เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ธิดาแห่งโชคชะตา ฮวาเหลียนเอ๋อร์

บทที่ 7 ธิดาแห่งโชคชะตา ฮวาเหลียนเอ๋อร์

บทที่ 7 ธิดาแห่งโชคชะตา ฮวาเหลียนเอ๋อร์


ค่ายกลพิทักษ์สำนักกระบี่ปรกสวรรค์ถูกทะลวงผ่านเข้ามาอีกครั้งราวกับเศษกระดาษ นกกระเรียนวิญญาณขนาดยักษ์ตัวหนึ่งบินโฉบเข้ามา

นกกระเรียนวิญญาณร่อนลงจอดใจกลางลานกว้าง เงาร่างสองสายกระโดดลงมาจากหลังของมัน หญิงสาวเยาว์วัยเดินนำหน้า ผิวพรรณของนางขาวผุดผ่องดุจหิมะเจือสีระเรื่อ เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวสยายราวกับน้ำตก แฝงไว้ด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่องของหญิงสาววัยแรกรุ่นทว่าก็มีกลิ่นอายความเย้ายวนเป็นผู้ใหญ่ผสมผสานอยู่อย่างลงตัว

"พี่เซียว ท่านอยู่ที่ใด? เหตุใดข้าจึงสัมผัสถึงกลิ่นอายของท่านไม่ได้แล้ว?"

บนใบหน้าของนางปรากฏร่องรอยของความตื่นตระหนกขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ทว่ากลับไม่พบเงาร่างที่คุ้นเคยนั้นเลย

เบื้องหลังของนางคือหญิงชราผู้หนึ่งที่ปกปิดร่างกายมิดชิดอยู่ภายใต้เสื้อคลุม

"ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาใหม่ไม่ธรรมดาเลยขอรับ คนที่อยู่ด้านหลังนางมีระดับพลังใกล้เคียงกับข้า ล้วนอยู่ในระดับเทวะราชันขั้นสูงสุด ข้าคุ้นเคยกับยอดฝีมือระดับนี้ในดินแดนเบื้องล่างดี ดูเหมือนว่าพวกนางจะไม่ได้มาจากแดนฝูสุ่ยของเรา"

ประมุขศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวที่ยืนอยู่เคียงข้างรายงานต่อกู้อู๋เฉินอย่างนอบน้อม

ระหว่างที่รายงาน น้ำเสียงของเขากลับผ่อนคลายอย่างยิ่ง แม้จะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่อยู่ระดับเดียวกัน และอาจมาจากขุมกำลังในดินแดนเบื้องบน เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย

เพราะอย่างไรเสีย นี่ก็คือตระกูลกู้

ต่อให้อยู่ในดินแดนเบื้องบน พวกเขาก็ยังเป็นขุมกำลังที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด!

"อืม" กู้อู๋เฉินพยักหน้าเงียบๆ ไม่ได้ใส่ใจยอดฝีมือระดับเทวะราชันที่อยู่เบื้องหลังหญิงสาวผู้นั้นเลย ทว่ากลับพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ตัวหญิงสาวที่เดินนำหน้า

【ชื่อ: ฮวาเหลียนเอ๋อร์】

【ระดับ: ระดับสื่อสารเร้นลับ ขั้นหก】

【กายา: กายาวิญญาณวารีจันทรา】

【ชะตากรรม: ธิดาแห่งโชคชะตา คู่บำเพ็ญเพียรตามลิขิตสวรรค์ของบุตรแห่งโชคชะตาเซียวสือซาน】

【เส้นทางชีวิต: บุตรีแห่งตระกูลฮวาในดินแดนเบื้องบน นางได้รับความช่วยเหลือจากเซียวสือซานในดินแดนเบื้องล่างและนับถือเขาเป็นพี่น้องร่วมสาบาน พวกเขาจะพัฒนาความสัมพันธ์กลายเป็นคู่บำเพ็ญเพียรหลังจากที่เซียวสือซานก้าวขึ้นสู่ดินแดนเบื้องบนในช่วงท้าย】

เมื่อเห็นดังนั้น ภายในใจของกู้อู๋เฉินก็เบิกบานด้วยความยินดี

"ไม่คิดเลยว่าธิดาแห่งโชคชะตาจะปรากฏตัวเร็วถึงเพียงนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ"

อีกด้านหนึ่ง ในที่สุดฮวาเหลียนเอ๋อร์ก็มองเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยทว่าโชกโชนไปด้วยเลือดที่ริมขอบหลุมลึก

"พี่เซียว เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?" นางรีบถลันเข้าไปหาหมายจะตรวจดูอาการบาดเจ็บของเซียวสือซาน ทว่ากลับถูกหญิงชราด้านหลังห้ามเอาไว้

"คุณหนู ให้เป็นหน้าที่ของบ่าวเถิดเจ้าค่ะ"

เสื้อคลุมสีดำของหญิงชราโบกสะบัดทั้งที่ไร้สายลม นางเพียงสะบัดมือเบาๆ ร่างที่ร่อแร่ใกล้ตายของเซียวสือซานก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาหา

"มีกลิ่นอายของกระดูกกระบี่หลงเหลืออยู่จางๆ บนตัวเขา ทว่ากลับไม่มีกระดูกกระบี่อยู่ภายในร่าง ราวกับว่ามันเพิ่งถูกกระชากออกไปสดๆ ร้อนๆ"

"โครงกระดูกและเส้นลมปราณทั่วร่างของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการบำเพ็ญเพียรของเขาในอนาคต"

เพียงแค่ปรายตามอง หญิงชราก็มองทะลุปรุโปร่งถึงอาการบาดเจ็บทั้งหมดของเซียวสือซาน นางป้อนโอสถเม็ดหนึ่งเข้าปากเขา แม้จะไม่อาจรักษาอาการบาดเจ็บได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยยื้อชีวิตเขาไว้ได้ชั่วคราว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็ยกมือขึ้นปิดปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"นี่...นี่...เขาบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? ผู้ใดเป็นคน..."

ยังไม่ทันกล่าวจบ หญิงชราก็ขัดจังหวะนางอีกครั้ง พร้อมกับลอบส่งกระแสเสียงทางจิตหานาง

"คุณหนู เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดบัญชีแค้นนะเจ้าคะ อย่างไรเสียที่นี่ก็คือดินแดนเบื้องล่าง พลังของบ่าวมีขีดจำกัด อีกฝ่ายมียอดฝีมือระดับเทวะราชันถึงแปดคน ในจำนวนนั้นมีสองคนที่อยู่ระดับเทวะราชันขั้นสูงสุด การวู่วามปะทะด้วยรังแต่จะทำให้พวกเราเสียเปรียบ"

"สำหรับตอนนี้ ดูเหมือนว่าทางที่ดีที่สุดคือการพาไอ้สวะ... เอ้ย พาเซียวสือซานหนีไปก่อน"

ท้ายที่สุด หญิงชราก็ไม่ได้หลุดคำว่า 'สวะ' ออกมาให้ระคายหู

นางคือผู้คุ้มกันของฮวาเหลียนเอ๋อร์ และเฝ้ามองคุณหนูเติบโตมาตั้งแต่เล็ก มีหรือที่นางจะดูไม่ออกว่าเซียวสือซานผู้นี้มีใจให้คุณหนูของนาง?

แต่คนจากดินแดนเบื้องล่าง จะมาคู่ควรกับคนของตระกูลฮวาในดินแดนเบื้องบนของพวกนางได้อย่างไร?!

ยิ่งไปกว่านั้น บุญคุณที่เซียวสือซานเคยช่วยเหลือคุณหนูในตอนนั้นก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะคุณหนูมีจิตใจเมตตา ประกอบกับนางเพิ่งจะเคยออกจากจวนตระกูลและไม่ค่อยได้พบปะผู้คนภายนอก นางก็คงไม่มีทางแม้แต่จะชายตามองบุรุษที่ชื่อเซียวสือซานผู้นี้ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่การยอมรับเขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานเลย

ฮวาเหลียนเอ๋อร์ขบกัดริมฝีปากและพยักหน้าเงียบๆ แววตาของนางยังคงฉายแวววิตกกังวล ตั้งแต่เกิดมา นางเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและสงบสุข นางจะเคยเห็นภาพที่นองเลือดถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

ตอนยังเด็ก แม้แต่สุนัขที่นางเคยเล่นด้วยตายจากไปก็ยังทำให้นนางร้องไห้ฟูมฟายอยู่นาน นับประสาอะไรกับคนที่นางรู้จักในดินแดนเบื้องล่าง

หญิงชราก้าวไปข้างหน้าและเอ่ยขึ้นช้าๆ

"ทุกท่าน หญิงชราผู้นี้มาจากดินแดนเบื้องบน ตอนนี้ข้าพากำลังพาคุณหนูลงมาหาประสบการณ์ในดินแดนเบื้องล่าง ข้าหวังว่าพวกท่านจะยอมผ่อนปรน และอนุญาตให้ข้าพาคนผู้นี้จากไป"

ทันทีที่เอ่ยปาก นางก็เปิดเผยตัวตนจากดินแดนเบื้องบนทันที เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและทำให้อีกฝ่ายยอมล่าถอยเมื่อเผชิญกับอุปสรรค

ทว่าคำตอบที่นางได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ช่างน่าขันสิ้นดี" หนึ่งในเจ้าบรรพตแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวหัวเราะลั่น

"วันนี้ไม่เพียงแต่พวกเจ้าจะพาเขาไปไม่ได้เท่านั้น แต่พวกเจ้าทั้งสองคนจะได้สลัดหลุดออกไปจากที่นี่หรือไม่ ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับความเมตตาของท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ของข้าด้วย! ฝ่ามือสะเทือนฟ้า!"

เจ้าบรรพตผู้นี้ก็คือยอดฝีมือระดับเทวะราชันขั้นสูงสุดอีกคนนอกเหนือจากท่านประมุขศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสได้แสดงฝีมือต่อหน้าท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ เขาจะยอมพลาดไปได้อย่างไร?

ทันทีที่ลงมือ เขาก็ฟาดกระบวนท่าไม้ตาย ฝ่ามือสะเทือนฟ้า ออกไปทันที!

"แย่แล้ว คุณหนู รีบหลบไปอยู่ข้างหลังบ่าวเร็วเข้า!"

ต่อให้หญิงชราจะคิดทบทวนอย่างไร นางก็ไม่มีทางคาดคิดได้เลยว่า แม้ตนจะเปิดเผยตัวตนจากดินแดนเบื้องบนไปแล้ว อีกฝ่ายก็ยังกล้าที่จะโจมตี! แถมยังเป็นการลงมืออย่างกะเอาถึงตายอีกด้วย!

รอยฝ่ามือขนาดยักษ์พุ่งตรงมาหานาง หญิงชราไม่กล้าชะล่าใจ นางยื่นนิ้วเหี่ยวย่นออกไปและจิ้มสกัดกลางอากาศธาตุอย่างต่อเนื่อง

"บุปผา ค่ายกล จงตื่น!"

สิ้นเสียงของนาง ดอกไม้นานาพรรณสีสันสดใสก็ผลิบานขึ้นจากพื้นดินในพริบตา ก่อตัวเป็นค่ายกลอันพิสดารที่เข้าปกคลุมร่างของนาง ฮวาเหลียนเอ๋อร์ และเซียวสือซานเอาไว้

ตูม!

รอยฝ่ามือปะทะเข้ากับค่ายกลบุปผาจนฝุ่นตลบอบอวล!

รอยร้าวปรากฏขึ้นบนค่ายกลบุปผา ทว่ามันก็ไม่ได้แตกสลาย ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรอันลึกล้ำของหญิงชรา นางจึงฝืนต้านรับการโจมตีนี้เอาไว้ได้

ฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นพวกเขาทั้งสามคนอีกครั้ง ในเวลานี้ สีหน้าของหญิงชราเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความเดือดดาล หากไม่ใช่เพราะนางต้องคอยปกป้องคุณหนูในเวลานี้ มีหรือนางจะต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเช่นนี้?

ในฐานะคนจากดินแดนเบื้องบน การถูกคนจากดินแดนเบื้องล่างทุบตีเอาเช่นนี้ช่างน่าอัปยศอดสูเสียจริง!

แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะกันของทั้งสองพลัง บังเอิญไปปลุกให้เซียวสือซานที่นอนสลบไสลเป็นหมาตายได้สติฟื้นขึ้นมาพอดี

เขากัดฟันทนต่อความเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กาย ลืมตาขึ้น และได้เห็นเงาร่างที่เฝ้าวนเวียนอยู่ในความฝันของเขามาตลอด!

"ฮวาเหลียนเอ๋อร์ นั่นเจ้าหรือ?"

ขณะที่เอ่ยปาก เขาก็พยายามเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้าข้อเท้าของฮวาเหลียนเอ๋อร์เอาไว้

นี่คือปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณในการไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายในยามสิ้นหวัง

อย่างไรก็ตาม ฮวาเหลียนเอ๋อร์มองดูมือของเซียวสือซานที่เอื้อมมาหานาง ทว่านางกลับลอบถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างแนบเนียนเพื่อหลบเลี่ยงมัน

จริงอยู่ที่นางนับถือเซียวสือซานเป็นพี่น้องร่วมสาบาน และนางก็จะมาช่วยเหลือเขาเมื่อเขาตกอยู่ในความยากลำบาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมรับการถูกเนื้อต้องตัวใดๆ ระหว่างพวกเขาทั้งสองคน

ต้องรู้ไว้ด้วยว่า ชะตากรรมในอนาคตของนางคือการได้เป็น...

มือของเซียวสือซานแข็งค้าง เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจกับปฏิกิริยาของฮวาเหลียนเอ๋อร์ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมามากนัก สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเกาะติดผู้แข็งแกร่งเอาไว้และรีบหนีเอาตัวรอดจากอันตรายให้เร็วที่สุด

และเมื่อนึกขึ้นได้ว่าฮวาเหลียนเอ๋อร์เป็นคนจากดินแดนเบื้องบน ภายในใจของเขาก็สงบลง ดูเหมือนว่าวันนี้ ยังไม่ถึงคราวตายของเขาเสียแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 7 ธิดาแห่งโชคชะตา ฮวาเหลียนเอ๋อร์

คัดลอกลิงก์แล้ว