- หน้าแรก
- ข้าป่วนโลกคุณไสยด้วยพลัง เอ็ม ซี
- บทที่ 6 การตามหาวัตถุต้องสาป
บทที่ 6 การตามหาวัตถุต้องสาป
บทที่ 6 การตามหาวัตถุต้องสาป
บทที่ 6 การตามหาวัตถุต้องสาป
"ว้าว ฟุชิงุโระ โรงเรียนแห่งนี้มันอะไรกันเนี่ย มีวิญญาณคำสาปเต็มไปหมดเลยแถมมีหลายขนาดด้วยนะ ถึงส่วนใหญ่จะเป็นระดับสี่ก็เถอะ แต่วิญญาณคำสาประดับสี่นั่นก็เพียงพอจะทำให้เหล่านักเรียนเป็นหวัดหรือเป็นไข้ได้เลยนะเนี่ย อ๊ะ ดูนั่นสิ มีวิญญาณคำสาประดับสามอยู่ตรงสนามรักบี้ด้วย รูปร่างหน้าตาดูเหมือนตัวเห็บไม่มีผิดเลย"
"นั่นก็เพราะในโรงเรียนมีอารมณ์ด้านลบของเหล่านักเรียนสะสมอยู่มากยังไงล่ะ และจะว่าไป จำนวนคำสาปในพวกบริษัทมืดมนทั้งหลายก็มีพอๆ กันนั่นแหละ... เดี๋ยวก่อน! พวกเรามาที่นี่เพื่อตามหาวัตถุต้องสาปไม่ใช่หรือไง ชิน จริงจังหน่อยสิ!"
คางุระ ชิน ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ก็เพราะว่าฉันเจอพวกมันแล้วยังไงล่ะ ลองดูเด็กหนุ่มผมสีชมพูเนื้อคนนั้นสิ ร่างกายของเขามีร่องรอยพลังไสยเวทย์ตกค้างอยู่เต็มไปหมดเลย แล้วดูผู้ชายกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขาสิ ทั้งสองคนนั้นก็มีร่องรอยพลังไสยเวทย์ตกค้างอยู่มากเหมือนกัน พวกเราไปถามพวกเขากันเถอะ"
ฟุชิงุโระ เมงุมิ หันไปมองตามและลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในที่สุดเขาก็หามันจนเจอเสียที!
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสอบถาม อิตาโดริ ยูจิ ก็ออกตัววิ่งหนีไปทางประตูโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ฟุชิงุโระพยายามจะหยุดเขาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่เพียงแค่พริบตาเดียว สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ให้เห็นมีเพียงแค่ควันจางๆ จากฝีเท้าของอิตาโดริ ยูจิ เท่านั้น
ฟุชิงุโระ เมงุมิ ถึงกับยืนอึ้ง "เมื่อกี้ใช่คนแน่เหรอ? นั่นมันความเร็วที่มนุษย์จะวิ่งได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ?"
ขณะที่เขากำลังจะวิ่งตามควันนั้นไป คางุระ ชิน ก็คว้าตัวเขาเอาไว้
"เฮ้ ถึงจะหนีไปได้คนหนึ่ง แต่ก็ยังเหลืออีกสองคนนะ ทำไมเราไม่ลองไปถามสองคนนั้นดูก่อนล่ะ? ต่อให้ของไม่ได้อยู่ที่ตัวพวกเขา เราก็ยังให้พวกเขาติดต่อคนที่เพิ่งหนีไปได้นี่นา!"
ฟุชิงุโระ เมงุมิ คิดว่ามันก็มีเหตุผล ดังนั้นทั้งสองจึงเข้าไปหยุดตัวอิอุกุจิและซาซากิเอาไว้
คางุระ ชิน เหลือบมองไปยังทิศทางที่อิตาโดริเพิ่งจากไปพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ
"วันนี้ควรจะเป็นวันที่คุณปู่ของนายจากไป นายจะได้จัดการงานศพของท่านได้อย่างเบาใจเถอะนะ ดีแล้วที่นายไม่ได้อยู่ที่นี่ สุคุนะจะได้ไม่สามารถหาภาชนะที่เหมาะสมได้ และนายเองก็ไม่ต้องก้าวเข้าสู่โลกไสยเวทย์ที่โหดร้ายด้วย วินวินกันทุกฝ่าย"
......
ฟุชิงุโระ เมงุมิ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเปิดรูปภาพของวัตถุต้องสาปที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้เหมือนมัมมี่ให้ทั้งสองดู พร้อมกับเอ่ยถามว่า
"พวกคุณเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนไหม?"
อิอุกุจิและซาซากิหันมาสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาพร้อมกันทันที
"ไม่เคยเห็น ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!"
คราวนี้กลายเป็นคางุระ ชิน ที่ถึงกับสมองค้างไปชั่วขณะ ตอนแรกเขาคิดว่าอย่างมากที่สุดทั้งสองคนอาจจะบอกว่าเคยเห็นแต่ไม่ยอมคืนวัตถุต้องสาปให้เพราะของไม่ได้อยู่ที่ตัวเสียอีก ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะรีบปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รู้เรื่องทันที ความรู้สึกของเขาในตอนนี้คือถูกท้าทายเข้าให้แล้ว
"นี่ ฟังนะ ของชิ้นนี้มันเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ถ้าพวกคุณมีมันอยู่ล่ะก็ รีบส่งคืนมาเดี๋ยวนี้เลย"
หลังจากที่คางุระ ชิน บอกว่าของชิ้นนั้นอันตราย ดวงตาของทั้งคู่ก็พลันประกายความตื่นเต้นออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว
อาจเป็นเพราะคางุระ ชิน และฟุชิงุโระ เมงุมิ สวมชุดสีดำล้วนซึ่งดูไม่เหมือนคนดี หรืออาจเป็นเพราะกลิ่นอายนักเลงในตัวฟุชิงุโระ เมงุมิ ยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พฤติกรรมของพวกเขากลับถูกกลุ่มนักเรียนวิชาพละมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งนักเรียนในโรงเรียน และทันใดนั้นกลุ่มนักเรียนร่างสูงใหญ่กำยำก็เดินเข้ามาล้อมพวกเขาทั้งสองไว้ทันที
อาจารย์คนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างบึกบึนราวกับกอริลลาเดินก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เฮ้ พวกแกสองคนมาจากไหนกัน? กล้าดียังไงถึงเข้ามาในโรงเรียนของเราแล้วมารังแกนักเรียนของพวกเราแบบนี้!"
คางุระ ชิน รีบหยุดการกระทำทั้งหมดและรีบอธิบายทันที
"พวกเราแค่ทำของหายเลยเข้ามาสอบถามดูว่ามีใครเห็นบ้างไหมครับ พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายจริงๆ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ งั้นพวกเราไม่รบกวนแล้วล่ะครับ ขอตัวก่อนนะครับ..."
พูดจบเขาก็รีบคว้าแขนฟุชิงุโระ เมงุมิ แล้วโกยแน่บออกมาทันที
ฟุชิงุโระ เมงุมิ เอ่ยขึ้นขณะวิ่ง "วัตถุต้องสาปอยู่ที่สองคนนั้น"
"ฉันรู้แล้วล่ะ เพราะอย่างนั้นฉันเลยเตรียมเจ้านี่ไว้ยังไงล่ะ ยาล่องหนแบบพ่น! หนึ่งขวดออกฤทธิ์ได้นานแปดนาที!"
"เพล้ง!"
คางุระ ชิน และฟุชิงุโระ เมงุมิ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทันใดนั้นก็มีเสียงกระซิบดังมาจากพื้นที่ว่างเปล่า
"ฟุชิงุโระ นายมองเห็นการไหลเวียนของพลังไสยเวทย์ในตัวฉันไหม?"
"เห็น"
"เอาเถอะ ยานี่มันค่อนข้างไร้ประโยชน์จริงๆ นั่นแหละ โอเค เลิกพูดแล้วอย่าถืออะไรไว้ในมือนะ เกาะติดฉันไว้ให้ดีล่ะ"
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่สลัดหลุดจากคางุระ ชิน และอีกคนมาได้ อิอุกุจิและซาซากิก็รีบวิ่งกลับไปที่ชมรมวิจัยเรื่องลี้ลับทันที พวกเขาหยิบวัตถุรูปทรงกระบอกที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาวออกมาจากใต้โต๊ะ จากนั้นซาซากิจึงรีบยัดมันเข้าไปซ่อนในเสื้อของเธอ
คางุระ ชิน และฟุชิงุโระ เมงุมิ ที่เพิ่งตามมาถึงทันเวลา ได้เห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี
ทั้งสองคนได้แต่ยืนอึ้งไปกับสิ่งที่เห็น
คางุระ ชิน ใช้นิ้วเขียนลงบนหลังของฟุชิงุโระ
"ไปเอามาสิ"
ฟุชิงุโระ เมงุมิ รีบเขียนตอบลงบนมือของคางุระ ชิน ทันควัน
"ไม่ไป"
"เราจะยืนดูอยู่แบบนี้จริงๆ เหรอ?"
