- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่16:ฟอรัมเกม
บทที่16:ฟอรัมเกม
บทที่16:ฟอรัมเกม
บทที่16:ฟอรัมเกม
ตอนแรกแซนดี้ถึงกับตกตะลึงกับความใจกว้างของสวีเฟิง และพยายามปฏิเสธเงินของเขา
แต่สวีเฟิงกลับยืนกรานให้เธอรับมันเอาไว้
“คุณช่วยผมไว้มากจริงๆ”
“ถ้าไม่ได้คุณเรียกกับปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียสให้ เรื่องวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”
“ดังนั้น เงินจำนวนนี้ถือว่าสมควรแล้ว คุณรับไปเถอะ”
เขากล่าว และยัดเหรียญใส่มือเธอโดยตรง
เมื่อไม่มีทางเลือก
แซนดี้จึงทำได้เพียงรับเงินเอาไว้อย่างลังเล
แม้การแสดงออกของเธอจะดูพยายามสงบนิ่ง
แต่สวีเฟิงก็มองออกอยู่ดีว่า เธอกำลังตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
หลังกล่าวขอบคุณเขาซ้ำๆ หลายครั้ง
แซนดี้ก็รีบออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้สวีเฟิงอยู่ตามลำพัง
เมื่อประตูปิดลง
สวีเฟิงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
แม้แซนดี้จะไม่ใช่NPCที่สามารถเปิดระบบความสัมพันธ์เชื่อมโยงได้
แต่เธอก็ยังเป็นพนักงานต้อนรับของศาลากลางเมืองอยู่ดี
ดังนั้น การมีความสัมพันธ์อันดีกับเธอไว้
ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเขาในอนาคตอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว
เพียงเพราะNPCไม่มีระบบความสัมพันธ์เชื่อมโยง ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีความประทับใจต่อผู้เล่น
อันที่จริงNPCประเภทนี้กลับรับมือได้ยากกว่าด้วยซ้ำ
เพราะผู้เล่นไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาเลย
นั่นหมายความว่า ทุกคนทำได้เพียงพยายามเพิ่มค่าความสัมพันธ์ลับกับ NPCเหล่านี้เท่านั้น
ดังนั้น การที่สวีเฟิงให้ทิปแซนดี้ถึง5เหรียญทองแดง
จึงเป็นการลงทุนกับเธอ
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนใจบุญอะไรทั้งนั้น
“ของที่ได้มาแบบไม่คาดคิดนี่…ให้ความรู้สึกดีจริง ๆ”
เขาพึมพำเบาๆ
ตอนนี้เขาทำเป้าหมายปัจจุบันสำเร็จไปอย่างน้อย60%แล้ว
แม้จะมีการเปลี่ยนแผนอยู่บ้าง เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลายอย่าง
แต่ถึงอย่างนั้น สวีเฟิงกลับพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก
เพราะสิ่งที่ได้รับจากเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเหล่านี้
เหนือกว่าเป้าหมายเดิมของเขาเสียอีก
เงิน3เหรียญทองกับอีก5เหรียญทองแดง
รวมถึงสูตรปรุงยาจำนวนมาก ที่เขาเรียนรู้ไปเรียบร้อยแล้ว
ทุกอย่างกำลังไปได้สวยอย่างมาก
“เอาล่ะ…”
“ได้เวลาเข้าไปดูในฟอรัมแล้ว ว่ามีใครพูดถึงฉันบ้างหรือยัง”
สวีเฟิงประสานมือเข้าหากัน ก่อนเปิดฟอรัมเกมขึ้นมา
ฟอรัมเกมถือเป็นฟีเจอร์ชั้นยอด ที่เปิดให้ผู้เล่นจากทั้งภูมิภาคเดียวกันและต่างภูมิภาคสามารถสื่อสารกันได้
มันเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับผู้เล่น
แต่ถ้าจะพูดกันตรงๆ แล้ว
มันก็แทบไม่ต่างจากแหล่งรวมข่าวซุบซิบขนาดมหึมาเลย
ผู้เล่นที่ต้องการปล่อยข่าวลือ
หรือพบเห็นเรื่องน่าสนใจบางอย่างแล้วอยากเอามาเล่า
มักจะมารวมตัวกันพูดคุยในฟอรัมเกมแห่งนี้เสมอ
สวีเฟิงกวาดตามองฟอรัมเกม ซึ่งเต็มไปด้วยหัวข้อสนทนาหลากหลายประเภท
ก่อนจะเลือกกรองพื้นที่เฉพาะเจาะจง
จักรวรรดิเอเธเรีย เมืองริเวอร์วูด
แนบ:ภาพหน้าจอผู้เล่นปริศนากำลังเดินขึ้นชั้นบน
• ช็อก!!! มีผู้เล่นขึ้นชั้นสองของศาลากลางเมืองได้? หรือว่าจะเป็นเควสต์ลับ!?
• ผู้เล่นที่สามารถเข้าสู่ชั้นสองของศาลากลางเมือง!
ในบรรดาหัวข้อทั้งหมด
มีอยู่กระทู้หนึ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุด
และมีผู้เล่นเข้าไปพูดคุยกันอย่างล้นหลาม
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้โพสต์คือผู้เล่นชื่อ “OneManMedia”
และเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของตัวเอง
อีกฝ่ายยังแนบภาพหน้าจอด้านหลังของสวีเฟิงเอาไว้ด้วย
เนื่องจากภาพหน้าจอหรือวิดีโอจากดีไวซ์เวิลด์ ไม่สามารถปลอมแปลงหรือแก้ไขได้
มันจึงถือเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด
แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือการถ่ายภาพหน้าจอและวิดีโอ จำเป็นต้องใช้เงินภายในเกมดังนั้น ผู้เล่นที่พบสวีเฟิง
จึงไม่สามารถนำหลักฐานออกมาแสดงได้เพียงพอ
เพราะตอนนั้นอีกฝ่ายเพิ่งเริ่มเกมเหมือนกัน
สุดท้ายจึงทำได้เพียงพูดปากเปล่า และปล่อยให้คนอื่นไปตรวจสอบด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์คำพูดของเขา
“ภาพถ่ายหนึ่งใบราคา 20 เหรียญทองแดง…”
“แต่ผู้เล่นคนนี้กลับยอมจ่ายได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกมแบบนี้”
สวีเฟิงรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อย
ด้านหนึ่ง เขาก็รู้สึกขอบคุณที่ OneManMedia ช่วยโฆษณาให้ฟรีๆ
แต่อีกด้านหนึ่ง เขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายใช้เงินสิ้นเปลืองเกินไป
ในช่วงเวลานี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่จะเลือกใช้เงินอย่างระมัดระวังที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ
แต่ผู้เล่นคนนี้กลับยอมเสีย20เหรียญทองแดง เพียงเพื่อถ่ายภาพหนึ่งใบ
อีกฝ่ายต้องเป็นคนที่ใจกล้ามาก
หรือไม่ก็โง่มากอย่างใดอย่างหนึ่ง
และสวีเฟิงก็หวังว่า มันจะเป็นแบบแรกมากกว่า
เพราะนั่นหมายความว่า OneManMedia มีโอกาสกลายเป็นคนที่มีประโยชน์ได้ในอนาคต
น่าเสียดายที่ สวีเฟิงไม่สามารถนึกชื่อผู้เล่นคนนี้ออกได้เลย
ซึ่งหมายความว่า อีกฝ่ายคงไม่เคยกลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในอดีต
ในช่วงก่อนหน้า สวีเฟิงจดจำรายชื่อผู้เล่นชื่อดังและผู้เล่นทรงอิทธิพลเอาไว้เกือบทั้งหมด
เพื่อใช้ศึกษา วิเคราะห์ และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของตัวเอง
ดังนั้น เขาจึงมั่นใจมากว่า
ไม่มีผู้เล่นชื่อ OneManMedia อยู่ในรายชื่อที่เขาเคยจับตามอง
‘แต่จากการที่อีกฝ่ายยอมเสีย20เหรียญทองแดง เพื่อภาพถ่ายแค่ใบเดียว…’
‘ก็น่าจะเป็นคนที่ทะเยอทะยานพอตัว’
สำหรับคนทะเยอทะยาน ที่สุดท้ายกลับไม่มีชื่อเสียงหลงเหลืออยู่เลย
มักมีอยู่แค่สองเหตุผลเท่านั้น
หนึ่งล้มเหลวไม่เป็นท่า
หรือสอง
ประสบความสำเร็จแล้ว แต่สุดท้ายกลับถูกคนระดับสูงกว่ากลบจนถูกลืมเลือน
สวีเฟิงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ อย่างเงียบงัน
ก่อนตัดสินใจจดจำชื่อของผู้เล่นคนนี้เอาไว้ในใจ
ว่าอีกฝ่ายเป็นคนฉลาดจริงหรือเป็นเพียงคนบ้าบิ่นไร้สมอง
เขาสามารถทดสอบและตัดสินได้ในภายหลัง
จากนั้น สวีเฟิงก็กดเปิดกระทู้ในฟอรัม
ก่อนเริ่มอ่านความคิดเห็นของผู้เล่นคนอื่นๆต่อไป
หมัดประกาศิต:ผู้เล่นคนนั้นอยู่ที่ไหนตอนนี้? ฉันอยากคุยเรื่องร่วมมือกับเขาสักหน่อย
วายุแผ่ว:ฉันส่งข้อความส่วนตัวไปที่คุณแล้ว OneManMedia
กุหลาบโลหิต:แน่ใจเหรอว่านั่นเป็นผู้เล่นจริงๆ ไม่ใช่NPCที่แต่งตัวเหมือนผู้เล่น? มุมของภาพถ่ายมันดูยากมากเลยนะ
บัวมรกต:แล้วพวกนายจะมานั่งคอมเมนต์กันอยู่ตรงนี้ทำไม? เจ้าของโพสต์ก็บอกชัดแล้วว่าเขาอยู่ที่ศาลากลางเมือง ก็แค่ไปนั่งเฝ้าที่ล็อบบี้สิ!
หมัดประกาศิต:??? คิดว่าฉันไม่อยากไปเฝ้าหรือไง? ฉันกำลังรีบทำเควสต์เก็บเลเวลเพื่อแย่งรางวัลเคลียร์ดันเจี้ยนครั้งแรกอยู่นะ
บัวมรกต:แต่ยังมีเวลามานั่งเล่นฟอรัมเกมนี่นะ โธ่~ฉันไม่รู้เลยว่าคุณเป็นนินจาที่สามารถแยกร่างได้ด้วย
เมื่ออ่านความคิดเห็นของบัวมรกต
สวีเฟิงแทบหลุดหัวเราะออกมา
อย่างน้อยก็ยังมีคนที่มีสมองอยู่บ้าง
ทั้งสามารถอ่านข้อมูลและเชื่อมโยงเบาะแสได้จริงๆ
แถมยังยิงมุกได้เจ็บแสบอีกด้วย
“หมัดประกาศิต วายุแผ่ว แล้วก็กุหลาบโลหิต…”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปนชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา