เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่12:เมืองริเวอร์วูด

บทที่12:เมืองริเวอร์วูด

บทที่12:เมืองริเวอร์วูด


บทที่12:เมืองริเวอร์วูด

เมืองริเวอร์วูดคือศูนย์กลางอันคึกคักของเหล่านักผจญภัยมือใหม่

บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับพลังงานบางอย่างกำลังแผ่ซ่านอยู่ทั่วทั้งเมือง

ผู้เล่นมากมายเดินขวักไขว่ไปตามถนนหิน รวมถึงตลาดที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ภายในเขตตลาด สามารถพบเห็นป้ายไม้แกะสลักอย่างประณีตได้ทั่วไป

ป้ายเหล่านั้นถูกแขวนอยู่หน้าร้านค้าและกิลด์ฮอลล์ต่างๆ เชื้อเชิญให้ผู้คนเข้าไปสำรวจและค้นพบสิ่งใหม่

เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับเมืองแห่งนี้

เหล่าNPC ที่แทบแยกไม่ออกจากมนุษย์จริงๆ ก็เดินไปมาบนท้องถนนเช่นกัน

พวกเขาคอยมอบเควสต์ รวมถึงคำแนะนำให้แก่นักผจญภัยหน้าใหม่

ผู้เล่นส่วนใหญ่สวมเพียงชุดเกราะพื้นฐาน และถืออาวุธธรรมดา ๆ

แต่ดวงตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ขณะมองดูภาพและเสียงของโลกเสมือนแห่งนี้

ส่วนใจกลางของเมืองริเวอร์วูดนั้น

คือลานกลางเมือง

สถานที่ที่ผู้เล่นจำนวนมากมารวมตัวกัน

บางกลุ่มตั้งปาร์ตี้กันสดๆตรงนั้น ขณะที่บางคนกำลังแลกเปลี่ยนข้อมูล

รวมถึงกลยุทธ์สำหรับเควสต์ถัดไปของพวกเขา

“ปาร์ตี้ล่าฮ็อบก็อบลินขาดอีก5คน!ต้องเลเวล 2 ขึ้นไป!”

“ทีมผจญภัยก่อตั้งใหม่ KillingGods เปิดรับสมาชิก! ไม่จำกัดเลเวล!”

“รับผู้เล่นเลเวล3ขึ้นไปลงดันเจียนเพลิงลุกโชน!”

เสียงตะโกนรับสมัครสมาชิกดังมาจากทุกทิศทาง

ทั้งคนที่กำลังหาปาร์ตี้ และคนที่กำลังมองหาทีมเข้าร่วม

สวีเฟิงเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงเสียงพวกนี้ได้ เพราะถูกบังคับให้ฟังเต็ม ๆ

‘พวกนี้ว่างกันจริง ๆ…’

‘มายืนตะโกนรับคนกลางลานแบบนี้

ก็เสียเวลาเปล่าเท่านั้นแหละ’

‘มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่จะโชคดีได้ผู้เล่นเก่ง ๆ ไปจริงๆ’

สวีเฟิงคิดในใจ มองภาพเหล่าผู้เล่นในลานกลางเมืองด้วยความขบขันเล็กน้อย

ถ้าเป็นผู้เล่นระดับโปรจริง ๆ

พวกนั้นไม่มีทางมายืนตะโกนหาปาร์ตี้วุ่นวายอยู่ที่นี่แน่นอน

สิ่งที่พวกเขาจะทำ คือสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของตัวเอง

เพื่อให้กิลด์ชื่อดังเป็นฝ่ายเข้าหาแทนต่างหาก

แม้เกมจะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน

แต่เมืองเริ่มต้นแห่งนี้ กลับมีระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายแล้ว

ตั้งแต่ช่างตีเหล็กที่สามารถตีอาวุธ ไปจนถึงโรงเตี๊ยมที่เสิร์ฟอาหารร้อน ๆ

รวมถึงศาลากลางเมือง ที่ผู้เล่นสามารถไปจัดตั้งกิลด์ของตัวเองได้เช่นกัน

เพราะรอบนอกเมืองนั้น

เต็มไปด้วยผืนป่าหนาทึบ ที่อัดแน่นไปด้วยมอนสเตอร์และสมบัติที่ซ่อนอยู่

ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้ผู้เล่นออกผจญภัย

และพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเอง ท่ามกลางอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่ภายใน

เป้าหมายหลักของเมืองเริ่มต้น

ก็คือการกระตุ้นให้ผู้เล่นรู้สึกว่า พวกเขามีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำและข้อมูลมากมายจากเหล่าNPC

เพื่อช่วยเหลือผู้เล่นมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจระบบของเกม

เป็นครั้งคราวก็จะมีNPCเดินเข้ามาหาสวีเฟิงโดยตรง

พร้อมขอให้เขาช่วยทำเควสต์ต่างๆ

และทุกครั้ง สวีเฟิงก็จะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนตามปกติ

ก่อนปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยอ้างว่าเขากำลังทำเควสต์อื่นอยู่แล้ว

แน่นอน มันเป็นคำโกหกล้วนๆ

เพราะเขายังไม่ได้รับเควสต์อะไรเลยแม้แต่อันเดียว

‘ฉันโดนดีบัฟหนักขนาดนี้แล้ว…’

‘จะให้ไปทำเควสต์ที่ไม่ให้ค่าประสบการณ์ทำไมกัน?’

สวีเฟิงแทบอยากกลอกตา ทุกครั้งที่NPCประเภทนี้เข้ามาหาเขา

ต่างจากเกมส่วนใหญ่ ที่มักมอบค่าประสบการณ์ให้เมื่อทำเควสต์สำเร็จ

ในดีไวซ์เวิลด์ มีเควสต์จำนวนมากที่ไม่ให้ค่าประสบการณ์เลยแม้แต่น้อย

โดยเฉพาะเควสต์ในเมืองเริ่มต้น

ส่วนใหญ่จะไม่มอบค่าประสบการณ์ เพื่อรักษาสมดุลของเกม

และป้องกันไม่ให้ผู้เล่นกักตุนเควสต์จนเกินไป

ดังนั้น สวีเฟิงจึงไม่มีความสนใจจะทำเควสต์เหล่านั้นเลย

แม้ภารกิจจะเป็นเพียงการไปกำจัดมอนสเตอร์ไม่กี่ตัวก็ตาม

เพราะนอกจากเขาแล้ว ผู้เล่นคนอื่นไม่ได้ติดดีบัฟลดค่าประสบการณ์ 99% แบบนี้

และย่อมเต็มใจทำเควสต์เหล่านั้นกันอยู่แล้ว

สวีเฟิงสูดหายใจลึก

ก่อนจะเมินฝูงชนรอบตัวแล้วค่อยๆ เดินมุ่งหน้าไปยังศาลากลางเมือง

เมื่อสวีเฟิงมาถึงและก้าวเข้าสู่ศาลากลางเมือง

สิ่งแรกที่ต้อนรับเขาคือกำแพงไม้โอ๊กแข็งแรง ซึ่งประดับด้วยผืนผ้าทอลวดลายเรียบง่ายแต่สง่างาม

ภาพบนผืนผ้าเหล่านั้น บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และตำนานท้องถิ่นของเมืองริเวอร์วูด

บรรยากาศภายในศาลากลางเมือง ให้ความรู้สึกโอ่อ่าอย่างเรียบง่าย

พื้นหินขัดเงาถูกเหยียบย่ำมานับครั้งไม่ถ้วน จนเรียบลื่นจากฝีเท้าของผู้มาเยือนและเจ้าหน้าที่ต่างๆ

หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ สาดส่องเข้ามาภายในอาคารอย่างอบอุ่น

ส่วนบนเพดาน มีโคมระย้าธรรมดาแขวนอยู่ เพื่อให้แสงสว่างเพิ่มเติมในยามจำเป็น

ต้นไม้กระถางไม่กี่ต้นช่วยเพิ่มสีเขียวให้กับห้อง

ขณะที่แผนที่และแผนผังที่ติดอยู่ตามกำแพง ก็แสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเมืองและพื้นที่โดยรอบเอาไว้

ใกล้กับทางเข้า

มีพนักงานต้อนรับนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เล็ก ๆ

ท่าทางของเธอดูเป็นมืออาชีพ แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเป็นมิตรในเวลาเดียวกัน

เธอคอยต้อนรับผู้มาเยือน และแนะนำพวกเขาไปยังส่วนต่าง ๆ ของศาลากลางเมือง

เมื่อเห็นสวีเฟิงเดินเข้ามา

หญิงสาวก็เผยรอยยิ้มอบอุ่นทันที

“สวัสดีค่ะ นักผจญภัย”

“วันนี้มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคะ?”

เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

สวีเฟิงไม่ได้อ้อมค้อมแม้แต่น้อย

เขาตอบกลับตรงประเด็นทันที

“สวัสดี ผมต้องการแลกเปลี่ยนสมุนไพรวิเศษหายากบางส่วนเป็นเงิน”

“และผมต้องการทำการซื้อขายในห้องส่วนตัว”

พนักงานต้อนรับชะงักไปเล็กน้อยกับคำขอนี้

แต่ไม่นาน เธอก็กลับมาควบคุมสีหน้าได้ตามเดิม

“นักผจญภัย ท่านแน่ใจหรือว่าต้องการใช้ห้องส่วนตัวในการซื้อขาย?”

พนักงานต้อนรับถามกลับด้วยท่าทีมึนงงเล็กน้อย

“หากสมุนไพรที่ท่านกล่าวถึงเป็นของหายากจริง แน่นอนว่าจะไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”

“แต่ถ้าไม่ใช่ ท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมสำหรับการจัดเตรียมห้องและบุคลากรเพิ่มเติม”

กล่าวโดยสรุปแล้ว

พนักงานต้อนรับกำลังพยายามเตือนสวีเฟิงอย่างสุภาพ ให้คิดทบทวนอีกครั้งเกี่ยวกับการตัดสินใจนี้

ท้ายที่สุดแล้ว ในช่วงเริ่มต้นเกมแบบนี้

ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังแทบไม่มีเงินพออัปเกรดอุปกรณ์ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมุนไพรวิเศษหายาก ที่มีค่าพอให้ทางเมืองสนใจดังนั้นความจริง เธอไม่ได้ดูถูกสวีเฟิง

แต่มันคือความจริงของสถานการณ์ในตอนนี้ต่างหาก

“วางใจได้ครับ คุณพนักงานต้อนรับ”

สวีเฟิงยิ้มบางๆ

ก่อนจะหยิบสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่เขากวาดมาจากสวนสมุนไพรมหัศจรรย์ออกมา

เขาแสดงมันให้เธอดูอย่างแนบเนียน โดยระวังไม่ให้คนอื่นเห็นเด็ดขาด

ปัง!

ฝ่ามือของพนักงานต้อนรับฟาดลงบนโต๊ะไม้ทันที

ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

เธอกลืนน้ำลายอย่างประหม่า ก่อนรีบพูดออกมา

“กรุณารอสักครู่นะคะ นักผจญภัย”

“ฉันจะไปเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรมาเดี๋ยวนี้”

จบบทที่ บทที่12:เมืองริเวอร์วูด

คัดลอกลิงก์แล้ว