- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 5 ครึ่งวันหรรษาแห่งการทดลองเรียนในโรงเรียนอนุบาล (ตอนจบ)
บทที่ 5 ครึ่งวันหรรษาแห่งการทดลองเรียนในโรงเรียนอนุบาล (ตอนจบ)
บทที่ 5 ครึ่งวันหรรษาแห่งการทดลองเรียนในโรงเรียนอนุบาล (ตอนจบ)
ห้องฝึกซ้อมภาคปฏิบัติชั้นสอง
เจียงอวี่ซีค่อย ๆ จิบชาอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยท่าทีเนิบนาบ แต่ในความเป็นจริง เธอแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปเพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของมนุษย์สัตว์และลูกสัตว์ทุกชีวิตในห้องเรียนต่างหาก
พวกลูกสัตว์ต่างนั่งประจำที่ สวมหมวกจำลองและกำลังตื่นตาตื่นใจกับการสัมผัสประสบการณ์เรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริงผ่านเครือข่ายดวงดาว
ขณะที่บรรดาผู้ปกครองเพศเมียยืนมองลูกของตัวเองอยู่ข้าง ๆ ด้วยใจที่เต้นระทึก
ก็นี่มันคือ ‘สนามฝึกจำลองสำหรับลูกสัตว์ระดับ B’ ในตำนานเลยนะ!
ได้ยินมาว่าคอร์สเรียนในนี้ ล้วนสาธิตโดยนักรบมนุษย์สัตว์ระดับแนวหน้าของยุคดวงดาวทั้งนั้น
แถมระบบยังสามารถเลือกหลักสูตรที่เหมาะสมกับเผ่าพันธุ์และพรสวรรค์ของลูกสัตว์ได้แบบอัตโนมัติอีกด้วย
อุปกรณ์ระดับนี้ มีแค่โรงเรียนอนุบาลไฮโซบนดาวใหญ่ ๆ เท่านั้นแหละที่จะมีไว้ครอบครองเพื่อเอาไว้บ่มเพาะพวกลูกสัตว์โดยเฉพาะ
ราคาของมันปาเข้าไปตั้งพันล้านเหรียญดาว! แถมยังต้องมีสิทธิพิเศษเฉพาะตัวถึงจะหาซื้อมาได้ด้วย
เป็นของล้ำค่าที่แม้แต่เจ้าผู้ครองดาวยังหามาไม่ได้เลย!
ในสายตาของชาวมนุษย์สัตว์บนดาวแอสเตอร์ เจ้าผู้ครองดาวคือเพศเมียระดับขุนนางเพียงคนเดียวที่พวกตนเคยมีโอกาสได้พบเจอ
มาตอนนี้ จู่ ๆ ก็มีเพศเมียระดับขุนนางที่แสนจะเก่งกาจโผล่มาอีกคน จะไม่ให้พวกเธอตื่นเต้นสงสัยจนเก็บทรงไม่อยู่ได้ยังไงไหว
ถ้าไม่ติดว่าเลขาธิการของท่านเจ้าผู้ครองดาวได้กำชับนักกำชับหนา ว่าให้รักษาอาการสงบเสงี่ยมต่อหน้าเพศเมียระดับขุนนางผู้นี้เข้าไว้ ป่านนี้พวกเธอคงเผลอหลุดเสียงซุบซิบวิจารณ์กันให้ลั่นไปแล้ว
แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ... ในที่สุดดาวของพวกเธอก็จะมีโรงเรียนอนุบาลแล้ว!
