- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่5:ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์
บทที่5:ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์
บทที่5:ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์
บทที่5:ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์
ใจกลางของ สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบ สวีเฟิงยืนอยู่เบื้องหน้าโครงสร้างขนาดมหึมา
สิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะคล้ายโคลอสเซียม สถานที่ซึ่ง “พิธีชำระล้างศักดิ์สิทธิ์” อันเลื่องลือกำลังจะเกิดขึ้น
ความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม สะท้อนถึงธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมที่กำลังจะเริ่มต้น
เมื่อก้าวเข้าไปภายใน สวีเฟิงก็อดตะลึงกับภาพตรงหน้าไม่ได้
ผนังและพื้นประดับด้วยลวดลายซับซ้อน สัญลักษณ์เรืองแสงแผ่ประกายอ่อน ๆ ไปทั่วพื้นที่
บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง…และความน่าเกรงขาม
โครงสร้างของโคลอสเซียมแห่งนี้ ดูราวกับถูกออกแบบมาเพื่อ “ชักนำพลังศักดิ์สิทธิ์” ที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วทั้งสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบ
ณ ใจกลางของโคลอสเซียม แท่นพิธีชำระล้างตั้งตระหง่านอยู่
พื้นแท่นเปล่งประกายด้วยแสงอ่อนโยนราวกับแสงจากสวรรค์ กลายเป็นจุดศูนย์กลางของพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
มีเพียงผู้เล่นส่วนน้อยเท่านั้น ที่เคยมีโอกาสเหยียบย่างขึ้นสู่พื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้
ทุกย่างก้าวที่สวีเฟิงเดินเข้าไปใกล้ เขาสัมผัสได้ถึงมานาที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายอย่างชัดเจน
พลังเหล่านั้นสั่นสะท้อนกับพลังศักดิ์สิทธิ์ของ สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งบททดสอบบัฟจากสถานที่แห่งนี้ทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้น การรับรู้ทุกอย่างชัดเจนกว่าที่เคย
ราวกับกำลังเตรียมเขาให้พร้อม สำหรับ “การเปลี่ยนแปลง” ที่กำลังจะมาถึง
‘ไม่แปลกเลย…ที่พวกผู้เล่นในอดีตจะบอกว่าอยากอยู่ที่นี่ไปตลอด’
สวีเฟิงรู้สึกราวกับร่างกายทุกส่วนเชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ มานาที่ไหลเวียนทำให้เขาเหมือนก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปชั่วขณะ
ขณะที่เขาเดินเข้าใกล้แท่นพิธีชำระล้าง ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
NPC ที่สวมอาภรณ์ล่องลอยราวกับหมอก ผู้ที่ถูกเรียกว่า “ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์”
รัศมีของอีกฝ่ายสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความน่าเกรงขาม ดวงตาส่องประกายราวกับมองทะลุทุกสิ่ง
เต็มไปด้วยภูมิปัญญาที่เกินกว่ามนุษย์
แม้จะไม่มีเจตนาเป็นศัตรู แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาก็ทำให้สวีเฟิงแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
“เจ้ามาที่นี่…ด้วยเหตุผลใด นักผจญภัย?”ผู้พิทักษ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ราวกับกลไกที่ทำงานตามหน้าที่
สวีเฟิงก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างสุภาพ
“ขอคารวะ ท่านผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์”
“ข้ามาที่นี่…เพื่อเข้ารับพิธีชำระล้างที่แท่นพิธี” สวีเฟิงไม่กล้าแสดงความไม่เคารพแม้แต่น้อย
ผู้พิทักษ์ตรงหน้าเขา… สามารถสะตบเขาปลิวได้ไม่ต่างจากแมลงตัวหนึ่ง
แม้ว่าในช่วงแรก NPC จะยังไม่ได้มีสติปัญญาสูงมากนัก แต่พวกเขายังสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน
ว่าใครคือมิตร และใครคือศัตรู
และหากพวกเขารู้สึกถึง “ความเป็นภัย”พวกเขาก็จะลงมือทันที โดยไม่ลังเล
ในอดีต ผู้เล่นจำนวนมากไม่เข้าใจเรื่องนี้ ถึงขั้นเข้าไปก่อกวนหรือหยอกล้อ NPC
ผลลัพธ์ก็คือต้องมานั่งเสียใจภายหลังเพราะการถูก NPC สังหาร… ไม่ใช่เรื่องสนุกแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นบุคคลระดับสูง หรือมีสถานะสำคัญในพื้นที่นั้น
การเสียค่าประสบการณ์หรือเลเวลลดลง…ยังถือว่าโชคดี
เพราะกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือการถูก “จำคุก” ตามเวลาโลกจริง
ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นจะไม่สามารถเข้าเกมได้ในช่วงเวลานั้น แทบจะถูกตัดโอกาสไปโดยสมบูรณ์
ผู้พิทักษ์ตรงหน้า ไม่เพียงเป็นบุคคลชั้นสูงแต่ยังมีสถานะและชื่อเสียงที่อยู่ในระดับสูงมาก
ดังนั้น สวีเฟิงจึงต้องแสดงความเคารพให้ถึงที่สุด สีหน้าจริงจังและสงบนิ่ง
“แท่นพิธีชำระล้าง…ไม่เปิดให้คนนอกเข้า”ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์เอ่ยขึ้น
แต่ก่อนที่สวีเฟิงจะทันรู้สึกสิ้นหวังอีกฝ่ายก็พูดต่อ
“อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าเจ้ามี ‘การอนุญาตจากเทพศักดิ์สิทธิ์’”
“เจ้าจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้…เป็นเวลา 10 นาทีเท่านั้น”
“เทพศักดิ์สิทธิ์” ที่เขากล่าวถึงนั้นแท้จริงแล้วก็คือ “ระบบ” ที่ผู้เล่นรู้จักกันนั่นเอง
สำหรับผู้เล่นแล้ว “ระบบ” คืออินเทอร์เฟซ เป็นตัวกลางที่เชื่อมพวกเขาเข้ากับ ดีไวซ์เวิลด์
แต่สำหรับเหล่า NPCเขาคือ “เทพศักดิ์สิทธิ์” ผู้ทรงอำนาจที่ควบคุมทุกสิ่งในโลกแห่งนี้
“ขอบคุณสำหรับความเมตตา”สวีเฟิงรีบเอ่ยขอบคุณทันที
ลึก ๆ แล้ว เขากำลังเดิมพันอยู่ เดิมพันว่า…ตัวเองจะสามารถเข้ารับพิธีชำระล้างได้หรือไม่
เพราะหากสำเร็จมันจะมอบ “พลังเสริมมหาศาล” ให้กับเขา
พลังที่…เหนือยิ่งกว่าการเปลี่ยนคลาสเสียอีกและในตอนนี้เมื่อโอกาสนั้นอยู่ตรงหน้าความตื่นเต้นในใจของสวีเฟิง ก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
‘ต้องขอบคุณไอ้คนขี้โอ้อวดนั่นจริง ๆ… ที่เอาข้อมูลล้ำค่าแบบนี้มาเผยแพร่’
สวีเฟิงยิ้มในใจ นึกชื่นชมความ “ใจกว้าง” ของอีกฝ่ายอีกครั้ง
ถ้าผู้เล่นคนนั้นรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น คงอยากย้อนเวลากลับไปตบตัวเองแน่ ๆ ที่พูดมากเกินไป
แต่น่าเสียดายตอนนี้มันสายเกินไปแล้วและสวีเฟิง…จะเป็นคนเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทั้งหมดเอง
หลังจากได้รับอนุญาต ผู้พิทักษ์แห่งสถานศักดิ์สิทธิ์ก็ขยับตัวหลบเล็กน้อย เปิดทางให้เขาเข้าไป
“จำเอาไว้…เจ้ามีเวลาเพียง 10 นาที”
“หากยังไม่ออกมาเมื่อถึงเวลาจะมีบทลงโทษ”ผู้พิทักษ์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
สวีเฟิงพยักหน้า เขาจะจำคำเตือนนั้นไว้ให้ขึ้นใจ และออกมาก่อนเวลาครบกำหนดอย่างแน่นอน
ส่วนการลองทดสอบความอดทนของผู้พิทักษ์ด้วยการอยู่เกิน 10 นาที พวกมือใหม่อาจคิดทำแบบนั้นแต่ไม่ใช่เขา
สวีเฟิงก้าวเดินเข้าสู่พื้นที่ลับด้านในสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือ สระน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยของเหลวใสราวผลึก เปล่งประกายแวววาว
แน่นอนว่า น้ำในสระนี้…ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
แม้เขาจะไม่เคยผ่าน “พิธีชำระล้าง” มาก่อนแต่จากความทรงจำในอดีต เขารู้ดีว่าน้ำผลึกนี้สามารถปลุกศักยภาพของผู้เล่น ให้พุ่งทะยานไปถึงระดับที่ยากจะจินตนาการ
สวีเฟิงก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว ลำคอของเขาขยับกลืนน้ำลายเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว
แต่เป็น…ความตื่นเต้น
“ฉันเคยอิจฉาพวกไอ้คนโชคดีพวกนั้นมาตลอด… แต่ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งฉันจะกลายเป็นหนึ่งในนั้นเอง”
สวีเฟิงพึมพำกับตัวเอง ร่างกายสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นแม้เขาจะอยากกระโดดลงไปในสระ
และเริ่มพิธีชำระล้างทันที
แต่เขารู้ดี มันไม่มีทางง่ายขนาดนั้นเพราะในอดีต มีข้อมูลเกี่ยวกับ “สระในแท่นพิธีชำระล้าง” อยู่ไม่น้อยเวลาที่ใช้ในการชำระล้าง…แตกต่างกันไปในแต่ละคน
บางคนใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ก็เสร็จสิ้นแต่บางคน…กลับต้องใช้เวลาหลายนาทีประเด็นสำคัญ…อยู่ที่ “ความมุ่งมั่น” ของผู้เข้ารับพิธี
กล่าวคือ เขาต้องยอมรับความเจ็บปวดทั้งหมด โดยไม่ถอยหนีแม้แต่นิดเดียวเพื่อให้ร่างกายถูก “ปรับโครงสร้าง” ใหม่อย่างสมบูรณ์
ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ของพิธีชำระล้าง ขึ้นอยู่กับ “เจตจำนง” ของผู้เข้ารับพิธีล้วน ๆ
สวีเฟิงสูดหายใจลึก
ไม่นาน เขาก็ควบคุมลมหายใจให้สงบนิ่ง ปล่อยตัวเองให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
ดวงตาปิดลงชั่วครู่
และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งในนั้นเหลือเพียง “ความสงบ” และ “ความมุ่งมั่นแน่วแน่”
“มาเริ่มกันเถอะ”
สิ้นคำ เขาก็กระโดดลงสระ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย