- หน้าแรก
- ราชาปีศาจสายปืนใหญ่ ตำนานคนบ้าที่สุดในทวีป
- บทที่ 21 งานนัดบอดครั้งยิ่งใหญ่
บทที่ 21 งานนัดบอดครั้งยิ่งใหญ่
บทที่ 21 งานนัดบอดครั้งยิ่งใหญ่
บทที่ 21 งานนัดบอดครั้งยิ่งใหญ่
เช้าตรู่ของวันถัดมา ขบวนเสด็จอันตระการตาได้เคลื่อนออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของเคานต์บริแอนนา
ทหารและกองทหารม้าหลายร้อยนายควบม้าจนฝุ่นตลบอบอวล คอยอารักขารถม้าหลายคันที่ตั้งอยู่ตรงกลางขบวนซึ่งกำลังแล่นไปตามถนนสายหลักอย่างช้าๆ
บนรถม้าเหล่านั้นประดับด้วยธงทิวสีน้ำเงินที่มีรูปกวางสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของเจ้าหญิงลำดับที่สองพริสซิลลา
หากทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ ไอแซกควรจะกำลังควบม้าอยู่ท่ามกลางเหล่าอัศวินและทหารยามเพื่อนำขบวน
ทว่าด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ ขณะนี้เขากลับมานั่งอยู่ภายในรถม้าหลวงของเจ้าหญิงลำดับที่สอง
“...”
เจ้าหญิงพริสซิลลาซึ่งประทับอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังลอบสังเกตเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสนอกสนใจ
ความรู้สึกที่ต้องอยู่ในห้องรับรองเดียวกันกับเชื้อพระวงศ์นั้นเป็นอย่างไรน่ะหรือ?
ไอแซกรู้สึกราวกับทหารชั้นผู้น้อยที่จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในรถประจำตำแหน่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุด เขาทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาดี
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนพริสซิลลาจะทรงสำราญพระทัยกับวีรกรรมที่ไอแซกเคยติติงเจ้าชายลำดับที่สองกูลด์ก่อนหน้านี้ พระองค์จึงทรงชวนเขาคุยอย่างกระตือรือร้นตลอดการเดินทาง
พริสซิลลาและไอแซกสนทนากันอย่างออกรส ตั้งแต่เรื่องการพบกันครั้งแรกไปจนถึงเรื่องเล่าขบขันต่างๆ ตั้งแต่การขับไล่พวกกอบลินไปจนถึงสงครามสืบราชบัลลังก์ ราวกับว่าทำนบแห่งการสนทนาได้เปิดออก
ไอแซกตอบคำถามเป็นระยะ และคอยกล่าวคำประจบเอาใจบ้างในบางโอกาส
การรับมือกับผู้ที่มีฐานะสูงส่งจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการอ่านสีหน้าและต้องรู้จักสวมบทบาทเป็นผู้รับมุกที่ดีในวงสนทนา
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
ในขณะที่ไอแซกและพริสซิลลากำลังสนทนากันอย่างเพลิดเพลิน เสียงเคาะประตูดังมาจากภายนอกรถม้า
ทหารยามเปิดหน้าต่างออกแล้วยื่นหน้าเข้ามาทูลถามพริสซิลลาว่าพระองค์ทรงต้องการพักผ่อนหรือไม่
ไอแซกสังเกตเห็นว่าอัศวินวัยกลางคนซึ่งเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของพริสซิลลา คอยจ้องมองเขาด้วยสายตาจับผิด ราวกับต้องการเตือนไม่ให้เขาบังอาจมีความคิดที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหญิง
ความรู้สึกไม่สบายใจภายใต้สายตาที่จ้องจับผิดขององครักษ์ ทำให้ไอแซกรู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องรีบสลัดภาพลักษณ์ของ เด็กเจ้าปัญหา ออกไปโดยเร็ว
หลังจากผ่านการเดินทางอันยาวนานและสายตาที่จ้องมองมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดไอแซกก็มาถึงคฤหาสน์ของเคานต์บริแอนนา สถานที่จัดพิธีบรรลุนิติภาวะ
“ถ้าอย่างนั้น แล้วพบกันที่งานเลี้ยงฉลองการบรรลุนิติภาวะนะ ท่านบารอนไอแซก”
พริสซิลลากล่าวลาไอแซกก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ในที่สุดก็เป็นอิสระเสียที ไอแซกบิดขี้เกียจและรู้สึกผ่อนคลายอย่างเต็มที่
แม้พริสซิลลาจะมีเสน่ห์ดึงดูดเพียงใด แต่ฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ก็ยังคงสร้างความกดดันอย่างมหาศาลให้กับไอแซกอยู่ดี
“นายท่าน ท่านและเจ้าหญิงคุยเรื่องอะไรกันหรือครับ?”
หลังจากที่พริสซิลลาและผู้ติดตามจากไป ลอร์ดมิลเลอร์ก็รุดเข้ามาหาไอแซกทันทีพร้อมถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เนื่องจากสงครามการสืบราชบัลลังก์อยู่ในช่วงวิกฤต การติดต่อกับสมาชิกในราชวงศ์อาจส่งผลต่อการพัฒนาของดินแดนในอนาคต นั่นคือเหตุผลที่ลอร์ดมิลเลอร์กังวลเป็นอย่างมาก
“ไม่มีอะไรมากหรอก” ไอแซกตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
เขารู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่การล่วงเกินเจ้าชายลำดับที่สองกูลด์ กลับทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าหญิงลำดับที่สองพริสซิลลาใกล้ชิดกันมากขึ้น
ท่าทีของพริสซิลลาทำให้ไอแซกยิ่งสับสน พระองค์ดูเหมือนจะสนใจในตัวเขามาก แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะชักชวนเขาไปเข้าร่วมฝ่ายเลย หรือว่าเขาจะคิดมากไปเอง?
“พวกเราเข้าไปร่วมงานเลี้ยงกันเถอะ ลอร์ดมิลเลอร์” ไอแซกกล่าว
ขุนนางจำนวนมากคงมาร่วมงานเลี้ยงบรรลุนิติภาวะในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการรวบรวมข้อมูล
ไอแซกต้องการเข้าใจจุดประสงค์ของพริสซิลลา และคำตอบนั้นน่าจะอยู่ที่นี่
ดังนั้นเขาจึงพาลอร์ดมิลเลอร์ก้าวข้ามผ่านประตูคฤหาสน์ของเคานต์บริแอนนาเข้าไปอีกครั้ง หลังจากผ่านไปนานถึงหกปี
คนมักจะกล่าวกันว่า แก่นแท้ของการเข้าสังคมนั้นอยู่ที่งานเลี้ยง
ในโลกที่โอกาสในการพบปะผู้คนนั้นหาได้ยาก งานเลี้ยงฉลองการบรรลุนิติภาวะจึงถือเป็นเหตุการณ์ทางสังคมที่สำคัญอย่างยิ่ง
งานเลี้ยงที่จัดโดยคฤหาสน์ของเคานต์บริแอนนาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศที่ดูสมัครสมานสามัคคี
อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่ปรากฏให้เห็นเพียงเปลือกนอก
ในความเป็นจริง งานเลี้ยงบรรลุนิติภาวะนั้นไม่ต่างจากงานนัดบอดครั้งใหญ่ ที่ซึ่งเหล่าบุรุษและสตรีสูงศักดิ์วัยเยาว์มารวมตัวกันเพื่อค้นหาคู่ครองที่เหมาะสม
เสียงดนตรีที่เร้าใจ ไวน์รสเลิศที่ทำให้มึนเมา และกลิ่นอายของแรงปรารถนาอบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศ
ชายหนุ่มหญิงสาวต่างสวมหน้ากากจอมปลอมเข้าหากัน คอยหยั่งเชิงและส่งสัญญาณที่คลุมเครือให้แก่กัน
ขุนนางชายเปรียบเสมือนนกยูงที่รำแพนหางเพื่ออวดอ้างเสน่ห์ของตน หวังจะดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้าม
ขุนนางหญิงดูสงบเสงี่ยมและสง่างามอยู่ภายนอก แต่ภายในใจกลับคอยคำนวณอย่างเงียบเชียบ โดยหวังว่าจะได้พบกับสามีที่พึงปรารถนาซึ่งเพียบพร้อมด้วยอำนาจและความมั่งคั่ง
อย่างไรก็ตาม มีสุภาพบุรุษผู้หนึ่งที่ดูจะไม่ยี่หระต่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เขากำลังตั้งหน้าตั้งตาก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างขยันขันแข็ง
“หืม เจ้านี่รสชาติดีทีเดียว”
ไอแซกอุทานออกมาพร้อมกับส่งเมล็ดข้าวโพดสีเหลืองทองเข้าปาก เขาไม่คาดคิดเลยว่าข้าวโพดที่ยังไม่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์ในโลกนี้จะมีรสชาติหวานอร่อยเพียงนี้
“นายท่านครับ...”
