- หน้าแรก
- เกิดใหม่ปีสองพัน เปิดฉากชีวิตใหม่
- บทที่ 18 ทุกอย่างเพื่อยอดผู้เข้าชม
บทที่ 18 ทุกอย่างเพื่อยอดผู้เข้าชม
บทที่ 18 ทุกอย่างเพื่อยอดผู้เข้าชม
บทที่ 18 ทุกอย่างเพื่อยอดผู้เข้าชม
ซุนป๋ออวี่เข้าใจในทันทีและเปิดตัวเลือกการตั้งค่าขั้นสูงที่ซ่อนเอาไว้
"ตรงนี้ครับ พวกเราได้ออกแบบโปรแกรมเสริมสำหรับปกป้องเบราว์เซอร์ซึ่งจะติดตั้งเองแบบเงียบๆ
เมื่อติดตั้งพ่อบ้านจื้ออวิ๋นเสร็จ มันจะทำงานโดยอัตโนมัติซึ่งมีหน้าที่หลักสองอย่างคือ
อย่างแรก มันจะซ่อมแซมหน้าแรกของหน้าเว็บที่ถูกซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายตัวอื่นดัดแปลง เพื่อรับประกันว่าเมื่อผู้ใช้งานเปิดหน้าเว็บขึ้นมา พวกเขาจะเห็นเว็บสารบัญหนึ่งหนึ่งสี่ลาของเราทันที
อย่างที่สอง มันจะคอยป้องกันพฤติกรรมการแทรกแซงหน้าแรกที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ
โปรแกรมเสริมตัวนี้กินพื้นที่น้อยมากและแทบจะไม่ดึงทรัพยากรของระบบไปใช้เลยครับ"
หวังฮ่าว ซุนสยง และพนักงานคนอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบเรื่องต่างหันมามองหน้ากัน ในฐานะนักเขียนโปรแกรม มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้ถึงสรรพคุณของโปรแกรมเสริมประเภทนี้
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังคงไร้กฎเกณฑ์ควบคุม คำว่าซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก
ในทางกลับกัน ซอฟต์แวร์ประเภทนี้กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
ซอฟต์แวร์สามเจ็ดสองหนึ่ง ซึ่งเป็นต้นตำรับของซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย สามารถยึดครองช่องทางเข้าสู่อินเทอร์เน็ตของจีนได้สำเร็จ โดยอาศัยนวัตกรรมบริการค้นหาด้วยภาษาจีน
พวกเขาโอ้อวดว่ามีผู้ใช้งานมากกว่ายี่สิบล้านคนและลูกค้าองค์กรอีกสองแสนราย โดยมีอัตราการเจาะตลาดสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
พวกเขากลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตที่มีรายได้ทะลุร้อยล้านหยวนและมีกำไรต่อปีมากกว่าห้าสิบล้านหยวนไปแล้ว
อีกทั้งมูลค่าตามราคาตลาดของพวกเขาก็สูงถึงห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ
ฟีเจอร์ของโปรแกรมเสริมนี้นับเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ทำให้ซอฟต์แวร์สามเจ็ดสองหนึ่งสามารถผูกขาดส่วนแบ่งการตลาดได้ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลาอันสั้น
หวังฮ่าวมองหลี่อวิ๋นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม "ประธานหลี่... ฉลาดมาก! แยบยลจริงๆ ครับ!
นี่หมายความว่าเรากำลังฝังช่องทางการเข้าถึงเว็บสารบัญหนึ่งหนึ่งสี่ลาลงไปในคอมพิวเตอร์ของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่นับหมื่นเครื่องทั่วประเทศโดยตรงเลยนะครับ!
นี่คือป้อมปราการดึงยอดผู้เข้าชมจากโลกออฟไลน์ชัดๆ!"
หลี่อวิ๋นคลี่ยิ้มบางๆ นี่แหละคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา
ในใจของเขา พ่อบ้านจื้ออวิ๋นไม่ได้เป็นเพียงแค่ซอฟต์แวร์ที่มีไว้ขายเท่านั้น
แต่มันคือสะพานสำคัญในการเชื่อมโยงโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันตามแผนกลยุทธ์ที่เขาวางไว้ เป็นป้อมปราการด่านหน้าอันทรงพลังในโลกออฟไลน์
อย่างไรก็ตาม หลี่อวิ๋นเองก็ตระหนักถึงข้อเสียของโปรแกรมเสริมเป็นอย่างดี
เขาจะไม่เลียนแบบซอฟต์แวร์ที่เกาะติดหนึบเป็นปลิงและไม่สามารถถอนการติดตั้งได้ไม่ว่าผู้ใช้จะทำอย่างไรก็ตาม
และจะไม่แสดงโฆษณาขึ้นมารัวๆ จนผู้ใช้งานไม่สามารถกดปิดได้เหมือนกับพวกซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายเหล่านั้นด้วย
ในการออกแบบของหลี่อวิ๋น พ่อบ้านจื้ออวิ๋นถูกตั้งค่าให้ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำการตรวจสอบและอัปเดตข้อมูล
นี่ไม่ได้ทำไปเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ในอนาคต พวกเขาสามารถใช้ช่องทางนี้เพื่อผลักดันฟีเจอร์ใหม่ๆ ไปยังร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทุกแห่งที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตนได้อย่างแนบเนียนอีกด้วย
อีกทั้งยังสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลภาพรวมแบบไม่ระบุตัวตนเกี่ยวกับความถี่ในการใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้อีกด้วย
ซึ่งนี่จะกลายเป็นขุมทองแห่งข้อมูลที่มีมูลค่ามหาศาลในอนาคต!
แน่นอนว่านี่คือข่าวดีในมุมมองของบริษัทเทคโนโลยีอวิ๋นเฟิง
ส่วนมุมมองของผู้ใช้งานนั้น!
ในโลกออนไลน์ เว็บสารบัญหนึ่งหนึ่งสี่ลาคือช่องทางหลักในการดึงยอดผู้เข้าชม
ในโลกออฟไลน์ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่เครือข่ายของชาวเน็ตในประเทศ ก็จะถูกควบคุมผ่านพ่อบ้านจื้ออวิ๋น
ตามแผนการของหลี่อวิ๋น ในช่วงวิกฤตฤดูหนาวของวงการอินเทอร์เน็ตนี้ เขาตั้งใจที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อยึดครองซอฟต์แวร์ที่เป็นช่องทางเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตต่างๆ ให้ได้มากที่สุด
เพื่อเป็นการปูทางไปสู่ซอฟต์แวร์ตัวจริงที่เขาต้องการเปิดตัวในท้ายที่สุด
หลี่อวิ๋นทดลองใช้งานพ่อบ้านจื้ออวิ๋นด้วยตัวเองอีกครั้ง จากนั้นจึงหันไปมองซุนป๋ออวี่และเอ่ยถาม
"เตรียมการมาได้ละเอียดรอบคอบมาก ซอฟต์แวร์ตัวนี้ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องทำก็แค่ปล่อยมันลงสู่ตลาดเท่านั้น"
เมื่อหลี่อวิ๋นตัดสินใจชี้ขาด ทุกคนก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
บรรยากาศภายในห้องฮึกเหิมราวกับการประชุมระดมพลก่อนออกศึก
หลี่อวิ๋นลุกขึ้นยืนแล้ววาดวงกลมสองวงลงบนกระดานไวต์บอร์ด พร้อมกับเขียนคำว่า "หนึ่งหนึ่งสี่ลา" และ "พ่อบ้านจื้ออวิ๋น" ลงไปด้านใน
เขาตวัดปากกาเคมีในมือวาดลูกศรเส้นทึบเชื่อมวงกลมทั้งสองวงเข้าด้วยกัน พร้อมกับวาดเครื่องหมายคำถามหลายอันทิ้งไว้ด้านข้างเพื่อรอการเติมเต็ม
หลี่อวิ๋นเคาะกระดานไวต์บอร์ดเสียงดัง "ทุกคน เว็บสารบัญหนึ่งหนึ่งสี่ลาช่วยให้พวกเรามีจุดยืนขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง และพ่อบ้านจื้ออวิ๋นก็จะช่วยให้พวกเรารักษาจุดยืนนั้นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก!
ยอดผู้เข้าชมออนไลน์ต้องการช่องทางออฟไลน์เพื่อสร้างความมั่นคงและผลตอบรับ ในขณะที่ช่องทางออฟไลน์ก็ต้องการยอดผู้เข้าชมออนไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการส่งต่อผู้ใช้งาน
เป้าหมายของพ่อบ้านจื้ออวิ๋นไม่ใช่การดูว่าเราจะสามารถทำเงินจากการขายซอฟต์แวร์ได้มากแค่ไหน แต่เป็นจำนวนยอดผู้เข้าชมที่เราจะกวาดมาได้ต่างหาก
เราต้องผสานซอฟต์แวร์ทั้งสองตัวนี้เข้าด้วยกัน ให้ครอบคลุมทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์"
หลี่อวิ๋นพูดพลางหันไปมองหวังฮ่าว "ผู้จัดการหวัง ช่วงที่ผ่านมาผมมอบหมายให้คุณออกไปหาบริษัทรับเหมาตกแต่งและให้สำรวจสถานการณ์ของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ไปด้วย คุณได้ตรวจสอบราคาขายในปัจจุบันของซอฟต์แวร์จัดการที่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในเมืองเผิงเฉิงใช้งานอยู่หรือยังครับ"
ถึงตอนนี้หวังฮ่าวจึงได้เข้าใจถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในแผนการที่หลี่อวิ๋นให้พวกเขาสะกดรอยสำรวจร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ก่อนหน้านี้
เขารายงานว่า "ประธานหลี่ครับ ปัจจุบันในเมืองเผิงเฉิงมีร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่อยู่สองพันสามร้อยสิบสี่แห่ง แต่มีเพียงสองร้อยยี่สิบสามแห่งเท่านั้นที่มีใบอนุญาตและเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนที่เหลือเป็นร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เถื่อนขนาดเล็กครับ
ซอฟต์แวร์จัดการที่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ถูกกฎหมายใช้งานอยู่นั้นจะมีความทันสมัยขึ้นมาหน่อย โดยราคาตลาดจะอยู่ที่ประมาณสามพันถึงห้าพันหยวน
ส่วนพวกร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เถื่อนมักจะมีขนาดเล็กกว่า ราคาซอฟต์แวร์ในตลาดจึงมักจะต่ำกว่าสามพันหยวน ซึ่งมีแค่ฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานเท่านั้น
พ่อบ้านจื้ออวิ๋นของเรามีฟังก์ชันการทำงานที่ล้ำหน้าคู่แข่งไปไกลมาก ผมเชื่อว่าการตั้งราคาขายไว้ที่ห้าพันหยวนก็คงไม่ถือว่าแพงเกินไปครับ"
หลี่อวิ๋นส่ายหน้าและกล่าวขึ้น
"ราคานั้นสูงเกินไปครับ สิ่งที่ผมต้องการคือยอดผู้เข้าชม อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องทำเงินในตอนนี้เลย
ถ้าเราตั้งราคาไว้ที่ห้าพันหยวน ต่อให้ซอฟต์แวร์จัดการของเราจะมีฟังก์ชันล้ำหน้าแค่ไหน เราก็ไม่มีทางโน้มน้าวให้เถ้าแก่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เหล่านั้นยอมเปลี่ยนซอฟต์แวร์ของพวกเขาได้ทั้งหมดหรอกครับ
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตัดสินใจที่จะตั้งราคาตลาดไว้ที่ร้อยหยวนถ้วน"
สิ้นคำกล่าวของหลี่อวิ๋น ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
"ประธานหลี่ ทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ! แม้การโปรโมตในราคาถูกแบบให้เปล่าจะขยายตัวได้เร็ว แต่เราคงต้องทุ่มเงินอุดหนุนลงไปเป็นล้าน หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ" หวังฮ่าวรีบเอ่ยทักท้วง
"ประธานหลี่คะ เงินทุนของบริษัทเราในตอนนี้มีไม่มากพอและคงไม่สามารถแบกรับค่าโปรโมตไหวนะคะ" เจิ้งหงเหมยเอ่ยอย่างร้อนใจ "หากเราดึงดันทำแบบนี้ สถานะทางการเงินของเราอาจจะเข้าสู่ขั้นวิกฤตได้เลยนะคะ"
ซุนป๋ออวี่วิเคราะห์สถานการณ์ "ประธานหลี่ครับ ซอฟต์แวร์ของเรายอดเยี่ยมมากเสียจนไม่มีความจำเป็นต้องให้ใช้ฟรีเลยนะครับ
ต่อให้ทำไปเพื่อดึงยอดผู้เข้าชม เราก็แค่ปรับราคาลงมาสักหน่อยก็พอแล้ว
เราสามารถตั้งราคาขายขาดแบบครั้งเดียวที่สองพันหยวน หรือไม่ก็คิดค่าลิขสิทธิ์ปีแรกที่หนึ่งพันห้าร้อยหยวน แล้วค่อยคิดค่าบริการทางเทคนิครายปีอีกปีละแปดร้อยหยวนหลังจากนั้นก็ได้นี่ครับ
ผมเชื่อมั่นว่าเถ้าแก่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่พวกนั้นจะต้องเลือกซอฟต์แวร์ของเราอย่างแน่นอน"
"ใช่เลยครับประธานหลี่!"
คนอื่นๆ ก็เริ่มประสานเสียงคัดค้านหลี่อวิ๋นเช่นเดียวกัน
หลี่อวิ๋นยังคงนิ่งเฉย ในยุคนี้ วงการอินเทอร์เน็ตในประเทศได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งมาจากสหรัฐอเมริกาและยึดติดกับโมเดลการเก็บเงินค่าบริการ
พวกเขายังไม่ตระหนักว่าในตลาดภายในประเทศนั้น การให้บริการฟรีย่อมเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริง
ยอดผู้เข้าชมคือราชา และการวางแผนทั้งหมดของหลี่อวิ๋นก็ทำไปเพื่อกวาดต้อนยอดผู้เข้าชมทั้งสิ้น
ซอฟต์แวร์จัดการร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เองก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน
"ผมยอมขาดทุนชั่วคราวได้ เรื่องราคาถือเป็นอันสิ้นสุด!" หลี่อวิ๋นกล่าวอย่างเด็ดขาด
"ต้นทุนในการโปรโมตไม่ได้สูงอย่างที่พวกคุณคิดหรอกนะ
เดิมทีผมตั้งใจจะเปิดให้ใช้งานฟรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ
แต่เมื่อพิจารณาว่าเราจำเป็นต้องอาศัยคนจำนวนมากมาช่วยทำการโปรโมต ผมถึงได้ตั้งราคาไว้ที่ร้อยหยวน
ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีอวิ๋นเฟิงจะไม่ขอรับส่วนแบ่งจากเงินร้อยหยวนนี้เลยแม้แต่แดงเดียว
สำหรับร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทุกแห่งที่ทำการโปรโมตสำเร็จ ทันทีที่ผู้โปรโมตช่วยเถ้าแก่ร้านติดตั้งพ่อบ้านจื้ออวิ๋นเรียบร้อย และระบบหลังบ้านของเราได้รับข้อมูลการเชื่อมต่อเครือข่าย เงินร้อยหยวนที่เถ้าแก่ร้านจ่ายมาก็จะตกเป็นค่าคอมมิชชันของผู้โปรโมตทันที"
สิ้นคำกล่าวของเขา ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
พวกเขารู้สึกยากที่จะทำความเข้าใจแนวทางของหลี่อวิ๋นจริงๆ แม้ยอดผู้เข้าชมจะสำคัญ แต่มันก็ไม่ควรจะต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงลิ่วขนาดนี้!
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าพวกเขาก็กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง
แค่ในเมืองเผิงเฉิงแห่งเดียวก็มีร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ตั้งสองพันกว่าแห่งแล้ว นั่นคิดเป็นเงินกว่าสองแสนหยวนเชียวนะ
ถ้าพวกเขาสามารถกวาดลูกค้ามาได้ทั้งหมด พวกเขาจะไม่รวยอื้อซ่าเลยหรือไง