เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่7:การหลอกลวง

บทที่7:การหลอกลวง

บทที่7:การหลอกลวง


บทที่7:การหลอกลวง

ด้วยเป้าหมายในการเก็บสมุนไพรวิเศษหายากภายใน สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบ เพื่อนำไปปรุงโพชันคุณภาพสูงระดับหายาก

สวีเฟิงจึงเริ่มลงมือทันที

แม้ NPC บนถนนจะดูแข็งทื่อ และไร้ชีวิตชีวาอยู่บ้าง

แต่สวีเฟิงก็ยังสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้ ด้วยวิธีอ้อม ๆ

เขาจะเริ่มจากการทักทายอย่างสุภาพ พูดคุยด้วยท่าทีเป็นมิตรปกติ

แม้คำตอบที่ได้รับจะเป็นเพียงบทสนทนาตายตัว

แต่ด้วยการเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง

สวีเฟิงก็สามารถค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น จนได้ข้อมูลที่ต้องการออกมา

ท้ายที่สุด สวีเฟิงก็ใช้เวลาไปเกือบอีกสิบนาที กว่าจะระบุตำแหน่งที่มีสมุนไพรวิเศษหายากจำนวนมากได้สำเร็จ

และชื่อของสถานที่นั้นก็ตรงไปตรงมาจนน่าเบื่อสุด ๆ

“สวนสมุนไพรมหัศจรรย์”

‘พวกยามลาดตระเวนของสวนสมุนไพรมหัศจรรย์ อาจไม่แข็งแกร่งเท่าผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์…’

‘แต่ด้วยค่าสถานะปัจจุบันของฉัน การเผชิญหน้าตรงๆก็ยังเป็นไปไม่ได้อยู่ดี’

สวีเฟิงสบถในใจอย่างเงียบ ๆ

ทำไมสวนสมุนไพรถึงต้องมียามเฝ้าด้วย?มันก็แค่สวนที่ปลูกสมุนไพรเท่านั้นเอง ปล่อยให้เหล่าสมุนไพรน่าสงสารเติบโตอย่างสงบไม่ได้หรือไง?

คนพวกนี้ต้องขาดความมั่นใจขนาดไหน ถึงขั้นส่งยามมาเฝ้าสวนกันเลยทีเดียว

น่ารังเกียจเกินไปแล้ว! ระแวงเกินเหตุชัดๆ!

สวีเฟิงสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง

ก่อนจะเริ่มสังเกตพวกยามลาดตระเวนอย่างละเอียด

เขาตั้งใจจะวิเคราะห์สถานการณ์ก่อน

และถ้าหากมันเป็นไปไม่ได้จริงๆเขาก็คงทำได้เพียงยอมแพ้

ท้ายที่สุดแล้ว แค่สามารถเข้ารับพิธีชำระล้างได้สำเร็จ

ผลประโยชน์ที่เขาได้รับ ก็มากเกินกว่าเป้าหมายเดิมไปไกลแล้ว

ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของสวนสมุนไพรมหัศจรรย์ สวีเฟิงเฝ้ามองเหล่า NPC เดินผ่านเข้าออกพื้นที่อยู่ตลอดเวลา

ตลอดช่วงเวลานั้น พวกยามลาดตระเวนแทบไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย ยังคงประจำตำแหน่งอย่างเงียบๆ

เวลาผ่านไปอีกหลายนาที

ทันใดนั้น สวีเฟิงก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

ยามลาดตระเวนเริ่มแสดงปฏิกิริยาต่อ NPC คนหนึ่ง NPC คนนั้นแต่งกายหรูหรากว่าคนทั่วไปอย่างชัดเจน ราวกับมีสถานะสูงกว่า

และท่าทีของเหล่ายามก็คล้ายกำลังแสดงความเคารพต่ออีกฝ่าย

“น่าสนใจแฮะ…”สวีเฟิงพึมพำเบาๆ พร้อมลูบคางครุ่นคิดกับสิ่งที่เห็น

จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้าเพื่อตรวจสอบเวลา

ก่อนจะพบว่า ตัวเองเสียเวลาไปกับการเฝ้าสังเกตเกือบ10นาทีแล้ว

“ช่างมันเถอะ…เสี่ยงหน่อยก็แล้วกัน”

“ยังไงพอหมดเวลา ฉันก็ต้องถูกเตะออกจากที่นี่อยู่ดี”

“ในเมื่อเป็นแบบนั้น…ก็ต้องเดิมพันดูสักครั้ง”

สวีเฟิงตัดสินใจแน่วแน่ เขาจัดเสื้อผ้าของตัวเองเล็กน้อย

แม้อยากจะหาเสื้อผ้าหรูๆ แบบที่NPCพวกนั้นสวมใส่ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

แต่เวลาของเขามีน้อยเกินไป

สวีเฟิงสูดหายใจลึก

ก่อนจะแสดงท่าทีมั่นใจ ปล่อยบรรยากาศราวกับขุนนางผู้สูงศักดิ์

แล้วเดินตรงไปยังเขตของสวนสมุนไพรมหัศจรรย์อย่างสง่าผ่าเผย

“หยุดอยู่ตรงนั้น ที่นี่เป็นเขตส่วนบุคคล”

“หากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามผู้ใดเข้าไปเด็ดขาด”

หนึ่งในยามลาดตระเวนสังเกตเห็นเขาเข้า

ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ราวกับมนุษย์จริงๆ ไม่มีผิด

อาวุธของเหล่ายามถูกยกขึ้นมาข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงชัดเจนว่าหากสวีเฟิงไม่ยอมถอยออกไป

สถานการณ์คงกลายเป็นความรุนแรงในไม่ช้า

แต่ถึงอย่างนั้น สวีเฟิงก็ยังคงสงบนิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาอีกด้วย

“หึ…แค่ยามลาดตระเวนตัวเล็กๆ ยังกล้าขวางทางข้า?”

สวีเฟิงจ้องพวกยามด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้อนุญาตให้ข้าเข้ามาที่นี่”

“หลังจากผ่านพิธีชำระล้างสำเร็จ ข้ายังได้รับสิทธิ์ให้เก็บสมุนไพรบางส่วนอีกด้วย”

“แต่พวกเจ้ากลับมาขวางทางข้า?”

“หรือว่าพวกเจ้ากำลังคิดจะขัดขวางการเติบโตของข้า”

“และป้องกันไม่ให้ข้ากลายเป็นกำลังสำคัญของสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบกัน?”

เหล่ายามลาดตระเวนชะงักไปชั่วขณะเห็นได้ชัดว่า พวกมันสับสนกับการระเบิดอารมณ์ของสวีเฟิงอย่างมาก

ดูเหมือนยามลาดตระเวนกำลังพยายามประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ

แต่สวีเฟิงจะปล่อยให้มันมีเวลาคิดได้อย่างไร?

ในการตบตาคนอื่น สิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงท่าทีให้เหนือกว่าและมั่นใจเข้าไว้

และสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักลืมก็คือ

“อย่าเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้คิด”

เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร คำโกหกก็ยิ่งมีโอกาสแตกมากขึ้นเท่านั้น

“อะไร? หรือพวกเจ้าไม่เชื่อข้า?”

สวีเฟิงยังคงแสดงท่าทีหยิ่งผยอง พร้อมกางแขนออกอย่างโอหัง

“ใช้ตาของพวกเจ้ามองให้ดี”

“ไม่เห็นหรือว่าข้าผ่านพิธีชำระล้างมาแล้ว?”

“หรือคิดว่าข้ากล้าพอจะเอานามของผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์มาแอบอ้างหลอกคนอื่น?”

แม้ยามลาดตระเวนจะยังคงสงสัยอยู่บ้าง

แต่มันก็หรี่ตาลง ก่อนจะเริ่มตรวจสอบสวีเฟิงอย่างละเอียดมากขึ้น

ไม่กี่วินาทีต่อมา

สีหน้าของยามลาดตระเวนก็เปลี่ยนไปทันทีเพราะมันมองเห็น “สภาวะหลังผ่านพิธีชำระล้าง” บนตัวของสวีเฟิงจริงๆ

ความลังเลเริ่มปรากฏขึ้นบนสีหน้าของยามลาดตระเวน

เห็นได้ชัดว่ามันกำลังไม่แน่ใจว่าควรจัดการอย่างไรต่อ

ขณะเดียวกัน สวีเฟิงก็เริ่มสบถในใจอย่างเงียบๆ

‘บัดซบ การผ่านพิธีชำระล้างเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์และเกิดขึ้นได้ยากมาก’

‘ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสิ’เดิมที เขาหวังว่าด้วยท่าทีโอหังของตัวเองรวมถึงหลักฐานว่าเขาผ่านพิธีชำระล้างมาแล้ว

จะทำให้ยามพวกนี้ยอมเปิดทางทันที โดยไม่คิดตรวจสอบเพิ่มเติม

เพราะถ้ามีใครไปเช็กข้อมูลจริงๆ ล่ะก็คำโกหกของเขาแตกแน่นอน

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

ยามลาดตระเวนยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น

‘เฮ้อ…ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกแล้วสินะ’ สวีเฟิงพึมพำในใจอย่างจนปัญญา

สวีเฟิงแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ

ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า แล้วตะโกนใส่พวกยามลาดตระเวนทันที

“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่”

“แต่เวลาของข้ามีจำกัด”

“ข้าจะเข้าไปเก็บสมุนไพรเดี๋ยวนี้”

“ส่วนพวกเจ้าก็ใช้เวลานั้นไปตรวจสอบข้อมูลของข้าได้เลย”

“ยังไงข้าก็อยู่ที่นี่ ไม่ได้หนีไปไหนอยู่แล้ว”

คำพูดของเขา แทบไม่ต่างจากการบอกว่า

เขายินดีอยู่ภายใต้การควบคุมตัวและหากถูกจับได้ว่าโกหก พวกยามก็สามารถลงโทษเขาได้ทุกเมื่อ

แต่ในทางกลับกันหากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง

การปล่อยให้เขาเข้าไปเก็บสมุนไพรล่วงหน้า ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรเลย

เพราะมันคือสิทธิ์ที่เขาได้รับหลังจากผ่านพิธีชำระล้างอยู่แล้ว

“ได้…เจ้าสามารถเข้าไปได้”

“แต่ก่อนที่ข้อมูลจะได้รับการยืนยัน เจ้าจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากสวน”

ยามลาดตระเวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์เช่นเดิม

‘ฮ่า ๆ ๆ สำเร็จ!’

สวีเฟิงแทบระเบิดเสียงหัวเราะออกมาภายในใจ

แต่ภายนอก เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์เพียงแค่พยักหน้าตอบกลับอย่างสงบนิ่งเท่านั้น

จบบทที่ บทที่7:การหลอกลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว