- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่11:คำสาปติดตัว
บทที่11:คำสาปติดตัว
บทที่11:คำสาปติดตัว
บทที่11:คำสาปติดตัว
หลังจากถูกเหวี่ยงไปมาเหมือนตุ๊กตาผ้าอยู่พักใหญ่
ในที่สุด การมองเห็นของสวีเฟิงก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าเขาจะถูกส่งมายังเมืองแห่งหนึ่งแล้ว
เบื้องหน้าของเขาคือแท่นเคลื่อนย้ายมิติ
ซึ่งหมายความว่า เขาน่าจะถูกส่งตรงจากสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบมายังที่นี่
ขณะเดียวกัน เสียงพูดคุยจอแจจากรอบด้านก็ดังเข้าหู
เหล่าผู้เล่นกำลังรวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างคึกคัก
อุปกรณ์บนตัวของพวกเขาก็ดูธรรมดาไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าเพิ่งเริ่มเกมกันได้ไม่นาน
‘เฮ้อ…อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เสียเวลาในสถานศักดิ์สิทธิ์นานเกินไป’
‘ยังไม่ถึงขั้นตามคนอื่นไม่ทัน’
สวีเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เพียงกวาดสายตามองรอบๆ ก็เข้าใจสถานการณ์ได้ทันที
แต่ในขณะที่เขากำลังรู้สึกผ่อนคลายนั้นเอง
เสียงตะโกนด้วยความหงุดหงิดก็ดังมาจากด้านหลัง
“เฮ้!หลบไปได้แล้ว!”
“ไม่รู้หรือไงว่าตรงนี้คนใช้งานเยอะ!”
สวีเฟิงไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ต่อเสียงตะโกนนั้น
เขาเพียงหันกลับไปมองคนที่กำลังโวยวายอย่างใจเย็น
และคนคนนั้นก็คือชายร่างกำยำคนหนึ่ง
ในมือซ้ายของอีกฝ่ายถือโล่ไม้ ส่วนมือขวาถือหอกเหล็กยาว
‘งั้นก็เป็นผู้เล่นคลาสอัศวินหอกสินะ’
สวีเฟิงคิดในใจ พลางกวาดตามองอุปกรณ์ของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษที ฉันจะหลบเดี๋ยวนี้”
เขายิ้มบางๆ พร้อมแสดงสีหน้าขอโทษเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากแท่นเคลื่อนย้ายมิติอย่างสุภาพ
แท่นเคลื่อนย้ายมิติ คือระบบขนส่งสำหรับผู้เล่นในการเดินทางระหว่างสถานที่ต่างๆ
และขึ้นอยู่กับระยะทาง ค่าใช้จ่ายในการใช้งานก็จะแตกต่างกันไป
แต่ที่นี่คือ “เมืองเริ่มต้น”
เมืองที่ผู้เล่นจะถูกส่งมาหลังสร้างตัวละครเสร็จ
ดังนั้น แท่นเคลื่อนย้ายมิติของที่นี่จึงใช้งานได้ฟรี
ผู้เล่นยังสามารถกลับมายังเมืองได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้คัมภีร์เคลื่อนย้ายหรือคัมภีร์กลับเมืองอีกด้วย
เพราะแบบนั้น การยืนขวางอยู่บนแท่นท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก
จึงทำให้ผู้เล่นคนอื่นหงุดหงิดเป็นเรื่องธรรมดา
สวีเฟิงจึงไม่ได้ใส่ใจกับน้ำเสียงแข็งกระด้างของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
หลังจากเดินออกห่างจากแท่นเคลื่อนย้ายมิติ
สวีเฟิงก็เริ่มครุ่นคิดถึง “บทลงโทษ” ที่ระบบมอบให้เขา
สิ่งแรกที่เขาทำคือเปิดช่องเก็บของตรวจสอบทันที
และเมื่อเห็นว่าสมุนไพรทั้งหมดยังคงอยู่ครบ
เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
‘เฮ้อ…อย่างน้อยระบบก็ยังไม่ใจร้ายถึงขั้นยึดสมุนไพรที่ฉันอุตส่าห์กวาดมาคืน’สวีเฟิงคิดในใจ พร้อมตบหน้าอกตัวเองเบาๆ
เมื่อความกังวลหลักคลี่คลายลง
เขาก็เริ่มสงสัยว่า ระบบยังเตรียมบทลงโทษอะไรเอาไว้ให้อีกหรือไม่
ท้ายที่สุดแล้ว
ทั้งไม่ถูกจับเข้าคุก ทั้งไม่ถูกยึดสมุนไพร
มันทำให้เขาสับสนอย่างมากจริงๆ
ท้ายที่สุดแล้ว ระบบก็พูดเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “บทลงโทษจะถูกบังคับใช้”
และไม่มีทางที่ระบบจะโกหกเขาเด็ดขาด
ในหมู่ผู้เล่นของดีไวซ์เวิลด์ มีคำกล่าวอยู่ประโยคหนึ่งเสมอ
“จงเชื่อระบบให้มากกว่าพ่อแม่ คนรัก หรือเพื่อนของตัวเอง”
เพราะพ่อแม่ คนรัก หรือเพื่อน…อาจโกหกคุณได้
แต่ระบบจะไม่มีวันทำเช่นนั้น
“เฮ้อ…ช่างมันก่อนแล้วกัน”
“ลองเช็กหน้าสถานะดูก่อนดีกว่า”
สวีเฟิงดันแว่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปิดหน้าสถานะของตัวเองเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มาถึงดีไวซ์เวิลด์
—
ชื่อผู้เล่น: หลินเฟิง
คลาส: นักบวชศักดิ์สิทธิ์
เลเวล: 1
ค่าประสบการณ์: 0/100
ค่าสถานะ:
พละกำลัง 8
ความคล่องตัว 7
ความทนทาน 9
สติปัญญา 12
พลังชีวิต 10
—
ในตอนแรก
สวีเฟิงเพียงกวาดตามองหน้าสถานะผ่านๆ โดยไม่ได้คิดอะไรมาก
จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นว่าตัวเลขค่าประสบการณ์ กำลังเรืองแสงเป็นสีแดงเข้มผิดปกติ
“หืม…นี่มันหมายความว่ายังไง?”
สวีเฟิงพึมพำเบา ๆ ก่อนจะกดไปที่ค่าประสบการณ์ทันที
และทันทีที่กดลงไป
เขาก็เข้าใจในที่สุดว่าบทลงโทษที่ระบบมอบให้คืออะไร
ระบบ:เนื่องจากจริยธรรมของนักผจญภัยหลินเฟิง ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการสังหารมอนสเตอร์ทั่วไปจะลดลง 99% เป็นระยะเวลา 3 วัน
แม้ “3 วัน” จะฟังดูไม่นานนัก
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า
ตอนนี้เกมเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นานเท่านั้น
การถูกลดค่าประสบการณ์ลงถึง 99% ตั้งแต่ช่วงเริ่มเกม
แทบไม่ต่างจากการถูกทิ้งห่างผู้เล่นคนอื่นไปหนึ่งเดือนเต็ม
ท้ายที่สุดแล้ว ช่วงเริ่มต้นเกมคือช่วงเวลาสำคัญที่สุด
โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นระดับโปร หรือคนที่หาเลี้ยงชีพจากการเล่นเกม
ตามปกติ หากใครโดนดีบัฟโหดแบบนี้เข้าไป
ต่อให้ไม่สิ้นหวัง ก็คงเสียกำลังใจไปมากแน่นอน
ร่างกายของสวีเฟิงเริ่มสั่นเล็กน้อย
ในสายตาของคนรอบข้าง เขาดูเหมือนคนกำลังเสียสติ
จนผู้เล่นหลายคนเริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ และหลบห่างราวกับเจอโรคระบาด
แน่นอนว่าสวีเฟิงสังเกตเห็นเรื่องนั้น
แต่เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
เพราะตอนนี้เขากำลังพูดไม่ออกอย่างแท้จริง
‘อ่า…ระบบเอ๊ย’
‘คิดจริงๆ เหรอว่าดีบัฟแค่นี้จะหยุดฉันได้?’
สวีเฟิงหัวเราะในใจ
เพราะดีบัฟนี้ส่งผลเฉพาะกับมอนสเตอร์ทั่วไปเท่านั้น
ซึ่งหมายความว่า
ระบบคิดว่าเขาจะเป็นเหมือนผู้เล่นทั่วไป ที่เอาแต่ฟาร์มมอนสเตอร์ธรรมดาเพื่อเก็บเลเวล
เพื่อเก็บค่าประสบการณ์จากการฆ่ามอนสเตอร์ธรรมดา
มอนสเตอร์ธรรมดาเล่นก็คือพวกมอนสเตอร์เลเวลต่ำ ฆ่าง่ายและใช้สำหรับเร่งเลเวลผู้เล่นในช่วงต้นเกม
แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือในดีไวซ์เวิลด์ สิ่งที่ถูกจัดว่าเป็นมอนสเตอร์ทั่วไป”
ก็คือมอนสเตอร์ที่พบได้ตามพื้นที่ป่านอกเมืองนั่นเอง
แล้วสวีเฟิงจะไปเสียเวลาล่าพวกมันทำไม
ในเมื่อเขามีสมุนไพรวิเศษหายากอยู่เต็มกระเป๋า?
‘ลองเปิดแผนที่ดูหน่อยดีกว่า…ว่าระบบโยนฉันมาที่ไหนกันแน่’
เขาคิดในใจ พร้อมเปิดอินเทอร์เฟซแผนที่ขึ้นมา
เมืองริเวอร์วูด
นั่นคือชื่อเมืองที่สวีเฟิงถูกส่งมา
และเมื่อเห็นชื่อเมืองนี้ เขาก็อดสบถด่าระบบในใจไม่ได้
“บัดซบ…”
“ไม่คิดเลยว่าจะถูกโยนมาเมืองริเวอร์วูด ภายใต้เขตปกครองของจักรวรรดิเอเธเรีย”
“นี่แกกำลังจะบังคับให้ฉันถูกพวกลูกคุณหนูสายเปย์บดขยี้ใช่ไหม?”
สวีเฟิงหงุดหงิดกับสถานการณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้ทำอยู่ดี
เพราะถ้าจะย้ายไปภูมิภาคอื่นไม่เพียงต้องเสียเงินมหาศาล แต่ยังเสียเวลาอันมีค่าอีกด้วย
และการถูกส่งมายัง “เขตจักรวรรดิ” แบบนี้
ก็หมายความว่าการแข่งขันจะดุเดือดอย่างมากแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด
เพราะถ้าเขาวางแผนได้ดีพอ
โชคร้ายที่ดูเหมือนหายนะนี้ อาจกลายเป็นเหมืองทองคำก็ได้
‘ระบบคงคิดว่ามันเล่นงานฉันสำเร็จแล้วสินะ…’
‘แต่น่าเสียดาย ฉันสวีเฟิง ไม่เคยกลัวความท้าทาย’
เขากำหมัดแน่น
และแววตาคมวาบก็ปรากฏขึ้นในดวงตา
ประกายแห่งความมุ่งมั่นส่องวาบผ่านหลังเลนส์แว่นของเขา