเฉินผิงอีกครา!

บทที่ 27 - ดักสังหาร! พบเจอเฉินผิงอีกครา!


บทที่ 27 - ดักสังหาร! พบเจอเฉินผิงอีกครา!

"เป็นเจ้ารึ" คนเหล่านั้นจดจำกู้หานได้ในพริบตา พวกมันก็คือผู้ดูแลหอการค้าที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านหมอเทวดาเซวียในวันนั้นนั่นเอง

"นายน้อย!" อาส่ากระตุกชายเสื้อของกู้หาน "พวกคนเลวพวกนั้นนี่!"

"หึหึ!" ชายที่เป็นหัวหน้าแค่นเสียงเย็น "ช่างบังเอิญเสียจริง คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอเจ้าในสถานที่เยี่ยงนี้"

กู้หานมีสีหน้าเรียบเฉย ความจริงของเรื่องนี้ เขาพอจะคาดเดาออกได้คร่าวๆ แล้ว ไม่พ้นเรื่องที่เฉินผิงได้รับโอสถจากหมอเทวดาเซวียในวันนั้น คนพวกนี้เกิดความริษยาจนเกิดความคิดชั่วร้าย จึงมาดักสังหารเขากลางทาง

"ไปกันเถอะ" ฝั่งตรงข้าม คนผู้หนึ่งเอ่ยเร่งเร้า "ตามหาเฉินผิงสำคัญกว่า ช่างหัวมันเถอะ!"

"ช่างหัวมันรึ" หัวหน้าชายส่ายหน้า "เจ้าอย่าลืมสิ มันรู้จักกับหมอเทวดาเซวีย ในตัวมันต้องมีโอสถที่หมอเทวดาเซวียให้มาไม่น้อยแน่! อีกอย่างมันมาเห็นสิ่งที่พวกเราทำ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วไหล จะปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาด!"

"แต่... มันยังรู้จักกับกงกงหลี่..."

"ฮึ ป่าเถื่อนโบราณกว้างใหญ่ปานนี้ ทุกปีไม่รู้ว่ามีคนตายไปตั้งเท่าไหร่ เจ้าไม่พูดข้าไม่พูด กงกงหลี่จะไปรู้ได้อย่างไร"

"ใช่ๆๆ!" คนข้างกายเขาตระหนักได้ในทันที "เป็นเช่นนี้เอง!"

"ไอ้หนู ในเมื่อมาเจอกันแล้ว ก็นับว่าเจ้าดวงซวยก็แล้วกัน!"

ปัง! จังหวะนั้นเอง ร่างของคนผู้หนึ่งก็กระเด็นออกมาจากป่าทึบ ร่วงกระแทกพื้นพร้อมกับกระอักเลือดคำโต เป็นเฉินผิงนั่นเอง!

ตามมาด้วย เงาร่างอีกสามสายเดินทอดน่องออกมาจากในป่า สมทบเข้ากับคนทั้งห้า

"พวกเราจับตัวมันมาให้ตามสัญญาแล้ว อย่าลืมข้อตกลงของพวกเจ้าล่ะ!"

"วางใจได้!" ชายหัวหน้ายิ้มอย่างได้ใจ ก่อนจะชี้ไปที่กู้หาน "ยังไม่ต้องรีบ จับตัวไอ้หนูนี่มาให้ข้าด้วย ข้าจะเพิ่มค่าจ้างให้อีกครึ่งหนึ่ง!"

คนทั้งสามนี้ คือผู้ฝึกยุทธ์พเนจรที่พวกมันว่าจ้างมา

"ซ่งเชา!" เฉินผิงจ้องมองชายผู้เป็นหัวหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและรันทด "ข้าคิดไม่ถึงเลย ว่าพวกเจ้าจะต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้! หากหอรวมสมบัติรู้เรื่องนี้เข้า ไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!"

"หึหึ" ซ่งเชาแค่นเสียงเย็น "ทุกปีหอการค้าใหญ่ๆ ต่างก็ต้องสูญเสียผู้ดูแลไปตั้งกี่คน เจ้าคิดว่าด้วยสถานะแค่นี้ของเจ้า พวกเขาจะมาสนใจความเป็นความตายของเจ้ารึ"

"เจ้า!"

"โอสถของหมอเทวดาเซวียเป็นของล้ำค่า แต่ไม่ใช่ของที่คนอย่างเจ้ามีสิทธิ์จะครอบครอง!"

เฉินผิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองกู้หานด้วยสีหน้ารู้สึกผิด "น้องชาย ข้าขอโทษด้วย! เจ้าเคยช่วยข้าไว้ ข้ากลับมาทำให้เจ้าต้องเดือดร้อน..."

"เดือดร้อนรึ" กู้หานพยักหน้า "เจ้าทำให้ข้าเดือดร้อนจริงๆ นั่นแหละ"

"จำเอาไว้" เขาลูบศีรษะของอาส่า ปลอบโยนอารมณ์หวาดกลัวของนาง "เจ้าติดหนี้บุญคุณข้าครั้งหนึ่ง!"

"หึหึ" ฝั่งตรงข้าม ซ่งเชามีสีหน้าเย้ยหยัน "ทำไม ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังคิดจะช่วยคนอีกรึ ช่างน่าขันสิ้นดี!"

พูดจบ มันก็เตรียมจะสั่งให้ทุกคนลงมือ!

"เดี๋ยวก่อน!" ทันใดนั้น ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรคนหนึ่งที่จ้องมองกู้หานอยู่ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก "เจ้า... คือกู้หานใช่หรือไม่"

"หืม" กู้หานขมวดคิ้วเล็กน้อย "เจ้ารู้จักข้ารึ"

"..." ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรผู้นั้นไม่เอ่ยคำใด ทว่าแผ่นหลังกลับเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเยียบ ใช่จริงๆ ด้วย! เทพสังหารผู้นั้น!

"ภารกิจนี้ ข้าขอถอนตัว!" เขาเป็นคนละแวกเมืองเทียนอู่ วันที่กู้หานเปิดฉากสังหารหมู่ในป่าเถื่อนโบราณ เขาบังเอิญมองเห็นอยู่ไกลๆ พอดี

"เจ้าว่าอย่างไรนะ!" สีหน้าของซ่งเชาเย็นเยียบลง "หากเจ้าไป ของพวกนี้ก็จะ..."

"ข้าไม่เอาแล้ว!" ท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของทุกคน ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรผู้นั้นหันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

วันนั้น มันสามารถสังหารยอดฝีมือระดับทะลวงทวารไปถึงหกคนในคราวเดียว วันนี้ ต่อให้มีแปดคน มันก็ย่อมสังหารได้หมดสิ้น!

"หยุดก่อน!" คิดไม่ถึงเลยว่า กู้หานกลับเรียกเขาเอาไว้

"มี... มีธุระอันใด" ร่างของผู้ฝึกยุทธ์พเนจรชะงักงัน

"เจ้าทำร้ายคน" กู้หานชี้ไปที่เฉินผิง "จะเดินจากไปหน้าตาเฉยเช่นนี้ ออกจะฟังไม่ขึ้นไปหน่อยกระมัง"

อะไรนะ ทุกคนต่างยืนอึ้ง นี่... หมายความว่าอย่างไร หรือว่ายังจะให้มันชดใช้อีกรึ ช่างเป็นเรื่องน่าขันระดับโลกจริงๆ!

ทว่า เรื่องที่ทำให้พวกเขาต้องเบิกตาโพลงก็เกิดขึ้น

"ในนี้..." ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรผู้นั้นไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขารีบหยิบถุงมิติใบหนึ่งออกมาโยนให้กู้หานทันที "มีผลึกปราณหนึ่งพันก้อน แล้วก็มียารักษาอาการบาดเจ็บอีกสองสามขวด ชดใช้ให้เขา... พอหรือไม่"

"พอใช้ได้" กู้หานพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองเฉินผิง "ข้าช่วยเจ้าเก็บไว้ก่อน เจ้าไม่มีปัญหาใช่ไหม"

ขณะที่พูด โดยไม่รอให้เขาตอบ กู้หานก็ยัดถุงมิติเข้าอกเสื้อตัวเองไปหน้าตาเฉย

"..." สมองของเฉินผิงตามไม่ทันแล้ว นี่มันใช่เรื่องที่ข้ามีปัญหาหรือไม่มีปัญหาหรือเปล่า นี่มัน... คนจะตายอยู่รอดมะร่อแล้ว เอาของนอกกายพวกนี้ไปจะมีประโยชน์อันใด!

เมื่อเห็นผู้ฝึกยุทธ์พเนจรจากไป กู้หานก็ค่อยๆ ยกกระบี่ยาวขึ้น แล้วเดินมุ่งหน้าไปหาฝั่งตรงข้าม

"ยังขยับไหวไหม"

"ไหว!" เฉินผิงฝืนพยุงตัวลุกขึ้นยืน "วันนี้ข้าจะขอร่วมเป็นร่วมตายกับน้องชาย สู้ตายกับพวกมัน..."

