- หน้าแรก
- ยันต์สะท้านปฐพี วิถีเซียนแนวใหม่ของวิศวกรหนุ่ม
- บทที่ 5 - รากฐานยันต์เบญจธาตุ
บทที่ 5 - รากฐานยันต์เบญจธาตุ
บทที่ 5 - รากฐานยันต์เบญจธาตุ
บทที่ 5 - รากฐานยันต์เบญจธาตุ
เมื่อเว่ยตัวเป่าตื่นขึ้น จางเถี่ยซานก็นั่งอยู่บนม้านั่งไม้เพียงตัวเดียวข้างเตียงแล้ว ในมือถือสมุนไพรสีม่วงยาวครึ่งฟุต กำลังใช้เล็บค่อยๆ ลอกเศษดินที่ติดอยู่ตามรากฝอยออกอย่างระมัดระวัง ท่วงท่าของเขาจดจ่อ ราวกับเว่ยตัวเป่าเป็นเพียงแค่เครื่องเรือนชิ้นหนึ่งในห้อง
ในห้องหินเงียบสงัด มีเพียงเสียงเป๊าะแป๊ะเบาๆ ยามรากสมุนไพรถูกเด็ดออก
"เจ้าทำได้อย่างไร" จางเถี่ยซานถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เว่ยตัวเป่ายันมือกับแผ่นเตียงลุกขึ้นนั่ง สภาพร่างกายที่อ่อนแอมำให้ท่วงท่าของเขาเชื่องช้าไปบ้าง เขาเหลือบมองจางเถี่ยซานแวบหนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลง มองดูฝ่ามือของตัวเอง
"สมุนไพรในแปลง ล้วนส่งเสริมและข่มกันเอง ดินก่อเกิดทอง ทองก่อเกิดน้ำ" เขาบอกเล่าความจริงที่ตนเองค้นพบในสวนสมุนไพร
ท่วงท่าลอกรากฝอยของจางเถี่ยซานชะงักไปเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้น และเป็นครั้งแรกที่เขาใช้สายตาพินิจพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างจริงจัง
เว่ยตัวเป่ายังคงมีรูปร่างผ่ายผอมเช่นเดิม แต่ระหว่างคิ้วกลับคล้ายมีบางสิ่งที่แตกต่างออกไป เป็นความสงบนิ่งที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
"เบญจธาตุสับสนปนเป ปะทะขัดแย้งกันเอง นี่คือสามัญสำนึกของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร หากฝืนสูดซับเข้าไป มีแต่จะทำให้ร่างระเบิดตาย"
"ชักนำไอพลังวิญญาณธาตุดินเข้าสู่ร่างกายก่อน เพื่อสร้างความมั่นคงให้จุดตันเถียน จากนั้นจึงชักนำไอพลังวิญญาณธาตุทอง โดยอาศัยหลักดินก่อเกิดทอง ห่อหุ้มมันเอาไว้ หลังจากนั้นการชักนำธาตุน้ำจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ ดำเนินไปทีละนิดทีละหน่อย" คำอธิบายของเว่ยตัวเป่าเรียบง่าย แต่กลับชี้ชัดถึงแก่นแท้
นี่ไม่ใช่วิชาที่ลึกล้ำอะไร แต่เป็นการควบคุมที่ละเอียดอ่อน คล้ายกับช่างฝีมือที่กำลังเจียระไนสิ่งของ เริ่มจากการสร้างฐานรากที่มั่นคงที่สุดขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ จัดวางวัสดุชิ้นต่อๆ ไปตามลำดับการส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างระมัดระวัง ให้พวกมันเชื่อมต่อกัน ก่อร่างเป็นโครงสร้างโดยรวมที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง
จางเถี่ยซานวางสมุนไพรสีม่วงในมือลงไว้ด้านข้าง ลุกขึ้นยืน แล้วเดินวนไปมาในห้องหินแคบๆ สองรอบ
"ตามข้ามา" เขาหันหลังเดินออกจากห้องหิน ไม่เปิดโอกาสให้เว่ยตัวเป่าได้ซักถามใดๆ
เว่ยตัวเป่าลงจากเตียงโดยไม่ปริปากพูดอะไร แล้วเดินตามไป
ทั้งสองเดินผ่านแปลงสมุนไพร จางเถี่ยซานพาเขาเข้าไปยังห้องหินอีกแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในส่วนลึกของถ้ำ
ห้องหินนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่พักของเว่ยตัวเป่ามาก ผนังทั้งสี่ด้านเรียบเนียน ตรงกลางมีโต๊ะหินตัวใหญ่ตั้งอยู่
บนโต๊ะมีกระดาษยันต์สีเหลืองอ่อนวางซ้อนกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้างๆ ยังมีแท่นฝนชาดทำจากหินอีกหลายแท่น พู่กันขนหมาป่าที่มีด้ามจับสีเหลืองนวลและปลายแหลมคมอีกหลายด้าม ตลอดจนขวดโหลและกระปุกที่ไม่รู้ชื่ออีกมากมาย
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นแปลกประหลาดที่เกิดจากการผสมผสานกันของชาด หมึกแท่ง และพรรณไม้พิเศษบางชนิด
จางเถี่ยซานเดินไปหยุดอยู่หลังโต๊ะหิน หยิบกระดาษยันต์ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง
"ข้าคือผู้สร้างยันต์" เขาเอ่ยขึ้น "การสร้างยันต์วิญญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยันต์วิญญาณระดับสูง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเสถียรของแกนยันต์ แกนยันต์คือหัวใจสำคัญของยันต์วิญญาณแผ่นหนึ่ง จำเป็นต้องบรรจุพลังแห่งเบญจธาตุลงในพื้นที่อันจำกัด ให้พวกมันส่งเสริมและหลอมรวมกัน จึงจะสามารถรองรับวิชาอาคมอันทรงพลังในลำดับต่อไปได้"
เขาหันไปมองเว่ยตัวเป่า "ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป แม้แต่ผู้ที่มีรากวิญญาณสวรรค์ ก็สามารถเชี่ยวชาญคุณสมบัติธาตุได้เพียงแขนงเดียวเท่านั้น การที่จะสร้างวัฏจักรเบญจธาตุที่เสถียรขึ้นภายในแกนยันต์ นับว่ายากเย็นราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์ หากสัมผัสเทวะผิดพลาดแม้เพียงนิด พลังเบญจธาตุก็จะสูญเสียการควบคุมและเกิดการปะทะกัน ผลลัพธ์คือยันต์พังทลายและผู้สร้างได้รับบาดเจ็บ"
เขาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้ววางกระดาษยันต์ในมือลง
"แต่เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้าสามารถทำให้ไอพลังวิญญาณเบญจธาตุอยู่ร่วมกันในร่างกายได้ตั้งแต่ยังอยู่ในขอบเขตฝึกปราณ"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากการดูแลแปลงสมุนไพรแล้ว ช่วงบ่ายของทุกวันเจ้าต้องมาที่นี่ สิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าทำ ไม่ใช่การวาดรูปยันต์ แต่เป็นการสร้างฐานสำหรับแกนยันต์ให้ข้า"
จางเถี่ยซานหยิบกระดาษยันต์ปึกหนึ่งที่มีสีเข้มกว่าและเนื้อหยาบกว่าออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วส่งให้เว่ยตัวเป่า "นี่คือกระดาษยันต์เสียสำหรับใช้ฝึกซ้อม เจ้าเพียงแค่ต้องสร้างวัฏจักรเบญจธาตุพื้นฐานที่สุดลงบนกระดาษแผ่นนี้ด้วยพลังวิญญาณของเจ้า"
เขาหยิบพู่กันวาดรูนขึ้นมา ใช้ปลายนิ้วแตะน้ำเปล่าเล็กน้อยในแท่นฝนหมึก จากนั้นก็วาดวงกลมง่ายๆ ลงบนโต๊ะหินอย่างรวดเร็ว
"เหมือนแบบนี้ คัดลอกวัฏจักรที่อยู่ในจุดตันเถียนของเจ้าลงบนกระดาษ"
เว่ยตัวเป่ารับกระดาษยันต์เนื้อหยาบปึกนั้นมา พยักหน้าอย่างเงียบๆ
เขาเดินไปที่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะหิน ทำตามอย่างที่จางเถี่ยซานทำ หยิบพู่กันวาดรูนขึ้นมาด้ามหนึ่ง
เขาหลับตาลง ดึงเอากระแสลมอันแผ่วเบาภายในจุดตันเถียนออกมา แล้วชักนำมันไปที่ปลายนิ้วอย่างระมัดระวัง
นี่คือกระบวนการที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนยิ่งกว่าการชักนำปราณเข้าสู่ร่างกายเสียอีก
พลังวิญญาณไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณ ไปถึงปลายนิ้ว จากนั้นก็ส่งผ่านไปยังปลายพู่กันวาดรูน และในที่สุดก็ตกลงบนกระดาษยันต์
ทันทีที่ปลายพู่กันสัมผัสกับผิวกระดาษ ลำแสงวิญญาณสีเหลืองเอิร์ธโทนก็สว่างวาบขึ้นที่ปลายพู่กัน
เขาลองขยับปลายพู่กัน วาดเป็นเส้นโค้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาพยายามจะดึงเอาพลังวิญญาณธาตุทองซึ่งเป็นธาตุที่สองเข้ามา พลังงานอันแผ่วเบาทั้งสองสายก็เกิดการปะทะกันเบาๆ ที่ปลายพู่กัน
"ชี่" เสียงเบาๆ ดังขึ้น บนกระดาษยันต์ปรากฏจุดสีดำไหม้เกรียม เส้นโค้งแห่งแสงวิญญาณครึ่งเส้นที่เพิ่งวาดเสร็จแตกซ่านไปในพริบตา
ล้มเหลว
เว่ยตัวเป่าไม่ย่อท้อ เขาเปลี่ยนกระดาษยันต์แผ่นใหม่ และลองอีกครั้ง
ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม...
ติดต่อกันกว่าสิบครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
ไม่พลังวิญญาณเชื่อมต่อกันไม่ติด ก็เป็นพลังวิญญาณสองชนิดปะทะกัน ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ก็เพียงแค่ทิ้งรอยวงแหวนที่ขาดๆ หายๆ มืดหม่นไร้แสงสว่างไว้บนหน้ากระดาษ
พลังวิญญาณของเขาอ่อนแอเกินไป และการควบคุมพลังวิญญาณด้วยสัมผัสเทวะของเขาก็หยาบกระด้างเกินไป
จางเถี่ยซานยืนดูอยู่เงียบๆ ด้านข้าง ไม่ได้เอ่ยปากชี้แนะใดๆ
จนกระทั่งหน้าผากของเว่ยตัวเป่ามีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมออกมา และพลังวิญญาณในจุดตันเถียนแทบจะหมดเกลี้ยง เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า "พลังวิญญาณของเจ้ายังไม่พอ สัมผัสเทวะก็อ่อนแอเกินไป ไม่อาจควบคุมได้อย่างละเอียดอ่อนลึกซึ้ง"
เขาหยิบถุงผ้าใบเล็กออกมาจากถุงเก็บของ แล้วโยนลงบนโต๊ะ
ถุงผ้าตกลงบนโต๊ะหิน เกิดเสียงกระทบกันดังกังวานใสหลายครั้ง
"ในนี้มีหินวิญญาณระดับล่างสิบก้อน ทุกวันเวลาที่เจ้าบำเพ็ญเพียร ก็จงใช้ของสิ่งนี้ เมื่อใดที่เจ้าสามารถวาดวงแหวนเบญจธาตุที่สมบูรณ์และมีแสงวิญญาณไหลเวียนลงบนกระดาษยันต์ได้ ค่อยมาหาข้า"
พูดจบ จางเถี่ยซานก็หันหลังเดินออกจากห้องหินไป ทิ้งเว่ยตัวเป่าไว้เพียงลำพัง
เว่ยตัวเป่ามองถุงผ้าบนโต๊ะ เขาเปิดมันออก ภายในมีผลึกหินรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่เปล่งแสงสีขาวจางๆ นอนนิ่งอยู่สิบก้อน
เขาหยิบขึ้นมาก้อนหนึ่ง สามารถสัมผัสได้ถึงไอพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์หมดจดที่แผ่ซ่านออกมาจากผลึกหิน
เขาเก็บหินวิญญาณและกระดาษยันต์สำหรับฝึกซ้อม กลับไปที่ห้องหินของตน แล้วนั่งขัดสมาธิลงบนเตียงแผ่นไม้
เขาไม่ได้รีบฝึกวาดวงกลมในทันที แต่กำหินวิญญาณระดับล่างไว้ในมือ แล้วเริ่มโคจร 【เคล็ดชักนำปราณ】
ไอพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์กว่าการดูดซับจากอากาศหลายเท่าตัว พรั่งพรูเข้าสู่เส้นลมปราณผ่านทางฝ่ามือของเขา
(จบแล้ว)