- หน้าแรก
- มหาอำนาจแห่งโลกวิปลาส
- บทที่ 27 - โรแมนติกของลูกผู้ชาย
บทที่ 27 - โรแมนติกของลูกผู้ชาย
บทที่ 27 - โรแมนติกของลูกผู้ชาย
บทที่ 27 - โรแมนติกของลูกผู้ชาย
“เปิดห้องแลกเปลี่ยน” ฉินเหยาสั่งการ
แสงนับหมื่นระเบิดออกมาตรงหน้าเขาโดยไร้เสียงและหมุนวนไม่หยุด
พร้อมกับความรู้สึกไร้น้ำหนักอย่างรุนแรงที่ส่งจากร่างกายไปยังสมอง แสงตรงหน้าก็เริ่มคงที่ ในตอนนี้เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต เบื้องหน้ามีเพียงประตูสีขาวบานใหญ่ที่ส่องแสงอ่อนๆ
บนบานประตูไม่มีที่จับหรือปุ่มกด ฉินเหยายกมือขวาทาบลงบนฝั่งซ้ายของประตูแล้วผลักเบาๆ บานประตูเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงสีขาวที่ว่างเปล่า
นอกจากความสะอาดสะอ้านแล้ว ภายในห้องโถงไม่มีสิ่งของใดๆ เลย
“แค่เนี้ย?”
ฉินเหยาก้าวเข้าไปในห้องโถงแล้วพูดเบาๆ “ระบบ นายต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังหน่อยนะ”
(ห้องแลกเปลี่ยน มีชื่อเต็มว่า ห้องแลกเปลี่ยนวัตถุเสมือน ภายในห้องนี้ ตราบใดที่ผู้แลกเปลี่ยนมีค่าความกตัญญูเพียงพอ ก็สามารถสร้างวัตถุทุกอย่างจากจินตนาการให้กลายเป็นความจริงได้)
ฉินเหยาชะงักไป “มีของที่เหลือเชื่อขนาดนี้อยู่จริงๆ เหรอ?”
ระบบเงียบงัน
“แล้วสิ่งมีชีวิตนับเป็นวัตถุไหม?” หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ดวงตาของฉินเหยาก็เป็นประกาย
(ไม่นับ ไม่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตได้)
ฉินเหยารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาแอบพับเก็บความรู้สึกนึกคิดลึกๆ ที่บอกใครไม่ได้ลงไปในใจ
“นอกจากสิ่งมีชีวิตแล้ว คำว่า 'ทุกอย่าง' หมายความว่ารวมถึงสิ่งของทั้งหมดที่ฉันจินตนาการได้ใช่ไหม?”
(ในทางทฤษฎีคือใช่)
การจินตนาการถึงสิ่งของอย่างหนึ่งขึ้นมาลอยๆ นั้นยาก แต่ถ้าในหัวมีแนวคิดหรือมีต้นแบบอยู่แล้ว การจินตนาการก็ค่อนข้างง่าย
ฉินเหยาตั้งจิตให้นิ่ง พื้นที่ว่างตรงหน้าพลันบิดเบี้ยว กระบองเหล็กที่มีปลอกทองตรงหัวท้ายและมีเหล็กดำอยู่ตรงกลางพุ่งออกมาจากความว่างเปล่าและลอยอยู่ตรงหน้าเขา
เมื่อจ้องมองดูใกล้ๆ ตรงข้างปลอกทองมีอักษรโบราณจารึกไว้ว่า: กระบองทองสมใจนึก หนักหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยชั่ง
“ทำได้จริงๆ ด้วย” รูม่านตาของฉินเหยาหดเกร็ง เขารู้สึกเหมือนกำลังได้เห็นตำนานกลายเป็นความจริง
“แล้วกระบองทองที่สร้างมาจากจินตนาการนี้ มันจะเก่งเหมือนในตำนานจริงๆ หรือเปล่า?”
(ทุกสิ่งที่สร้างขึ้นมา จะมีขีดจำกัดสูงสุดตามที่เจ้าจินตนาการไว้ คำเตือน: ในห้องแลกเปลี่ยนเจ้าสามารถสร้างทุกอย่างขึ้นมาได้ แต่หากต้องการนำมันออกไปภายนอก จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม)
ฉินเหยายื่นมือไปกำกระบองทองแล้วลองดึงดู แต่มันกลับไม่ขยับเลย “นี่สินะน้ำหนักหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยชั่ง! คนธรรมดาใช้ไม่ได้จริงๆ ด้วย...”
เขาปล่อยมือแล้วถามว่า “ระบบ กระบองทองเล่มนี้ราคาเท่าไหร่?”
แสงสีขาววาบขึ้นตรงหน้ากระบองทอง กลายเป็นตัวเลขชุดหนึ่ง: 889,999
“แปดแสนแปดหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า?” ฉินเหยาถึงกับหน้ากระตุก
เมื่อเทียบกับทรัพย์สินของเขาที่มีอยู่เพียงห้าร้อยกว่าแต้ม ราคานี้ก็เหมือนกับคนธรรมดาที่อยากจะซื้อห้องชุดสองห้องนอนในเมืองใหญ่ไม่มีผิด
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ฉินเหยาละสายตาจากกระบองทองด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขาเปลี่ยนความคิดและจินตนาการถึงดาบยาวสีม่วงน้ำตาล ตัวดาบดูราวกับกระดูกที่แห้งเหี่ยว ด้ามดาบสลักรูปอสุรา ส่วนท้ายเป็นกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่มีวิญญาณแค้นวนเวียนอยู่จางๆ
ดาบอสุรา... จากเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า
ดาบดีมาก
ราคาก็ดีมากเช่นกัน
หกแสนสองหมื่นแปดพันกว่าแต้ม
อยู่ในระดับห้องชุดหนึ่งห้องนอนในเมืองระดับสาม
ฉินเหยาผู้มีเงินก้อนโตห้าร้อยแต้มทำได้เพียงถอนหายใจมองดาบตาปริบๆ
เขาลดระดับมาตรฐานลงเรื่อยๆ จากเทพปกรณัมสู่เซียน และสุดท้ายคือแนวกำลังภายใน ในที่สุดฉินเหยาก็จินตนาการถึงอาวุธที่ตัวเองพอจะซื้อไหว
ดาบฆ่ามังกร ยาวประมาณสี่ฟุต หนักกว่าร้อยชั่ง คมกริบไร้เทียมทาน—จากบทประพันธ์ของกิมย้ง
ราคาสูงถึงห้าร้อยแต้มค่าความกตัญญู
หากฉินเหยาอยู่ในโลกกำลังภายใน เขาคงจะสนใจสมบัติชิ้นนี้บ้าง แต่โลกของน้าจูนั้นมีระดับที่สูงกว่ามาก ไม่ต้องพูดถึงศาลาว่าการยมโลกหรือสวรรค์ แค่สำนักบนโลกมนุษย์อย่างเหมาซานก็ใกล้เคียงกับแนวเซียนเข้าไปทุกทีแล้ว
ดาบฆ่ามังกร... จะต้านทานเพลงหมัดอัสนีบาตของสือเจียนได้หรือเปล่า?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็สลายอาวุธต่างๆ ที่วางเรียงรายอยู่ในความว่างเปล่า ฉินเหยาจมอยู่ในความคิดครู่ใหญ่ เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าอาวุธในโลกกำลังภายในเหล่านั้นเลย สิ่งที่เขาขาดตอนนี้คืออาวุธโจมตีระยะไกล
การโจมตีระยะไกล... เขาพลันนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา และตรงหน้าเขาก็ค่อยๆ ปรากฏปืนพกสีเงินวาววับสองกระบอกที่มีแสงไหลเวียน
ปืนพกกอส (รุ่นกระสุนไม่จำกัด)—จากเรื่องมหันตภัยมรณะ อาวุธในช่วงแรกของพันเอกฉู่เซวียน
ปืนพกทั่วไป กระสุนอาจจะแค่ทำให้หัวระเบิด การฆ่าคนอาศัยแรงทะลุทะลวง
แต่ปืนพกกอสของฉู่เซวียน ตามคำบรรยายในต้นฉบับคือ: แค่กระสุนนัดเดียวผ่านไป หัวขนาดใหญ่ของไดโนเสาร์แรปเตอร์ก็แตกละเอียดเป็นผุยผง
เจ้านี่ แม้จะบอกว่าเป็นปืนพก แต่ความจริงแล้วมันคือปืนใหญ่แบบพกพารุ่นอัปเกรด กระสุนแต่ละนัดที่ยิงออกไปให้ผลลัพธ์เหมือนลูกปืนใหญ่ นี่แหละคือ 'โรแมนติกของลูกผู้ชาย' ที่แท้จริง
ราคาเจ็ดร้อยแปดสิบแปดแต้มค่าความกตัญญู
อืม แพงกว่าดาบฆ่ามังกรนิดหน่อย แต่ไม่ได้สูงอย่างที่คิดไว้
“ระบบ ปืนสองกระบอกนี้ลงอาคมหรือยัง?” ฉินเหยาถาม
(ยังไม่ได้ลงอาคม การลงอาคมต้องใช้ค่าความกตัญญูเพิ่มอีกสามร้อยแต้ม)
“ให้ตายเถอะ!”
ฉินเหยากลอกตา แต่ในสมองพลันเกิดประกายความคิด “ถ้าตอนที่ฉันใช้ปืนสองกระบอกนี้ ฉันหุ้มมันด้วยพลังปราณ กระสุนที่ยิงออกไปจะมีผลเหมือนการลงอาคมไหม?”
(ยังไม่ได้ทดลอง ไม่ทราบผลลัพธ์)
ฉินเหยาสูดลมหายใจเข้าแล้วพูดว่า “ปืนสองกระบอกนี้วางไว้ที่นี่ก่อนเถอะ รอให้ฉันเก็บเงินพอแล้วจะมาเอา... อ้อ ใช่สิ ตอนนั้นนายบอกว่าถ้าอัปเกรดระบบแล้วจะมีของขวัญลึกลับมอบให้ ของขวัญลึกลับคืออะไร?”
(ห้องแลกเปลี่ยนวัตถุเสมือนนี่แหละคือของขวัญลึกลับ สำหรับเจ้าแล้ว ของขวัญชิ้นนี้ล้ำค่ากว่าสิ่งของชิ้นไหนๆ ทั้งหมด)
ฉินเหยา...
ไม่มีอะไรจะโต้แย้งจริงๆ!
หลังจากนั้น เขาส่ายหัวโดยไม่พูดอะไร เดินกลับไปที่ประตูใหญ่
ก้าวเพียงก้าวเดียว แสงสีหมุนวน สติสัมปชัญญะก็กลับคืนสู่โลกความเป็นจริง
ในตอนนั้น ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว
“788 ลบด้วย 560 ยังขาดอีก 228 แต้ม”
แม้จะไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่ฉินเหยาที่เคยได้รับของขวัญจากบรรพชนก็ยังคงกระปรี้กระเปร่า เขาลอบวางแผนว่าจะไปปั๊มแต้มจากนิ้วทองคำนี้ได้อย่างไรต่อ
ในช่วงเวลาสั้นๆ คงไม่สามารถช่วยน้าจูเลื่อนตำแหน่งได้อีก ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือช่วยเขาบริหารตำแหน่งนี้ให้ดีที่สุด!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินเหยาก็มีแผนการในใจแล้ว
“ทำไมเจ้าตื่นเช้าจัง?” น้าจูที่สวมชุดฝึกวิชาเหมือนปกติเปิดประตูออกมารับแสงอาทิตย์ และต้องชะงักเมื่อเห็นฉินเหยายืนเซ่ออยู่กลางลานบ้าน
“อาจารย์ครับ ตอนนี้ท่านเป็นผู้จัดการใหญ่แล้ว ท่านมีแผนการยังไงสำหรับการเปิดธนาคารสวรรค์บ้าง?”
น้าจูถามอย่างประหลาดใจ “ก็แค่เตรียมกระดาษกับแม่พิมพ์ให้พร้อมก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ยังต้องมีแผนการอะไรอีก?”
ฉินเหยาพูดไม่ออก “แล้วยังไงต่อล่ะครับ? ถ้าท่านไม่พูด ผมไม่พูด คนข้างนอกก็ไม่มีใครรู้เรื่องที่ท่านเปิดธนาคารสวรรค์ แล้วเงินกงเต็กที่เราทำออกมาจะขายให้ใคร?”
น้าจูตอบว่า “เรื่องพวกนี้รอไว้เวลาเราออกไปปราบผีค่อยบอกต่อกันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวคนเขาก็รู้กันเองนั่นแหละ”
ฉินเหยาหัวเราะแห้งๆ “ท่านนี่ไม่รีบเลยนะครับ แต่ประเด็นคือ ผู้จัดการใหญ่รุ่นแรกที่ได้รับอนุมัติไม่ได้มีแค่ท่านคนเดียวใช่ไหม? ถ้าเราไม่ทำตัวให้โดดเด่น ท่านก็จะเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งในหมู่ผู้จัดการทั้งหมดเท่านั้นแหละครับ”
“เจ้ามีแผนร้ายอะไรอีกล่ะ?” เมื่อได้ยินเขาพูดมาขนาดนี้ น้าจูย่อมเดาใจเขาออก
ฉินเหยาโบกมือและพูดอย่างหนักแน่นว่า “เราต้องหาวันมงคล เชิญเจ้าเมืองประจำถิ่น รวมถึงข้าราชการและเศรษฐีในเมืองตระกูลเหรินมาเข้าร่วมพิธีเปิดธนาคารของเรา นอกจากนี้ ต้องป่าวประกาศในเมืองล่วงหน้าด้วยว่า วันนั้นจะมีงานเลี้ยง ใครมาก็ไม่ต้องเอาของขวัญมา แค่มานั่งกินเลี้ยงกันก็พอ”
น้าจูใจหายวาบ “นี่ต้องใช้เงินเท่าไหร่กัน?”
ฉินเหยาเอามือกุมขมับ “ตอนนี้ท่านยังขาดเงินใช้อีกเหรอครับ?”
“ข้าหมายความว่า มีเงินก็ไม่ควรเอาไปใช้ทิ้งใช้ขว้าง” น้าจูกล่าวอย่างไม่เต็มเสียง
ฉินเหยาสูดหายใจเข้า “ผมออกเงินเอง! ไม่ว่ายังไง พิธีเปิดครั้งนี้ต้องจัดให้ยิ่งใหญ่และสมเกียรติที่สุด ให้คนนึกถึงเรื่องการเผากระดาษเงินกระดาษทองเมื่อไหร่ ใบหน้าของท่านต้องลอยขึ้นมาในหัวพวกเขาเป็นคนแรกเลยครับ”
น้าจู...
(จบแล้ว)