"ก็ได้ แต่ฉันจะไม่เป็นคนเข้าไปเอาหรอกนะ"
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็แอบติดตามซาซากิไปจนกระทั่งเลิกเรียน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ตามเข้าไปในที่ร่มรื่นอย่างห้องน้ำตอนที่เธอเข้าไปทำธุระ ทุกอย่างดูสงบเรียบร้อยดี และมันจะดียิ่งกว่านี้ถ้าหากไม่มีเสียงเหมือนแก้วแตกดังขึ้นทุกๆ เจ็ดหรือแปดนาที
เสียงเหมือนแก้วแตกที่ดังขึ้นเป็นระยะนั้นกำลังทำให้ซาซากิแทบเสียสติ ครั้งแรกที่ได้ยินเธอคิดว่าคงมีกระจกที่ไหนสักแห่งกำลังจะตกพื้น แต่พอเข้าครั้งที่สามหรือครั้งที่สี่ เธอก็เริ่มตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะเสียงแก้วแตกนั้นดูเหมือนจะดังอยู่ข้างๆ ตัวเธอนี่เอง อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น!
เธอเริ่มเอามือลูบคลำวัตถุต้องสาปที่ซ่อนอยู่ในอ้อมอกเป็นพักๆ และคำเตือนของคางุระ ชิน ก็ยังคงกังวานอยู่ในหูของเธอไม่หาย
"ของชิ้นนี้มันอันตรายนะ อันตรายนะ อันตราย..."
ฟุชิงุโระ เมงุมิ ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงเขียนลงบนหลังของคางุระ ชิน ว่า
"ช่วยหยุดกระซิบสักทีได้ไหม? นายกำลังทำเธอขวัญกระเจิงจนจะตายอยู่แล้วนะ!"
"โอเค 0.0"
ในที่สุดโรงเรียนก็เลิกซาซากิกลับมาพบกับอิอุกุจิอีกครั้งที่ชมรมวิจัยเรื่องลี้ลับ ทว่าซาซากิกลับมีอาการท่าทางแปลกไปอย่างมาก เธอเริ่มระแวงไปหมดและไวต่อเสียงรอบข้างอย่างรุนแรง
"อิอุกุจิ... นายได้ยินเสียงฝีเท้าของคนอื่นอีกสองคนบ้างไหม? ฉัน... ฉันเริ่มกลัวแล้วนะ..."
อิอุกุจิสังเกตเห็นว่าซาซากิเริ่มมีอาการไม่ค่อยดี เขาจึงแนะนำให้เธอรีบกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน ส่วนกิจกรรมชมรมค่อยรอวันพรุ่งนี้ก็ได้ แต่ซาซากิที่ตอนนี้หวาดกลัววัตถุต้องสาปในอ้อมกอดจนถึงขีดสุดกลับไม่กล้ากลับบ้านโดยที่ยังไม่ได้เปิดดูและยืนยันว่ามันเป็นแค่เรื่องล้อเล่น
ใช่แล้ว เธอหวาดกลัวมากเสียจนต้องใช้การปลอบใจตัวเองเพื่อหลอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องตลกเท่านั้น
"ไม่... ไม่ต้องหรอก ลองโทรหาอิตาโดริดูสิว่าเขาว่างไหม ถึงเขาจะไม่ว่าง อย่างน้อยเราก็เปิดดูของชิ้นนี้ตอนที่กำลังคุยโทรศัพท์กับเขาก็ได้"
การโทรสับเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว แต่อิตาโดริที่อยู่ปลายสายมีน้ำเสียงเศร้าหมองอย่างชัดเจน ถึงกระนั้นเขาก็ยังบอกว่าเขาจัดการธุระของตัวเองเสร็จเกือบหมดแล้ว และเขาก็กำลังรีบมาที่โรงเรียนเพราะเป็นห่วงทั้งสองคน อีกประเดี๋ยวเขาก็คงจะถึงที่ชมรมแล้ว
คางุระ ชิน คิดในใจ "อะไรกันเนี่ย!"
เป็นไปตามคาด ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา อิตาโดริก็มาถึงห้องชมรมวิจัยเรื่องลี้ลับ ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา เขาก็เหลือบมองไปทางที่คางุระ ชิน ยืนอยู่ราวกับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ก่อนจะละความสนใจไปจากร่างที่ล่องหนอยู่ทั้งสองคนนั้น