เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 492 คืนสู่ความเยาว์วัย ความเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึง

บทที่ 492 คืนสู่ความเยาว์วัย ความเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึง

บทที่ 492 คืนสู่ความเยาว์วัย ความเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึง


"ดูท่าเฒ่าสยองจะจำโอสถพยัคฆ์มังกรระดับเทพนี้ได้ หรือว่าก่อนจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาด... เขาเคยเป็นผู้ฝึกตนระดับขอบเขตนิรันดร์มาก่อน?"

เจ้าแมวทมิฬกลอกตาไปมา ความคิดนี้ผุดขึ้นในสมอง

เฒ่าสยองผู้นี้ต้องมาจากสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงแน่

อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับยอดสำนักขึ้นไป

ไม่อย่างนั้นคงไม่แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาเช่นนั้น

ฟุ่บ!

เฒ่าสยองไม่รอช้า ยกขวดยาขึ้นกรอกโอสถพยัคฆ์มังกรระดับเทพทั้งสิบกว่าเม็ดเข้าปากรวดเดียวหมด

หลังจากกลืนลงไป เฒ่าสยองก็ยืนนิ่งเพื่อโคจรพลังย่อยสลายฤทธิ์ยา

ทันใดนั้น กลิ่นอายที่เคยอ่อนระโหยโรยแรงของเขาก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อาการไอก็ลดลงฮวบฮาบ

โอสถพยัคฆ์มังกรระดับเทพสิบกว่าเม็ด ถูกร่างกายของเฒ่าสยองดูดซึมจนหมดสิ้นในเวลาเพียงสิบกว่าลมหายใจ

"ยังมีอีกไหม?"

เสียงแหบพร่าดั่งเครื่องจักรของเฒ่าสยองดังขึ้น

"มีเจ้าค่ะ มี..."

เห็นอาการบาดเจ็บของเฒ่าสยองดีขึ้น ลั่วหลีก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบหยิบขวดกระเบื้องสีขาวใบเล็กออกมาอีกขวด

ในแหวนมิติของนางยังมีโอสถพยัคฆ์มังกรระดับเทพอยู่อีกมาก

แต่ทุกครั้งที่หยิบออกมา ลั่วหลีจะใส่ขวดเล็กๆ ไว้ ไม่อยากให้ดูเยอะจนเกินไป

คราวนี้นางหยิบออกมาถึงสามสิบเม็ด

เฒ่าสยองรับขวดกระเบื้องไป เปิดจุกออกแล้วเทใส่ปากทันที

เห็นเฒ่าสยองกลืนกินโอสถระดับเทพอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ คนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

สมแล้วที่เป็นเฒ่าสยองระดับขอบเขตนิรันดร์!

ขืนเป็นพวกเขากินเข้าไปเยอะขนาดนี้ ร่างกายคงระเบิดตายไปนานแล้ว

หลังจากกลืนกินและย่อยสลายโอสถไปอีกสามสิบเม็ด สีหน้าของเฒ่าสยองก็ดูดีขึ้นไปอีก

"เอามาอีก!"

เฒ่าสยองเงยหน้าขึ้น มองลั่วหลีด้วยแววตาเว้าวอน ยื่นมืออันปกคลุมด้วยขนรุงรังออกมา

"เอ่อ..."

ลั่วหลีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ก็ยังหยิบขวดกระเบื้องสีขาวออกมาให้อีกอย่างไม่ลังเล

คราวนี้ในขวดบรรจุโอสถไว้ถึงห้าสิบเม็ด

"คราวนี้น่าจะพอแล้วกระมัง?"

ลั่วหลีคิดในใจขณะส่งขวดให้เฒ่าสยอง

คนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน

เห็นเฒ่าสยองผลาญโอสถระดับเทพของท่านเจ้าสำนักไปมากมายขนาดนี้ ก็อดเสียดายแทนไม่ได้

แต่...

พอนึกถึงผลเทวะคืนอายุจำนวนมหาศาลที่เฒ่าสยองช่วยหามาให้ ความเสียดายก็มลายหายไป

หลังจากกลืนโอสถห้าสิบเม็ดลงท้อง จู่ๆ ในลำคอของเฒ่าสยองก็ส่งเสียงร้องประหลาดออกมา

"กุ๊กๆๆ..."

เสียงร้องคล้ายนกบางชนิด ดังก้องกังวานในหมอกดำ ชวนให้ขนลุกขนพอง

ต่อมาร่างกายของเฒ่าสยองก็เริ่มสั่นไหว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดสลับกับตื่นตระหนก มือทั้งสองข้างขยับเปลี่ยนท่าประทับอย่างรวดเร็ว

"เฒ่าสยองเป็นอะไรไป?"

ลั่วหลีหันไปถามคนอื่นด้วยความตกใจ

"กินโอสถมากเกินไปจนรับไม่ไหวหรือเปล่า?"

เจ้าแมวทมิฬกระพริบตาปริบๆ เอ่ยด้วยความกังวล

"ถ้ารู้อย่างนี้ ข้าคงไม่ให้เขากินเยอะขนาดนั้นหรอก"

ลั่วหลีพูดเสียงเครือ

นางนึกว่าเฒ่าสยองกินไปตั้งเยอะแล้วไม่เป็นไร คราวนี้คงไม่มีปัญหา แต่กลับตาลปัตร

"ศิษย์น้อง อย่าเพิ่งร้อนใจไป ข้าว่าเฒ่าสยองไม่เป็นไรหรอก"

เห็นลั่วหลีกระวนกระวาย ซูหว่านอี๋รีบปลอบโยน

"เฮ้อ..."

ลั่วหลีกระทืบเท้าด้วยความร้อนรน หากเฒ่าสยองเป็นอะไรไปจริงๆ นางคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

"ศิษย์พี่หญิง..."

จวินม่อเซี่ยวกำลังจะเอ่ยปลอบ ทันใดนั้นก็ชะงัก ลมหายใจสะดุด เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

เขาเห็นร่างกายอันสูงใหญ่ของเฒ่าสยองกำลังหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว

พร้อมเสียงกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บดังออกมาตลอดเวลา

"เกิดอะไรขึ้น?"

ลั่วหลีสะดุ้งโหยง ความเศร้าสร้อยหายวับไปทันที

ภาพอันน่าพิศวงตรงหน้าทำให้ทั้งหกคนรู้สึกขนลุกซู่

ดูเหมือนเฒ่าสยองกำลังวิวัฒนาการไปสู่ร่างใหม่อะไรสักอย่าง

"เฒ่าสยอง... คงไม่กลายเป็นตัวประหลาดน่ากลัวหรอกนะ?"

เจ้าแมวทมิฬคิดในแง่ร้าย ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดวิตก

ถ้ากลายเป็นตัวประหลาดที่น่ากลัวกว่าเดิม สู้ไม่ให้กินโอสถยังจะดีกว่าไหมเนี่ย?

ใครจะไปรู้... พอกลายร่างแล้ว เฒ่าสยองจะยังใจดีกับพวกเขาเหมือนเดิมหรือเปล่า?

ทุกคนกลั้นหายใจ จ้องมองตาไม่กะพริบ

กร๊อบแกร๊บ...

เสียงกระดูกลั่นดังก้องในหมอกดำอันเงียบสงัด สัตว์ประหลาดที่อยู่ไกลออกไปดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว จึงพากันหนีเตลิดไปหมด

ผ่านไปหนึ่งก้านธูป

"นี่มัน?"

จวินม่อเซี่ยวตาโต เอามือปิดปากด้วยความตกใจ

ร่างกายของเฒ่าสยองหยุดหดตัวแล้ว แต่ตอนนี้เขาสูงเพียงสองฟุตเศษ

ตัวใหญ่กว่าเด็กทารกแรกเกิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

มองดูเฒ่าสยองฉบับย่อส่วน ทุกคนกระพริบตาปริบๆ ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี

ทั้งหมดเป็นเพราะโอสถพยัคฆ์มังกรระดับเทพแท้ๆ

จู่ๆ เฒ่าสยองก็ลืมตาโพลง แก้มป่อง พลางเปลี่ยนท่าประทับมือ ทันใดนั้นศีรษะของเขาก็เปล่งแสงสีขาวจ้าออกมา

แสงนั้นสว่างจ้าบาดตา

ทั้งหกคนต้องหรี่ตาลงพร้อมกัน

แสงสว่างหายไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง

ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราอันตรธานไปแล้ว แทนที่ด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อ ราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

สูด!

ทุกคนสูดหายใจเข้าลึก

ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยายความตกตะลึงในตอนนี้

นี่... เฒ่าสยองเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เชียวหรือ?

กระทั่งขนสีแดงบนศีรษะก็หลุดร่วงไปหมด...

หรือว่าเฒ่าสยองเริ่มขับไล่พลังอาถรรพ์แห่งแดนโบราณหมิงเซียนออกไปได้แล้ว?

"นังหนู เอาโอสถพยัคฆ์มังกรระดับเทพมาให้อีก ยิ่งเยอะยิ่งดี"

เฒ่าสยองเอ่ยขึ้น เสียงเล็กใสราวกับเด็กน้อย พร้อมยื่นมือป้อมๆ ที่ยังมีขนปกคลุมออกมา

ได้ยินเฒ่าสยองพูดจาฉะฉาน น้ำเสียงไม่แหบพร่าเหมือนหุ่นยนต์อีกต่อไป ทุกคนต่างทึ่งในใจ

แปลกประหลาดแท้

นี่คือการคืนสู่ความเยาว์วัยหรือนี่?

"..." ลั่วหลีชะงัก

ไม่แน่ใจว่าควรจะให้โอสถต่อไปดีหรือไม่

"วางใจเถอะ ข้าจะพาพวกเจ้าไปหาผลเทวะคืนอายุต่อ"

เฒ่าสยองกล่าวย้ำ

ลั่วหลีสูดหายใจลึก หยิบขวดกระเบื้องออกมา พร้อมรอยยิ้ม "เฒ่าสยอง นี่เจ้าค่ะ"

คราวนี้นางหยิบออกมาให้ถึงสามร้อยเม็ด

เฒ่าสยองรับไปเทใส่ปากกลืนลงท้องทันที

จากนั้น แสงสีขาวก็แผ่ออกมาจากร่าง ขนสีแดงตามตัวเริ่มร่วงกราว จนเหลือเพียงที่ฝ่าเท้าเล็กน้อย

"มีอีกไหม?"

เฒ่าสยองเงยหน้ามองลั่วหลี แววตาดุดันน่ากลัวจนนางขนลุก

"ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ เฒ่าสยอง..."

ลั่วหลีใจสั่น รีบส่ายหน้าปฏิเสธ

"พวกเจ้าล่ะ?"

เฒ่าสยองหันไปถามคนอื่นเสียงเรียบ

"พวกเราก็ไม่มี"

ทุกคนรีบปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน

ในเมื่อท่านเจ้าสำนักไม่ให้ พวกเขาก็ต้องไม่ให้เช่นกัน

"เฮ้อ..." เฒ่าสยองถอนหายใจ ดูเหมือนจะยอมรับความจริง

โอสถพยัคฆ์มังกรระดับเทพนั้นล้ำค่าเกินไป แม่หนูคนนี้มีเยอะขนาดนี้ก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว

"ไปกันเถอะ!"

เฒ่าสยองตัวน้อยกระโดดออกจากหลุม เดินนำลิ่วเข้าสู่หมอกดำ

"ที่แท้ก็นวิชาแปลงร่าง เฒ่าสยองสองคนก่อนหน้านี้ ก็คงแปลงมาจากร่างนี้นี่เอง"

ในห้วงจิตของลั่วหลี

เย่หยุนเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด และได้ข้อสรุป

แต่ทว่า...

เมื่อมองดูเด็กน้อยผิวขาวเนียนละเอียดราวกับตุ๊กตาผู้นี้ ไม่รู้ทำไม เย่หยุนถึงรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด โครงหน้าของเด็กน้อยช่างคล้ายคลึงกับ จีอู๋ซวง ศิษย์คนที่สี่ของเขาเหลือเกิน

จบบทที่ บทที่ 492 คืนสู่ความเยาว์วัย ความเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว