- หน้าแรก
- การ์ดเวทมนตร์ของผมไม่มีปัญหาจริง ๆ นะครับ
- บทที่ 25 แผนการของเดคาน: ยืมมือเสือขย้ำหมาป่า
บทที่ 25 แผนการของเดคาน: ยืมมือเสือขย้ำหมาป่า
บทที่ 25 แผนการของเดคาน: ยืมมือเสือขย้ำหมาป่า
หลังจากคอร์เนเลียและเดคานถูกไล่ออกมาจากห้องพยาบาล พวกเขาก็ยังไม่ได้ไปที่อื่นทันที
แม้ว่าพวกเขาจะได้รับความคืบหน้าในการสำรวจของห้องพยาบาลมาแล้วก็ตาม
ทว่าเมื่อคอร์เนเลียเห็นสีหน้าของเดคาน เธอก็รู้ทันทีว่าเดคานกำลังเดินหมากกระดานใหญ่
เดคานยืนอยู่หน้าประตูห้องพยาบาล แนบหูเข้ากับบานประตูเพื่อแอบฟังความเคลื่อนไหวภายใน
เป็นระยะๆ เขายังพยายามแอบดูสถานการณ์ข้างในผ่านช่องประตู ในขณะเดียวกัน คอร์เนเลียก็ยืนเฝ้ายามคอยดูต้นทางอยู่ข้างๆ
"ครืด! ครืด!"
เดคานได้ยินเสียงเลื่อยโลหะที่แหลมเสียดแก้วหูดังมาจากห้องพยาบาลเป็นระยะ คล้ายกับว่าแพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจกำลังใช้เครื่องมือมีคมหั่นผ่านเนื้อเยื่อ เส้นเอ็น และกระดูกของบารอนแบทช์เลอร์
แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจกำลังทำการดัดแปลงร่างกายบารอนแบทช์เลอร์อย่างน่าสยดสยอง
หากการดัดแปลงสำเร็จ พลังการต่อสู้ของบารอนแบทช์เลอร์อาจพุ่งสูงเฉียดระดับ 6 เลยทีเดียว
เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดที่ถูกอู้อี้ไว้ของบารอนแบทช์เลอร์ สลับกับเสียงเลื่อยโลหะบดขยี้เกล็ดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงโอดครวญของบารอนแบทช์เลอร์ก็หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงคำรามอันน่าเวทนา
"อ๊ากกกก!! ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!"
ในที่สุดบารอนแบทช์เลอร์ก็ได้สติกลับมาระหว่าง 'การผ่าตัดดัดแปลง' ของแพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจ
แม้ว่าในเวลานี้จิตใจของแบทช์เลอร์จะยังคงสับสนวุ่นวาย แต่ความเจ็บปวดจากการถูกเฉือนเนื้อเถือกระดูกก็ค่อยๆ ดึงสติของเขากลับมา
เขาพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องเรียนคหกรรม แต่กลับถูกพามายังสถานที่ที่แม้แต่อาจารย์ด้วยกันเองก็ยังหวาดกลัวสุดขีด
"หึหึหึ แบทช์เลอร์ ทนอีกนิดเถอะนะ แกกำลังจะกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่น่าภาคภูมิใจของฉันแล้ว"
แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจเย็บชิ้นส่วนของสัตว์ประหลาดและโลหะเข้ากับร่างกายของแบทช์เลอร์ พร้อมกับจงใจกระตุ้นบาดแผลของเขาด้วยวิธีการอันป่าเถื่อน
นี่คือความรื่นรมย์อันบิดเบี้ยวของแพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจ เขาไม่เพียงแต่เกลียดการให้ยาสลบแก่คนไข้เท่านั้น แต่ยังพยายามทำให้พวกเขามีสติตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
"หยุดนะ อ๊ากกกก!!!"
บารอนแบทช์เลอร์ไม่อาจยอมรับได้ที่ตัวเขาผู้งดงามสง่าต้องกลายมาเป็นหนูทดลองอันน่าสยดสยองของแพทย์ประจำโรงเรียน
แม้สมองของเขาจะสับสนอลหม่าน แต่สิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนคือความหวาดกลัวที่บีบรัดหัวใจจนแทบขาดใจตาย
เขาติดกับอยู่ในฝันร้ายที่ไม่อาจหลบหนี
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสยิ่งกว่าในตอนนี้เสียอีก ความหวาดกลัวที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดนั้นล้วนชี้ไปยังตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอาจารย์ใหญ่
แต่เขากลับนึกไม่ออกว่าตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ราวกับว่ากลไกป้องกันตัวเองของสมองกำลังกีดกันไม่ให้เขาจดจำมันได้
บารอนแบทช์เลอร์อ้อนวอนแพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจอย่างสิ้นหวัง "ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ! แกเองก็ถูกหมายหัวเหมือนกันนะ! ตอนนี้หนียังทันนะ!!"
