- หน้าแรก
- ท่านลอร์ดมือใหม่ในดินแดนอันตรายกับระบบสร้างกองทัพ
- บทที่ 4: ป้อมปราการสีเทา
บทที่ 4: ป้อมปราการสีเทา
บทที่ 4: ป้อมปราการสีเทา
เลวี่มองดูการต่อสู้ที่จบลงในเวลาเพียงไม่กี่นาที แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับความแตกต่างระหว่างกองทัพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีกับพวกเบี้ยล่างไร้ราคา
เฒ่าชาร์ลีเคยเล่าว่า เคลย์และกองทหารอัศวินของเขาเคยเข้าร่วมในสงครามต่อต้านการรุกรานแดนใต้ของพวกออร์กเมื่อสี่ปีที่แล้ว
พวกเขาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเคลย์ก็ได้รับความดีความชอบมากมายจากศึกครั้งนั้น แองเจลิสจึงมอบของเหลวต้นกำเนิดชีวิตให้เป็นรางวัล ทำให้เขาสามารถเลื่อนขั้นเป็นอัศวินเต็มตัวได้สำเร็จ
สิ่งที่เลวี่ไม่เข้าใจเลยก็คือ กลุ่มโจรไร้ระเบียบพวกนี้ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าบุกเข้าใส่กองทหารอัศวินที่มีอาวุธครบมือเช่นนี้
"ท่านบารอน พวกโจรถูกสังหารไปทั้งหมดยี่สิบสามคน หลบหนีไปได้หกคน และอีกยี่สิบเจ็ดคนที่เหลือถูกจับกุมตัวไว้ได้ขอรับ" เคลย์รายงานหลังจากจัดการกับเชลยเสร็จสิ้น
อาจเป็นเพราะเลวี่เป็นคนแรกที่สังเกตเห็นพวกโจร ท่าทีของเคลย์ในครั้งนี้จึงดูให้เกียรติและเหมาะสมขึ้นมาก
เลวี่กล่าวชื่นชมเขาทันที
"หัวหน้าเคลย์ กองทหารอัศวินของท่านสมคำร่ำลือจริงๆ สมแล้วที่เคยเข้าร่วมสงครามใหญ่ออร์กและสร้างความดีความชอบมาได้ พวกท่านทุกคนล้วนเป็นนักรบที่กล้าหาญชาญชัยยิ่งนัก เมื่อเราไปถึงดินแดนศักดินาแล้ว ฉันจะตบรางวัลให้พวกท่านอย่างงาม"
"ท่านบารอนกล่าวชมเกินไปแล้วขอรับ นี่เป็นเพียงหน้าที่ของพวกเราเท่านั้น" เคลย์ตอบกลับด้วยท่าทีที่ไม่อ่อนน้อมหรือแข็งกร้าวจนเกินไป
เมื่อเห็นดังนั้น เลวี่ก็รู้ว่าอัศวินเหล่านี้ยังมีกำแพงในใจกับเขาอยู่ ซึ่งขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ ตลอดสองปีนับจากนี้ เขาจะต้องพึ่งพาอัศวินกลุ่มนี้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตัดสินใจพูดออกไปตามตรง
"ทุกคน ฉันรู้ว่าเป็นเพราะฉัน พวกท่านถึงได้โชคร้ายต้องเดินทางไปยังแหลมพายุคลั่งที่แสนอันตราย มันเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่พวกท่านจะไม่พอใจ แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับดินแดนไม่ได้เกิดจากตัวฉัน แต่เป็นเพราะมีใครบางคนพยายามจะใส่ร้ายฉัน พยายามจะจัดฉากเล่นงานพวกเรา และสิ่งที่พวกท่านต้องทำก็แค่ทนอยู่กับฉันไปอีกสองปี หากเราร่วมมือกัน บางทีพวกท่านอาจจะผ่านพ้นสองปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ลองพิจารณากันดูให้ดีเถอะ!"
เมื่อเลวี่พูดจบ ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปชั่วขณะ เหล่าอัศวินต่างมองหน้ากัน ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของเลวี่
หลังจากที่หัวหน้าเคลย์จ้องมองเลวี่อย่างลึกซึ้ง ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปจากเดิม เขากล่าวด้วยความเคารพว่า
"ขอบพระคุณสำหรับความเข้าใจขอรับท่าน โปรดวางใจ พวกเราจะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันก็หวังว่าเราจะร่วมงานกันด้วยดีนะ!" เลวี่กล่าวด้วยความโล่งใจ
จากนั้นเลวี่จึงเริ่มพูดคุยเรื่องกลุ่มโจรกับเคลย์ และแสดงความสงสัยของตนออกมา
"นั่นสิขอรับ ปกติแล้วพวกโจรจะวิ่งหนีทันทีที่เห็นพวกเรา แล้วทำไมพวกมันถึงกล้าบุกเข้ามาได้?"
เคลย์เองก็เพิ่งตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ เขาจึงรีบลากตัวหัวหน้าระดับล่างที่ถูกจับกุมตัวไว้มาเค้นถามอย่างหนักทันที
พวกโจรเหล่านี้เป็นแค่กลุ่มคนไร้ระเบียบ หลังจากถูกเคลย์ข่มขู่และคุกคาม พวกมันก็รีบร้องขอชีวิตทันที
"ท่านขุนนางผู้สูงศักดิ์ ได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย! พวกเราไม่รู้ว่าท่านคือขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ ลูกพี่ของพวกเราได้รับคำสั่งจากใครบางคนให้มาดักสังหารท่าน พวกเราไม่รู้ว่าท่านเป็นขุนนาง และไม่รู้เลยว่ามีอัศวินเต็มตัวอยู่ที่นี่ด้วย มิฉะนั้น ต่อให้มีเป็นร้อยชีวิต พวกเราก็ไม่มีทางกล้าโจมตีท่านอย่างแน่นอน"
เมื่อฟังมาถึงจุดนี้ เคลย์และอัศวินรอบข้างต่างก็เชื่อในสิ่งที่เลวี่พูดก่อนหน้านี้อย่างสนิทใจ มีคนอยู่เบื้องหลังการสับเปลี่ยนดินแดนจริงๆ และไม่ได้เป็นเพราะความหุนหันพลันแล่นของเลวี่อย่างที่พวกเขาเคยคิดมาก่อน พวกเขาเข้าใจตัวบารอนผิดไปจริงๆ
"ดูเหมือนว่าจะเป็นฝีมือของคนที่สับเปลี่ยนดินแดนของฉันสินะ" เลวี่คาดเดา
"แต่ทำไมคนผู้นั้นถึงส่งกลุ่มโจรไร้ระเบียบพวกนี้มาล่ะขอรับ?" เคลย์ยังคงถามด้วยความฉงน
"เป็นเพราะท่านหญิงแองเจลิส ฉันสามารถไปตายได้แค่ที่ดินแดนพายุคลั่งเท่านั้น จะมาตายในอาณาจักรไม่ได้เด็ดขาด โจรพวกนี้น่าจะถูกส่งมาเพื่อตัดกำลังกองทหารอัศวินของท่าน หากพวกเราไม่รู้ตัวก่อนและเดินเข้าไปในวงล้อมของพวกมันจริงๆ ฉันคิดว่ากองทหารของท่านคงต้องสูญเสียกำลังพลไปบ้าง และถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันก็คงจะตายเร็วขึ้นอีกเมื่อไปถึงดินแดนพายุคลั่ง"
หัวหน้าเคลย์ลองคิดตามและตระหนักว่ามันเป็นเรื่องจริง หากพวกเขาไม่รู้ตัวล่วงหน้า แค่นักรบระดับหนึ่งคนนั้นก็สามารถทำให้พวกเขาสูญเสียกำลังพลได้แล้ว
เมื่อได้ยินคำยืนยันของหัวหน้าเคลย์ เหล่าอัศวินรอบข้างก็เริ่มซุบซิบพูดคุยกันเอง
สายตาที่พวกเขามองเลวี่เปลี่ยนไปนับแต่นั้นเป็นต้นมา กำแพงระหว่างกองทหารอัศวินและเลวี่ได้ถูกทลายลง ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้พวกเขาก็เป็นเหมือนมดที่อยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน ไม่มีใครหนีรอดไปได้
เคลย์เสนอให้ส่งอัศวินกลับไปยังเมืองทิวลิปเพื่อรายงานเรื่องนี้ให้แองเจลิสทราบ แต่เลวี่ห้ามเอาไว้ก่อน
"หึๆ พวกเขาก็แค่ไม่อยากให้ฉันตายในอาณาจักร แต่นั่นไม่ได้รวมถึงพวกท่านด้วย ท่านคิดว่าคนที่ถูกส่งไปจะเดินทางไปถึงดินแดนทิวลิปได้อย่างนั้นหรือ?"
เคลย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันและสบถออกมา "ไอ้พวกร้ายกาจเอ๊ย"
"ไปกันเถอะ! ตอนนี้พวกเราไม่มีทางถอยแล้ว มีแต่ต้องมุ่งหน้าไปยังดินแดนพายุคลั่งเท่านั้น"
พูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนออกเดินทาง เลวี่วางแผนที่จะนำเชลยโจรเหล่านี้ไปขายให้ไวเคานต์ลียงที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งก็นับเป็นแหล่งรายได้อีกทางหนึ่ง เขายังต้องซื้อของบางอย่างที่ป้อมปราการสีเทาด้วย
ห้าวันต่อมา ในที่สุดเลวี่และคณะก็เดินทางมาถึงป้อมปราการสีเทา
ป้อมปราการสีเทาตั้งอยู่ภายในเทือกเขาสีเทา ภูมิประเทศที่นี่สูงชันและอันตราย และพวกออร์กก็ไม่เคยยอมให้อาณาจักรอัลฟาสร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เลย
แทบทุกครั้งที่พวกมันกรีธาทัพลงใต้ พวกมันจะมุ่งเป้าโจมตีมาที่นี่ เพื่อขัดขวางไม่ให้สร้างป้อมปราการได้สำเร็จ
จนกระทั่งเมื่อสองร้อยห้าสิบปีก่อน ได้มีการค้นพบเหมืองทองคำขนาดใหญ่ภายในดินแดนที่ปัจจุบันคืออาณาเขตของไวเคานต์ลียง ราชวงศ์จึงได้ตัดสินใจสร้างป้อมปราการขึ้นในเทือกเขาสีเทาอย่างจริงจัง
พวกเขาเคลื่อนกำลังพลถึงสามกองทัพเพื่อมาคุ้มกันเทือกเขาสีเทา และเมื่อนั้นเอง ป้อมปราการสีเทาจึงถูกสร้างขึ้นจนแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม เมื่อร้อยปีก่อน หลังจากที่เหมืองทองคำถูกขุดจนร่อยหรอ ประกอบกับอาณาจักรอัลฟามีความเชี่ยวชาญในการทำศึกมากขึ้น พวกออร์กจึงเปลี่ยนทิศทางการโจมตีหลักไปยังอาณาจักรอื่นๆ โดยทำเพียงแค่ส่งกองกำลังมาก่อกวนและปล้นสะดมตามแนวชายแดนของอาณาจักรอัลฟาเท่านั้น
ดังนั้น ราชวงศ์จึงถอนกำลังทัพออกไปสองกองทัพ เหลือเพียงกองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือไว้รับผิดชอบการป้องกันมณฑลฟรอสต์มูน จะมีการส่งกองทัพอื่นมาสมทบก็ต่อเมื่อกองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้องขอกำลังเสริมเท่านั้น
โดยปกติแล้วกองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะประจำการอยู่ที่เมืองฟรอสต์มูน และส่งกองพันเพียงหนึ่งกองพันไปคอยคุ้มกันป้อมปราการสีเทา จะมีการส่งทหารไปเพิ่มเติมตามความจำเป็นก็ต่อเมื่อพวกออร์กเคลื่อนทัพลงใต้เท่านั้น
โครงสร้างทางทหารของอาณาจักรอัลฟาประกอบด้วย กองหมู่ กองร้อย กองพัน กองทัพ และกลุ่มกองทัพ โดยไม่มีการกำหนดจำนวนกำลังพลที่ตายตัว
ในปัจจุบัน กองกำลังที่คุ้มกันป้อมปราการสีเทาอยู่ก็คือ กองพันที่แปดแห่งกองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผู้บังคับกองพันไคลน์เป็นอัศวินสีเงินระดับห้า เขามีรองผู้บังคับกองพันอยู่ใต้บังคับบัญชาสองคน คนหนึ่งเป็นนักรบสีเงินระดับห้า และอีกคนเป็นมหานักรบระดับสี่ นอกจากนี้ยังมีมหานักรบระดับสี่อีกคนที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยทหารม้าที่หนึ่ง
เมื่อเดินทางมาถึงป้อมปราการสีเทา สิ่งแรกที่เลวี่ต้องทำก็คือการรวบรวมเสบียงและผู้คนสำหรับอาณาเขตแห่งใหม่ของตน
นี่คือสิทธิพิเศษที่ทางราชวงศ์มอบให้กับลอร์ดคนใหม่ที่ได้รับดินแดนชายแดนระดับบารอน เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าทหารหาญที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญและสั่งสมความดีความชอบทางทหารมา ต้องไร้หนทางในการพัฒนาหลังจากการได้รับมอบดินแดนชายแดน ซึ่งจะนำไปสู่ความขุ่นเคืองและลดทอนคุณค่าของความดีความชอบทางทหารลงอย่างมหาศาล