“ลอร์ดมิลเลอร์ มาสิ ท่านเองก็ลองชิมดูบ้าง” ไอแซกหยิบฝักข้าวโพดส่งให้ลอร์ดมิลเลอร์
“ดินแดนของเราฝากความหวังไว้ที่ท่านและคุณหนูแคลร์ เพื่อที่จะกลับไปบริหารจัดการสถานการณ์ในภาพรวมนะครับ” ลอร์ดมิลเลอร์กล่าวด้วยสีหน้ากังวล
ตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยง ลอร์ดมิลเลอร์คอยบ่นไอแซกเรื่องการแต่งงานจนหูเขาแทบจะขึ้นสะเก็ดอยู่แล้ว
ในวินาทีนี้เขาพลันเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เหตุใดพ่อแม่บนโลกมนุษย์ถึงได้พากันเร่งเร้าให้ลูกหลานแต่งงานกันนัก
“จริงสิ ข้าวโพดเนี่ย ย่างกับเนยนี่แหละดีที่สุด เชฟของท่านเคานต์มีความรู้เรื่องนี้ดีจริงๆ” ไอแซกจงใจเปลี่ยนประเด็น
“นายท่าน!” ลอร์ดมิลเลอร์ขึ้นเสียงพร้อมถลึงตาใส่ไอแซก
“อย่าเปลี่ยนเรื่องสิครับ! ผมเคยเห็นมากับตามากมายแล้ว พวกคนที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในยามแก่ชราเพราะมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการทำงานน่ะ!”
“นั่นคือเหตุผลที่ข้าชอบปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติน่ะ งานนัดบอดครั้งใหญ่... แค่กๆ ข้าหมายถึง งานเลี้ยงนี้ ข้ารู้สึกอึดอัดกับมันนิดหน่อย” ไอแซกอธิบาย
จะให้เขาเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมที่เขาไม่ถนัดเช่นนี้ เพียงเพื่อเรื่องความรักและการแต่งงานอย่างนั้นหรือ?
ลอร์ดมิลเลอร์ไม่เห็นสงครามเย็นที่ซ่อนอยู่ภายใต้งานเลี้ยงอันรื่นเริงและเสียงแก้วกระทบกันนี้หรืออย่างไร?
ไอแซกส่ายหัวเพื่อบ่งบอกว่าเขาจนปัญญาจริงๆ
“นายท่าน ได้โปรดหยุดพูดคำว่า ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เสียทีเถอะครับ”
นับตั้งแต่ที่ไอแซกติติงเจ้าชายลำดับที่สองกูลด์ ลอร์ดมิลเลอร์ก็กลายเป็นคนขี้กังวลผิดปกติ ราวกับเกรงว่าไอแซกจะไปก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก
ไอแซกอยากจะโต้ตอบกลับไป แต่เมื่อนึกถึงความใจดีของลอร์ดมิลเลอร์ในอดีตที่เคยช่วยเหลือเขาให้พ้นจากสถานการณ์คับขัน เขาจึงกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป
ทันใดนั้นเอง
“นายท่านครับ”
ลอร์ดมิลเลอร์ตบต้นแขนของไอแซกด้วยความตื่นเต้น
ไอแซกมองตามสายตาของลอร์ดมิลเลอร์ไป และพบว่าเจ้าหญิงพริสซิลลาและลูซี่ บริแอนนา กำลังเดินตรงมาทางพวกเขา