- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่13:ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส
บทที่13:ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส
บทที่13:ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส
บทที่13:ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส
หลังจากบอกให้สวีเฟิงรออยู่ตรงนั้น
พนักงานต้อนรับก็รีบวิ่งออกจากโถงหลักของศาลากลางเมืองทันที ก่อนพุ่งขึ้นไปยังชั้นบนอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์นี้สร้างความสนใจให้ผู้เล่นรอบข้างไม่น้อย
หลายคนเริ่มหันมามองสวีเฟิงด้วยความสงสัย
“หืม? ผู้เล่นคนนั้นทำอะไรน่ะ?”
“ทำไมพนักงานต้อนรับถึงดูร้อนรนขนาดนั้น?”
“ปกติNPCพวกนี้แทบไม่มีอารมณ์ชัดเจนเลยนะ”
“แต่ผู้เล่นคนนั้นกลับทำให้เธอรีบวิ่งขึ้นไปข้างบนได้”
“หมอนั่นใส่ชุดมือใหม่กับถือคทามือใหม่…”
“งั้นก็น่าจะเป็นสายนักเวทสินะ”
“อาจเป็นจอมเวท นักอัญเชิญ อาร์เคนเมจ หรือไม่ก็นักบวชศักดิ์สิทธิ์”
ผู้เล่นหลายคนเริ่มพูดคุยกันอย่างรวดเร็วทั้งเดาคลาสของสวีเฟิง
และสงสัยว่าเขาไปทำอะไรมา
ส่วนสวีเฟิงนั้น
เขาแกล้งทำเป็นทั้งหูหนวกและตาบอด ไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทารอบตัวเลยแม้แต่น้อย
แต่ลึกๆ แล้วเขาก็กำลังอึ้งกับปฏิกิริยาของพนักงานต้อนรับไม่น้อยเช่นกัน
ทำไมเธอถึงต้องแสดงปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้นด้วย?
ตามปกติแล้วNPCในช่วงต้นเกมแทบจะไม่มีอารมณ์ชัดเจนนัก
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่สวีเฟิงกล้าเผยสมุนไพรวิเศษออกมาตรงนี้
แต่ดูเหมือนว่า เขาจะคำนวณพลาดอีกครั้งแล้ว
‘หรือว่านี่จะเป็นผลของปรากฏการณ์ผีเสื้อกันนะ…’
‘เพราะสมุนไพรที่ฉันมี ไม่ควรปรากฏในช่วงเวลานี้’
‘มันเลยทำให้พฤติกรรมของNPCผิดปกติไปงั้นเหรอ?’
สวีเฟิงครุ่นคิดเงียบ ๆ
พร้อมขมวดคิ้วแน่น
เขาเริ่มตระหนักได้ว่า ต่อจากนี้จำเป็นต้องระมัดระวังการกระทำของตัวเองให้มากกว่าเดิม
การรู้เหตุการณ์ในอนาคตถือเป็นข้อได้เปรียบมหาศาลก็จริง
และมันช่วยให้เขาฉวยโอกาสจากสิ่งต่างๆ ได้
แต่ทุกอย่างต้องทำอย่างรอบคอบ
เขาจะปล่อยให้ความโลภชั่ววูบ ทำให้สูญเสียผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าไม่ได้เด็ดขาด
คนที่ยืนอยู่เหนือผู้อื่นได้เสมอ
ต้องเป็นคนที่มองไกล และวางแผนล่วงหน้าให้มากพอ
‘โชคดีที่ฉันรู้ตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ…’
‘ไม่อย่างนั้นเรื่องคงแย่แน่’
สวีเฟิงคิดในใจ ก่อนจะเริ่มทบทวนแผนการซื้อขายที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ เขาตั้งใจจะกอบโกยกำไรครั้งใหญ่ในทันที
แต่ตอนนี้ คงต้องเลื่อนแผนนั้นออกไปก่อน
เพราะเขาไม่สามารถเสี่ยง ให้เกิดปัญหาหรือทำตลาดพังตั้งแต่ช่วงต้นเกมได้
นั่นไม่ใช่วิธีคิดของนักหากำไรที่แท้จริง
และแน่นอน
เขาไม่มีทางปล่อยให้พวกลูกคุณหนูสายเปย์ หรือผู้เล่นกระเป๋าหนักพวกนั้น
ใช้ชีวิตกันง่ายๆ แน่นอน
ในเมื่อพวกมันเต็มใจบริจาคเงินให้เขาอยู่แล้ว
แล้วเขาจะไม่รีดพวกมันจนหมดตัวได้ยังไงกัน?
อันที่จริงหากปล่อยให้พวกมันใช้ชีวิตสบายเกินไปต่างหาก ที่นับว่าเป็นอาชญากรรมเสียยิ่งกว่า
ขณะที่สวีเฟิงกำลังคิดแผนชั่วร้ายอยู่ในใจ
แม้สีหน้าภายนอกของเขาจะไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
แต่กลิ่นอายและแรงกดดันที่แผ่ออกมาตามธรรมชาติ กลับทำให้ผู้เล่นบางคนเริ่มระแวดระวังตัวขึ้นมา
หลายคนถึงขั้นรู้สึกหวาดๆ
พร้อมสงสัยว่า ชายคนนี้กำลังวางแผนอะไรอันตรายอยู่กันแน่
ภายในเวลาไม่กี่นาที
ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ทำธุระในศาลากลางเมืองเสร็จแล้ว ต่างรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้สวีเฟิง ที่ดูทั้งลึกลับและน่ากลัวแบบนี้
แต่การกระทำของพวกเขา กลับไม่ส่งผลต่อสวีเฟิงแม้แต่น้อย
เขายังคงสงบนิ่ง และรอการกลับมาของพนักงานต้อนรับอย่างอดทน
เวลาค่อยๆ ผ่านไป
ไม่นานนัก พนักงานต้อนรับก็เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมชายชราคนหนึ่ง
ชายชรามีผมสีเงิน พร้อมเคราแพะสีขาวบริเวณคาง
แม้ภายนอกจะดูสูงวัย
แต่รูปร่างของเขากลับแข็งแรง จนให้ความรู้สึกเหมือนชายวัยหนุ่มมากกว่า
“ต้องขออภัยที่ทำให้รอนาน”
“แต่ท่านคือนักผจญภัยที่มีสมุนไพรวิเศษหายากเหล่านั้นใช่หรือไม่?”
ชายชราถามขึ้นทันที โดยไม่แม้แต่รอให้พนักงานต้อนรับแนะนำตัวเสียก่อน
สวีเฟิงพยักหน้ารับ ขณะเดียวกันก็กวาดตามองรอบด้านอย่างเงียบๆ
แม้NPCในช่วงต้นเกม จะยังไม่ได้เหมือนมนุษย์จริงนัก
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะโง่เขลาหรือสื่อสารกับผู้เล่นไม่ได้เลย
ดังนั้น สวีเฟิงจึงเข้าใจได้ทันทีว่า
ชายชราคนนี้กำลังส่งสัญญาณว่า เขาต้องการคุยเรื่องนี้กันเป็นการส่วนตัวภายในห้องก่อน
“อา ดูเหมือนข้าจะเสียมารยาทไปหน่อย”
“เชิญตามข้าขึ้นมาข้างบนเถอะ”
ชายชรายิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางเดิมที่เขาลงมา
หลังจากชายชราเริ่มเดินขึ้นบันได
พนักงานต้อนรับก็รีบเดินนำทางสวีเฟิงอย่างสุภาพทันที
ส่วนผู้เล่นที่เหลืออยู่ภายในศาลากลางเมืองนั้น
ทุกคนต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
สายตาทั้งหมดจับจ้องไปยังสวีเฟิง ที่สามารถเดินตามพวกเขาขึ้นไปชั้นบนได้อย่างไร้อุปสรรค
“ผู้เล่นคนนั้นขึ้นไปข้างบนได้ยังไงกัน!?”
“เป็นไปไม่ได้…”
“การจะขึ้นชั้นบนได้ ต้องทำเควสต์สะสมกับมีค่าชื่อเสียงถึงเกณฑ์ก่อนนะ!”
“แต่อีกฝ่ายกลับปลดล็อกเงื่อนไขได้แล้วงั้นเหรอ?”
“ฉันต้องรีบแจ้งหัวหน้ากิลด์เดี๋ยวนี้!”
ผู้เล่นจำนวนมากเริ่มแตกตื่นกันทันที
บางคนรีบติดต่อเพื่อน บางคนรีบส่งข่าวให้หัวหน้าทีมหรือหัวหน้ากิลด์ของตัวเอง
เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในศาลากลางเมือง
‘หึ พวกนี้กำลังช่วยโฆษณาให้ฉันฟรีๆ เลยนี่นา’
‘สงสัยฉันคงต้องตอบแทนพวกมัน ด้วยการรีดเงินออกมาให้หมดตัวสินะ’
สวีเฟิงหัวเราะในใจเบา ๆ เมื่อได้ยินความวุ่นวายในโถงด้านล่าง
หลังจากผ่านไปพักหนึ่ง
สวีเฟิงก็มาถึงหน้าห้องห้องหนึ่ง
บนป้ายหน้าประตูเขียนเอาไว้ว่า“ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียส”
ฝีเท้าของสวีเฟิงหยุดชะงักทันที
ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ชื่อ “เอเลียส” อย่างแน่วแน่
‘ชายชราคนนี้คือ…ปรมาจารย์สมุนไพรเอเลียสงั้นเหรอ!?’
สวีเฟิงตกตะลึงไม่น้อย
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดเลย ว่าจะได้พบตัวละครระดับนี้ตั้งแต่ช่วงต้นเกม
“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ นักผจญภัย?”
พนักงานต้อนรับถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าสวีเฟิงหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู
สวีเฟิงหลุดออกจากภวังค์ทันที
ก่อนจะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนตามปกติ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่มีอะไรครับ”
“เมื่อกี้ผมแค่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่”
เขาตอบกลับ โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมมากนัก
พนักงานต้อนรับไม่ได้สงสัยอะไร
เธอเพียงพยักหน้า ก่อนเชิญสวีเฟิงไปนั่งบนโซฟานุ่มสบาย
ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับชายชรา
เมื่อสวีเฟิงนั่งลง และพนักงานต้อนรับปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว
ชายชราก็เริ่มแนะนำตัวเองทันที
“ยินดีที่ได้รู้จัก นักผจญภัย”
“ข้าชื่อเอเลียส เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร”
“และข้าก็สนใจสมุนไพรวิเศษหายาก ที่หาได้ยากในภูมิภาคนี้เป็นพิเศษ”
เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ฟังดูสงบนิ่งอย่างมาก
แต่น่าเสียดายดวงตาและภาษากายของเขา กลับทรยศความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
ด้วยสายตาอันเฉียบคมของสวีเฟิง
เขาสามารถมองออกได้ทันทีว่า ชายชราตรงหน้ากำลังเต็มไปด้วย ความคาดหวังและความตื่นเต้น
ตามนิสัยปกติของตัวเองแล้ว
สวีเฟิงคงค่อยๆ หย่อนเหยื่อล่ออีกฝ่ายอย่างช้าๆ เพื่อรีดผลกำไรให้ได้มากที่สุด
แต่ตอนนี้
เมื่อรู้ว่าชายตรงหน้า จะกลายเป็นบุคคลระดับตำนานและมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในดีไวซ์เวิลด์ในอนาคต
สวีเฟิงจึงตัดสินใจ…ที่จะยอมเสียผลประโยชน์ไปบ้างในครั้งนี้
‘คิดซะว่าเป็นการลงทุนล่วงหน้า…’
‘เพื่อผลตอบแทนอันมหาศาลในอนาคตแล้วกัน’สวีเฟิงคิดในใจอย่างเงียบ ๆ