- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่15:ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยง
บทที่15:ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยง
บทที่15:ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยง
บทที่15:ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยง
ภายในดีไวซ์เวิลด์
“ระบบความสัมพันธ์เชื่อมโยง”ถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของเกม
มันเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถสร้างระดับความสัมพันธ์ต่างๆ กับ NPC ได้
โดยปกติแล้วความสัมพันธ์กับNPCจะเริ่มต้นที่ระดับเป็นกลาง
จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนาไปตามลำดับ เช่น
• เป็นมิตร
• สนิทสนม
• ไว้วางใจ
• ผูกพันลึกซึ้ง
หากผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับNPCอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าย่อมมีฝั่งความสัมพันธ์ด้านลบเช่นกันประกอบด้วยระดับอย่าง
• ตึงเครียด
• บาดหมาง
• เป็นศัตรู
• คู่อาฆาต
ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ผู้เล่นต้องจำเอาไว้ให้ดี
ไม่ใช่NPCทุกตัวในดีไวซ์เวิลด์ที่จะมีระบบความสัมพันธ์เชื่อมโยงให้ใช้งาน
เพราะNPCที่มีระบบนี้ ล้วนเป็นตัวละครที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อโลกของดีไวซ์เวิลด์
และก็เพราะเหตุนี้เอง
สวีเฟิงจึงค่อยๆ วางตัวอย่างระมัดระวัง ระหว่างปฏิสัมพันธ์กับปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส
NPCผู้ที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมหาศาล ในช่วงหลังของเกม
เมื่อเห็นว่าฟีเจอร์ความสัมพันธ์เชื่อมโยงถูกเปิดใช้งานแล้ว
สวีเฟิงก็ตรวจสอบสถานะความสัมพันธ์กับเอเลียสอย่างสงบนิ่ง
สถานะความสัมพันธ์กับNPC: ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส
ระดับความสัมพันธ์ปัจจุบัน:เป็นมิตร
ปฏิสัมพันธ์ล่าสุด:
• ทำการซื้อขายอย่างใจกว้างกับปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส
• สนทนาเกี่ยวกับสมุนไพรและการปรุงยาอย่างเป็นกันเอง
หมายเหตุ:
• ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียสดูจะชื่นชมความช่วยเหลือของคุณ และให้ความสำคัญกับความรู้ด้านสมุนไพรของคุณ
• หากยังคงมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกต่อไป ระดับความสัมพันธ์อาจเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
‘อย่างที่คิดไว้…’
‘การขายสมุนไพรวิเศษหายากตั้งแต่ช่วงต้นเกมแบบนี้ทำให้ระดับความสัมพันธ์พุ่งจากเป็นกลางไปเป็นเป็นมิตรได้ทันที’
สวีเฟิงพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้ไม่น้อย
เพราะการเพิ่มระดับความสัมพันธ์กับNPCนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โดยปกติแล้ว ผู้เล่นต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้น
กว่าจะได้รับความไว้วางใจจากNPCได้จริง ๆ
“ถึงจะน่าเสียดายที่การสนทนาของเราต้องจบลงเร็วกว่าที่คิด”
“แต่ข้าหวังว่านักผจญภัยหลินเฟิงจะรับเงินจำนวนนี้เอาไว้”
“ไม่เช่นนั้น ข้าคงรู้สึกผิดที่รับสมุนไพรหายากไปมากขนาดนี้”
เอเลียสกล่าว พร้อมวางถุงเงินที่ดูหนักอึ้งลงบนโต๊ะ
ขณะเดียวกัน มือของเขาก็รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
เพียงพริบตาเดียว สมุนไพรทั้งหมดบนโต๊ะก็หายวับไป
และถูกเก็บเข้าไปภายในแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วมือของเอเลียสเรียบร้อยแล้ว
การกระทำแบบนี้หากเป็นคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คงต้องสับสนอย่างแน่นอน
แต่สวีเฟิงรู้ดีอยู่แล้วว่า แหวนที่เอเลียสสวมอยู่นั้นคืออะไร
พูดง่ายๆมันคือ “แหวนมิติ”
แหวนเวทมนตร์ที่มีพื้นที่ภายในขนาดใหญ่ สามารถใช้เก็บสิ่งของจำนวนมากได้
ซึ่งมีแนวคิดคล้ายกับช่องเก็บของและคลังเก็บของของผู้เล่น
และเพราะNPCไม่มีช่องเก็บของส่วนตัวแบบผู้เล่น
NPCจำนวนมากจึงใฝ่ฝันอยากครอบครองแหวนมิติแบบนี้กันทั้งนั้น
น่าเสียดายที่ การสร้างแหวนมิติมีต้นทุนสูงอย่างมหาศาล
แถมเทคนิคการสร้าง ก็ดูเหมือนจะสูญหายไปแล้วในปัจจุบัน
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แหวนมิติหายากอย่างมาก
รวมถึงเหตุผลที่อาชีพขนส่งสินค้า ยังคงมีอยู่ในดีไวซ์เวิลด์
“ดูเหมือนว่านักผจญภัยหลินเฟิงจะไม่ธรรมดาจริงๆ”
เอเลียสกล่าวชม เมื่อสังเกตเห็นว่าสวีเฟิงแทบไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลยหลังเห็นเขาเก็บสมุนไพรเข้าแหวนมิติ
“ท่านกล่าวเกินไปแล้วครับ ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส”
สวีเฟิงส่ายหน้าเบาๆ ก่อนปฏิเสธคำชมอย่างสุภาพ
“มีเพียงบุคคลระดับท่านเท่านั้น ที่คู่ควรกับแหวนเวทมนตร์เช่นนี้”
เอเลียสพยักหน้าด้วยความพอใจ
ก่อนกล่าวอำลาในเวลาต่อมา
“ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการต่อ”
“ท่านสามารถใช้ห้องนี้ได้ตามสบาย”
“หากต้องการความช่วยเหลืออะไร แซนดี้จะคอยดูแลท่านเอง”
ทันทีที่เอเลียสออกจากห้องไปสวีเฟิงก็หยิบถุงเงินบนโต๊ะขึ้นมาก่อนเปิดดูจำนวนเงินที่เขาได้รับจากการซื้อขายครั้งนี้
‘300เหรียญเงิน…’
‘เอเลียสนี่ใจกว้างกว่าที่คิดจริงๆ’
สวีเฟิงพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้อย่างมาก
มันให้ความรู้สึกราวกับถูกลอตเตอรี่เลยทีเดียว
เพราะการที่เขาไม่ระบุราคาอย่างชัดเจน
ก็เท่ากับปล่อยให้เอเลียสเป็นฝ่ายตีมูลค่าสมุนไพรด้วยตัวเอง
จากการคำนวณเดิมของสวีเฟิงหากสามารถขายได้ราว100ถึง150 เหรียญเงิน เขาก็พอใจมากแล้ว
ท้ายที่สุด สมุนไพรเหล่านี้จะไม่ได้มีมูลค่าสูงนัก เมื่อผู้เล่นเริ่มมีเลเวลเพิ่มขึ้นในอนาคต
ไม่ช้าก็เร็ว พื้นที่ที่สมุนไพรพวกนี้เติบโตอยู่ก็จะถูกสำรวจจนพบอยู่ดี
ดังนั้น สำหรับสวีเฟิงแล้ว
การได้เงิน100ถึง150เหรียญเงิน ก็นับว่าเป็นโชคก้อนใหญ่แล้ว
ในช่วงเริ่มต้นเกมตอนนี้
ผู้เล่นแต่ละคนจะมีเงินเริ่มต้นเพียง10เหรียญทองแดงเท่านั้นโดยหน่วยเงินในดีไวซ์เวิลด์จะแบ่งเป็น
• เหรียญทองแดง
• เหรียญเงิน
• เหรียญทอง
ซึ่ง100เหรียญทองแดง มีค่าเท่ากับ1เหรียญเงิน
และ100เหรียญเงินมีค่าเท่ากับ1เหรียญทอง
กล่าวอีกอย่างก็คือการซื้อขายครั้งนี้เพียงครั้งเดียว ทำให้สวีเฟิงได้รับเงิน มากถึง3เหรียญทองเต็มๆ
แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่มีค่าที่สุดกลับไม่ใช่เงินเหล่านี้
หากแต่เป็นหนังสือเก่า ที่เอเลียสมอบให้เขาต่างหาก
สวีเฟิงเปิดอ่านหน้าหนังสือทีละหน้า
แม้สีหน้าภายนอกจะยังสงบนิ่งเหมือนเดิม
แต่ภายในใจของเขา กลับแทบจะเต้นรำด้วยความดีใจ
‘เดิมทีฉันแค่อยากได้สูตรปรุงยาระดับสูงสักสูตรเท่านั้น…’
‘แต่เอเลียสกลับยัดสูตรมาให้ตั้งเยอะในคราวเดียว’
สวีเฟิงอุทานในใจด้วยความตื่นเต้น
ตามปกติแล้ว สูตรปรุงยาเพียงสูตรเดียวก็มีมูลค่าราว1เหรียญเงินหรือมากกว่านั้นแล้ว
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหายากและคุณภาพของยาแต่ละชนิด
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือสูตรปรุงยาบางสูตร สามารถมีมูลค่าสูงถึง100 เหรียญทองสำหรับผู้เล่นเลยทีเดียว
และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ
ผู้เล่นเหล่านั้นแทบไม่มีทางเลือกอื่นเลย นอกจากยอมถูกรีดไถอย่างจำใจ
เพราะหากไม่มีสูตรปรุงยา
ต่อให้มีสมุนไพรล้ำค่าอยู่ในมือ ก็ไม่สามารถสังเคราะห์ยาออกมาได้อยู่ดี
และที่เป็นการซ้ำเติมเข้าไปอีก
สูตรปรุงยาเหล่านี้ยัง “ไม่สามารถซื้อขายต่อได้”
นั่นหมายความว่า เมื่อมีผู้เล่นคนหนึ่งเรียนรู้สูตรไปแล้ว
มันก็จะไม่สามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้อีก
พูดง่ายๆก็คือ สูตรหนึ่งจะมีเจ้าของได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
หลังเก็บเหรียญทั้งหมดเข้าไปในช่องเก็บของ
สวีเฟิงก็กลายเป็นผู้เล่นที่ร่ำรวยที่สุดในดีไวซ์เวิลด์ทันที
แล้วในตอนนี้ จะมีใครอีก ที่ครอบครองเงิน ถึง3เหรียญทองได้?
ขณะที่สวีเฟิงกำลังจมอยู่ในโลกของตัวเอง
แซนดี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย
“เอ่อ…นักผจญภัยหลินเฟิงคะ”
“ท่าน…ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
เธอถามอย่างระมัดระวังจากด้านข้าง
“อ๊ะ อ้อ ผมไม่เป็นไร”
“มีอะไรหรือเปล่า?”
สวีเฟิงหลุดจากภวังค์ ก่อนหันไปมองเธอพร้อมเลิกคิ้วเล็กน้อย
“คือฉันแค่อยากทราบว่า…”
“ท่านยังต้องการใช้ห้องนี้ต่ออยู่ไหมคะ?”
แซนดี้ถามด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน สายตาแอบเหลือบมองนาฬิกาอยู่เป็นระยะ
“จริงสิ คุณยังต้องกลับไปทำงานที่โถงด้านล่างนี่นา”
สวีเฟิงเข้าใจสถานการณ์ของเธอทันที
“คุณไปทำงานต่อได้เลย ไม่ต้องสนใจผมหรอก”
“ถือว่านี่เป็นคำขอบคุณ สำหรับความช่วยเหลือของคุณก็แล้วกัน”
เขากล่าว พร้อมยื่นเหรียญทองแดง5เหรียญให้เธอ