"หึหึ แบทช์เลอร์ อย่ามาพูดจาไร้สาระหน่อยเลย ฉันก็แค่ทำการรักษาคนไข้บาดเจ็บที่เข้ามาในห้องพยาบาลตามกฎของโรงเรียนเท่านั้น จะมาโทษฉันไม่ได้หรอกนะ"
แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจเมินเฉยต่อแบทช์เลอร์โดยสิ้นเชิง และมุ่งมั่นอยู่กับงานดัดแปลงของตนต่อไป
"แกกำลังแหกกฎ!! ฉันจะมาที่นี่ด้วยความสมัครใจได้ยังไงกัน!" แบทช์เลอร์เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้และกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก
"มีนักเรียนสองคนพาแกมาต่างหาก ฉันไม่ได้จับแกมาสักหน่อย" แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจหัวเราะเสียงเย็นเยียบ
"นักเรียนสองคน... อ๊ากกกกกก!!!"
แบทช์เลอร์คล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ความทรงจำของเขาเริ่มแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อย เขาแผดเสียงหอนด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว น้ำเสียงนั้นช่างน่าเวทนาเหลือพรรณนา
สิ่งนี้ทำให้แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง เขาพอใจกับสภาพของบารอนแบทช์เลอร์เอามากๆ เครื่องมือมีคมในมือของเขาก็ขยับรวดเร็วขึ้นเช่นกัน
หลังจากผ่านไปหลายสิบนาที เสียงกรีดร้องที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของบารอนแบทช์เลอร์ในห้องพยาบาลก็มาถึงจุดสูงสุด
เดคานรู้สึกว่าถึงเวลาอันสมควรแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการรักษาม้าเป็นให้กลายเป็นม้าตาย หรือชุบชีวิตม้าตายให้กลับมามีชีวิต การดัดแปลงก็น่าจะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว น่าจะได้เห็นผลลัพธ์กันแล้วล่ะ
"คอร์เนเลีย จำเส้นทางหนีได้ใช่ไหมครับ?" เดคานกระซิบถาม
คอร์เนเลียพยักหน้าอย่างจริงจัง เธอจดจ้องมองแผนที่ที่เดคานวาดอย่างละเอียดมาตลอด
เดคาน: "ระวังเสียงดังข้างหน้านี้ให้ดีนะครับ"
คอร์เนเลียยกมือขึ้นอุดหู: "อืม"
จากนั้น เดคานก็อัญเชิญกวีผู้แหลกสลายออกมาที่หน้าประตูห้องพยาบาล
"เจ็บ! เจ็บปวดเหลือเกิน!"
หมอกดำพวยพุ่งไปทั่วโถงทางเดินในพริบตา แผ่ขยายเข้าไปถึงภายในห้องพยาบาล
"อ๊ากกกก—"
ในขณะเดียวกัน เสียงกรีดร้องของแบทช์เลอร์ในห้องพยาบาลก็ขาดห้วง เสียงที่แหลมสูงปรี๊ดนั้นทำเอาแม้แต่แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจยังสะดุ้งตกใจ
เขารู้สึกว่าเมื่อครู่นี้ตนก็ไม่ได้ลงมือรุนแรงกับบารอนแบทช์เลอร์เป็นพิเศษเสียหน่อย
"เอ๊ะ? หมอกดำนี่มันอะไรกัน?" แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจมองดูหมอกดำที่แผ่กระจายอยู่บนพื้นด้วยความประหลาดใจ
ตอนนี้เขาพอจะตระหนักได้แล้วว่าความเจ็บปวดที่ผิดปกติของแบทช์เลอร์ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับหมอกดำนี้
"มัน! เป็นมัน!!"
ในวินาทีนี้ บารอนแบทช์เลอร์ในสภาพสะลึมสะลือก็ระลึกถึงความหวาดผวาจากการถูกควบคุมโดยหมอกดำนี้ได้ในที่สุด
และในที่สุดเขาก็จำปีศาจที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกดำนั้นได้
ปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยพานพบมา
ผู้ที่ปั่นหัวเขาเล่นบนฝ่ามือ ทรมานเขาอย่างไม่รู้จบ และบดขยี้สติสัมปชัญญะของเขาจนแหลกสลาย
เมื่อความเจ็บปวดทางกายและความหวาดกลัวทางใจพุ่งถึงขีดสุด แบทช์เลอร์ก็รู้สึกเหมือนมีเส้นบางๆ ในหัวขาดผึงและแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"อ๊ากกกก! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!" บารอนแบทช์เลอร์เริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เขาทั้งร้องไห้และหัวเราะสลับกันราวกับคนเสียสติ เขาแหงนหน้าคำราม ดวงตาแดงฉานไปด้วยเลือด และร่างกายก็พองขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
พลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าช่วงเวลาใดๆ ก่อนหน้านี้ระเบิดออกมาจากตัวเขา เขาฉีกพันธนาการบนเตียงผ่าตัดจนขาดสะบั้นในพริบตา และพุ่งเข้าโจมตีแพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจ
เสียงปะทะอันน่าสยดสยองดังกึกก้องออกมาจากห้องพยาบาล สะท้อนไปทั่วโถงทางเดิน
แบทช์เลอร์คลุ้มคลั่งไปแล้วโดยสมบูรณ์ หรือพูดให้ถูกคือ เขาเสียสติไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
"แบทช์เลอร์! ใจเย็นๆ! ฉันก็แค่ทำตามกฎ! ฉันทำถูกต้องตามที่อาจารย์ใหญ่กำหนดไว้ทุกอย่างนะ!"
แพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจพยายามต้านทานแบทช์เลอร์ที่ไร้สติสัมปชัญญะพลางร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
ทว่า แบทช์เลอร์ดูเหมือนจะไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เอาแต่กระหน่ำโจมตีแพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจอย่างป่าเถื่อน
ในขณะเดียวกัน เดคานที่อยู่หน้าห้องพยาบาลได้เรียกกวีผู้แหลกสลายกลับคืนมาแล้ว และพากันวิ่งหนีไปกับคอร์เนเลีย
"การพัฒนาร่างที่ผิดพลาดของบารอนแบทช์เลอร์ สูญเสียแบทช์เลอร์ เก็ตดาเซ่!"
เดคานเริ่มพูดจาด้วยคำที่คอร์เนเลียฟังไม่เข้าใจอีกแล้ว
คอร์เนเลียสังเกตเห็นว่าเดคานไม่ได้หวาดกลัวการคลุ้มคลั่งของบารอนแบทช์เลอร์เลยแม้แต่น้อย และดูจากสีหน้าที่เบิกบานใจของเขา ดูเหมือนว่าแผนการของเขาจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีอีกครั้ง
ทั้งสองไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่มุมโถงทางเดินและเฝ้ารออยู่พักหนึ่ง
จากนั้น สัตว์ประหลาดสูงสามเมตรก็พังประตูห้องพยาบาลทะลุออกมา บารอนแบทช์เลอร์ในตอนนี้ไม่มีเค้าโครงของมนุษย์หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นประปราย เขากำลังเคี้ยวและกลืนกินแพทย์ประจำโรงเรียนปีศาจลงไป
"โฮก!!!"
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสับสนงุนงง
หลังจากเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวมอดดับลง แบทช์เลอร์ก็สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าและความสับสนอย่างท่วมท้น
"ย่าห์!"
ในตอนนั้นเอง ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตาของบารอนแบทช์เลอร์
ร่างเล็กๆ นี้นืนโอนเอนอยู่ที่ปลายโถงทางเดิน บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการยั่วยุโทสะ
"หึหึหึ เข้ามาสิ!" เสียงที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ดังออกมาจากปากของมัน
เมื่อสายตาของบารอนแบทช์เลอร์จดจ่อไปที่ร่างเล็กๆ ในระยะไกล ร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นสะท้านไปทั้งตัว
มันคือตุ๊กตาหุ่นจำลองมนุษย์ขนาดเล็กสูงครึ่งเมตร รูปร่างกลมป้อมน่ารักน่าชัง
และใบหน้าของตุ๊กตาตัวนั้น... ก็คือเดคานในเวอร์ชันจิบิ!