- หน้าแรก
- ผู้ควบคุมสัตว์ร้ายคนนี้แปลกไป เขาฝึกเซียน
- บทที่ 27: จงเอาชนะมันด้วยตัวเอง!
บทที่ 27: จงเอาชนะมันด้วยตัวเอง!
บทที่ 27: จงเอาชนะมันด้วยตัวเอง!
ที่จริงแล้ว วิธีนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับนักตกปลา ถึงแม้จะยังตกปลาไม่ได้ แต่การ "อ่อยเหยื่อ" ต้องทำให้ถึง!
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทางการยอมให้นักฝึกสัตว์หน้าใหม่ที่มีสัตว์อสูรระดับ 2 เข้ามาในเขตลับบ้านของเหล่านักฝึกสัตว์แห่งนี้ แม้ว่าทรัพยากรในเขตลับจะเพียงพอให้พวกมันดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่การที่มีคนมาคอย "อ่อยเหยื่อ" ให้พวกมันกินเล่นเป็นครั้งคราวก็ถือเป็นเรื่องดี
หลังจากคลุกคลีกับเหล่าวิหคเพลิงอยู่พักใหญ่ หลี่ห่าวเฉินก็เดินวนรอบถิ่นของพวกมันอีกสองสามรอบก่อนจะจากไป ในบรรดาวิหคเพลิงชุดนี้ นอกจาก "วิหคเพลิงหงส์" (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่สามของวิหคเพลิง) ระดับ 5 ตัวเฒ่าที่คาดว่าเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์แล้ว ก็ไม่มีตัวไหนที่มีคุณภาพระดับขุนพลเลย ถึงแม้หลี่ห่าวเฉินจะเห็นว่ามีวิหคเพลิงระดับชั้นเลิศหลายตัวที่ดูจะเต็มใจทำพันธสัญญาด้วย แต่เขายังไม่ได้ไปดูพวกวิหคผลึกน้ำแข็งเลย ดังนั้นเขาจึงยังไม่รีบร้อนจะทำสัญญากับวิหคเพลิงระดับชั้นเลิศในตอนนี้
สถานการณ์ในถิ่นของลิงเพลิงก็คล้ายคลึงกับวิหคเพลิง เมื่อเห็นว่าหลี่ห่าวเฉินสามารถขุนอสูรเนโกะมาตาได้ดีขนาดนี้ สัตว์อสูรวัยเยาว์หลายตัวที่มีความทะเยอทะยานอยากก้าวหน้าก็อยากจะทำพันธสัญญากับเขา ทว่าพวกมันก็มองออกว่าหลี่ห่าวเฉินยังตัดสินใจไม่ได้ พวกมันจึงแค่เดินเข้ามาขอส่วนบุญกินอาหารฟรีแล้วก็แยกย้ายกันไป
ด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หลี่ห่าวเฉินจึงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของเขตลับ วันนี้มีคนอีกไม่น้อยที่เดินออกจากพื้นที่ด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยากเหมือนเขา หลี่ห่าวเฉินไม่ได้ทักทายใครที่เดินสวนกัน ต่างคนต่างทำธุระของตนเองไป หลังจากก้าวพ้นเขตภูเขาไฟทางใต้ ความรู้สึกร้อนระอุซ่านผิวก็จางหายไปอย่างเห็นได้ชัด
ทางทิศตะวันตกของเขตลับนั้นไม่ได้มีทัศนียภาพที่สวยงามนัก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยภูเขาแร่เหล็ก ระหว่างทางหลี่ห่าวเฉินเห็น "ก้อนขนสีขาวดำ" ใช้กรงเล็บขุดแร่เหล็กออกมาเคี้ยวกินสดๆ เป็นระยะๆ อสูรกินเหล็กเหล่านี้ดูคล้ายกับ "สมบัติชาติ" (แพนด้า) ที่หลี่ห่าวเฉินเคยเห็นก่อนจะข้ามมิติมา เพียงแต่ขนาดตัวของพวกมันใหญ่กว่าหนึ่งเท่าตัว และที่สำคัญคือ อสูรกินเหล็กพวกนี้ดุร้ายกว่าสมบัติชาติพวกนั้นมหาศาล!
โดยพื้นฐานแล้ว ทันทีที่พ้นช่วงวัยแบเบาะ อสูรกินเหล็กก็มีความสามารถในการขุดแร่เหล็กมากินเป็นอาหารได้แล้ว จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าพละกำลังและแรงกัดของพวกมันนั้นเกินจริงขนาดไหน อย่างไรก็ตาม แม้การกินแร่เหล็กจะทำให้อิ่มท้อง แต่ต่อให้เป็นของอร่อยแค่ไหน ถ้าต้องกินอย่างเดิมซ้ำๆ นานๆ ก็ย่อมมีเบื่อบ้าง ดังนั้นเมื่อเห็นว่าหลี่ห่าวเฉินมีแววจะเป็น "ผู้อ่อยเหยื่อ" ชั้นยอด เหล่าอสูรกินเหล็กจึงพากันกลิ้งเข้ามาขออาหาร!