เขาว่ากันว่า พวกลูกสัตว์บนดาวดวงใหญ่ ๆ จะถูกส่งเข้าเรียนอนุบาลกันตั้งแต่เด็ก ๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโตขึ้นมาถึงได้เก่งกาจและมีอนาคตที่สดใสกันนัก
ส่วนที่ดาวแอสเตอร์แห่งนี้ ลูกสัตว์ที่อยากจะเรียนหนังสือ ต้องตั้งตารอคอยให้ถึงช่วงเปิดรับนักเรียนของสถาบันระดับต้นจากส่วนกลาง ซึ่งจะจัดขึ้นเพียงสิบปีต่อครั้งเท่านั้น หากมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์และผ่านการทดสอบ จึงจะมีโอกาสได้ติดตามเจ้าหน้าที่รับสมัครเดินทางไปเรียนบนดาวดวงใหญ่
แต่ขึ้นชื่อว่าการรับสมัครระดับดวงดาว ย่อมต้องเฟ้นหาเฉพาะลูกสัตว์ที่มีศักยภาพและความโดดเด่นมากที่สุดเท่านั้น
โดยเฉพาะกับดาวอันห่างไกลอย่างดาวแอสเตอร์ เกณฑ์การคัดเลือกยิ่งโหดหินขึ้นไปอีก: ลูกสัตว์เพศผู้จะต้องมีศักยภาพด้านพละกำลังหรือพลังจิตอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในระดับ S ส่วนลูกสัตว์เพศเมียจะต้องมีพลังจิตระดับ A ขึ้นไป
ทว่าตอนนี้ ดาวของพวกเธอมีโรงเรียนอนุบาลแล้ว ขอเพียงแค่พวกลูกสัตว์สามารถเรียนจนจบและผ่านการประเมินของโรงเรียนได้ ก็จะได้สิทธิ์เข้าศึกษาต่อในสถาบันระดับต้นของระบบดาวที่สังกัดอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับเกณฑ์การรับสมัครสุดหฤโหดระดับดวงดาวอีกต่อไป
นี่หมายความว่าลูก ๆ ของพวกเธอ มีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากโชคชะตาของการเป็นชนชั้นล่างแล้ว
ด้วยความที่เจียงอวี่ซีมีพลังการต่อสู้เข้าขั้นห่วยแตก จนไม่มีปัญญาจะไปสอนเทคนิคการต่อสู้ให้พวกลูกสัตว์ได้ เธอจึงแก้ปัญหาด้วยการซื้อหลักสูตรที่ดีที่สุดมันซะเลย
สนนราคาอยู่ที่ปีละ 1 ล้านเหรียญดาว ระบบจะวิเคราะห์ยีนและพรสวรรค์ของลูกสัตว์ เพื่อจับคู่กับคอร์สเรียนออนไลน์ที่เหมาะสมที่สุดให้ โดยสามารถเปิดดูวิดีโอซ้ำได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง
หนี้สินเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้าน รวมเบ็ดเสร็จตอนนี้เธอเป็นหนี้อยู่ 2.5 ล้านเหรียญดาวถ้วน
แต่ก็นั่นแหละ จ่ายแพงย่อมได้ของดี
ครูผู้ฝึกสอนในวิดีโอ ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีรายชื่อติดอยู่ในอันดับท็อป ๆ ของยุคดวงดาว แถมยังมีระบบผู้ช่วยอัจฉริยะคอยดูแล เพื่อให้มั่นใจว่าพวกลูกสัตว์จะไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ระหว่างการฝึกฝนในโลกเสมือนจริงบนเครือข่ายดวงดาว
ยกตัวอย่างเช่น ครูสอนออนไลน์ของเฮยม่อ คือยอดนักรบแห่งดวงดาว 'ท่านหลิน' ปีนี้อายุ 51 ปี มีพลังจิตระดับ SS ระดับพลังการต่อสู้อยู่ที่ขั้นแปด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยย่อยที่สามแห่งกองทัพตะวันเบิกฟ้า...
ประวัติคุณครูสอนภาคปฏิบัติที่อลังการงานสร้างขนาดนี้ จะเรียกว่าเป็นระดับปรมาจารย์แห่งวงการคอร์สออนไลน์ก็คงไม่เกินจริงไปนัก
ในบรรดาลูกสัตว์ทั้งแปดราย ยกเว้นดอริสจากเผ่านกที่ถูกจับคู่ให้เรียนกับนักรบแห่งดวงดาวระดับหกที่มีพลังระดับ A เนื่องจากข้อจำกัดด้านคุณสมบัติของพลังจิตแล้ว ที่เหลือล้วนถูกจับคู่ให้เรียนกับคุณครูระดับ S หรือ SS ทั้งสิ้น
ระดับพลังจิตของมนุษย์สัตว์เพศผู้ จะเป็นตัวกำหนดประเภทและระดับของพลังพิเศษ
ส่วนระดับพลังการต่อสู้นั้น จะประเมินจากสมรรถภาพทางร่างกายและทักษะการต่อสู้จริง
นักวิจัยด้านยีนยุคบุกเบิกเคยตั้งสมมติฐานไว้ว่า หากมนุษย์สัตว์เพศผู้มีพลังจิตอยู่ที่ระดับ SSS+ และมีพลังการต่อสู้ตั้งแต่ระดับสิบสามขึ้นไป ในทางทฤษฎีแล้วจะถือว่าก้าวเข้าสู่ 'ระดับเทพ' ซึ่งเทียบเท่ากับสัตว์เทพในตำนานของดาวโลกยุคโบราณเลยทีเดียว
เพียงแต่ว่าตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีมนุษย์สัตว์คนไหนไปถึงจุดนั้นได้เลย
วิชาฝึกปฏิบัติผ่านไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง
เมื่อกลับลงมายังห้องเรียนชั้นล่าง เจียงอวี่ซีก็ก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียม
“นอกเหนือจากวิชาพื้นฐาน วิชาฝึกปฏิบัติ และวิชาพละศึกษาแล้ว โรงเรียนอนุบาลแสงตะวันของเรายังได้นำหลักสูตรของสถาบันชื่อดังอย่างโรงเรียนอนุบาลอันดับหนึ่งแห่งดาวหลัก หรือโรงเรียนอนุบาลขุนนางแห่งดาวหลัก มาเป็นแนวทางในการเปิดสอนวิชางานประดิษฐ์ วิชาศิลปะ วิชาดนตรี และวิชาทำอาหารเพิ่มเติมด้วยค่ะ
“นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากบริบทของยุคดวงดาวในปัจจุบันแล้ว เราจึงเพิ่มวิชาภาพยนตร์และวิชาชีวิตแห่งดวงดาวเข้าไปเป็นพิเศษ วิชาภาพยนตร์จะเน้นให้เด็ก ๆ ได้ชมซีรีส์และภาพยนตร์ยอดฮิตที่เหมาะสมกับวัย ส่วนวิชาชีวิตแห่งดวงดาว จะมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม และมารยาททางสังคมของชาวมนุษย์สัตว์บนดาวดวงอื่น ๆ ค่ะ
“เหตุผลที่เราเพิ่มสองวิชานี้เข้ามา ก็เพื่อให้เด็ก ๆ ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการเข้าเรียนในสถาบันระดับต้นในอนาคตด้วยค่ะ”
ลูกศิษย์ของเธอจะต้องก้าวออกไปจากดาวแอสเตอร์แห่งนี้อย่างแน่นอน และในเมื่อดาวดวงนี้ล้าหลังเสียจนไม่มีแม้แต่เครือข่ายดวงดาวให้ใช้ครอบคลุมทั้งดวง นี่จึงเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้โลกกว้างภายนอก
เจตนารมณ์ดั้งเดิมของเจียงอวี่ซีนั้นดีงาม เธอหวังเพียงว่าเด็ก ๆ จะสามารถปรับตัวเข้ากับโลกภายนอกได้อย่างรวดเร็วเมื่อก้าวออกไปจากดาวแอสเตอร์
ทว่าด้วยความที่เธอไม่ได้รับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมมา เธอจึงไม่มีความทรงจำที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการศึกษาในยุคดวงดาว อีกทั้งเจ้าของร่างเดิมยังถูกบีบให้ต้องรีบหนีออกจากดาวหลักอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่มีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลหลักสูตรของโรงเรียนอนุบาลที่ดาวหลักอย่างละเอียด สิ่งที่เธอทำได้จึงมีเพียงการค้นหาตารางเรียนของโรงเรียนอนุบาลต่าง ๆ บนเครือข่ายดวงดาว แล้วนำมาตีความตามความเข้าใจ ผสมผสานเข้ากับประสบการณ์ตอนเรียนอนุบาลบนดาวโลก เพื่อจัดตั้งหลักสูตรเหล่านี้ขึ้นมา
