- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่7:การหลอกลวง
บทที่7:การหลอกลวง
บทที่7:การหลอกลวง
บทที่7:การหลอกลวง
ด้วยเป้าหมายในการเก็บสมุนไพรวิเศษหายากภายใน สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบ เพื่อนำไปปรุงโพชันคุณภาพสูงระดับหายาก
สวีเฟิงจึงเริ่มลงมือทันที
แม้ NPC บนถนนจะดูแข็งทื่อ และไร้ชีวิตชีวาอยู่บ้าง
แต่สวีเฟิงก็ยังสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้ ด้วยวิธีอ้อม ๆ
เขาจะเริ่มจากการทักทายอย่างสุภาพ พูดคุยด้วยท่าทีเป็นมิตรปกติ
แม้คำตอบที่ได้รับจะเป็นเพียงบทสนทนาตายตัว
แต่ด้วยการเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง
สวีเฟิงก็สามารถค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น จนได้ข้อมูลที่ต้องการออกมา
ท้ายที่สุด สวีเฟิงก็ใช้เวลาไปเกือบอีกสิบนาที กว่าจะระบุตำแหน่งที่มีสมุนไพรวิเศษหายากจำนวนมากได้สำเร็จ
และชื่อของสถานที่นั้นก็ตรงไปตรงมาจนน่าเบื่อสุด ๆ
“สวนสมุนไพรมหัศจรรย์”
‘พวกยามลาดตระเวนของสวนสมุนไพรมหัศจรรย์ อาจไม่แข็งแกร่งเท่าผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์…’
‘แต่ด้วยค่าสถานะปัจจุบันของฉัน การเผชิญหน้าตรงๆก็ยังเป็นไปไม่ได้อยู่ดี’
สวีเฟิงสบถในใจอย่างเงียบ ๆ
ทำไมสวนสมุนไพรถึงต้องมียามเฝ้าด้วย?มันก็แค่สวนที่ปลูกสมุนไพรเท่านั้นเอง ปล่อยให้เหล่าสมุนไพรน่าสงสารเติบโตอย่างสงบไม่ได้หรือไง?
คนพวกนี้ต้องขาดความมั่นใจขนาดไหน ถึงขั้นส่งยามมาเฝ้าสวนกันเลยทีเดียว
น่ารังเกียจเกินไปแล้ว! ระแวงเกินเหตุชัดๆ!
สวีเฟิงสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง
ก่อนจะเริ่มสังเกตพวกยามลาดตระเวนอย่างละเอียด
เขาตั้งใจจะวิเคราะห์สถานการณ์ก่อน
และถ้าหากมันเป็นไปไม่ได้จริงๆเขาก็คงทำได้เพียงยอมแพ้
ท้ายที่สุดแล้ว แค่สามารถเข้ารับพิธีชำระล้างได้สำเร็จ
ผลประโยชน์ที่เขาได้รับ ก็มากเกินกว่าเป้าหมายเดิมไปไกลแล้ว
ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของสวนสมุนไพรมหัศจรรย์ สวีเฟิงเฝ้ามองเหล่า NPC เดินผ่านเข้าออกพื้นที่อยู่ตลอดเวลา
ตลอดช่วงเวลานั้น พวกยามลาดตระเวนแทบไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย ยังคงประจำตำแหน่งอย่างเงียบๆ
เวลาผ่านไปอีกหลายนาที
ทันใดนั้น สวีเฟิงก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
ยามลาดตระเวนเริ่มแสดงปฏิกิริยาต่อ NPC คนหนึ่ง NPC คนนั้นแต่งกายหรูหรากว่าคนทั่วไปอย่างชัดเจน ราวกับมีสถานะสูงกว่า
และท่าทีของเหล่ายามก็คล้ายกำลังแสดงความเคารพต่ออีกฝ่าย
“น่าสนใจแฮะ…”สวีเฟิงพึมพำเบาๆ พร้อมลูบคางครุ่นคิดกับสิ่งที่เห็น
จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้าเพื่อตรวจสอบเวลา
ก่อนจะพบว่า ตัวเองเสียเวลาไปกับการเฝ้าสังเกตเกือบ10นาทีแล้ว
“ช่างมันเถอะ…เสี่ยงหน่อยก็แล้วกัน”
“ยังไงพอหมดเวลา ฉันก็ต้องถูกเตะออกจากที่นี่อยู่ดี”
“ในเมื่อเป็นแบบนั้น…ก็ต้องเดิมพันดูสักครั้ง”
สวีเฟิงตัดสินใจแน่วแน่ เขาจัดเสื้อผ้าของตัวเองเล็กน้อย
แม้อยากจะหาเสื้อผ้าหรูๆ แบบที่NPCพวกนั้นสวมใส่ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
แต่เวลาของเขามีน้อยเกินไป
สวีเฟิงสูดหายใจลึก
ก่อนจะแสดงท่าทีมั่นใจ ปล่อยบรรยากาศราวกับขุนนางผู้สูงศักดิ์
แล้วเดินตรงไปยังเขตของสวนสมุนไพรมหัศจรรย์อย่างสง่าผ่าเผย
“หยุดอยู่ตรงนั้น ที่นี่เป็นเขตส่วนบุคคล”
“หากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามผู้ใดเข้าไปเด็ดขาด”
หนึ่งในยามลาดตระเวนสังเกตเห็นเขาเข้า
ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ราวกับมนุษย์จริงๆ ไม่มีผิด
อาวุธของเหล่ายามถูกยกขึ้นมาข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงชัดเจนว่าหากสวีเฟิงไม่ยอมถอยออกไป
สถานการณ์คงกลายเป็นความรุนแรงในไม่ช้า
แต่ถึงอย่างนั้น สวีเฟิงก็ยังคงสงบนิ่ง
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาอีกด้วย
“หึ…แค่ยามลาดตระเวนตัวเล็กๆ ยังกล้าขวางทางข้า?”
สวีเฟิงจ้องพวกยามด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้อนุญาตให้ข้าเข้ามาที่นี่”
“หลังจากผ่านพิธีชำระล้างสำเร็จ ข้ายังได้รับสิทธิ์ให้เก็บสมุนไพรบางส่วนอีกด้วย”
“แต่พวกเจ้ากลับมาขวางทางข้า?”
“หรือว่าพวกเจ้ากำลังคิดจะขัดขวางการเติบโตของข้า”
“และป้องกันไม่ให้ข้ากลายเป็นกำลังสำคัญของสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบกัน?”
เหล่ายามลาดตระเวนชะงักไปชั่วขณะเห็นได้ชัดว่า พวกมันสับสนกับการระเบิดอารมณ์ของสวีเฟิงอย่างมาก
ดูเหมือนยามลาดตระเวนกำลังพยายามประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ
แต่สวีเฟิงจะปล่อยให้มันมีเวลาคิดได้อย่างไร?
ในการตบตาคนอื่น สิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงท่าทีให้เหนือกว่าและมั่นใจเข้าไว้
และสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักลืมก็คือ
“อย่าเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้คิด”
เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร คำโกหกก็ยิ่งมีโอกาสแตกมากขึ้นเท่านั้น
“อะไร? หรือพวกเจ้าไม่เชื่อข้า?”
สวีเฟิงยังคงแสดงท่าทีหยิ่งผยอง พร้อมกางแขนออกอย่างโอหัง
“ใช้ตาของพวกเจ้ามองให้ดี”
“ไม่เห็นหรือว่าข้าผ่านพิธีชำระล้างมาแล้ว?”
“หรือคิดว่าข้ากล้าพอจะเอานามของผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์มาแอบอ้างหลอกคนอื่น?”
แม้ยามลาดตระเวนจะยังคงสงสัยอยู่บ้าง
แต่มันก็หรี่ตาลง ก่อนจะเริ่มตรวจสอบสวีเฟิงอย่างละเอียดมากขึ้น
ไม่กี่วินาทีต่อมา
สีหน้าของยามลาดตระเวนก็เปลี่ยนไปทันทีเพราะมันมองเห็น “สภาวะหลังผ่านพิธีชำระล้าง” บนตัวของสวีเฟิงจริงๆ
ความลังเลเริ่มปรากฏขึ้นบนสีหน้าของยามลาดตระเวน
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังไม่แน่ใจว่าควรจัดการอย่างไรต่อ
ขณะเดียวกัน สวีเฟิงก็เริ่มสบถในใจอย่างเงียบๆ
‘บัดซบ การผ่านพิธีชำระล้างเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์และเกิดขึ้นได้ยากมาก’
‘ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสิ’เดิมที เขาหวังว่าด้วยท่าทีโอหังของตัวเองรวมถึงหลักฐานว่าเขาผ่านพิธีชำระล้างมาแล้ว
จะทำให้ยามพวกนี้ยอมเปิดทางทันที โดยไม่คิดตรวจสอบเพิ่มเติม
เพราะถ้ามีใครไปเช็กข้อมูลจริงๆ ล่ะก็คำโกหกของเขาแตกแน่นอน
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
ยามลาดตระเวนยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
‘เฮ้อ…ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกแล้วสินะ’ สวีเฟิงพึมพำในใจอย่างจนปัญญา
สวีเฟิงแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ
ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า แล้วตะโกนใส่พวกยามลาดตระเวนทันที
“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่”
“แต่เวลาของข้ามีจำกัด”
“ข้าจะเข้าไปเก็บสมุนไพรเดี๋ยวนี้”
“ส่วนพวกเจ้าก็ใช้เวลานั้นไปตรวจสอบข้อมูลของข้าได้เลย”
“ยังไงข้าก็อยู่ที่นี่ ไม่ได้หนีไปไหนอยู่แล้ว”
คำพูดของเขา แทบไม่ต่างจากการบอกว่า
เขายินดีอยู่ภายใต้การควบคุมตัวและหากถูกจับได้ว่าโกหก พวกยามก็สามารถลงโทษเขาได้ทุกเมื่อ
แต่ในทางกลับกันหากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง
การปล่อยให้เขาเข้าไปเก็บสมุนไพรล่วงหน้า ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรเลย
เพราะมันคือสิทธิ์ที่เขาได้รับหลังจากผ่านพิธีชำระล้างอยู่แล้ว
“ได้…เจ้าสามารถเข้าไปได้”
“แต่ก่อนที่ข้อมูลจะได้รับการยืนยัน เจ้าจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากสวน”
ยามลาดตระเวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์เช่นเดิม
‘ฮ่า ๆ ๆ สำเร็จ!’
สวีเฟิงแทบระเบิดเสียงหัวเราะออกมาภายในใจ
แต่ภายนอก เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์เพียงแค่พยักหน้าตอบกลับอย่างสงบนิ่งเท่านั้น