- หน้าแรก
- เมื่อผมมีมิติทำฟาร์มสุดโกงในวันสิ้นโลก
- บทที่ 7 ภรรยาที่ดีก็เป็นแบบนี้แหละ
บทที่ 7 ภรรยาที่ดีก็เป็นแบบนี้แหละ
บทที่ 7 ภรรยาที่ดีก็เป็นแบบนี้แหละ
หลังจากตระเวนดูโครงการบ้านจัดสรรและบริษัทนายหน้าต่างๆ ในเมืองชิงสุ่ยมาทั้งวัน ลู่หย่วนก็ยังหาบ้านที่เหมาะสมไม่ได้ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากราคาที่เขารับไม่ไหวจริงๆ เงินหนึ่งแสนหยวนยังไม่พอซื้อโรงจอดรถด้วยซ้ำ
บ้านที่ลู่หย่วนต้องการในตอนนี้ควรมีคุณสมบัติดังนี้ อย่างแรกคือต้องอยู่ในตัวเมือง เพราะในตัวเมืองจะได้รับข้อมูลข่าวสารโดยตรง ซึ่งรวมถึงข่าวสังคม คำสั่งของรัฐบาล ฯลฯ ทำให้ลู่หย่วนสามารถปรับตัวและรับมือได้ตลอดเวลา อีกเหตุผลหนึ่งคือ หลังจากวันสิ้นโลกผ่านไปครึ่งปี เนื่องจากระบบไฟฟ้าต้องรับภาระหนักเกินไป รัฐบาลจึงออกนโยบายจำกัดการใช้ไฟฟ้าในเขตเมืองและชนบท แต่ในเมืองจะไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วย
ข้อกำหนดที่สองคือต้องเป็นบ้านเดี่ยว เพราะในตึกเดียวกันมีเพื่อนบ้านอยู่ทั้งบนล่างซ้ายขวา ไม่แน่ว่าอาจมีคนคิดไม่ดี โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่ขาดแคลนอาหารและน้ำ ย่อมตกเป็นเป้าสายตาอย่างแน่นอน สิ่งที่ลู่หย่วนต้องการคือการใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ไม่ใช่ผู้กอบกู้โลก เขาไม่มีความสามารถที่จะรับประกันว่าทุกคนจะอิ่มท้อง และไม่มีความสามารถที่จะหยุดยั้งภัยพิบัติได้ ต่อให้ตอนนี้เขารายงานเรื่องวันสิ้นโลกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า ก็คงจะถูกจับในข้อหาสร้างข่าวลือสร้างความวุ่นวายให้สังคม และถ้าไม่ถูกจับ แล้วหลักฐานล่ะ จะบอกว่านี่คือสิ่งที่ฝันเห็น... นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ! ถึงตอนนั้นคงถูกส่งเข้าโรงพยาบาลบ้าแน่
ข้อกำหนดที่สามคือต้องใหญ่! ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดีที่สุดคือมีพื้นที่ของตัวเองสักสองสามหมู่ แหะๆ เป้าหมายใหญ่เกินไปแล้ว และวิลล่าในตัวเมืองก็ไม่มีพื้นที่ใหญ่ขนาดนั้นหรอก ที่ดินสองสามหมู่ ทำไมไม่เอาสนามกอล์ฟไปเลยล่ะ!
ข้อที่สี่คือบ้านต้องมีคุณสมบัติในการกันเสียง กันความร้อน กันความหนาว และกันแมลงได้ดีเยี่ยม ดีที่สุดคือฐานรากทั้งหมดต้องเทด้วยคอนกรีต เพราะเมื่อวันสิ้นโลกมาถึง นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและหนาวจัดแล้ว ยังต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากแมลงอีกด้วย ฝูงแมลงที่มืดฟ้ามัวดินจะแทรกซึมเข้าไปทุกที่ ต้องป้องกันให้ดี แมลงพวกนี้จะกินทุกอย่างที่กินได้ รวมถึงคนด้วย
ส่วนข้ออื่นๆ ลู่หย่วนยังนึกไม่ออก แต่แค่ข้อกำหนดเหล่านี้ก็ไม่ธรรมดาแล้ว เมื่อคิดไปคิดมา ลู่หย่วนรู้สึกว่าบ้านสเปกแบบนี้ดูเหมือนจะต้องออกแบบและสร้างเองเท่านั้น
หลังจากยุ่งมาทั้งวันจนถึงตอนเย็น ในที่สุดลู่หย่วนก็เหนื่อยจนหมดแรงอยู่ในห้องเช่า ขณะนั้นเองประตูก็ถูกเปิดออก เว่ยเสี่ยวซาน แฟนสาวของเขาถือลูกชิ้นหม้อไฟและผักต่างๆ เข้ามา วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เสี่ยวซานได้หยุดงานพอดี ทั้งสองคนจึงได้กินมื้อค่ำกันอย่างมีความสุขในห้องเช่า
เพื่อเตรียมของกินเหล่านี้ เสี่ยวซานง่วนอยู่ในครัวคนเดียวทั้งล้างผักหั่นผักอยู่นาน ในที่สุดก็จัดการเสร็จ ต้องบอกว่าฝีมือของเสี่ยวซานยอดเยี่ยมจริงๆ นอกจากหม้อไฟแล้ว ยังทำยำและผัดผักอีกสองสามอย่าง เห็นได้ชัดว่าได้ฝีมือมาจากคุณแม่ยาย
เสียง “แกร๊ง” ดังขึ้นเมื่อแก้วไวน์สองใบชนกัน เป็นไวน์แดงที่บ้านของเสี่ยวซานหมักเอง แม้จะมีรสชาติต่างจากไวน์แดงที่ซื้อจากข้างนอก แต่ก็มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไปอีกแบบ
ทั้งสองคนกินข้าวไปคุยกันไป ลู่หย่วนมองเว่ยเสี่ยวซานที่กำลังกินเนื้อแกะลวกจิ้มอย่างเอร็ดอร่อย แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้น
“เสี่ยวซาน ถ้าวันสิ้นโลกมาถึง เธอ...จะยอมไปกับฉันไหม”
สำหรับคำพูดที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้ เสี่ยวซานรีบกลืนเนื้อแกะร้อนๆ ลงคอแล้วพูดอย่างอู้อี้ว่า “นายยังไม่ได้แต่งฉันเข้าบ้านสักหน่อย ทำไมฉันต้องไปกับนายด้วยล่ะ!”
“เอ่อ... ฉันหมายถึงถ้า... ถ้ามีวันนั้นจริงๆ เธอจะไปไหม”
เว่ยเสี่ยวซานวางตะเกียบลง มองลู่หย่วนที่ทำหน้าจริงจัง ผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็หัวเราะออกมา
“ถ้าวันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ ฉันจะเอาเงินเก็บทั้งหมดไปซื้อของกิน อะไรแพงก็จะกินอันนั้น! ส่วนเรื่องจะไปกับนายหรือไม่ไป โลกจะแตกอยู่แล้ว ยังจะมาคิดเรื่องนั้นทำไมอีก!”
เอาเถอะ! เป็นยัยสายกินที่ไม่คิดอะไรจริงๆ
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว ลู่หย่วนก็ล้างจานล้างหม้อเก็บของเสร็จเรียบร้อย แล้วมานอนดูข่าวกับเสี่ยวซานบนโซฟา ไม่นานนัก แม่สาวคนนี้ก็เริ่มสัปหงก
เพราะเกิดปีหมูสินะ พอกินอิ่มถึงได้ง่วง
“ล่าสุด กรมการธัญญาหารแห่งชาติได้ประกาศนโยบายใหม่ เกษตรกรที่เปลี่ยนมาปลูกพืชเศรษฐกิจจะได้รับเงินอุดหนุนมากขึ้น...”
“กรมการเกษตรและธัญญาหารแห่งชาติได้เปิดตัวแผนการจัดซื้อธัญพืชใหม่ โดยจะเพิ่มปริมาณการรับซื้อขึ้น 10% จากปีก่อนๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกพืชผล...”
“ภายในครึ่งปีข้างหน้า รัฐบาลจะสร้างถนนทางด่วนหลายสายที่เชื่อมระหว่างภาคตะวันออกและตะวันตก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน...”
...
ลู่หย่วนไม่สงสัยเลยว่าผู้บริหารระดับสูงของประเทศได้เริ่มให้ความสำคัญกับขนาดของฝนดาวตกในครั้งนี้แล้ว คาดว่าตอนนี้คงเริ่มเตรียมการต่างๆ เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น แต่เรื่องแบบนี้คงไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน เพราะหากข่าวนี้แพร่ออกไป จะสร้างความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวงให้กับสังคม
หัวข้อที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในมือถือช่วงนี้ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับดาวตกในคืนเทศกาลโคมไฟทั้งนั้น เพราะถึงตอนนั้นทุกคนต่างก็มีทั้งเงินและเวลาว่าง จะได้มาชมดอกไม้ ชมจันทร์ ชมดาวตกด้วยกัน
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีวันสิ้นโลกบางคนก็เริ่มคาดเดาอย่าง “รอบคอบ” ต่างๆ นานา
“แถบดาวเคราะห์น้อยจะเคลื่อนผ่านระบบสุริยะตามวงโคจรที่คำนวณไว้หรือไม่ จะส่งผลกระทบต่อโลกหรือไม่ จะพุ่งชนโลกหรือไม่”
“ฝนดาวตกหรือภัยพิบัติ ทำไมรัฐบาลถึงประกาศแผนการจัดซื้อธัญพืชใหม่ คาดการณ์อะไรไว้ล่วงหน้าแล้วหรือ”
“ล่าสุด นักวิชาการอารยธรรมมายาได้ค้นพบซากโบราณสถานอีกแห่งหนึ่ง และได้ไขความลับสะเทือนฟ้าดิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับฝนดาวตกในครั้งนี้ ติดตามบัญชีทางการของเราเพื่อรับข้อมูลโดยตรง!”
...
ทันใดนั้น ความคิดเห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ก็หลั่งไหลเข้ามา ผู้คนขาดความสามารถในการวิเคราะห์ข่าวเชิงลึก ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญที่เรียกตัวเองว่าโน่นนี่ต่างๆ นานาออกมาวิเคราะห์มั่วซั่วจนตาลาย ทำให้ทุกคนมองเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องคุยสนุกหลังมื้ออาหาร ส่วนปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นกลับมองเป็นเรื่องตลก วันสิ้นโลกจะมีจริงได้อย่างไร
สี่ทุ่ม ลู่หย่วนไปส่งเว่ยเสี่ยวซานกลับบ้าน เมื่อถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน เว่ยเสี่ยวซานก็หันกลับมาจ้องลู่หย่วนเขม็งแล้วพูดว่า “ถ้าวันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ ฉันจะฟังนายทุกอย่าง! วางใจได้เลย!”
พูดจบ เธอก็จูบที่ริมฝีปากของลู่หย่วนเบาๆ แล้วเดินจากไป
มองเว่ยเสี่ยวซานที่เดินจากไป ในตอนนี้ลู่หย่วนได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า ในวันสิ้นโลก จะต้องทำให้ภรรยาของเขาได้ใช้ชีวิตเหมือนเจ้าหญิงให้ได้!
เมื่อกลับถึงห้องเช่า ลู่หย่วนหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความในวีแชท เป็นข้อความจากหัวหน้าห้องในกลุ่มแชทของรุ่นมหาวิทยาลัย
ซ่งหลิ่ง: @ทุกคน สาวสวยหนุ่มหล่อทุกคน อีกเดือนกว่าๆ ปี 2023 ก็จะหมดแล้ว ช่วงนี้ทุกคนว่างกันไหม นัดเจอกันหน่อยเถอะ!
ซ่งหลิ่ง หัวหน้าห้องที่เป็นหัวหน้ามาตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย อาศัยคอนเน็กชันที่ยอดเยี่ยมทำให้ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างราบรื่น พอเรียนจบปุ๊บก็ถูกบริษัทใหญ่ดึงตัวไปเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลทันที เรื่องนี้ทำให้ลู่หย่วนที่ทำงานมาปีหนึ่งยังหาเงินได้ไม่เท่าไรรู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก แต่ก็ช่วยไม่ได้ เขาไม่มีทั้งคอนเน็กชันเหมือนคนอื่น แถมยังขี้เกียจพูด พออ้าปากพูดทีไรก็มักจะทำให้คนอื่นไม่พอใจได้ง่ายๆ ก็จนปัญญาเหมือนกัน
ไม่นานนัก ในกลุ่มก็เริ่มคึกคักขึ้น
ไต้เหอ: ดีเลย ฉันเรียนจบแล้วว่างจนไม่รู้จะทำอะไร พ่อก็เอาแต่จะให้ไปรับช่วงต่อ ตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ แต่กลับทำงานเหมือนพนักงานทั่วไป เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว งานเลี้ยงรุ่นมีเพื่อนสาวๆ ไปด้วยไหม ตอนไปอย่าลืมเรียกฉันด้วยนะ!
หลิวเฉิน: เฮ้ๆ สาวๆ มีไหมไม่รู้ แต่ชายหนุ่มน่ะมีแน่ๆ อ้อ น้องเหอ ไม่กี่วันก่อนฉันยังเห็นเธอที่วอลมาร์ตอยู่เลย ตอนนั้นเธอใส่ชุดเดรสยาวสีชมพูใช่ไหม
ไต้เหอ: ใช่ๆ หลิวเฉิน ไม่นึกว่านายจะยังไม่ไปจากเมืองชิงสุ่ยนะ! ไม่กลับบ้านไปรับมรดกเหมืองแร่เหรอ
...
คนที่ประสบความสำเร็จต่างก็พูดไม่หยุด ทั้งอวดรวย ทั้งพูดเป็นนัยต่างๆ นานา ส่วนคนที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างลู่หย่วน ก็ได้แต่แอบส่องเงียบๆ ไม่พูดอะไร
ลู่หย่วนรู้สึกเบื่อจึงตั้งใจจะพับปิดกลุ่มแชท แต่ทันใดนั้นข้อความหนึ่งในกลุ่มก็ดึงดูดความสนใจของเขา
ดาวฤกษ์ที่หายไป: ขอรบกวนหน่อยนะครับ ขอโฆษณานิดนึง เพื่อนๆ ทุกคนครับ พอดีผมเพิ่งเปิดบริษัทออกแบบตกแต่งใหม่ ใครต้องการตกแต่งบ้านติดต่อผมได้นะครับ ขอบคุณครับ!
คิดอยู่ครู่หนึ่งลู่หย่วนก็นึกออกว่าคนนี้คือใคร เขาคือตู้เหิง เพื่อนร่วมชั้นปีหนึ่ง และเป็นเด็กเรียนเก่ง!
เมื่อลู่หย่วนเห็นข้อความของตู้เหิงก็ดีใจขึ้นมาทันที ดูเหมือนว่าเรื่องออกแบบบ้านจะมีทางออกแล้ว!
................................................................................