หลี่ห่าวเฉินถือโอกาสลูบหัวพวกมันสองสามที ความรู้สึกหงุดหงิดก่อนหน้านี้มลายหายไปกลายเป็นความเบิกบานใจแทน อาหารที่เขาเอามาเลี้ยงอสูรกินเหล็กในครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับช็อกโกแลต ซึ่งเป็นอาหารที่สมาคมนักวิจัยพันธุ์สัตว์พัฒนาขึ้นมาเพื่อพวกมันโดยเฉพาะ ในขณะที่ป้อนไป หลี่ห่าวเฉินก็อดบ่นในใจไม่ได้ เขาคาดว่าสมาคมฯ คงทำเงินมหาศาลในแต่ละปีจากการผลิตอาหารสัตว์ส่งมายังเขตลับแห่งนี้!
หลังจากกินอิ่มกันถ้วนหน้า ก้อนขนสีขาวดำเหล่านั้นก็แยกย้ายไปหามุมนอนตากแดดกลางวันแสกๆ วิถีชีวิตของอสูรกินเหล็กช่างเรียบง่าย คือกินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน และตอนนอนพวกมันยังชอบนอนอาบแดดอีกด้วย ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่ห่าวเฉินประหลาดใจคือ มีอสูรกินเหล็กอยู่ตัวหนึ่งที่ดูจะแปลกแยกจากพวก มันไม่ได้เดินเข้ามาขออาหารเหมือนตัวอื่นๆ แต่กลับกำลัง "ฝึกหมัด" อยู่ลำพังในป่า
ใช่แล้ว! ฝึกหมัด! อสูรกินเหล็กตัวนี้ดันรู้จักวิชาการต่อสู้ซะงั้น!?
โชคดีที่เจ้าตัวนี้ไม่ได้ปฏิเสธของอร่อยที่มาจ่อถึงปาก เพียงแต่มันต้องการรอให้ฝึกเสร็จเสียก่อน หลี่ห่าวเฉินไม่ได้ถือสาอะไร เพราะอสูรกินเหล็กตรงหน้านี้คือระดับ "ขุนพล" ที่หาได้ยากยิ่ง! จงหลีเมิ่งรู้จุดประสงค์ของการมาครั้งนี้ของเขา เธอจึงสอนวิธีแยกแยะคุณภาพของสัตว์ทั้งแปดชนิดนี้ไว้ให้แล้ว อสูรกินเหล็กระดับขุนพลจะมีขนาดตัวไม่ต่างจากตัวทั่วไปนัก ต้องสังเกตให้ดี จุดเด่นที่สุดคือจะมีรอยแผลเป็นจางๆ สีเงินรูปสายฟ้าอยู่ระหว่างคิ้ว
อสูรกินเหล็กตรงหน้าเขาไม่เพียงแต่มีรอยสายฟ้าสีเงินที่คิ้ว แต่มันยังสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับ 1 ได้ด้วยตัวเองทั้งที่อายุยังไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ! นี่ตรงตามลักษณะที่จงหลีเมิ่งบอกไว้ทุกประการ แน่นอนว่าหลี่ห่าวเฉินพยายามจะเริ่มทำพันธสัญญาคามต้องการ แต่มันไม่ได้ตอบตกลงในทันที มันยื่นเงื่อนไขข้อหนึ่งมาให้เขา
นั่นคือหลี่ห่าวเฉินต้องเอาชนะมันด้วยตัวของเขาเอง!
หลี่ห่าวเฉินรับคำท้าก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะเริ่มเตรียมตัวต่อสู้ เขาได้ให้อสูรเนโกะมาตาไปสืบหาข้อมูลรอบๆ จนทำให้เขาได้รู้ว่า แม่ของอสูรกินเหล็กตัวนี้เคยทำพันธสัญญากับนักฝึกสัตว์อสูรมาก่อน! ทว่านักฝึกสัตว์คนนั้นดันดวงกุด ถูกศัตรู "ลอบสังหารตัดหัว" ระหว่างออกไปทำภารกิจในป่าจนลาโลกไปเสียก่อน เมื่อนักฝึกสัตว์ตาย แม้สัตว์อสูรจะไม่ตายตามไปด้วย แต่มันจะทำให้สัตว์ตัวนั้นไม่สามารถพัฒนาพลังได้อีกเลย ต่อให้พยายามฝึกหนักแค่ไหนก็ไร้ผล!