"ไม่" กู้หานส่ายหน้า "ไม่ต้องไปสู้ตายหรอก เจ้าแค่คอยปกป้องอาส่าให้ดีก็พอ"

"..." เฉินผิงมีสีหน้าไม่เข้าใจ ทว่าก็ยังคงทำตาม

"ฮึ!" ฝั่งตรงข้าม ซ่งเชาและพวกพ้องได้สติกลับมาในที่สุด "แสร้งทำเป็นเก่งกาจ!"

"กู้หานรึ ใครเคยได้ยินบ้าง"

"ก็แค่ไอ้เศษสวะไม่มีชื่อเสียง คิดจะใช้วิธีนี้มาข่มขู่พวกเรา ฝันไปเถอะ!"

แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดผู้ฝึกยุทธ์พเนจรผู้นั้นจึงหวาดกลัวกู้หานนัก ทว่าในหมู่พวกเขาทั้งเจ็ดคน คนที่มีระดับพลังสูงสุดคือทะลวงทวารขั้นที่ห้า ต่ำสุดคือทะลวงทวารขั้นที่สอง การจัดการกับคนระดับเบิกชีพจรเพียงคนเดียว ถือว่าเอามีดฆ่าโคมาเชือดไก่แล้ว

"ลุย!" เมื่อเห็นกู้หานเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ซ่งเชาก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "จัดการไอ้เด็กนี่ก่อน แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับเฉินผิง! ส่วนนังหนูนั่น... หึหึ หน้าตาไม่เลว น่าจะขายได้ราคาดี!"

จู่ๆ กู้หานก็หยุดฝีเท้าลง "เจ้า ว่าอย่างไรนะ"

"ข้าบอกว่าจะฆ่าเจ้าก่อน แล้วค่อยเอาไปขาย..."

ฟุ่บ! ยังพูดไม่ทันจบ ประกายแสงสายหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นอย่างฉับพลัน!

สีหน้าของซ่งเชาแข็งค้างอยู่ตรงนั้น บริเวณหว่างคิ้ว ปรากฏเส้นเลือดสีแดงสายเล็กๆ ค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไป!

นั่นมันอะไรกัน! คนที่เหลือใจหายวาบ คล้ายกับจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดผู้ฝึกยุทธ์พเนจรคนก่อนหน้านี้ ถึงได้หวาดกลัวกู้หานนัก แม้จะเป็นเพียงระดับเบิกชีพจร ทว่าพลังการต่อสู้ของมัน... กลับแข็งแกร่งจนน่ากลัว!

"เร็วเข้า บุกเข้าไปพร้อมกัน!"

"ถ้าไม่ฆ่ามัน คนที่จะซวยก็คือพวกเรา!"

"ใครกล้าออมมือ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เกรงใจ!"

พวกเขาย่อมเข้าใจดี เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากไม่สังหารกู้หานและเฉินผิงทิ้ง สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ จะต้องเป็นความวุ่นวายที่ไม่รู้จบเป็นแน่!

ทันใดนั้น! คนผู้หนึ่งกลับผละออกจากวงล้อม หันไปพุ่งทะยานเข้าหาเฉินผิงที่บาดเจ็บสาหัสและอาส่าด้วยความเร็วสูง!

เฉินผิงใจหล่นวูบ รีบเอาตัวเข้าบังอาส่าไว้ทันที!

"ตายซะ!" ชั่วพริบตาเดียว คนผู้นั้นก็อยู่ห่างจากเฉินผิงเพียงไม่กี่จั้งเท่านั้น!

ทว่า มันว่าเร็วแล้ว ปราณกระบี่มหาอนุมานกลับเร็วยิ่งกว่า!

ฉึก! ประกายแสงสายหนึ่งพุ่งเจาะทะลวงเข้าสู่กลางหลังของมันอย่างกะทันหัน สาดกระเซ็นเป็นละอองเลือด ก่อนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย!

คนผู้นั้นรู้สึกเพียงหน้ามืดทะมึน ล้มคะมำลงกับพื้นสิ้นใจไปในพริบตา!

"พวกเจ้า..." กู้หานสูดลมหายใจเข้าลึก รังสีอำมหิตในดวงตาไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป "รนหาที่ตายนัก!"

สิ้นคำพูด เขาก็พุ่งทะยานเข้าใส่คนกลุ่มนั้น!

ชั่วพริบตาเดียว! แสงแห่งของวิเศษและวิชาศักดิ์สิทธิ์หลากสีสันก็สว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่อง! สิ่งที่ตามมา คือเสียงกรีดร้อง เสียงโอดครวญ และ... เสียงร้องขอชีวิต!

ห่างออกไปไม่ไกล เฉินผิงมองจนตาค้าง! เดิมทีเขาคิดว่าการกระทำของกู้หานคือการเอาเนื้อเข้าปากเสือ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า... จะเป็นพยัคฆ์ร้ายบุกเข้าฝูงแกะเสียมากกว่า! ต่อให้ฝูงแกะจะมีจำนวนมากเพียงใด แล้วจะเอาอะไรไปต่อกรกับพยัคฆ์ร้ายได้เล่า

ครู่ต่อมา ทุกสิ่งก็กลับคืนสู่ความสงบ กู้หานยืนตระหง่านอย่างทระนงอยู่กลางสมรภูมิ ประดุจเทพสังหาร!

"นายน้อย!" อาส่าไม่สนกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง นางวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหากู้หาน "ท่าน... ท่านบาดเจ็บแล้ว!" มองดูบาดแผลหลายแห่งบนร่างของกู้หาน นางก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก

"แค่แผลภายนอกน่ะ" กู้หานเบ้ปาก ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด เพื่อให้การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วและไม่ปล่อยให้ใครหลบหนีไปได้ เขาย่อมเลือกใช้วิธีปะทะกันซึ่งๆ หน้า ยิ่งไปกว่านั้น บาดแผลแค่นี้ ยังไม่เจ็บเท่าตอนที่มู่หรงเยียนตบไหล่เขาสองสามทีนั่นเลย

เฉินผิงยังคงตกตะลึงไม่หาย เขาคล้ายจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว ว่าเหตุใดผู้ฝึกยุทธ์พเนจรคนก่อนหน้านี้ถึงได้หวาดกลัวกู้หานนัก กู้หาน... แข็งแกร่งจนเหนือความเข้าใจของมนุษย์ไปแล้ว!

"น้องชาย!" หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้ เขาก็เดินโซเซมาตรงหน้ากู้หาน ก่อนจะโค้งคำนับลงไป "ขอบคุณสำหรับบุญคุณช่วยชีวิต!"

"เจ้ามีระดับพลังแค่นี้" กู้หานปรายตามองเขา ก่อนจะส่ายหน้า "ก็กล้าบุกเข้ามาในป่าเถื่อนโบราณคนเดียวแล้วรึ"

"..." คำพูดเดียว ทำเอาเฉินผิงจุกจนพูดไม่ออก อย่างไรเสียข้าก็เป็นถึงระดับทะลวงทวาร เจ้าเป็นแค่ระดับเบิกชีพจร ประโยคนี้ ข้าควรจะเป็นคนถามเจ้าถึงจะถูกไม่ใช่รึ แต่พอคิดถึงความแข็งแกร่งของกู้หานแล้ว...

"น้องชายหารู้ไม่" เขายิ้มขื่น "เดิมทีข้าว่าจ้างผู้ฝึกยุทธ์พเนจรมาด้วยสองคน ทว่าพอโดนพวกมันข่มขู่เข้าหน่อย ก็ล้วน... เผ่นแน่บไปหมดแล้ว! หากไม่ได้พบน้องชาย วันนี้..."

ไม่นาน เขาก็พูดต่อไปไม่ออก ห่างออกไปไม่ไกล กู้หานกำลังเดินไปเดินมาด้วยความเร็วสูง กวาดล้างสนามรบจนสะอาดสะอ้าน วิธีการเช่นนี้... ชำนาญเกินไปแล้ว! จู่ๆ เฉินผิงก็รู้สึกขนลุกซู่

"ให้ท่าน" ทันใดนั้น มือเล็กๆ ขาวผ่องก็ยื่นมา ตรงกลางฝ่ามือมีโอสถสีขาวนวลราวกับหยกส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางอยู่ "ท่านดูเหมือนจะบาดเจ็บนะ" อาส่ามีสีหน้าเป็นห่วง

"ขอบคุณมาก!" เฉินผิงรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เขาย่อมมองปราดเดียวก็จำได้ ว่าโอสถเม็ดนี้มาจากฝีมือของหมอเทวดาเซวีย ไม่ใช่ของธรรมดาดาษดื่นทั่วไปแน่นอน ขณะที่กำลังจะยื่นมือไปรับ

"ท่านเตรียมจะให้เงินข้าเท่าไหร่หรือ"

"อ๊ะ" เฉินผิงยืนอึ้ง ยังต้อง... เก็บเงินอีกรึ

"ข้าก็ไม่ได้อยากจะเก็บเงินท่านหรอกนะ" อาส่าอธิบายอย่างจริงจัง "แต่ว่านายน้อยของข้ายากจนมาก ข้าต้องช่วยเขาหาเงินต่างหากล่ะ!"

"นี่..." มุมปากของเฉินผิงกระตุก เมื่อเห็นแม่หนูน้อยไร้เดียงสามาทำธุรกิจอย่างจริงจังปานนี้ เขาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง "โอสถที่หมอเทวดาเซวียหลอมขึ้น ย่อมมีมูลค่ามหาศาล... ข้า..." เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่า ด้วยกำลังทรัพย์ของผู้ดูแลเล็กๆ อย่างเขา ย่อมไม่มีปัญญาซื้อหรอก

"ท่านเป็นคนดี" อาส่าเอียงคอครุ่นคิด "แล้วท่านก็ดูยากจนเหมือนกัน ถ้างั้น... ข้าคิดท่านร้อยผลึกปราณก็แล้วกัน ดีไหม"

หนึ่งร้อยรึ เฉินผิงถอนหายใจยาว ราคานี้ ถือว่าถูกจนไม่รู้จะถูกอย่างไรแล้ว ต้องรู้ก่อนว่า ครั้งนี้เขาขอโอสถจากหมอเทวดาเซวียมาเพียงสามขวด ก็ผลาญผลึกปราณที่นำติดตัวมาไปกว่าครึ่ง มีจำนวนถึงหลายหมื่นก้อน! จากตรงนี้ก็รู้ได้เลยว่า โอสถของหมอเทวดาเซวียนั้นมีมูลค่ามหาศาลเพียงใด!

ผลึกปราณหนึ่งร้อยก้อน ย่อมมีจำนวนไม่น้อย อาส่าไม่มีระดับพลัง ย่อมใช้ถุงมิติไม่ได้ โอสถก่อนหน้านี้กู้หานก็เป็นคนหยิบออกมาให้นางล่วงหน้าแล้ว ด้วยความจนใจ นางจึงต้องหอบเอาไว้ในอ้อมแขน เพียงแค่มองดูดวงตาที่โค้งเป็นสระอิของนาง ก็รู้แล้วว่านางดีใจมากเพียงใด

"อาส่า" กู้หานเดินเข้ามา ลูบศีรษะของนาง "ดีใจขนาดนั้นเลยรึ" บทสนทนาของทั้งสอง เขาย่อมได้ยินเต็มสองหู ในใจรู้สึกทั้งขบขันและซาบซึ้งใจในเวลาเดียวกัน

"นายน้อย" อาส่ายกผลึกปราณขึ้นมาตรงหน้ากู้หานราวกับกำลังมอบสมบัติล้ำค่า "ข้าช่วยท่านหาเงินได้แล้ว!"

"เก่งมาก!" กู้หานเองก็ยิ้มออกมา ไม่ใช่แค่เพราะการกระทำของอาส่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลพลอยได้จากการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย พวกผู้ดูแลของหอการค้าพวกนี้ ช่างร่ำรวยเสียจริง! ท่ามกลางความทอดถอนใจ สายตาที่กู้หานมองไปยังเฉินผิงก็แฝงความเร่าร้อนอยู่บ้าง

"น้องชาย" เฉินผิงถูกเขามองจนรู้สึกอึดอัด "เจ้ามองข้าทำไมรึ..."

"ไม่มีอะไร" กู้หานย่อมไม่มีทางลงมือกับเขาอยู่แล้ว หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบไข่มุกกลมเกลี้ยงขนาดเท่ากำปั้น โปร่งใสกระจ่างชัด ภายในคล้ายมีหมอกควันลอยวนเวียนอยู่ออกมา "ของสิ่งนี้คืออะไร เจ้ารู้จักหรือไม่"

"แหล่งกำเนิดปราณรึ" เฉินผิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - ดักสังหาร! พบเจอเฉินผิงอีกครา!

คัดลอกลิงก์แล้ว