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงเลยก็คือ หลักสูตรระดับอนุบาลของยุคดวงดาว กับสิ่งที่เธอเข้าใจนั้น มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
ภาพยนตร์ที่ขึ้นชื่อว่า 'ยอดฮิต' ก็ไม่ได้เป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์แนวสะท้อนชีวิตแบบที่เธอคิด แต่มันอาจจะเป็นแค่หนังแฟนตาซีหลุดโลกที่เกิดจากจินตนาการสุดโต่งของพวกมนุษย์สัตว์ก็ได้
แต่โชคยังดีที่ตอนนี้นักเรียนตรงหน้าเธอ คือเหล่าชาวมนุษย์สัตว์แห่งดาวแอสเตอร์ที่ 'บ้านนอก' เสียยิ่งกว่าเธอเสียอีก
ตั้งแต่เกิดจนแต่งงานมีลูก พวกเขาก็ไม่เคยย่างกรายออกไปจากดาวดวงนี้เลย
ในฐานะดาวที่ถูกจักรวรรดิทอดทิ้ง แม้แต่เจ้าผู้ครองดาวก็ยังต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนเพื่อรักษาหน้าตาความเป็นขุนนางเอาไว้รอมร่อ จึงไม่มีปัญญาจะมาลงทุนติดตั้งเครือข่ายดวงดาวให้ครอบคลุมทั้งดาวได้
เมื่อเป็นเช่นนั้น ชาวมนุษย์สัตว์บนดาวดวงนี้จึงหมดสิทธิ์ที่จะได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตในการเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอก
พูดง่าย ๆ ก็คือ ทุกชีวิตในห้องเรียนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจียงอวี่ซีผู้ทะลุมิติมา หรือแม้แต่ชาวดาวดั้งเดิม ล้วนแล้วแต่เป็นพวก 'คนบ้านนอกที่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต' ในสายตาของชาวมนุษย์สัตว์บนดาวอื่นกันทั้งนั้นแหละ
เพียงแต่ในตอนนี้ เจียงอวี่ซียังไม่รู้ตัวก็เท่านั้น
เธอยังคงหลงคิดว่าตัวเองเป็น 'ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง'
งานของมืออาชีพ ก็ต้องให้มืออาชีพเป็นคนจัดการสิ!
ประสบการณ์เลี้ยงดูพวกลูกสัตว์วิเศษมานานกว่า 300 ปี ทำให้เธอพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม และเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า เธอจะต้องปั้นบัณฑิตที่ยอดเยี่ยมที่สุดออกมาได้อย่างแน่นอน
แน่นอนว่า พวกมนุษย์สัตว์และลูกสัตว์ในห้องเรียนไม่มีทางรู้เรื่องพวกนี้เลย
ในสายตาของผู้ปกครองเพศเมียเหล่านี้ เจียงอวี่ซีคือเพศเมียระดับขุนนางที่เดินทางมาจากดาวหลัก เป็นบัณฑิตดีเด่นจากสถาบันการศึกษาชั้นสูงสุดของจักรวรรดิ และเป็นชาวดาวหลักที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนของแท้!
ส่วนในสายตาของพวกลูกสัตว์ ครูใหญ่ซีซีคือเพศเมียที่แสนดีและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเจอมา ไม่เพียงแต่มอบอาหารเช้าที่อร่อยที่สุดบนดาวแอสเตอร์... ไม่สิ อร่อยที่สุดในยุคดวงดาวให้กิน แต่ยังคอยเอ่ยปากชมพวกเขากลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลสุด ๆ ว่าเก่งอย่างนั้น ยอดเยี่ยมอย่างนี้
รัก... รักครูใหญ่ซีซีที่สุดเลย!
ในวินาทีนี้ เสียงในใจของลูกสัตว์ทุกคนต่างดังก้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
แม้จะฟังคำพูดของครูใหญ่ซีซีไม่ออก แต่ใบหน้าเล็ก ๆ ของพวกลูกสัตว์ก็แดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้ผู้เป็นแม่ ดวงตากลมโตไร้เดียงสาเบิกกว้าง จ้องมองครูใหญ่ซีซีบนโพเดียมตาไม่กะพริบ
หลังจากบรรยายสรรพคุณของโรงเรียนจบ ก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดของวัน
เจียงอวี่ซีสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำตัวให้ดูสุขุม “คอร์สทดลองเรียนครึ่งวันของโรงเรียนอนุบาลแสงตะวันใกล้จะจบลงแล้วนะคะ มีผู้ปกครองท่านไหนสนใจจะสมัครเรียนให้น้อง ๆ ไหมคะ? ค่าเทอมของเราอยู่ที่ปีละ 1 หมื่นเหรียญดาว สามารถผ่อนชำระได้ด้วยนะคะ และถ้าสมัครเรียนตอนนี้ เราแถมฟรีอาหารเช้าและอาหารกลางวันตลอดหนึ่งปีเต็มไปเลยค่ะ!
“ทุกท่านสามารถขึ้นมารับของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับวันนี้นะคะ... เด็ก ๆ ทุกคนจะได้รับน้ำยาเสริมการเจริญเติบโตระดับ D คนละหนึ่งหลอดค่ะ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการสมัครเรียน สามารถกรอกใบสมัครได้เลยนะคะ หลังจากรับของที่ระลึกและสมัครเรียนเสร็จ เราก็เตรียมตัวไปทานมื้อเที่ยง เป็นอันจบกิจกรรมของวันนี้ค่ะ”
ค่าเทอมขั้นต่ำของโรงเรียนอนุบาลบนดาวที่เจริญแล้ว เริ่มต้นที่ปีละ 1 แสนเหรียญดาว ส่วนโรงเรียนอนุบาลระดับท็อปอย่างโรงเรียนอนุบาลอันดับหนึ่งแห่งดาวหลัก หรือโรงเรียนอนุบาลขุนนางแห่งดาวหลัก ค่าเทอมสูงถึงปีละ 10 ล้านเหรียญดาว โดยยังไม่รวมค่าอาหารของลูกสัตว์ด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่ามาตรฐานค่าเทอมระดับนั้น ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์กับดาวแอสเตอร์ได้เลย
บนดาวแอสเตอร์ที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยเพียงไม่กี่ร้อยเหรียญดาวต่อเดือน ต่อให้เอาค่าเทอมของโรงเรียนอนุบาลที่ถูกที่สุดมาใช้ หากไม่ใช่ครอบครัวที่มีฐานะดีจริง ๆ ก็แทบจะไม่มีใครบนดาวดวงนี้จ่ายไหว
หลังจากศึกษาข้อมูลรายได้ของคนที่นี่อย่างถ่องแท้แล้ว เธอก็ต้องจำใจกัดฟันตั้งค่าเทอมที่ถูกแสนถูกนี้ขึ้นมา
โชคยังดีที่ทางจักรวรรดิยังพอมีนโยบายสนับสนุนการศึกษาบนดาวชายขอบอยู่บ้าง
การประเมินผลปลายปีของโรงเรียนอนุบาล จะมีการมอบเงินรางวัลให้ตามผลการทดสอบของนักเรียน
นอกจากนี้ ในแต่ละปียังมีการแข่งขันระหว่างโรงเรียนอนุบาลอีกมากมาย ซึ่งเงินรางวัลและของรางวัลที่ได้นั้นก็มีมูลค่ามหาศาล!
เธอลองคำนวณดูคร่าว ๆ แล้ว โรงเรียนอนุบาลไห่หลานที่กวาดรางวัลไปได้มากที่สุดเมื่อปีที่แล้ว แค่เงินรางวัลอย่างเดียวก็ฟาดไปมากกว่าพันล้านเหรียญดาวแล้ว
เป้าหมายของเธอในปีนี้ ก็คือการพาลูกสัตว์ออกไปล่ารางวัลตามงานแข่งต่าง ๆ กอดคอกันรวยไปด้วยกันนี่แหละ!
(จบบท)