เมื่อนักฝึกสัตว์ตายในการต่อสู้ ระดับพลังของสัตว์อสูรจะถูกล็อคไว้ถาวร ไม่สามารถก้าวหน้าได้แม้แต่นิดเดียว นี่คือเหตุผลที่สัตว์อสูรศักยภาพสูงมักจะเลือกเจ้าของอย่างพิถีพิถัน หลังจากเจ้านายตายในสนามรบ แม่ของอสูรกินเหล็กตัวนี้จึงกลับมายังบ้านเกิดเขตลับบ้านของเหล่านักฝึกสัตว์และให้กำเนิดลูกอสูรกินเหล็กระดับขุนพลตัวนี้ขึ้นมา
เหตุผลที่เจ้าตัวเล็กนี่หมกมุ่นกับการฝึกวิชาการต่อสู้ก็หนีไม่พ้นอิทธิพลจากแม่ของมัน แม่ของมันเป็นสัตว์ระดับ 5 ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์ตามติดนักฝึกสัตว์คนนั้นมานาน และดูเหมือนนักฝึกสัตว์คนเดิมจะเป็นแฟนพันธุ์แท้วิชาตัวเบาและวรยุทธ์ แม่ของมันจึงซึมซับมาและถ่ายทอดมาถึงลูกตัวนี้ด้วย!
เหตุผลที่มันต้องการให้นักฝึกสัตว์เอาชนะมันด้วยตัวเอง ก็เพราะฝังใจเรื่องที่เจ้านายของแม่ถูกตัดหัวจนทำให้แม่ของมันต้องติดอยู่ที่ระดับ 5 ไปตลอดชีวิต หากอสูรกินเหล็กเติบโตเองตามธรรมชาติ ต่อให้เป็นระดับขุนพล ระดับ 5 ก็คือขีดจำกัดแล้ว แต่ถ้ามีนักฝึกสัตว์คอยขุน สำหรับอสูรกินเหล็กที่มีศักยภาพระดับชั้นเลิศเป็นพื้นฐาน ระดับ 5 ถือว่าต่ำไปหน่อย หากฝึกฝนดีๆ ต่อให้ไปไม่ถึงระดับ 7 แต่การเข้าสู่ระดับ 6 ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ! ยิ่งเจ้าตัวนี้เป็นระดับขุนพลด้วยแล้ว! ตราบใดที่นักฝึกสัตว์ไม่กระจอกเกินไป มันมีโอกาสไปถึงระดับ 7 หรือระดับ 8 ได้เลยทีเดียว!
แน่นอนว่านั่นคือในสภาวะอุดมคติ ในความเป็นจริงมีนักฝึกสัตว์น้อยคนนักที่จะแก่ตาย ส่วนใหญ่ตายจากอุบัติเหตุหรือการต่อสู้ สัตว์อสูรที่ทำสัญญาจึงไม่ค่อยไปถึงจุดสูงสุดของพวกมัน ตัวอย่างเช่นแม่ของมันที่เจ้านายตายไว จนต้องติดแหงกอยู่ที่ระดับ 5 ไปชั่วชีวิต
สำหรับคำขอของอสูรกินเหล็กตัวน้อย หลี่ห่าวเฉินคิดเพียงครู่เดียวก็ตกลง แม้เจ้าตัวนี้จะเป็นระดับขุนพล แต่มันเพิ่งจะเลเวล 12 พลังต่อสู้ของมันน่าจะพอๆ กับเนโกะมาตาเลเวล 16 หรือถ้าเทียบเป็นในโลกบำเพ็ญเพียร ก็เท่ากับสัตว์อสูรระดับ 1 ช่วงกลางเท่านั้น ส่วนตัวเขาเองบรรลุระดับรวบรวมลมปราณช่วงกลางแล้ว แถมยังมีอาวุธวิเศษระดับกลางถึงสองชิ้น คือเสื้อคลุมขนปักษ์ดำและรองเท้าลมโชย
แม้คาถาโจมตีเพียงอย่างเดียวที่เขาชำนาญคือ "คาถาลูกไฟ" จากวิชาควบคุมไฟ แต่พลังของมันก็ไม่ควรมองข้าม เมื่อบวกกับพลังที่ได้รับจากการส่งเสริมของพรสวรรค์นักฝึกสัตว์ และการวิวัฒนาการของสัตว์อสูรทั้งสองตนที่ช่วยขัดเกลาร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งขึ้น การจะเอาชนะสัตว์อสูรระดับ 1 ช่วงกลางด้วยตัวคนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!