เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 เงินก้อนแรก

บทที่ 6 เงินก้อนแรก

บทที่ 6 เงินก้อนแรก


พื้นที่ในมิติมีอยู่แค่นิดเดียว ของที่เก็บได้ก็มีจำกัดมาก จำเป็นต้องซื้อบ้านสักหลัง เป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆ บ้านเกิดของเขาอยู่ใกล้ชายฝั่งเกินไป พอถึงปีที่สองของวันสิ้นโลก ธารน้ำแข็งจะละลายทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ที่นั่นจะกลายเป็นทะเลเวิ้งว้าง

เมืองชิงสุ่ยแห่งนี้เป็นพื้นที่ราบในแผ่นดิน ถือว่าค่อนข้างปลอดภัย ตอนนี้จึงคิดจะย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ราคาบ้านในเมืองชิงสุ่ยก็ไม่ถูกเลย บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆ ก็ราคาพอๆ กับวิลล่า ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่อีกแล้ว

พอคิดถึงตรงนี้ ลู่หย่วนก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของลู่หย่วนก็ดังขึ้น เขารับสาย ปลายสายเป็นเสียงดีใจของแม่ “อาหย่วนเอ๊ย แม่มีข่าวดีจะบอก บ้านผู้ใหญ่บ้านเขายอมให้ยืมเงินแล้วนะ ลูกจะได้ซื้อบ้านในเมืองได้แล้ว!”

ลู่หย่วนรู้สึกหนักใจและลังเลอยู่นาน ตอนนี้แม้เขาขาดเงินอย่างหนัก แต่ก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของเฉินหาน

“แม่ครับ! เงินนั่น...แม่อย่าเพิ่งยืมเลยนะครับ ผมมีวิธีหาเงิน”

“อะไรนะ? ลูกมีวิธีหาเงินแล้วเหรอ? ลูกเพิ่งเรียนจบมานะ! จะมีเงินได้ยังไง?” ผู้เป็นแม่ไม่เชื่อเลยว่าลูกชายของตัวเองจะมีความสามารถขนาดนั้น ตอนนี้เรื่องที่เธอกังวลที่สุดก็คือเรื่องแต่งงานของลู่หย่วน

“จริงๆ ครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วง ผมมีวิธี อย่าเพิ่งไปยืมเลยครับ อีกอย่างยืมเงินมาก็ต้องคืน ไม่ใช่แค่เรื่องดอกเบี้ย แต่ยังต้องติดหนี้บุญคุณเขาอีก” พอลู่หย่วนคิดว่าตัวเองมีมิติส่วนตัว ก็พูดจาฉะฉานขึ้นมาทันที

ทว่าปลายสายกลับมีเสียงกระแอมอย่างรุนแรงดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงด่าทอของพ่อ

“ไอ้ลูกเวร แกจะไปรู้อะไร! อายุยังน้อย กลับเอาแต่ฝันลมๆ แล้งๆ ลำพังตัวแกเองจะหาเงินได้สักกี่หยวนเชียว! รู้ไหมว่าฉันต้องวิ่งรอกไปขอกู้เงินคนอื่นเขามากี่รอบแล้ว! นึกอยากจะไม่กู้ก็พูดออกมาง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ แล้วต่อไปแกจะเอาเงินที่ไหนไปแต่งเมียฮะ! ครั้งหน้าตอนกลับมาก็พาหนูเสี่ยวซานมาด้วย ได้ยินที่พูดไหม!” พ่อแย่งโทรศัพท์ไปแล้วเริ่มด่า ลู่หย่วนก็จนปัญญา ได้แต่ตอบรับไปเรื่อยๆ

พอคุยกับพ่อไม่รู้เรื่อง ก็คงต้องเริ่มจากทางแม่แทน พ่อเขาน่ะดื้อเหมือนลา หัวรั้น แถมยังมีความเป็นชายสูงลิ่ว ลู่หย่วนทำได้แค่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น ไม่ว่าเหตุผลอื่นจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย เขาก็ไม่เคยรับฟังเลยแม้แต่ครั้งเดียว

และคนเดียวที่ปราบพ่อได้ก็คือแม่ เวลาอยู่นอกบ้าน ไม่ว่าพ่อจะพูดอะไรแม่ก็จะยิ้มรับ แต่พอกลับถึงบ้านก็เป็นอีกเรื่อง แค่แม่ขมวดคิ้วนิดเดียว พ่อก็หงอทันที เป็นพวกกลัวเมียตัวยง

ในยุควันสิ้นโลก ก็เพราะการตัดสินใจผิดพลาดของพ่อหลายครั้งเกือบทำให้ครอบครัวต้องพังพินาศ ดังนั้น ลู่หย่วนจึงคิดว่าต้องกุมอำนาจการตัดสินใจเรื่องใหญ่เรื่องน้อยในบ้านไว้ในมือ

และแม่ก็รักเขาที่สุด แค่ลู่หย่วนเอ่ยปาก แม่ก็ไม่มีทางปฏิเสธ เป็นแม่ที่รักลูกแบบตามใจ การเริ่มจากทางแม่จึงเป็นทางเลือกที่ดี

หลังจากวางสาย แม่ก็แอบส่งข้อความมาบอกว่าอย่าโกรธพ่อเลย เขาก็เป็นแบบนี้แหละ ปากแข็งใจดีอะไรทำนองนั้น ลู่หย่วนก็เข้าใจดีว่าพ่อรักเขามากเกินไป ถ้าเขาเจอเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ พ่อต้องเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปช่วยแน่นอน เขารู้จักพ่อแม่ของตัวเองดี

หลังจากโน้มน้าวแม่ไม่ให้ไปยืมเงินได้สำเร็จ ลู่หย่วนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเกิดยืมเงินมาจริงๆ พอถึงวันสิ้นโลกก็ไม่รู้จะต้องติดหนี้บุญคุณใหญ่หลวงแค่ไหน อีกอย่างแค่คิดว่าในฝันอีกฝ่ายฆ่าตัวเอง เขาก็ไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด

สามวันต่อมา กุ้งเครย์ฟิชชุดแรกก็โตเต็มที่แล้ว แถมตัวยังใหญ่กว่าเดิม หางอวบอิ่ม ไม่เหมือนกับพวกที่ขายอยู่ข้างนอกเลย แถมน้ำหนักยังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะผลิตได้วันละหนึ่งร้อยกิโลกรัม ดูท่าว่าตอนนี้จะพุ่งทะยานไปถึงสองร้อยกิโลกรัมได้

เขาตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่พริกไทยเสฉวนกับพริกแห้งลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนหอมฉุย แล้วจึงใส่กุ้งเครย์ฟิชที่ล้างสะอาดแล้วลงไป เติมเบียร์หนึ่งขวดเพื่อเพิ่มความสดใหม่ ใส่เครื่องเทศอีกนิดหน่อย สมบูรณ์แบบ!

สิบห้านาทีต่อมา เมื่อเปิดฝาหม้อ กลิ่นกระเทียมก็หอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ลู่หย่วนน้ำลายไหลทันที

เสียงแสดงความไม่พอใจจากเพื่อนบ้านห้องข้างๆ เริ่มดังขึ้นมาเป็นระยะ

“ใครมันทำกุ้งผัดกระเทียมแต่เช้าตรู่เนี่ย จะไม่ให้คนเขาพัก... ซูด~ แจ๊บๆ ขอดมกลิ่นหอมๆ นี่ แล้วหลับต่ออีกสักงีบละกัน!”

“ให้ตายเถอะ! กลิ่นฉุนจนเด็กที่บ้านร้องไห้กันหมดแล้ว! เกินไปแล้วนะ! ห้องไหนเนี่ย เดี๋ยวจะหิ้วจานหิ้วช้อนไปคิดบัญชีถึงที่เลย!”

“ไร้มนุษยธรรมจริงๆ! เช้าตรู่มาก็กินหรูหราขนาดนี้แล้ว! ไม่คิดจะใช้ชีวิตต่อไปแล้วหรือไง!”

...

เขาเอื้อมมือไปหยิบกุ้งขึ้นมาตัวหนึ่ง ดูดเปลือกกุ้งคำหนึ่ง รสชาติเข้มข้นถึงใจ! พอแกะเปลือกออก ก็เผยให้เห็นเนื้อกุ้งที่อวบอิ่ม ตัวเดียวใหญ่เท่าสองตัว! สุดยอดไปเลย!

เขาไปหากล่องโฟมมาใบหนึ่งแล้วจัดการบรรจุกุ้งน้ำหนักสิบกิโลกรัมลงไป ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังตลาดกลางคืนในทันที

สิบโมงเช้า ที่ตลาดกลางคืนทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของสำหรับคืนนี้ เถ้าแก่ตลาดคาบบุหรี่นอนอยู่บนเก้าอี้เอนหลังดูโทรศัพท์มือถือ ส่วนป้าๆ ผู้ช่วยในครัวกำลังล้างกุ้งเครย์ฟิช เด็ดผัก เตรียมของสำหรับคืนนี้

เถ้าแก่ตลาดเห็นลู่หย่วนมาแต่ไกล

“หืม? นายเองเหรอ?” เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังจำเขาได้

เมื่อเป็นเช่นนั้นลู่หย่วนจึงไม่ยอมเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาจัดการยกกล่องโฟมที่มีน้ำหนักถึงห้ากิโลกรัมลงจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในทันที

“อืม! ตัวใหญ่ดีนี่ ดูดีใช้ได้ ไปรับมาจากไหนล่ะ?”

“ฮ่าๆ คุณลองชิมก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ลู่หย่วนไม่บอกเขาอยู่แล้วว่าไปเอากุ้งเครย์ฟิชมาจากไหน

จากนั้นเถ้าแก่ก็ลงมือทำเมนูจากกุ้งเครย์ฟิชด้วยตัวเอง ไม่นานก็ได้มาจานหนึ่ง

เมื่อแกะหางกุ้งออก ก็เผยให้เห็นเนื้อกุ้งสีขาวนวลอวบอิ่ม

“ให้กิโลกรัมละแปดสิบสองหยวน ขาดตัว!”

เมื่อตกลงราคากันได้เป็นที่เรียบร้อย ลู่หย่วนก็รับปากที่จะส่งกุ้งให้เจ้าของร้านในตลาดกลางคืนวันละยี่สิบห้ากิโลกรัม จากนั้นเขาก็รีบตระเวนไปตามร้านอื่นๆ เพื่อนำเสนอขายสินค้าต่อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าประทับใจมาก เพราะเขาสามารถทำยอดสั่งซื้อได้ถึงวันละสองร้อยกิโลกรัม นั่นเท่ากับว่าในแต่ละวันลู่หย่วนจะมีรายได้สูงถึงหนึ่งหมื่นหกพันหยวน โดยแทบจะไม่มีต้นทุนหรือค่าแรงงานคนแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าเป็นการค้าขายที่ไร้ต้นทุนอย่างแท้จริง และมันยังสร้างกำไรให้เขาได้มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้หลายเท่าตัว

แตงโมในดินดำเก็บเกี่ยวได้เป็นรอบที่สองแล้ว และลู่หย่วนยังค้นพบข่าวดีที่ทำให้เขาแทบคลั่ง นั่นก็คือในมิติไม่มีกลางคืนและไม่มีฤดูกาล ดังนั้นเถาแตงโมไร้เมล็ดจึงสามารถออกผลได้อย่างไม่จำกัด เพียงแค่ต้องคอยเด็ดยอดเพื่อควบคุมความยาวของเถา ส่วนที่เหลือก็ไม่ต้องทำอะไรเลย เหมือนกับเป็นพืชที่โกงได้ยังไงยังงั้น ด้วยเหตุผลเดียวกัน ลู่หย่วนจึงสรุปได้ว่าพืชตระกูลเถาทั้งหมดมีคุณสมบัติในการเจริญเติบโตอย่างไม่จำกัดแบบนี้ และยังไม่เปลืองพื้นที่อีกด้วย

สองวันก่อน เขาเอาแตงโมไปตั้งแผงขายที่ตลาดแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถูกแย่งซื้อจนหมดเกลี้ยง แถมยังมีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของภัตตาคารแห่งหนึ่งมาขอให้ลู่หย่วนส่งแตงโมให้ทุกวัน มีเท่าไรเอาหมด ซึ่งแน่นอนว่าลู่หย่วนก็รับปากทันที

ตอนนี้บ่อน้ำในมิติไม่ต้องการลูกกุ้งเครย์ฟิชแล้ว เพราะกุ้งในบ่อจะออกลูกจำนวนมากทุกวัน ลู่หย่วนจึงวางแผนที่จะกำจัดกุ้งบางส่วนออกไป แล้วเปลี่ยนไปเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นแทน น้ำในบ่อลึกมากประมาณสิบเมตรได้ ซึ่งความลึกระดับนี้สามารถเลี้ยงปลาชนิดอื่นผสมกันได้

นอกจากนี้ยังมีข่าวดีอีกอย่างคือ จากการทดสอบพบว่าปลาทะเลก็สามารถเจริญเติบโตในบ่อน้ำนี้ได้ ซึ่งทำให้ลู่หย่วนตื่นเต้นมาก

หลายวันต่อมา ในบัญชีของลู่หย่วนมีเงินเกือบแสนแล้ว ไม่กี่วันก่อนเขาได้ซื้อกุ้งล็อบสเตอร์ออสเตรเลียและปูจักรพรรดิมาปล่อยเลี้ยง แต่ดูจากอัตราการเจริญเติบโตแล้ว กว่าจะโตพอที่จะนำไปขายในตลาดได้ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก เพราะวงจรการเจริญเติบโตของกุ้งล็อบสเตอร์ออสเตรเลียและปูจักรพรรดิอย่างน้อยก็ครึ่งปี ต่อให้มีมิติก็ยังต้องใช้เวลาครึ่งเดือนกว่าจะนำออกมาขายได้ ลู่หย่วนตั้งใจว่าจะรออีกหนึ่งเดือนค่อยว่ากัน เพราะราคาของกุ้งล็อบสเตอร์ออสเตรเลียคิดตามขนาด ยิ่งเลี้ยงตัวใหญ่ก็ยิ่งขายได้แพง

และเรื่องเร่งด่วนในตอนนี้ก็คือการซื้อบ้าน ถ้าไม่มีบ้าน เขาก็ไม่มีที่เก็บเมล็ดพันธุ์พืช เครื่องปรุงรส ของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ และสัตว์ปีกที่ต้องกักตุน จะเอาไปไว้ที่บ้านเจ้าของหอก็ไม่ได้ เกิดโดนยกเค้าไปทีเดียวก็คงจะน่าอายแย่

ดังนั้น การมีบ้านเป็นของตัวเองจึงสำคัญอย่างยิ่ง

................................................................................

จบบทที่ บทที่ 6 เงินก้อนแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว