เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

วิถีเซียนไร้สำนัก 0002 ของขวัญมงคล

วิถีเซียนไร้สำนัก 0002 ของขวัญมงคล

วิถีเซียนไร้สำนัก 0002 ของขวัญมงคล


วิถีเซียนไร้สำนัก 0002 ของขวัญมงคล

เตาไฟนอกกระท่อมเต็มไปด้วยฟืนที่กำลังลุกโชน เปลวเพลิงสีแดงฉานแผดเผาอยู่ภายใต้กระทะเหล็กใบใหญ่ที่มีน้ำเดือดพล่าน

ห่านขาวตัวใหญ่ล้มลงข้างเตาไฟ เท้าทั้งสองข้างถูกมัดไว้ มันพยายามดิ้นรนพลางส่งเสียงร้องก้า ๆ

หลิวเสี่ยวโหลวใช้มือซ้ายบีบคอห่านขาวตัวใหญ่ มือขวาถือมีดปังตอพลางพึมพำอธิบาย “ต้าไป๋ ครั้งนี้จะโทษนักพรตผู้นี้ไม่ได้แล้ว หากชาติหน้ามีจริง เจ้าก็กลับมาเกิดที่บ้านข้าอีกเถิด ข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง”

หินวิญญาณก้อนหนึ่งที่กว่าจะหามาได้ กลับถูกไอ้เดรัจฉานตัวนี้แย่งกินไปเสียได้ เมื่อเจ้าของโกรธเกรี้ยว เลือดก็ต้องหลั่งชโลมดิน!

ทว่าในจังหวะที่มืดปังตอกำลังจะสับลงมา ห่านขาวตัวใหญ่กลับมีหยาดน้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตา มันจ้องมองหลิวเสี่ยวโหลวด้วยสายตาเปี่ยมรัก

สายตานี้ทำให้ความเด็ดเดี่ยวที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจของหลิวเสี่ยวโหลวมลายหายไปทันที มีดปังตอจด ๆ จ้อง ๆ อยู่ที่คอห่านอยู่นาน แต่สุดท้ายเขาก็สับลงไปไม่ลง

หยาดน้ำตาของห่านขาวตัวใหญ่ยังคงร่วงหล่น หลิวเสี่ยวโหลวทรุดตัวลงนั่งอย่างท้อแท้ มีดปังตอที่ทอประกายเย็นเยียบในมือร่วงหลงพื้นเสียงดังเคร้ง

“ต้าไป๋ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพื่อหินวิญญาณก้อนนี้ นักพรตผู้นี้ต้องแบกรับภาระใหญ่หลวงเพียงใด...”

“นักพรตผู้นี้ไม่มีพลังวิญญาณเข้าตัวมาสามเดือนแล้วนะ สำนักต้งหยางก็ไม่รับพวกเรา...”

“หินวิญญาณนั่น เจ้าก็ใช่ว่าไม่เคยกิน กินไปแล้วมีประโยชน์อันใด? มีประโยชน์อันใดกัน...”

“อีกอย่าง นี่ไม่ใช่ของที่นักพรตผู้นี้จะใช้เอง แต่นี่คือของขวัญมงคลของพี่เว่ย! ของขวัญมงคลเจ้ารู้หรือไม่? นักพรตผู้นี้ยังตัดใจกินไม่ลงเลย...”

“ตาแก่นั่นก็ไม่รู้ไปฟักเจ้าออกมาจากไหน งานการอันใดก็ทำไม่เป็น บำเพ็ญเป็นสัตว์ปีกวิญญาณก็ไม่ได้ ผ่านมาหลายปีจนป่านนี้เจ้ายังอ้วนเหมือนสุกรไม่มีผิด...”

“ดีแต่ขโมยของ...”

หลังจากบ่นไปยกใหญ่ สุดท้ายเขาก็แก้เชือกที่มัดห่านขาวตัวใหญ่ออก ปล่อยให้มันกระพือปีกหนีไป

“ไสหัวไปซะ อย่ากลับมาอีก! เห็นหน้าเจ้าแล้วข้าหงุดหงิด!” หลิวเสี่ยวโหลวตะโกนไล่หลังไอ้เดรัจฉานตัวนั้น

ห่านขาวตัวใหญ่หันกลับมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะวิ่งหนีไปไกลกว่าเดิม พริบตาเดียวก็มุดหายเข้าไปในป่าไผ่

ยามเที่ยงวันดวงตะวันแผดเผาจนหลิวเสี่ยวโหลวมีเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก ในป่าไผ่ยังมีเสียงจักจั่นร้องระงมชวนให้ง่วงเหงาหาวนอน เขาพยายามสงบจิตใจและรวบรวมสมาธิ เดินเข้าไปในป่าเพื่อตัดหน่อไม้มาท่อนหนึ่ง แกะเปลือกออกแล้วโยนลงไปในกระทะเหล็กที่มีน้ำเดือดพล่านบนเตาไฟทันที

หินวิญญาณถูกแอบกินไปแล้ว คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ตอนนี้ตบะของเขายังต่ำต้อย อยู่เพียงระดับรวบรวมปราณขั้นสอง วิชาขั้นสูงอย่างการงดธัญญาหารนั้นอย่าได้หวังเลย เติมท้องให้เต็มก่อนค่อยว่ากัน

ในขณะที่น้ำในหม้อกำลังเดือดปุด ๆ ต้มหน่อไม้อ่อนอยู่นั้น ห่านขาวตัวใหญ่ก็วิ่งกลับมาจากป่า ในปากคาบปลาตัวอ้วนยาวประมาณหนึ่งฟุตมาด้วย มันกระพือปีกกระโดดขึ้นไปบนเตาไฟแล้วโยนปลาอ้วนตัวนั้นลงในน้ำเดือด ปลาอ้วนดิ้นรนอยู่ในหม้อเพียงไม่กี่ครั้งก็ยอมจำนนต่อโชคชะตา ห่านขาวตัวใหญ่กระโดดลงจากเตาไฟอย่างพึงพอใจพลางร้อง “ก้า ๆ” สองครั้งคล้ายจะทวงความดีความชอบ

หลิวเสี่ยวโหลวเตะออกไปอย่างอารมณ์เสีย “ปลาตัวเดียวคิดจะแทนที่หินวิญญาณของข้าหรือ? ทำไมเจ้าไม่ไปตายซะ?”

ห่านขาวตัวใหญ่กระพือปีกหลบไป แล้ววิ่งหายเข้าไปในป่าไผ่อีกครั้ง

การเลี้ยงเดรัจฉานตัวนี้ก็มีข้อดีอยู่ประการหนึ่ง คือมันมักจะคาบของป่าจำพวกกุ้ง หอย ปู ปลา หรือกระต่ายและหนูมาให้เสมอ ช่วยประหยัดเวลาในการล่าสัตว์ไปได้มาก ทำให้ไม่ต้องทนหิว

แกงจืดหน่อไม้ใส่ปลาหม้อหนึ่งทำให้ท้องของหลิวเสี่ยวโหลวอิ่มหนำ เขาเดินเข้าไปในบ้าน เคลื่อนแผ่นกระดานเตียงออก ปัดฝุ่นดินทิ้ง เผยให้เห็นกล่องไม้ใบหนึ่ง

เมื่อเปิดกล่องออก ภายในนั้นซ่อนโสมเก่าแก่ไว้ต้นหนึ่ง นี่ไม่ใช่โสมป่าธรรมดา แต่เป็นโสมวิญญาณที่ตาแก่ผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้ มีอายุถึง 300 ปี ต่อให้ไม่นำไปปรุงเป็นโอสถ เพียงแค่กินสด ๆ ก็สามารถเพิ่มปราณแท้ได้มหาศาล อย่างน้อยก็มีค่าเท่ากับหินวิญญาณ 3 ก้อน!

วันนี้เป็นวันพิธีมงคลคู่บำเพ็ญของเว่ยหงชิงพี่น้องร่วมสาบานของเขา เดิมทีของขวัญที่เตรียมไว้คือหินวิญญาณหนึ่งก้อน แต่เพราะหลงจู๊ซูมาหาอย่างกะทันหัน เขาจึงสะเพร่าไม่ได้เฝ้าไว้ให้ดี เพียงแค่หันหลังไปแวบเดียวก็ถูกต้าไป๋กลืนลงท้องไปเสียแล้ว จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมจากใครได้? สำนักซานเสวียนที่ตาแก่ทิ้งไว้ให้นั้นยากจนข้นแค้น หากต้องการส่งของขวัญ ก็เหลือเพียงโสมวิญญาณต้นสุดท้ายนี้แล้ว

อย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องร่วมสาบานที่คอยดูแลเขาในหลายด้าน วันมงคลเช่นนี้จะไปมือเปล่าได้อย่างไร?

หลิวเสี่ยวโหลวอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก เขาอุ้มโสมวิญญาณพลางทอดถอนใจ รู้สึกว่าต่อให้ได้อุ้มไว้อีกเพียงครู่เดียวก็ยังดี จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงยามโพล้เพล้ใกล้ถึงเวลางานเลี้ยงที่นัดหมายไว้ เขาไม่อาจประวิงเวลาได้อีกต่อไป สุดท้ายจึงนำริบบิ้นสีแดงมาพันรอบโสมวิญญาณเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล แล้วจึงเดินลงเขาไป

เว่ยหงชิงบำเพ็ญเพียรอยู่ที่หน้าผาฝันปีศาจ อยู่ห่างจากสันเขาไผ่แห้งเพียงครึ่งชั่วยาม เมื่อหลิวเสี่ยวโหลวไปถึง ดวงตะวันก็กำลังจะลับขอบฟ้า เขาจึงเร่งฝีเท้าขึ้นไปยังหน้าผา เขารู้สึกผิดในใจที่มางานพิธีมงคลของพี่น้องร่วมสาบานล่าช้าเช่นนี้

บนหน้าผามีถ้ำหินแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือถ้ำบำเพ็ญของเว่ยหงชิง ถ้ำบำเพ็ญของผู้บำเพ็ญสันโดษในภูเขาอูหลงมักจะเรียบง่ายเสมอ ไม่เป็นกระท่อมมุงหญ้าก็เป็นถ้ำหิน ภายในถ้ำมีเพียงเครื่องเรือนหยาบ ๆ ไม่มีของมีค่าอันใด เหตุผลก็คือเพื่อให้สะดวกต่อการหลบหนีเมื่อสำนักฝ่ายธรรมะมากวาดล้าง

แน่นอนว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ หน้าผาฝันปีศาจของเว่ยหงชิงจึงถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมและโคมไฟสีแดงเต็มผนังหินหน้าถ้ำ ด้านนอกมีโต๊ะตั้งอยู่สามตัว บนโต๊ะเต็มไปด้วยสุราและอาหาร ผู้บำเพ็ญสันโดษที่สนิทสนมกับเว่ยหงชิงมีไม่มากนัก ได้ยินว่าเชิญแขกมาเพียงหกคน เมื่อรวมกับผู้อาวุโสและญาติมิตรทางฝั่งคู่บำเพ็ญแล้ว ก็มีที่นั่งเพียงสิบสองที่เท่านั้น

เขายังคงเป็นคนแรกที่มาถึง

เว่ยหงชิงกำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่โต๊ะหลัก

หลิวเสี่ยวโหลวเดินยิ้มเข้าไปนั่งข้าง ๆ เว่ยหงชิงรินสุราให้เขาหนึ่งจอก เขาจึงยกขึ้นดื่มก่อนจะหยิบโสมวิญญาณออกมาวางบนโต๊ะ แล้วดันส่งไปให้ด้วยสีหน้าเสียดายสุดซึ้ง

“นี่คือโสมวิญญาณที่อาจารย์ของข้าเก็บมาจากเขาโส่วหยาง มีอายุถึง 300 ปี วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยจากข้า อย่าได้ปฏิเสธเลย”

เว่ยหงชิงไม่ได้ปฏิเสธ เขารับไปพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กัดลงไปคำหนึ่งทันที

“เดี๋ยวก่อน...” หลิวเสี่ยวโหลวตั้งตัวไม่ติด เขาอยากจะห้ามแต่ก็ตระหนักได้ว่าโสมวิญญาณนี้ถูกส่งมอบเป็นของขวัญไปแล้ว จึงได้แต่ทนปวดใจพลางกล่าวว่า “มันไม่ได้กินแบบนี้นะ... เอาไปดองสุราไม่ดีกว่าหรือ? เสียของจริง ๆ... อีกอย่างพี่สะใภ้ยังไม่มาเลย ท่านกินเข้าไปแบบนี้มันเรื่องอะไรกัน? พี่สะใภ้ยังไม่ทันได้เห็นโสมนี่เลยนะ! เฮ้อ อย่ากินอีกเลย...”

เว่ยหงชิงกินไปเพียงไม่กี่คำ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที เขามีตบะระดับรวบรวมปราณขั้นห้า แม้ความทนทานต่อพลังวิญญาณจะสูงกว่าหลิวเสี่ยวโหลวหลายเท่า แต่การกินโสมวิญญาณเข้าไปเกือบครึ่งต้นในคราวเดียว ปราณแท้ที่อัดแน่นอยู่ภายในก็ทำให้เขาแทบสำลัก

เมื่อเขาเริ่มทุเลาลง หลิวเสี่ยวโหลวก็มองโสมวิญญาณที่เหลือเพียงครึ่งต้นด้วยความปวดใจพลางกล่าวว่า “อย่ากินอีกเลยนะ เหลือไว้ให้พี่สะใภ้ดูเป็นพยานเถิด มิเช่นนั้นนางจะนึกว่าข้ามาขอกินฟรี ๆ...” เขามองไปรอบ ๆ ถ้ำที่ว่างเปล่าและโต๊ะอาหารที่ไร้ผู้คน แล้วถามต่อ “ขบวนส่งตัวจะมาถึงเมื่อใด? แล้วเจ้าหุบเขาจั่วกับคนอื่น ๆ เล่า ทำไมยังไม่มากัน

จบบทที่ วิถีเซียนไร้สำนัก 0002 ของขวัญมงคล

คัดลอกลิงก์แล้ว