- หน้าแรก
- ตำนานแห่งปราชญ์โอสถผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 2 - ฟ้าหลังฝน
บทที่ 2 - ฟ้าหลังฝน
บทที่ 2 - ฟ้าหลังฝน
บทที่ 2 - ฟ้าหลังฝน
เมื่อได้ยินเสียงด่าทออันเกรี้ยวกราดของถังหลิง ถังเหยียนก็นิ่งเงียบไม่ปริปาก
เขารู้ดีว่าแม้ท่านปู่ของตนจะดูโกรธเกรี้ยวราวกับเปลวเพลิง ทว่าบิดาของเขาหายตัวไปหลายปี ตัวเขาเองก็ไม่มีทั้งลุงป้าน้าอาหรือพี่น้องที่ไหน ในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลถัง ถังหลิงผู้เฒ่าย่อมรักและห่วงใยหลานชายคนนี้จากใจจริง
เขาเองก็กำลังคิดทบทวนอยู่เช่นกัน ตอนนี้จุดตันเถียนถูกทำลายไปแล้ว แม้เขาจะรู้สูตรตำรับโอสถสำหรับต่อเส้นใยชีพจร แต่ในวิถีโอสถเก้าขั้น โอสถต่อชีพจรจัดอยู่ในระดับหก เมื่อมองดูทั่วทั้งแคว้นทิงเซียงแล้ว นักปรุงโอสถระดับสี่ยังมีแทบนับหัวได้ แล้วเขาจะไปหาใครมาปรุงโอสถระดับหกให้ได้เล่า
แล้วหลังจากนี้เขาจะฝึกฝนต่อไปได้อย่างไร
หากไร้ซึ่งพลังในการปกป้องตนเอง ในโลกแห่งวิทยายุทธ์แห่งนี้ เขาคงถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
ถังหลิงแอบสงสัยอยู่ในใจ หากเป็นปกติเวลาที่เด็กคนนี้ถูกรังแก จะต้องโวยวายขอร้องให้เขาไปแก้แค้นให้แล้วแท้ๆ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูสงบเสงี่ยมผิดปกตินัก
สิ่งที่ทำให้ถังหลิงประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ปกติแล้วเด็กคนนี้มักจะแต่งตัวฉูดฉาดบาดตา ทำตัวลอยชายไปวันๆ โดนด่าไปไม่รู้กี่ครั้งก็ไม่เคยจำ แต่การแต่งกายในวันนี้กลับดูเรียบง่ายและเป็นระเบียบเรียบร้อย นี่มันเปลี่ยนนิสัยไปแล้วหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แถมพอดูจากท่ายืน แม้จะก้มหน้าสงบเสงี่ยมไม่พูดไม่จา ทว่าแผ่นหลังกลับยืดตรงสง่างาม เผยให้เห็นกลิ่นอายของความสง่างามอยู่ลึกๆ
"คราวนี้ยังดีที่ลุงโม่ของเจ้าไปทันเวลา หากช้ากว่านี้ไอ้เด็กระยำตระกูลหลิ่วคงฉวยโอกาสลงมือฆ่าเจ้าไปแล้ว ต่อไปก็ระวังตัวให้มาก อย่าไปก่อเรื่องก่อราวที่ไหนอีก ถ้ากล้าหาญไปก่อเรื่องอีกละก็ ข้าจะลงโทษตามกฎประจำตระกูลแน่! ถอยไปได้แล้ว!"
เมื่อเห็นว่าหลานชายไม่ตอบโต้ ถังหลิงก็ไม่แน่ใจว่าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แม้ว่าจุดตันเถียนของเขาจะถูกทำลาย แต่เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยชอบฝึกฝนอยู่แล้ว ถังหลิงเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะประสบความสำเร็จในวิถีแห่งยุทธ์ ขอเพียงแค่ชาตินี้เขาแคล้วคลาดปลอดภัยและสืบทอดทายาทตระกูลถังต่อไปได้ก็พอแล้ว
"วันนี้นายน้อยใหญ่ดูแตกต่างไปจากเดิมนะขอรับ"
พ่อบ้านเฒ่าที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
ถังหลิงผู้เฒ่าพยักหน้าพลางถอนหายใจยาว
"ก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า อาจจะเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บสาหัสก็ได้ รอดูอีกสักสองสามวันว่าจะเป็นยังไง ถ้าเกิดว่าเปลี่ยนนิสัยแล้วจริงๆ ข้าก็จะจ้างอาจารย์มาสอนวิชาการค้าการบริหารให้เขา ต่อไปจะได้เก่งเรื่องทำธุรกิจ ถือว่าเป็นทางรอดอีกทางหนึ่ง"
...
ถังเหยียนไม่ได้รับรู้ถึงบทสนทนาระหว่างท่านปู่ถังและลุงโม่ เขาเดินกลับเรือนด้วยความกลัดกลุ้ม เพิ่งข้ามมิติมายังโลกนี้ได้ไม่ทันไร จุดตันเถียนก็อยู่ในสภาพพังพินาศเสียแล้ว นี่มันเปิดเกมมาโหมดนรกชัดๆ!
ถังเหยียนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเตาหลอมฟ้าดินบันดาล หากเตาหลอมนี้ยังมีอยู่ เขาก็สามารถใช้มันเป็นตัวช่วยในการเริ่มฝึกฝนใหม่ได้ น่าเสียดายที่เตาหลอมนั่นดันมีจุดจบที่อนาถกว่าเขาเสียอีก แตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปเสียแล้ว
แม้จะไม่มีลมปราณเพื่อควบคุมไฟหลอมโอสถ แต่ถังเหยียนก็ไม่ใช่คนที่ชอบอยู่เฉย เขาหันหลังเดินตรงไปยังหอตำรา สิ่งที่เขาต้องการอย่างเร่งด่วนในตอนนี้คือการทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ บนโลกใบนี้ โดยเฉพาะเรื่องสมุนไพร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการปรุงโอสถ
เมื่อถังเหยียนเปิดดูตำราอย่างคร่าวๆ มุมปากของเขาก็ยกย่องขึ้นเล็กน้อย แม้โลกใบนี้จะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากแผ่นดินฮว๋าเซี่ย แต่ชื่อของสมุนไพร รวมถึงคุณสมบัติและสรรพคุณของพวกมัน กลับคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดใจ!
ถึงกระนั้น ถังเหยียนก็ยังคงเปิดอ่านตำราเหล่านั้นทีละหน้าๆ จดจำข้อแตกต่างบางอย่างเอาไว้ให้ขึ้นใจ เมื่อเงยหน้ามองท้องฟ้าด้านนอกก็พบว่าดวงอาทิตย์ตกดินไปเสียแล้ว เขาลูบท้องที่กำลังส่งเสียงประท้วงพลางยิ้มบางๆ แล้วเดินกลับไปยังเรือนของตน
หลังจากจัดการกับอาหารมื้อค่ำที่เสี่ยวชุ่ยเตรียมไว้ให้ ถังเหยียนก็นั่งขัดสมาธิบนเตียง จัดลำดับความคิดของตนอย่างละเอียด
ดวงของเขาแข็งกร้าวใช่ย่อย การฝืนทะลวงด่านพลังจนทำให้เตาหลอมฟ้าดินบันดาลระเบิด เขากลับยังมีชีวิตรอดด้วยการข้ามมิติมาเกิดใหม่ในโลกอื่นได้อีกครั้ง
ทว่าสถานการณ์รอบตัวของร่างเดิมก็ทำเอาเขาปวดขมับไม่แพ้กัน
เริ่มจากบิดาที่หายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน ตัวร่างเดิมเองก็ไม่เอาถ่าน แม้ตระกูลถังจะเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองอวิ๋น แต่หากเขาไม่มีพลังปกป้องตนเอง ทันทีที่ท่านปู่ด่วนจากไป นั่นก็คงเป็นจุดจบของตระกูลถังเช่นกัน
"จะมานั่งรอความตายไม่ได้ ข้าต้องฟื้นฟูพลังให้ได้!"
ถังเหยียนขมวดคิ้ว ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลองดูสักตั้ง เผื่อว่าการข้ามมิติมาครั้งนี้จะทำให้เกิดปาฏิหาริย์และทำให้เขากลับมาฝึกฝนได้อีกครั้ง
เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง ทำจิตใจให้สงบ กำหนดลมหายใจเข้าออก หวังจะเข้าสู่สภาวะเข้าฌาน
ห้านาทีผ่านไป จุดตันเถียนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
สิบห้านาทีผ่านไป จุดตันเถียนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป จุดตันเถียนก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
ในชาติก่อนถังเหยียนในฐานะนักปรุงโอสถระดับเก้า เวลาปรุงโอสถแต่ละครั้งมักจะต้องเฝ้าอยู่หน้าเตาหลอมนานเป็นสิบๆ วัน ทำให้เขามีจิตใจที่มั่นคงแข็งแกร่ง ทว่าเมื่อจุดตันเถียนไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เป็นเวลานาน ถังเหยียนก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
บ้าเอ๊ย แบบนี้จะให้ข้าฝึกฝนยังไงวะ!
และในขณะที่ถังเหยียนกำลังจะถอดใจนั้นเอง กลิ่นอายอันกว้างใหญ่ไพศาลที่คุ้นเคยก็ปะทุขึ้นมาจากห้วงแห่งจิตสำนึก
จิตใจของถังเหยียนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กลิ่นอายนี้มัน... เตาหลอมฟ้าดินบันดาลนี่นา!
เขารีบทำสมาธิ ดึงจิตทั้งหมดดิ่งลงสู่ห้วงแห่งจิตสำนึก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือเตาหลอมโอสถโปร่งแสงที่กำลังหมุนวนอย่างช้าๆ อยู่ภายในนั้น
"คัมภีร์โอสถไร้เทียมทาน ช่วงชิงโชคชะตาฟ้าดิน หลอมรวมแก่นแท้ไร้ขีดจำกัด! ผู้ฝึกฝนจำต้องสลายพลังในจุดตันเถียน ทำลายเพื่อสร้างใหม่ จึงจะสำเร็จคัมภีร์โอสถไร้เทียมทาน"
เสียงอันหนักแน่นดังก้องมาจากภายในเตาหลอม ตามมาด้วยข้อมูลอันสลับซับซ้อนและยาวเหยียดที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวของถังเหยียน
ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดถังเหยียนก็ย่อยข้อมูลเหล่านั้นจนหมดสิ้น ภายในใจเกิดคลื่นลมแรงสั่นสะเทือนอย่างหนัก
ในชาติก่อนแม้เขาจะฝึกฝนวิถีโอสถจนแตกฉาน แต่การปรุงโอสถก็ยังต้องพึ่งพาเตาหลอม ทว่าจากคัมภีร์โอสถไร้เทียมทานที่ส่งมาจากเตาหลอมฟ้าดินบันดาล บ่งบอกว่าหากฝึกฝนจนถึงระดับหนึ่ง จะสามารถใช้ร่างกายตนเองเป็นดั่งเตาหลอมเพื่อปรุงโอสถได้ และผลลัพธ์ที่ได้ก็จะดียิ่งกว่า!
"ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน!"
ถังเหยียนชื่นชมอยู่ในใจ
มันเป็นไปตามที่เขาคาดเดาไว้ตอนเพิ่งฟื้นคืนสติไม่มีผิด ความลับขั้นสูงสุดของเตาหลอมฟ้าดินบันดาลก็คือการหลอมรวมจิตวิญญาณของเตาหลอม เป้าหมายสูงสุดของการฝึกฝนก็คือการรวมร่างกับเตาหลอมให้เป็นหนึ่งเดียว
ในชาติก่อนเขาไม่เคยหาวิธีใช้เตาหลอมฟ้าดินบันดาลได้อย่างถูกต้องเลย มาในชาตินี้โชคชะตาของเขากลับสอดคล้องกับการฝึกฝนคัมภีร์โอสถไร้เทียมทานพอดิบพอดี นี่สิที่เรียกว่าลิขิตสวรรค์
ถังเหยียนที่เริ่มลงมือฝึกฝนค่อยๆ เข้าสู่สภาวะเข้าฌานตามจังหวะลมหายใจเข้าออก ด้วยประสบการณ์ระดับสัตว์ประหลาดจากชาติก่อน ผนวกกับรากฐานร่างกายนี้ที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ไม่นานนักก็มีกระแสลมปราณอุ่นร้อนค่อยๆ มารวมตัวกันที่บริเวณท้องน้อย
...
"นายท่าน นายน้อยไม่ได้ออกไปไหนเลยตลอดทั้งวัน แต่มุกตัวอยู่ในหอตำราขอรับ"
ค่ำคืนนั้น ภายในห้องหนังสือของถังหลิงผู้เฒ่า ลุงโม่พ่อบ้านใหญ่กำลังรายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"อะไรนะ"
ถังหลิงเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางรีบถามต่อ
"เจ้าเด็กนั่นขลุกอยู่ในหอตำราทั้งวันเลยเรอะ"
"เป็นเช่นนั้นขอรับ"
เมื่อได้รับการยืนยันจากลุงโม่ สีหน้าของถังหลิงก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เอ่ยปาก
"เมื่อก่อนตอนที่เจ้าเด็กนั่นไม่ยอมฝึกยุทธ์ ข้าให้มันไปอ่านหนังสือ อ่านยังไม่ทันจบหน้าก็หลับปุ๋ยไปแล้ว แต่นี่กลับขลุกอยู่ในห้องหนังสือทั้งวันเลยรึ เจ้าเด็กนั่นมันอ่านหนังสือออกจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าแอบไปนอนหลับสบายในห้องหนังสือ รีบเอาหนังสือที่มันอ่านวันนี้มาให้ข้าดูเดี๋ยวนี้!"
ลุงโม่ยิ้มเจื่อนๆ พลางเปิดกล่องที่เตรียมไว้แล้วส่งให้
"วันนี้นายน้อยอ่านหนังสือไปหลายเล่มเลยขอรับ!"
"สารานุกรมโอสถ ข้อมูลสมุนไพรเจาะลึก ภูมิประเทศทั่วทวีป ประวัติศาสตร์สองพันปีแคว้นทิงเซียง..."
เมื่อเห็นชื่อหนังสือเหล่านี้ ความประหลาดใจบนใบหน้าของถังหลิงก็ยิ่งทวีคูณ
"หรือว่าเจ้าเด็กนี่จะกลับตัวกลับใจแล้วจริงๆ"
เมื่อได้ยินคำพูดของถังหลิง ลุงโม่ก็เอ่ยแสดงความยินดี
"ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้นายน้อยอ่านหนังสือรวมกันยังไม่เท่ากับวันนี้เลยนะขอรับ บางทีอาจจะกลับตัวกลับใจแล้วจริงๆ ก็ได้"
"เหลวไหล! พวกภาพวาดวังวสันต์ เรื่องเล่ารักใคร่ลามกน่ะ เจ้าเด็กนั่นซ่อนไว้เต็มใต้เตียง อ่านมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว!"
ถังหลิงผู้เฒ่าแค่นเสียงอย่างมีน้ำโห ก่อนจะพูดต่อ
"แต่ทว่าการอ่านหนังสือพวกนี้มันไม่เข้ากับนิสัยของไอ้เด็กระยำนั่นเลยจริงๆ จับตาดูกันต่อไปอีกสักสองสามวัน!"
[จบแล้ว]