เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 หญิงสาวชุดหนังสัตว์สีขาว

บทที่ 9 หญิงสาวชุดหนังสัตว์สีขาว

บทที่ 9 หญิงสาวชุดหนังสัตว์สีขาว


บทที่ 9 หญิงสาวชุดหนังสัตว์สีขาว

การจับปลาสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วเพราะทุกคนได้แบกปลากลับไป 5-6 ตัว นี่ทำให้หลี่หูและ หมิงกวง ตื่นเต้นเป็นพิเศษ พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะล่าอาหารได้มากมายขนาดนี้มาก่อน  มู่เฟิงเองก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาไม่คาดคิดว่าการจับปลาในน้ำแข็งจะจับปลาได้มากมายขนาดนี้

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อก่อนลุงถึงบอกว่า แค่ยืนริมน้ำแล้วถือไม้กระบองใหญ่ไว้ตีปลาก็พอ” เขาจำได้ว่าในชีวิตที่แล้วของเขาเขาเห็นถึงบทความที่บรรยายเกี่ยวกับดินแดนรกร้างทางตอนเหนือ ยามที่เขายังเป็นเด็ก

เมื่อก่อนเขาหัวเราะเยาะเรื่องนี้และคิดว่าเป็นคำโกหกที่เขียนโดยผู้เขียน  ในชาติที่แล้วไก่ฟ้าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่หายากแล้วยังมีใครจะได้จับพวกมันกินอย่างนั้นหรือ?

แต่เมื่อนึกถึงฉากจับปลาในทะเลสาบเมื่อครู่เขาก็เชื่ออีกครั้ง ดูแล้วสถานการณ์การตกปลาเมื่อครู่ในทะเลสาบ แม้ทุกคนจะแสดงออกเหมือนคนโง่ แต่ทุกคนก็น่ารักมาก เหมือนเด็กๆที่ดีใจได้ของที่ต้องการ ภายใต้หลุมน้ำแข็ง เมื่อมีปลาตัวที่ 1 ปรากฏขึ้นอีกไม่กี่ลมหายใจก็มีปลาตัวอื่นๆปรากฏออกมา

“ดูเหมือนว่าปลาในทะเลสาบต้าหลงจะมีเยอะมาก!” มู่เฟิง คิด

“พี่ มู่เฟิง!”  ไป๋หยา กระโดดไปมา ราวกับกระต่ายน้อยบนดวงจันทร์ “พี่คิดพวกนี้ได้อย่างไร?เพลาของเราคงไม่ขาดแคลนอาหารอีกสักพัก!”

“ฮ่าๆ” มู่เฟิง ยิ้ม “ก่อนหน้านี้  ลุงหมิงกวงเคยพาพวกเรามาตีปลาในตอนที่ทะเลสาบยังไม่เป็นน้ำแข็ง ข้าแค่คิดว่าในช่วงที่ทะเลสาบเป็นน้ำแข็งก็น่าจะจับปลาได้ แต่ใครจะรู้ว่ามันสำเร็จจริงๆ!”

เขาพูดแบบนี้เพื่อไม่ให้คนในยุคนี้สงสัย ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตามคนสมัยนี้ยังมีสติปัญญาตามความคิดของเขาไม่ทันอยู่ดี

เห็นได้ชัดว่า ไป๋หยา  ไม่คิดมากกับคำอธิบายของ มู่เฟิง เช่นกัน นางวิ่งไปมาแล้วพูดกับหลี่หูว่า “ท่านพ่อ ท่านพ่อดูสิตัวที่ใหญ่ที่สุดคือตัวที่ข้าจับได้!”

หลี่หูยิ้มและลูบหัว ไป๋หยา “ใช่แล้วครั้งนี้เจ้าเก่งมาก!”

หลังจากพูดจบเขาก็หันไปหา มู่เฟิง “มู่เฟิง พรุ่งนี้เราจะพาคนมาเพิ่มอีกสักหน่อยจะได้จับปลากลับไปเก็บเอาไว้บ้าง”

มู่เฟิง พยักหน้า “ได้แต่ว่าด้านล่างภูเขาเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ การเก็บตุนปลามากเกินไปอาจทำให้เหม็นได้ง่าย เก็บไว้แค่กินได้สักพักก็พอ”

ที่จริงแล้วในใจของเขาคิดว่าถ้าเอาน้ำแข็งจากทะเลสาบไปได้เขาก็สามารถแช่แข็งปลาเหล่านี้เก็บไว้ได้นาน แต่เมื่อคิดถึงการขุดน้ำแข็งและการขนย้าย รวมทั้งการเก็บรักษาอาจเป็นการสิ้นเปลืองหรือเสียเปล่าเกินไปดังนั้นเขาจึงยอมแพ้ความคิดนี้ ไว้รอโอกาสที่ดีกว่านี้ค่อยหาวิธีแช่แข็งก็ยังไม่สาย

นอกจากนี้ในเผ่าต้าเจียงยังมีปัญหาอีกมากมายคงต้องเก็บเรื่องการทำห้องแช่แข็งไว้ก่อน ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น มู่เฟิง ก็หยุดเดินและเดินมาข้างๆเขา

“มีอะไรหรอ?” มู่เฟิง ถามขึ้น

ไป๋หยา ที่แต่เดิมพูดจาอย่างสนุกสนานข้างๆหลี่หู ไม่พูดไม่จายืนอยู่ด้านหลังหลี่หูอย่างระมัดระวัง แม้ว่า มู่เฟิง จะไม่ได้มองสีหน้าของนางแต่รับรู้ได้ว่านางรู้สึกประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

“หืม?” มู่เฟิง รู้สึกสงสัย “เกิดอะไรขึ้น?”

ยังไม่ทันพูดจบ หมิงกวง ก็เดินมาหยุดตรงด้านหน้า มู่เฟิง และพูดขึ้นมาว่า “มู่เฟิง มีกลุ่มคนอยู่ด้านหน้า!”

“กลุ่มคน?แล้วมีปัญหาอะไรหรอ?” มู่เฟิง รู้สึกสงสัย

“พวกเขามากกว่าพวกเราและปิดกั้นเส้นทางทั้งหมด ข้าเกรงว่าพวกเขาต้องการที่จะปล้นพวกเรา!”

“หา?” ไป๋หยา ที่อยู่ด้านข้างสีหน้าซีดเผือดแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเห็นได้ชัดว่านางนึกถึงภัยพิบัติของเผ่าที่ประสบไปไม่นานมานี้

หลี่หูเองก็ตกใจเช่นกันใบหน้าปรากฏแววตาเจ็บปวด

“ปล้นอีกแล้วงั้นหรอ อย่างมากพวกเราก็คงต้องสู้ตายกับพวกเขา!”

ในขณะที่เขาพูดเขาโยนปลาตัวใหญ่ลงกับพื้นและกำลังจะเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้แต่ มู่เฟิง ดึงเขาเอาไว้

“ลุงหลี่หูอย่าเพิ่งหุนหัน!”

หลี่หูที่ถูกวางไว้ก็โกรธจัด “มู่เฟิง ชนเผ่าของเราได้ผ่านการถูกปล้นสะดมทำให้ขาดแคลนอาหาร หากถูกปล้นอีกครั้งคนในเผ่าของเราก็จะอดตาย!”

มู่เฟิง สายหัวและกล่าวว่า “อย่าทำอะไรหุนหันพลันแล่นแม้ว่าพวกเขาจะปล้นอาหารเราไป แล้วพวกเราปลอดภัยพวกเราก็ยังกลับมาจับปลาได้!”

“อยู่บนภูเขาไม่ต้องกลัวไม่มีฟืน!”

“ภูเขาอะไร? ฟืนอะไร?”หลี่หูตกตะลึงกับประโยคนี้

มู่เฟิง สายศีรษะ  “ท่านไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นพาข้าไปดูสถานการณ์ก่อน!”

“ไม่ได้เจ้าเป็นหัวหน้าเผ่าไม่สามารถเสี่ยงได้!”

“วางใจเถอะข้ารู้ดี จะไม่ทำให้เสี่ยง!”

เมื่อพูดเช่นนี้ มู่เฟิง ก็เดินออกมาจากแถว หลี่หูและ หมิงกวง รู้สึกประหม่ารีบเดินตาม มู่เฟิง ไป

มู่เฟิง มาถึงด้านหน้าขบวนดวงตาของเขาแข่งค้าง

มีกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าและมีจำนวนมากกว่าพวกเขานอกจากนี้ใบหน้าของพวกเขายังเต็มไปด้วยสีสันรวมทั้งผมของพวกเขาถูกมัดอย่างเป็นระเบียบ  มู่เฟิง รู้ทันทีว่าคนเหล่านี้มาจากเผ่าใหญ่!

เพราะมีเพียงคนของชนเผ่าใหญ่เท่านั้นที่มี “เวลาว่าง”ที่จะตัดผมและใช้สีเพื่อแยกความแตกต่างระหว่างนักรบและคนทั่วไป

ผมและสีเป็นสัญลักษณ์ของตัวตนและสถานะ ก็เหมือนกับคนมีเงินและฐานะในชาติที่แล้วขับรถหรูและสวมนาฬิกาแพง

สิ่งที่ทำให้ มู่เฟิง รู้สึกประหลาดใจที่สุดก็คือผู้นำของพวกเขาเป็นหญิงสาวที่ขี่สัตว์ป่าบางอย่างที่ มู่เฟิง ไม่รู้จัก!

หญิงสาวสวมชุดหนังอสูรสีขาวบริสุทธิ์ดวงตานั้นเป็นประกายราวกับน้ำในฤดูใบไม้ร่วง เรียวยาวราวกับนกฟีนิกซ์

สิ่งที่ทำให้ มู่เฟิง ตาเป็นประกายก็คือหน้ารูปไข่ของหญิงสาวคนนี้ดูสวยกว่าดาราหลังทำศัลยกรรมที่เขาเคยเจอชาติที่แล้วเสียอีก แต่ถ้าจะบอกถึงความสวยงามไม่เพียงพอก็คือ หน้าแดงจากการตากแดดลมและรอยแผลเป็นที่เกิดจากความเหน็บหนาวอย่างเห็นได้ชัด

แต่ข้อบกพร่องเหล่านี้กลับทำให้นางนั้นดูองอาจราวกับสตรีที่แข็งแกร่ง หญิงสาวแต่ละคนมีนักรบยืนขนาบซ้ายขวา และขี่สัตว์ป่าที่หน้าตาไม่เลว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่ก็เต็มไปด้วยพลังที่แข็งแกร่ง

แตกต่างจากความตึงเครียดระหว่างหลี่หูและ หมิงกวง  มู่เฟิง คิดถึงสิ่งอื่นที่เขาหลงใหลมาเป็นเวลานาน นั่นคือการขี่ม้าและเลี้ยงอินทรีย์ กลายเป็นชายผู้หล่อเหลาเต็มไปด้วยความสุข

เมื่อคิดได้อย่างนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกาย

จบบทที่ บทที่ 9 หญิงสาวชุดหนังสัตว์สีขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว