เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ต่างฝ่ายต่างวางแผน

บทที่ 6 - ต่างฝ่ายต่างวางแผน

บทที่ 6 - ต่างฝ่ายต่างวางแผน


บทที่ 6 - ต่างฝ่ายต่างวางแผน

"ไอ้หนู บทกวีนั่นเจ้าแต่งเองจริงๆ รึ"

ถังหลิงผู้เฒ่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าประกายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างปิดไม่มิด

"แฮะๆ เป็นเช่นนั้นขอรับ"

ถังเหยียนตอบกลั้วหัวเราะ

"เหอะ พอชมว่าอ้วนหน่อยก็ชักจะพองลมเลยนะ พูดความจริงมา!"

ถังหลิงผู้เฒ่าไม่เกรงใจ เอื้อมมือไปบิดหูถังเหยียนพลางเค้นถาม

ถังเหยียนรู้สึกน้อยใจ โลกนี้มันเป็นอะไรไปหมด พูดความจริงก็ไม่มีใครยอมเชื่อ

"เบาหน่อยๆ ข้าพูดแล้วๆ เมื่อช่วงก่อนข้าบังเอิญเจอคุณชายตกยากคนหนึ่ง เห็นว่าเขาแต่งบทกวีนี้ได้ดีเลยขอซื้อมาขอรับ"

"เขาบอกกับหลานว่าถ้าสามารถเขียนตัวหนังสือได้สวยๆ แล้วเขียนบทกวีนี้ออกมา จะสามารถมัดใจพวกคุณหนูตระกูลผู้ดีได้ง่ายดาย หลานเกิดคันไม้คันมือขึ้นมาก็เลยท่องบทกวีนี้จนขึ้นใจ แถมยังแอบไปฝึกเขียนอักษรมาด้วย..."

ถังเหยียนที่ถูกท่านปู่บิดหูจนเจ็บแปลบรีบหาข้ออ้างมาอธิบาย

เหตุผลนี้ฟังดูเข้าท่า ถังหลิงผู้เฒ่าจึงยอมปล่อยมือในที่สุด

ถังเหยียนลูบใบหูที่แดงเถือกพลางทำหน้ามุ่ย

"ท่านปู่ คราวนี้หลานก็ช่วยแก้ไขวิกฤตให้ตระกูลได้แล้ว ท่านปู่จะตบรางวัลให้หลานสักสองสามหมื่นตำลึงได้ไหมขอรับ"

วันนี้เรื่องที่จวนเจ้าเมืองมาบุกรุกถึงถิ่นได้รับการแก้ไขอย่างราบรื่น อารมณ์ของถังหลิงผู้เฒ่ายังถือว่าค่อนข้างดี แต่พอได้ยินคำพูดของถังเหยียน ใบหน้าของเขาก็ดำทะมึนลงทันที

"เจ้าจะเอาเงินเยอะแยะขนาดนั้นไปทำไม คิดจะออกไปเที่ยวเตร่ดื่มสุราเคล้านารีอีกล่ะสิ ข้าขอเตือนไว้เลยนะ ถ้าเจ้ากล้าออกไปผลาญสมบัติอีก ข้าจะตีขาเจ้าให้หัก!"

ถังเหยียนร้อนใจสุดๆ ท่านไม่ให้เงินข้า แล้วข้าจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเตาหลอมโอสถ ไม่มีเตาหลอมโอสถแล้วข้าจะปรุงยาได้อย่างไร

"ท่านปู่วางใจเถอะขอรับ หลานจะไม่เอาไปเที่ยวเตร่แน่นอน เพียงแต่ช่วงนี้หลานเกิดคิดตกขึ้นมาได้ เมื่อก่อนหลานไม่เอาไหนจริงๆ ตอนนี้ฝึกยุทธ์ก็ไม่รุ่ง เลยอยากจะหันมาจับธุรกิจดูบ้าง ก็เลยอยากขอเงินสักก้อนไปลองวิชาดูขอรับ"

ถังเหยียนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

ถังหลิงผู้เฒ่าได้ยินดังนั้นก็ใจอ่อนลงเล็กน้อย แม้เขาจะยังไม่ปักใจเชื่อว่าถังเหยียนจะเอาเงินไปทำธุรกิจจริงๆ อย่างที่พูด แต่ข้ออ้างนี้ฟังแล้วมันชื่นใจดีไม่ใช่หรือ

"งั้นก็ไปเบิกเงินที่ห้องบัญชีสัก... สองร้อยตำลึงก็แล้วกัน รอให้เจ้าทำผลงานให้เห็นก่อน ข้าถึงจะพิจารณาให้เงินเพิ่มทีหลัง ถ้าข้าจับได้ว่าเจ้าเอาเงินนี่ไปกินเหล้าเคล้านารี ค่าขนมในอนาคตของเจ้าก็เตรียมตัวโดนริบให้หมดได้เลย!"

ถังหลิงผู้เฒ่าเอ่ยเตือนก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ถังเหยียนได้ยินแล้วรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ... ท่านปู่ ข้าเป็นหลานแท้ๆ ของท่านเลยนะ...

นายน้อยถังผู้แทบจะร้องไห้ไร้น้ำตาไม่ได้นั่งรอความตาย

ครึ่งชั่วยามต่อมา ถังเหยียนก็กวาดเอาของมีค่าทั้งหมดในห้องติดตัวมาด้วย เขาซุกเงินไว้ในอกเสื้อ มือถือพัดจีบแกว่งไปมา พานางกำนัลเสี่ยวชุ่ยเดินออกไปข้างนอก

ในเมื่อไม่ยอมให้เงิน ออกไปเดินเล่นหาซื้อสมุนไพรราคาถูกๆ มาปรุงโอสถบำรุงพลังพื้นฐานสักหน่อยก็ยังดี

บนท้องถนน ถังเหยียนเดินทอดน่องกางขา มือหนึ่งกางพัดจีบโบกไปมาอย่างเสแสร้ง สายตากะล่อนปลิ้นปล้อน ทำตัวลอยชายไปเรื่อย กลิ่นอายความสง่างามตอนที่แต่งบทกวีเมื่อครู่นี้มลายหายไปจนหมดสิ้น

เสี่ยวชุ่ยเอียงคอจ้องมองนายน้อยของตน ทำไมนายน้อยถึงได้แตกต่างจากตอนที่อยู่ในโถงหลักขนาดนี้นะ หรือจะเป็นอย่างที่คนโบราณเขาว่ากันว่า สันดอนขุดได้ สันดานขุดยาก

นายน้อยถังกวาดสายตามองดูบรรยากาศบนท้องถนนด้วยความสนใจ ทั้งเสียงร้องเร่ขายของ เสียงพูดคุยสนทนา เสียงการทำงาน ล้วนมีให้เห็นทั่วไป ร้านรวงต่างๆ ริมทาง ไม่ว่าจะเป็นโรงเตี๊ยม ร้านตัดเสื้อ ร้านขายเครื่องมือการเกษตร ร้านขายอาวุธ ร้านตีเหล็ก และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแฝงไปด้วยกลิ่นอายของความโบราณ

ตลาดนัดแบบนี้บนโลกมนุษย์เมื่อศตวรรษก่อนยังมีให้เห็นอยู่มาก แต่เมื่อสังคมเจริญก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งการช้อปปิ้งออนไลน์

"โอ๊ะโอ นี่มันคุณชายใหญ่ตระกูลถังนี่นา ทำไมถึงไม่ไปหอหงฮวา แต่มาเดินเตร็ดเตร่บนถนนแบบนี้ล่ะ ได้ยินมาว่าเจ้าโดนปู่ยึดค่าขนมไปหมด ไม่ใช่ว่าแม้แต่หญิงแก่ๆ ในหอหงฮวาก็ยังไม่มีปัญญาเรียกมาปรนนิบัติหรอกนะ"

น้ำเสียงยียวนกวนประสาทดังแว่วมา

ถังเหยียนหันไปมองก็พบว่าผู้มาเยือนคือ หลิ่วหยวน คุณชายสามแห่งตระกูลหลิ่ว

หลิ่วหยวนกับถังเหยียนนั้นมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ ล้วนเป็นพวกเสเพลแห่งเมืองอวิ๋นด้วยกันทั้งคู่

แต่ชะตาชีวิตของหลิ่วหยวนนั้นดีกว่าถังเหยียนมาก ตระกูลหลิ่วมีสมาชิกล้นหลาม เฉพาะลูกหลานสายตรงรุ่นเยาว์ที่เป็นชายก็มีถึงหกเจ็ดคนแล้ว หลายคนก็สร้างชื่อเสียงให้ตระกูล ดังนั้นแม้หลิ่วหยวนจะทำตัวเสเพล ตระกูลหลิ่วก็ไม่ถึงกับต้องมานั่งปวดใจกลัวว่าจะสิ้นไร้ทายาท

"ทำไม หรือว่าเจ้าอยากจะเอาเงินมาประเคนให้ข้าใช้"

แม้หลิ่วหยวนจะเสเพล แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ ความคิดของตระกูลหลิ่วที่อยากจะฮุบตระกูลถังนั้นไม่ใช่ความลับอะไรในหมู่ตระกูลใหญ่ของเมืองอวิ๋น หากเขาสามารถสั่งสอนถังเหยียนได้ เมื่อกลับไปย่อมต้องได้รับรางวัลจากตระกูลอย่างแน่นอน

แต่ทางตระกูลก็เคยเตือนลูกหลานตระกูลหลิ่วไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามไปหาเรื่องถังเหยียนก่อนเป็นอันขาด มิฉะนั้นหากถังหลิงผู้เฒ่าเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาก็คงจะกัดไม่ปล่อยแน่

หากคิดจะสั่งสอนถังเหยียน ก็ต้องบีบให้ถังเหยียนเป็นฝ่ายลงมือก่อน

"เอาเงินให้เจ้าใช้ ฝันไปเถอะ! ข้านึกว่าคุณชายถังแค่จุดตันเถียนถูกทำลายไปเฉยๆ ที่ไหนได้ สมองก็ดันมาพังตามไปด้วยซะนี่"

คำพูดหยาบคายนี้ทำเอาเสี่ยวชุ่ยที่อยู่ข้างๆ ถึงกับตาขวางด้วยความโกรธ

"มารดามันเถอะ เจ้าด่าใครสมองพัง เชื่อไหมว่าข้าจะอัดเจ้าให้เละ!"

ถังเหยียนเบิกตากว้างตวาดลั่น

"เจ้าอยากจะอัดข้าเรอะ"

หลิ่วหยวนลอบดีใจก่อนจะหัวเราะเยาะ

"คุณชายถัง ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้านะ แต่ต่อให้ข้าต่อให้เจ้าแขนข้างหนึ่งขาข้างหนึ่ง ข้าก็ยังอัดเจ้าจนหมอบเป็นหมาได้สบายๆ"

ตาของถังเหยียนแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่ เขาชี้หน้าหลิ่วหยวนพลางด่าทอ

"เจ้ามันก็แค่ไอ้กระจอกระดับพื้นฐานขั้นสี่ จะมาทำเก่งอะไรนักหนา ถ้าเจ้าแน่จริง เรามาพนันกันไหมล่ะ ถ้าข้าอัดเจ้าจนหมอบได้ เจ้าต้องจ่ายเงินให้ข้าหนึ่งหมื่นตำลึง แต่ถ้าเจ้าอัดข้าจนหมอบได้ เงินสองร้อยตำลึงในตัวข้าก็ตกเป็นของเจ้า! กล้าพนันกับข้าไหมล่ะ"

หลิ่วหยวนได้ยินดังนั้นก็เนื้อเต้นด้วยความดีใจ ต้องรู้ไว้ว่าในเส้นทางการฝึกยุทธ์นั้น หนึ่งขั้นระดับพลังก็เทียบเท่ากับภูเขาหนึ่งลูก แม้ปกติเขาจะทำตัวไร้สาระไปวันๆ แต่เขาก็มีพลังถึงระดับพื้นฐานขั้นสี่จริงๆ

ส่วนหมอนี่จุดตันเถียนพังทลายไปแล้ว แถมยังร่างกายทรุดโทรมเพราะสุรานารีมาหลายปี เกรงว่าแม้แต่คนธรรมดาก็ยังรับมือไม่ไหว

"หนึ่งหมื่นตำลึงข้าไม่มีหรอก มีแค่สองพันตำลึง แถมถ้าข้าชนะก็ได้แค่สองร้อยตำลึง แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนี่!"

หลิ่วหยวนกลอกตาไปมาก่อนจะหัวเราะหึๆ

"เอาแบบนี้ดีกว่า ถ้าเจ้าชนะ เงินสองพันตำลึงนี่เอาไปเลย แต่ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าต้องคุกเข่าโขกศีรษะให้ข้าสามครั้ง เป็นไง"

ไอ้สารเลวตระกูลหลิ่ว คอยดูเถอะ เดี๋ยวพ่อจะอัดแกให้ยับเลย!

ถังเหยียนพยายามสะกดกลั้นความอยากลงไม้ลงมือเอาไว้แล้วแสร้งแสดงละครต่อไป

"ถุย หัวของข้ามีค่าไม่ถึงหนึ่งพันตำลึงงั้นรึ ถ้าข้าแพ้ ข้าจะโขกศีรษะให้ครั้งเดียวเท่านั้น!"

หลิ่วหยวนในใจลิงโลด สมกับเป็นคุณชายถังจอมอวดดีไร้สมอง เป็นไอ้โง่ของแท้และแน่นอน

ขอแค่ยอมคุกเข่า จะโขกหัวครั้งเดียวหรือร้อยครั้งมันจะไปต่างอะไรกัน

ขอแค่วันนี้ทำให้ถังเหยียนคุกเข่าได้สำเร็จ เขาก็จะสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ ต่อไปทางตระกูลก็คงไม่มาจู้จี้จุกจิกกับความเสเพลของเขาอีก

เมื่อตัดสินใจได้ หลิ่วหยวนก็เอ่ยปาก

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะไว้หน้าคุณชายถังก็แล้วกัน!"

"นายน้อย! พวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ!"

เสี่ยวชุ่ยที่อยู่ข้างๆ ดึงแขนเสื้อของถังเหยียนพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น

"หลีกไป! คอยดูนะ วันนี้ข้าจะอัดมันให้พ่อแม่จำหน้าไม่ได้เลย!"

ถังเหยียนสะบัดแขนเสื้อ

"นายน้อย หลิ่วหยวนตั้งใจยั่วโมโหท่าน อยากให้ท่านหลงกลแล้วหาโอกาสฉีกหน้าตระกูลถังของเรา ท่านอย่าไปหลงกลเขานะเจ้าคะ"

น้ำเสียงของเสี่ยวชุ่ยร้อนรนยิ่งขึ้น

หลิ่วหยวนจดจำปฏิกิริยาของเสี่ยวชุ่ยไว้ในใจ ดูท่าเรื่องที่จุดตันเถียนของถังเหยียนถูกทำลายคงจะเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน

แต่ถ้าไอ้โง่นี่โดนเสี่ยวชุ่ยเกลี้ยกล่อมจนยอมกลับไป แผนของเขาก็พังไม่เป็นท่ากันพอดีสิ

"ตกลงจะกล้าสู้หรือเปล่า ให้คำตอบมาตรงๆ เลย"

หลิ่วหยวนใช้แผนยั่วโมโห

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - ต่างฝ่ายต่างวางแผน

คัดลอกลิงก์แล้ว