- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยกล่องเครื่องมือสามใบในทุ่งน้ำแข็งนิรันดร์
- บทที่ 27 มอนสเตอร์ชั้นยอดในชั้นสอง
บทที่ 27 มอนสเตอร์ชั้นยอดในชั้นสอง
บทที่ 27 มอนสเตอร์ชั้นยอดในชั้นสอง
ความวุ่นวายในโถงทางผ่านไม่ได้สงบลงพร้อมกับการจากไปของชายหัวโล้น
คนส่วนใหญ่ตัดสินใจที่จะปักหลักอยู่ที่นี่ เพราะในโถงนี้จะไม่มีการเกิดมอนสเตอร์ แถมยังช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตได้อย่างช้าๆ อีกด้วย
“ช่างมันเถอะ อยู่ชั้นหนึ่งนี่แหละปลอดภัยสุด”
“นั่นสิ มอนสเตอร์ชั้นหนึ่งถ้าเจอแล้วยังพอวิ่งหนีได้ ชั้นสองน่าจะสยองกว่านี้เยอะ”
คนส่วนใหญ่เลือกที่จะรักษาชีวิตตัวเอง พวกเขายึดมุมต่างๆ ของโถงแยกกันอยู่เป็นกลุ่ม คอยระแวงกันเองและรอให้เวลาถอยหลัง 24 ชั่วโมงสิ้นสุดลง
แต่ก็มีบางคนที่ยังไม่ยอมแพ้ เลือกที่จะย้อนกลับไปในเขาวงกตชั้นที่หนึ่งเพื่อหาเศษหาเลยต่อ โดยหวังว่าจะโชคดีเจอที่ที่ยังมีกล่องสมบัติหลงเหลืออยู่
“มีใครจะไปสำรวจชั้นหนึ่งกับฉันไหม! แบ่งของรางวัลเท่ากัน ฉันมีค่าพลัง 11 หน่วย แล้วนะ”
“ฉันๆ! ฉันไปด้วย ฉันมีค่ากายภาพดี เลือดเยอะ!”
...
เจียงหลีไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เธอตั้งใจพักผ่อนอยู่ที่มุมห้อง
เธอจัดการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระ โชคดีที่ขยายพื้นที่เก็บของมาแล้ว ไม่อย่างนั้นคงใส่ของไม่พอแน่ๆ
เธอสังเกตเห็นว่าไอเทมที่ได้รับใหม่ในดันเจี้ยนจะมีสัญลักษณ์ที่มุมขวาบน เมื่อกดดูจึงพบข้อความระบุว่า:
【ไอเทมชั่วคราว สามารถนำออกไปได้หลังจากรอดชีวิตจนจบดันเจี้ยนเท่านั้น หากเสียชีวิตก่อนจบดันเจี้ยน ไอเทมเหล่านี้จะตกหล่นอยู่ที่เดิม】
ช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ แต่พอคิดดูดีๆ ก็ถือว่าสมเหตุสมผล ระบบคงต้องการป้องกันไม่ให้คนหาของดีๆ ได้แล้วเลือกฆ่าตัวตายเพื่อออกจากดันเจี้ยนทันที
“เธออยากไปชั้นสองไหม?” เจียงหลีเอ่ยถาม
จากการประเมินโดยรวมแล้ว เจียงหลีค่อนข้างอยากจะพาสายสนับสนุนคนนี้ไปด้วย
“ฉันเหรอคะ? ฉันแอบกลัวว่าจะไปถ่วงแข้งถ่วงขาคุณน่ะค่ะ”
จะบอกว่าไม่สนใจของรางวัลก็คงโกหก แต่เธอก็ไม่มีความมั่นใจในพลังต่อสู้ของตัวเองเลยจริงๆ
“ถ้าเธอสามารถส่งเค้กให้ฉันได้อย่างสม่ำเสมอ ฉันจะพยายามปกป้องเธอเอง ทรัพยากรแบ่งตามความจำเป็น”
เจียงหลีพูดขนาดนี้แล้ว ราชาทาร์ตไข่จึงไม่ลังเลอีกต่อไป
“ตกลงค่ะ! ฉันยังมีเค้กอีกเยอะเลย เพราะก่อนหน้านี้หาของกินอย่างอื่นไม่ได้ ฉันเลยเตรียมเค้กไว้เพียบเลยค่ะ”
เจียงหลีพยักหน้า
“เตรียมตัวพร้อมหรือยัง? เราจะไปกันเดี๋ยวนี้แหละ”
ราชาทาร์ตไข่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กำหอกในมือแน่น แม้ขาจะยังสั่นอยู่บ้างแต่แววตานั้นมุ่งมั่นมาก
“พร้อมแล้วค่ะพี่ใหญ่!”
“ตามฉันมาให้ติดๆ อย่าหลงล่ะ”
เจียงหลีไม่ได้เลือกที่จะเข้าไปพร้อมกับคนกลุ่มเมื่อครู่
สถานการณ์ในชั้นสองยังไม่เป็นที่แน่ชัด เธอรอจนคนในโถงเริ่มบางตาลง จึงพาราชาทาร์ตไข่เดินตรงไปยังประตูทางผ่าน
“วึ่ง——”
ความรู้สึกวิงเวียนแล่นเข้าจู่โจมชั่วครู่ ก่อนที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
...
ชั้นใต้ดินชั้นที่สอง
เจียงหลีมองไปรอบๆ ชั้นนี้ทางเดินกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ทัศนวิสัยกลับถูกจำกัด เพราะมีหมอกดำจางๆ ลอยคว้างอยู่ในอากาศ ทำให้มองเห็นได้ไม่เกินระยะยี่สิบเมตร
สถาปัตยกรรมดูไม่ต่างจากชั้นหนึ่งนัก ยังคงเป็นสไตล์ยุคกลางที่ก่อด้วยอิฐหิน
บริเวณใกล้ๆ ไม่มีร่องรอยว่ามีคนเคยผ่านมา น่าจะเป็นการสุ่มจุดวาร์ป
“ระวังหน่อย”
เจียงหลีลดเสียงต่ำ ถือขวานคู่ไว้เบื้องหน้าเพื่อป้องกันตัว ส่วนราชาทาร์ตไข่ก็เดินตามหลังมาอย่างระมัดระวัง
ทั้งคู่เดินเลี้ยวผ่านหัวมุมไปได้ไม่ไกลนัก
ท่ามกลางหมอกดำเบื้องหน้า ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังแว่วมา
“กึก... กึก... กึก...”
เจียงหลีรีบดึงราชาทาร์ตไข่ให้ถอยหลังกลับไปเงียบๆ
จากนั้น ร่างสูงใหญ่สามร่างก็เดินออกมาจากม่านหมอก
พวกมันคืออัศวินโครงกระดูกที่สวมชุดเกราะครบชุด สวมเสื้อเกราะโซ่ถัก ในมือถือดาบยักษ์ใบกว้าง เปลวไฟวิญญาณในเบ้าตาเป็นสีน้ำเงินเข้มที่ดูอันตราย
แต่ดูเหมือนสายตาของพวกมันจะธรรมดามาก จึงมองไม่เห็นเจียงหลีที่อยู่ไกลออกไป พวกมันทำเพียงเดินเตร่ไปมาในทางเดิน
【มอนสเตอร์: องครักษ์ผู้ล่วงลับ (เวเวล: 6)】
【คำอธิบาย: ยามมีชีวิตเคยเป็นทหารองครักษ์ฝีมือดีของดันเจี้ยน หลังความตายยังคงเฝ้าปกป้องดินแดนแห่งนี้อย่างซื่อสัตย์ มีพลังป้องกันและพลังโจมตีที่ไม่เลว】
มอนสเตอร์เลเวล 6!
แถมมาทีเดียวถึงสามตัว!
เจียงหลีใจกระตุกเล็กน้อย ด้วยคุณสมบัติของเธอตอนนี้ การดวลตัวต่อตัวกับเลเวล 6 คงไม่ยากนัก แต่ถ้าต้องรับมือพร้อมกันสามตัวจนถูกรุมล้อม มันจะยุ่งยากมาก
อาวุธในมือพวกมันไม่ใช่ของประดับ ถ้าโดนดาบยักษ์นั่นฟาดเข้าสักที พลังชีวิตคงลดฮวบ
“อย่าลน”
เจียงหลีสังเกตภูมิประเทศอย่างใจเย็น จุดที่พวกเธอยืนอยู่เป็นทางสามแพร่ง และข้างๆ มีซอกแคบๆ ที่พอจะใช้ยืนดักตำแหน่งได้
“ทาร์ตไข่ เธอไปแอบอยู่ในมุมนั้นนะ” เจียงหลีชี้ไปที่ซอกนั้น
“ค่ะ!” แม้จะกลัว แต่ราชาทาร์ตไข่ก็มีวินัยในการทำตามคำสั่งดีมาก เธอรีบย่อตัวมุดเข้าไปในซอกทันที
ส่วนเจียงหลีไม่ได้ถอยหนี
เธอหยิบหินออกมาจากกระเป๋า เล็งไปที่องครักษ์ผู้ล่วงลับตัวที่ใกล้ที่สุด
“ไปเลย! ปิกาจู!”
“แป้ก!”
หินกระแทกเข้าที่หัวกะโหลกของมันอย่างแม่นยำ
เมื่อปาเสร็จ เจียงหลีก็รีบมุดเข้าไปในซอกทันที องครักษ์ผู้ล่วงลับตัวนั้นหันขวับมาทันควัน มันคำรามและชูดาบเดินตรงมาทางนี้
ส่วนอีกสองตัวที่เหลือเพราะอยู่ไกลออกไป แม้จะสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวแต่ก็ยังไม่ได้ล็อกเป้าหมายความโกรธแค้น จึงยังเดินวนเวียนอยู่ที่เดิม
“ล่อมอนสเตอร์สำเร็จ”
องครักษ์ผู้ล่วงลับถือดาบเดินมาได้ระยะหนึ่งแต่กลับไม่พบอะไร
มันกวาดดาบไปรอบๆ พื้นที่สักพัก แล้วจึงหันหลังเดินกลับไป
เมื่อเจียงหลีได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง เธอก็โผล่หัวออกไปแล้วปาหินใส่ท้ายทอยของมันอีกรอบ
“ฟิ้ว!”
โดนไปอีกหนึ่งที องครักษ์ผู้ล่วงลับเริ่มหงุดหงิด มันหันกลับมาคำรามลั่นแล้วถือดาบยักษ์พุ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าองครักษ์ผู้ล่วงลับที่แยกกลุ่มออกมาตัวนี้ตามมาไกลพอแล้ว เจียงหลีจึงปรากฏตัวล่อมันให้พ้นหัวมุมทางโค้งไป
เมื่อพ้นโค้งมาแล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกองครักษ์ตัวอื่นสังเกตเห็น เจียงหลีจึงระเบิดพลังใส่เต็มที่
เธอใช้ความคล่องตัวที่สูงถึง 10 หน่วย เบี่ยงตัวหลบดาบที่ฟาดลงมาอย่างหนักหน่วง แล้วใช้ขวานคู่จามลงไปที่ข้อต่อที่ไร้เกราะหุ้มอย่างบ้าคลั่ง
“เคร้ง! เคร้ง!”
ประกายไฟกระเด็นว่อน
พลังป้องกันของเจ้านี่สูงกว่าทหารโครงกระดูกในชั้นหนึ่งหลายขุม ขวานที่จามลงไปทำให้ข้อมือของเธอรู้สึกชาเล็กน้อย
“ทาร์ตไข่!”
เจียงหลีตะโกนเรียก
ราชาทาร์ตไข่ที่ซ่อนอยู่ในซอกรีบโยนเค้กครีมสตอเบอร์รี่ออกมาทันที
ภายใต้การโจมตีที่โหมกระหน่ำราวกับพายุหลายระลอก ในที่สุดองครักษ์ผู้ล่วงลับตัวนั้นก็ต้านทานไม่ไหว กระดูกหัวเข่าถูกฟันขาดจนล้มคุกเข่าลงกับพื้น
“ตายซะ!”
เจียงหลีคว้าโอกาส ใช้ขวานจามหัวกะโหลกของมันจนแตกละเอียด
【สังหารองครักษ์ผู้ล่วงลับ ได้รับค่าประสบการณ์ +8】
“ค่าประสบการณ์ 8 แต้ม?”
ดวงตาของเจียงหลีเป็นประกาย
ค่าประสบการณ์ที่ให้มามันช่างงามเหลือเกิน! ต้องรู้ก่อนว่าโครงกระดูกชั้นหนึ่งให้แค่ 2 แต้ม เท่านั้น ความเร็วในการอัปเกรดแบบนี้เร็วกว่าการไปทนฟาร์มที่ชั้นหนึ่งอย่างแน่นอน
ราชาทาร์ตไข่ที่อยู่ข้างๆ ก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน
“ฉันเลือนระดับแล้ว! เป็นเลเวล 2 แล้วค่ะ!”
“ตัวต่อไป!”
เจียงหลีใช้วิธีเดิมล่อตัวที่สองออกมา
ทั้งคู่ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม เจียงหลีรับหน้าที่ล่อและโจมตี ส่วนราชาทาร์ตไข่รับหน้าที่คอยตะโกนเชียร์และโยนเค้กเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต บางครั้งก็ใช้หอกช่วยซ้ำหรือก่อกวนมอนสเตอร์ที่พยายามจะอ้อมมาด้านหลัง
แม้จะสู้ได้อย่างยากลำบาก ทุกครั้งที่จบการต่อสู้เจียงหลีต้องยืนหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด แต่ด้วยการส่งเสบียงเค้กมาไม่ขาดสาย ทำให้ระดับพลังชีวิต ของพวกเธอยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยเสมอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ตรงทางสามแพร่งแห่งนั้นเต็มไปด้วยเศษกระดูกและชุดเกราะที่พังยับเยิน
【ความคืบหน้าเวเวล: Lv.4 (95/100)】
เมื่อเห็นแถบค่าประสบการณ์ที่ใกล้จะเต็ม เจียงหลีก็รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง
“ฆ่าอีกตัวเดียวก็จะอัปเกรดแล้ว!”
ทันใดนั้นเอง จากส่วนลึกของหมอกดำเบื้องหน้า ก็มีเสียงการต่อสู้ที่รุนแรงดังแว่วมา
พร้อมกับเสียงโลหะปะทะกัน และเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของมนุษย์
“ผู้เล่นคนอื่นเหรอ?”
เจียงหลีและราชาทาร์ตไข่สบตากัน
“ไปดูไหมคะ?” ราชาทาร์ตไข่ถามเบาๆ
“ระวังตัวด้วย”
เจียงหลีพยักหน้า เก็บขวานคู่แล้วทั้งสองก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปเงียบๆ
เมื่อฝ่าม่านหมอกเข้าไป ภาพเบื้องหน้าทำให้ทั้งคู่ต้องตกตะลึง
ภายในห้องโถงหินกว้างขวาง มีคนสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากันอยู่
ห้องหินนี้น่าจะเป็นห้องของศัตรูระดับบอสในดันเจี้ยน มีทางเดินมากมายที่เชื่อมต่อมายังที่นี่ เจียงหลีและเพื่อนสาวเป็นเพียงหนึ่งในนั้น
ด้านหนึ่งคือกลุ่ม "กิลด์รัตติกาล" ของชายหัวโล้นจองหองที่เหลือกันอยู่ 7 คน ทุกคนสวมเกราะไหล่แบบเดียวกัน พวกเขากำลังล้อมกรอบจู่โจมมอนสเตอร์ร่างยักษ์ 【อัศวินผู้ล่วงลับ (ชั้นยอด)】
ส่วนอีกด้านหนึ่ง บนพื้นมีกล่องไอเทมวางอยู่หลายกล่อง ดูท่าจะเป็นสัมภาระจากดันเจี้ยนของผู้รอดชีวิตที่ถูกสังหารจนต้องตกรอบไปและไม่สามารถนำของออกไปได้
เห็นได้ชัดว่าที่นี่เพิ่งจะเกิดการยิงปะทะหรือการต่อสู้กันมาอย่างดุเดือด
และอัศวินผู้ล่วงลับตัวนั้น ในตอนนี้พลังชีวิตลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว และกำลังเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง
ชายหัวโล้นแม้ที่หูจะมีผ้าพันแผลอยู่ แต่ก็ยังคงความดุร้ายไว้ไม่เปลี่ยน “อย่าถอย! ใครมีอาหารในกระเป๋าก็รีบกินซะ เจ้าลูกหมานี่ใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว”
เจียงหลีแอบอยู่ในความมืด จ้องมองอัศวินผู้ล่วงลับตัวนั้น
【อัศวินผู้ล่วงลับ (ชั้นยอด / เวเวล: 10)】
【สถานะ: คลุ้มคลั่ง】
มอนสเตอร์ชั้นยอดเลเวล 10!
ตอนนี้เธอใกล้จะอัปเกรดแล้ว ถ้าจัดการเจ้านี่ได้ ค่าประสบการณ์ต้องทำให้เธออัปเกรดได้แน่นอน
แต่ทว่า...
เมื่อมองไปที่กลุ่มของชายหัวโล้น แม้จะดูสะบักสะบอมไปบ้างแต่พลังต่อสู้ยังคงหลงเหลืออยู่ การพุ่งออกไปแย่งมอนสเตอร์ตอนนี้ไม่ต่างจากการแย่งอาหารจากปากเสือ
ควรรอไปก่อน และถือโอกาสสังเกตฝีมือของคนกลุ่มนี้ไปด้วย
“พี่ใหญ่ เราจะไปไหมคะ?” ราชาทาร์ตไข่กำหอกแน่นด้วยความตื่นเต้น
เจียงหลีส่ายหน้า
“ไม่ต้องรีบ”
“ปล่อยให้พวกเขาฟัดกันไปก่อน”
“มอนสเตอร์ชั้นยอดระดับนี้ การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนตายมันสยองมากนะ เจ้าหัวโล้นนั่นอาจจะรับมือไม่ไหวก็ได้”
เธอทำตัวเหมือนพรานที่อดทน ซุ่มเงียบอยู่ในเงามืด
และในขณะนั้นเอง เปลวไฟวิญญาณในดวงตาของอัศวินผู้ล่วงลับก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันควัน
“โฮก——!”
เสียงคำรามดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง
สภาวะคลุ้มคลั่ง เริ่มต้นขึ้นแล้ว
(จบตอน)