- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่6:พิธีชำระล้าง
บทที่6:พิธีชำระล้าง
บทที่6:พิธีชำระล้าง
บทที่6:พิธีชำระล้าง
ทันทีที่กระโดดลงสระสิ่งแรกที่สวีเฟิงสัมผัสได้ คือความเย็นเยียบที่ปะทุขึ้นไปทั่วทั้งร่างกาย
ราวกับเขาถูกน้ำแข็งกัดกินทั้งตัว
แต่แม้แต่คำว่าหนาวจนถึงกระดูก ก็ยังไม่เพียงพอจะอธิบายสภาพของเขาในตอนนี้
ความเย็นจากน้ำศักดิ์สิทธิ์แทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย ทำให้สันหลังของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
สวีเฟิงรู้อยู่แล้วว่า พิธีชำระล้างจะต้องรุนแรง
แต่ไม่คิดเลยว่า…มันจะรุนแรงถึงขนาดนี้
‘บัดซบ…คนพวกนั้นไม่ได้พูดเกินจริงเลย’
‘พิธีชำระล้างนี่…ไม่ต่างจากการลงนรกชัด ๆ’
ยิ่งสวีเฟิงจมลึกลงไปในสระมากเท่าไรสายน้ำเย็นเยียบก็ยิ่งโอบล้อมร่างกายของเขาแน่นหนาขึ้น
ราวกับกำลังดึงเขาเข้าสู่โลกแห่งพลังธาตุอันบริสุทธิ์ ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาถูกยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน
สวีเฟิงสามารถรับรู้ได้ถึงทุกหยดน้ำที่หมุนวนรอบตัว แต่ละหยดล้วนแฝงไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อันเข้มข้น
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
และความหนาวเหน็บก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบเกินกว่าที่มนุษย์จะทนไหว
แต่ถึงจะทรมานเพียงใด สวีเฟิงก็ยังไม่สั่นคลอนเพราะเขารู้ดีหากต้องการปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง
นี่คือบททดสอบที่เขาจำเป็นต้องผ่านให้ได้
“ความเจ็บปวดแค่นี้…มันไม่เท่าไรหรอก!”สวีเฟิงกัดฟันแน่น กำหมัดจนเส้นเลือดปูดขึ้น ก่อนจะฝืนทนต่อไป
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละวินาที
การมองเห็นของเขาเริ่มพร่ามัว สติสัมปชัญญะค่อยๆ ถูกความมืดกลืนกิน
ไม่นาน สวีเฟิงก็รู้สึกราวกับทั้งโลกกำลังจะกลืนเขาลงไป
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดิ้นรนต่อต้านสุดกำลัง
ยึดมั่นอยู่กับความหวังเดียวว่าความทรมานนี้จะต้องสิ้นสุดลงในไม่ช้า
และในจังหวะที่เขาคิดว่า ตัวเองใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว
พลันมีไออุ่นสายหนึ่งแผ่กระจายทั่วร่าง
มันทะลวงผ่านความเย็นเยียบทั้งหมด ที่เคยปกคลุมเขาเอาไว้
ความรู้สึกนั้น…แตกต่างจากทุกสิ่งที่เขาเคยสัมผัส
พลังอันบริสุทธิ์และเจิดจ้าหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย เติมเต็มเขาด้วยพลังชีวิตอีกครั้ง
‘นี่มัน…’สวีเฟิงเบิกตากว้าง ตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้
สวีเฟิงพุ่งขึ้นเหนือผิวน้ำพร้อมกับสูดหายใจเฮือกใหญ่
หน้าอกของเขากระเพื่อมอย่างรุนแรง ขณะสูดอากาศเข้าสู่ปอดอย่างต่อเนื่อง
เขาได้เกิดใหม่อีกครั้งจากสระพิธีชำระล้างแห่งนี้
ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยพลังที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เมื่อก้าวขึ้นจากสระ และเหยียบลงบนพื้นของแท่นพิธีอีกครั้ง
สวีเฟิงก็รู้สึกได้ถึงความชัดเจนบางอย่าง
ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเขา ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์
และเขารู้ดีว่า ตัวเขาในตอนนี้ ไม่ใช่คนเดิมที่เดินเข้าสู่สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบเมื่อครู่อีกต่อไป
“ฉันรู้สึก…เหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้จริง ๆ แล้ว”
สวีเฟิงพึมพำเบา ๆ
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า การเชื่อมต่อระหว่างตัวเองกับ ดีไวซ์เวิลด์ เพิ่มขึ้นมหาศาล
“ไม่แปลกเลย…ว่าทำไมพวกที่ผ่านพิธีชำระล้างได้ถึงแข็งแกร่งขนาดนั้น”
“ทั้งความเร็วในการตอบสนองและพลังแตกต่างราวฟ้ากับเหว”
ในอดีต สวีเฟิงเคยหัวเราะเยาะคนพวกนั้น
และลึก ๆ แล้ว…ก็อดอิจฉาไม่ได้เช่นกัน
เพราะใครกันจะไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นใน ดีไวซ์เวิลด์
โลกเสมือนจริงที่อิทธิพลของมัน กำลังจะส่งผลต่อโลกแห่งความจริงในไม่ช้า
ยิ่งผู้เล่นแข็งแกร่งมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมีอำนาจและอิทธิพลในโลกจริงมากขึ้นเท่านั้น
ในอดีต สวีเฟิงเองก็เคยพยายามไปให้ถึงระดับนั้น
แต่เขากลับขาดบางอย่างไปเพียงเล็กน้อย
แค่อีกก้าวเดียวเท่านั้น เขาก็จะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้แล้ว
ทว่าอุปสรรคเล็กน้อยนั้นกลับสูงใหญ่ยิ่งกว่าภูเขามหึมาเสียอีก
“นักผจญภัย เวลาของเจ้าใกล้หมดแล้ว”
“จงออกจากพื้นที่นี้โดยเร็ว มิฉะนั้นจะมีบทลงโทษ”
เสียงของผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้น
สวีเฟิงได้สติกลับมา เมื่อได้ยินเสียงเตือนของผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์
‘ทั้งที่รู้สึกเหมือนผ่านมาไม่นานเองแท้ ๆ…’
แม้จะสงสัยว่าเหตุใดเวลาถึงใกล้หมดเร็วขนาดนี้ แต่สวีเฟิงก็รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองทันที
ด้วยผลของน้ำศักดิ์สิทธิ์ เสื้อผ้าของเขาแห้งสนิทอย่างสมบูรณ์
ราวกับว่าไม่เคยเปียกน้ำมาก่อน
สวีเฟิงไม่คิดจะลองเสี่ยงโชคต่ออีก เขารีบเดินออกจากพื้นที่นั้นทันที
และเมื่อออกมา
สิ่งแรกที่เห็นก็คือผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนรออยู่
อีกฝ่ายเพียงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่า ผู้พิทักษ์ไม่ได้สนใจเลยว่า สวีเฟิงจะประสบความสำเร็จในพิธีชำระล้างหรือไม่
สิ่งเดียวที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญ
คือเขาไม่ได้อยู่เกินเวลาที่กำหนดเท่านั้น
ถึงอย่างนั้น สวีเฟิงก็ยังกล่าวขอบคุณเขาด้วยความเคารพ
“ขอบคุณสำหรับโอกาส ท่านผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์”
เขาเอ่ยอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเดินจากไปอย่างเรียบง่าย
ทันทีที่ออกจากอาคารมาได้
สวีเฟิงก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
การต้องอยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตระดับนั้น ในฐานะผู้เล่นมือใหม่คนหนึ่ง
มันกดดันเกินไปจริงๆ
“เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแล้ว…”
สวีเฟิงเงยหน้ามองตัวเลขนับเวลาบนท้องฟ้า
เขาไม่คิดเลยว่า พิธีชำระล้างจะกินเวลาไปมากขนาดนี้
แม้จะน่าเสียดายที่ไม่สามารถใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดได้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสครั้งนี้อยู่ดี
การถูกส่งมายังสถานที่ ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ ทำให้สวีเฟิงยากจะวางแผนล่วงหน้าได้ทันที
ดังนั้น เขาจึงเริ่มครุ่นคิดว่าใน สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบยังมีผลประโยชน์อะไรให้เก็บเกี่ยวได้อีกบ้าง
ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มีอยู่น้อยมาก
และผู้เล่นส่วนใหญ่ก็เป็นพวกหวงข้อมูลสุดๆ แทบจะไม่มีใครยอมเปิดเผยเรื่องสำคัญให้คนอื่นรู้
ถ้าไม่ใช่เพราะมีบางคนอยากดัง หรืออยากเป็นที่สนใจ
เขาก็คงไม่มีทางรู้เรื่องพิธีชำระล้างเช่นกัน
“เดี๋ยวก่อน…”
“ในสถานที่แบบนี้…น่าจะมีสมุนไพรวิเศษอยู่ไม่น้อย”
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่านสมอง
สวีเฟิงพลันนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา
ถ้าเขาสามารถเก็บสมุนไพรวิเศษหายากออกไปได้
เขาก็จะสามารถปรุงโพชันระดับสูงได้อย่างง่ายดาย
ตามปกติแล้ว สมุนไพรวิเศษหายากพวกนี้จะปรากฏให้เห็น ก็ในช่วงท้ายของเกมเท่านั้น
เพราะแบบนั้น โพชันที่ผู้เล่นสามารถปรุงได้ในช่วงต้นเกม จึงแทบไม่มีค่าอะไรเลย
ท้ายที่สุดแล้ว มันก็เป็นเพียงโพชันระดับต่ำที่มีผลลัพธ์เล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนโพชันที่สามารถเพิ่มค่าสถานะให้ผู้เล่นได้จริงๆ นั้น แทบจะไม่มีอยู่เลยในช่วงต้นเกม
“หึๆ ได้เวลาสูบเงินพวกคนรวยแล้วสินะ”
รอยยิ้มชวนขนลุกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสวีเฟิง
เขาดันแว่นขึ้นเล็กน้อย
และแสงคมวาบก็สะท้อนผ่านเลนส์แว่นของเขา