- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 4 ครึ่งวันหรรษาแห่งการทดลองเรียนในโรงเรียนอนุบาล (ตอนต้น)
บทที่ 4 ครึ่งวันหรรษาแห่งการทดลองเรียนในโรงเรียนอนุบาล (ตอนต้น)
บทที่ 4 ครึ่งวันหรรษาแห่งการทดลองเรียนในโรงเรียนอนุบาล (ตอนต้น)
หลังจากเดินชมโรงเรียนอนุบาลจนทั่วแล้ว ทุกคนก็กลับมายังห้องเรียนวิชาพื้นฐานซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคารเรียนที่หนึ่ง
“วันนี้เป็นวันทดลองเรียนครึ่งวันของโรงเรียนอนุบาลเรานะคะ อันดับแรกขอเชิญเด็ก ๆ และผู้ปกครองแนะนำตัวกันก่อนเลยค่ะ เริ่มจากน้องและผู้ปกครองแถวแรกก่อนเลยนะคะ”
จากทั้งหมดเจ็ดครอบครัวที่มา มีเพศเมียวัยผู้ใหญ่เจ็ดคน และมีลูกสัตว์แปดราย ในจำนวนลูกสัตว์นี้มีอยู่คู่หนึ่งที่เป็นฝาแฝดกัน
“ผมชื่อจู๋เซี่ย เป็นมนุษย์สัตว์เผ่าหมีฮะ”
“ผมคือ...”
เมื่อมีจู๋เซี่ยเป็นผู้นำร่อง ลูกสัตว์คนอื่น ๆ ก็รวบรวมความกล้าและแนะนำตัวตามมาติด ๆ
ลูกสัตว์ทั้งแปดรายล้วนเป็นเพศผู้ทั้งหมด
ประกอบด้วย ไลโอจากเผ่าจิ้งจอก, กาซิโอจากเผ่าหมาป่า, เบอร์นีและเบิร์ลจากเผ่ากระต่ายเทา, เฮยม่อจากเผ่างู, จู๋เซี่ยจากเผ่าหมี, ดอริสจากเผ่านก และฟีลจากเผ่าแมว
สมกับที่เป็นยุคดวงดาวที่สัดส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียปาเข้าไป 100 : 1 จริง ๆ มีลูกสัตว์มาตั้งแปดคน แต่ไม่มีเพศเมียโผล่มาเลยสักคนเดียว
“ตารางเรียนของโรงเรียนอนุบาลถูกส่งไปยังมือผู้ปกครองทุกท่านแล้วนะคะ ลองเปิดดูกันได้เลยค่ะ ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงครึ่ง ซึ่งตรงกับเวลาอาหารเช้าพอดี ขอเชิญผู้ปกครองและเด็ก ๆ ย้ายไปที่โรงอาหารกันได้เลยค่ะ”
ภายใต้การนำทางของเจียงอวี่ซี ทุกคนก็มาถึงโรงอาหาร หุ่นยนต์แอนดรอยด์หมายเลขหนึ่งหนึ่ง ผู้ทำหน้าที่ควบทั้งแม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย คนสวน และพี่เลี้ยงเด็ก ไปยืนรอสแตนด์บายอยู่ที่ช่องจ่ายอาหารเรียบร้อยแล้ว
เจียงอวี่ซีเดินนำไปหยิบถาดอาหารจากโต๊ะด้านข้าง แล้ววางลงตรงช่องจ่ายอาหาร หุ่นยนต์อเนกประสงค์ตักเมนู ‘กับข้าวสามอย่างซุปหนึ่งอย่าง’ ประจำวันให้เธออย่างคล่องแคล่ว
ตอนที่ตักอาหาร มือของหุ่นยนต์ไม่ได้สั่นเหมือนคุณป้าตักข้าวตามโรงอาหารบนดาวโลกหรอกนะ มันตักให้พูน ๆ เน้น ๆ เลยล่ะ
วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารในวันนี้ เป็นของที่เธอสั่งซื้อผ่านเครือข่ายดวงดาวมาทั้งหมด
ราคาวัตถุดิบอาหารในยุคดวงดาวนั้นถูกแสนถูกจนน่าตกใจ
อาหารหลักอย่างข้าวสารราคากิโลกรัมละ 5 เหรียญดาวเท่านั้น ส่วนผักใบเขียวก็เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3 เหรียญดาว
เนื้อสัตว์ยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ เนื้อสัตว์ที่ถูกที่สุดเฉลี่ยแล้วจ่ายแค่ 100 เหรียญดาว ก็ได้มาถึง 300 กิโลกรัมเลยทีเดียว!
ต้องไม่ลืมนะว่า น้ำยาอาหารเหลวระดับ F ที่ห่วยที่สุดในยุคดวงดาว ยังขายตั้งหลอดละ 10 เหรียญดาวเลย
แต่ทว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดาวแอสเตอร์อยู่ไกลปืนเที่ยงเกินไปหรือเปล่า นอกจากร้านค้าจะไม่ยอมส่งฟรีแล้ว ค่าส่งยังแพงหูฉี่อีกต่างหาก! เธอเลยจำใจต้องสั่งซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงสำหรับตุนไว้ใช้ตลอดหนึ่งเดือนล่วงหน้ามาในคราวเดียว
ค่าวัตถุดิบทั้งหมดรวมกันยังไม่ถึง 1 แสนเหรียญดาวเลย แต่ค่าส่งกลับพุ่งไปถึง 3 แสนเหรียญดาว!
สุดท้ายแล้ว เธอก็ต้องงัดสกิลฝีปากทั้งหว่านล้อมทั้งต่อรองอยู่นานสองนาน กว่าเจ้าของร้านจะยอมใจอ่อน ช่วยเป็นธุระรับหิ้วสมุนไพร เมล็ดพันธุ์ ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์สำหรับโรงเรียนอนุบาลที่เธอต้องการ เพื่อนำมาแพ็กรวมส่งมาพร้อมกันในกล่องเดียว
แต่แน่นอนว่าค่าส่งไม่ได้ฟรีหรอกนะ เธอยังต้องจ่าย 3 แสนเหรียญดาวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือค่าเหนื่อยรับหิ้วอีก 1 หมื่นเหรียญดาว
นับรวมยอดการช้อปปิ้งออนไลน์ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นอกจากสินค้าบางรายการที่จัดโปรส่งฟรีแล้ว แค่ค่าขนส่งอย่างเดียว ปัดเศษไปมา เธอก็หมดเงินไปแล้วเหนาะ ๆ 1 ล้านเหรียญดาว!
คิดมาถึงตรงนี้ เจียงอวี่ซีก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ สาบานกับตัวเองเลยว่า เธอจะต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ จะไม่ยอมเสียค่าส่งฟรี ๆ แบบนี้อีกเป็นอันขาด!
ยังดีที่เทคโนโลยีในยุคดวงดาวก้าวหน้าไปไกลมากแล้ว แม้แต่อุปกรณ์มิติรุ่นที่ถูกที่สุด ก็ยังสามารถเก็บรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบได้นานถึงหนึ่งเดือน
“เมนูของเราวันนี้มีข้าวสวย หมูเปรี้ยวหวาน ซี่โครงหมูคั่วพริกเกลือ ผักต้มซุปกระดูก และซุปกระดูกสัตว์ค่ะ ผู้ปกครองและเด็ก ๆ สามารถเลือกตักเมนูที่ชอบได้เลยนะคะ ถ้ากินหมดแล้วยังไม่อิ่ม ก็ให้ครูอีอีเติมข้าวเติมกับให้ได้เลยค่ะ”
อีอี คือชื่อของหุ่นยนต์แอนดรอยด์ตัวนี้ เป็นชื่อที่เจ้าของร่างเดิมตั้งทิ้งไว้ ซึ่งเธอก็ขี้เกียจจะคิดชื่อใหม่ เลยใช้ตามนั้นไปเลย
น้ำซุปกระดูกเคี่ยวมาจากกระดูกของนกโอ๊กโอ๊ก ซึ่งก็คือไก่บ้านเวอร์ชันอัปเกรดของดาวโลกนั่นแหละ แต่น้ำหนักปาเข้าไปเกือบตัวละร้อยกิโลกรัม
ส่วนซี่โครงหมูกับหมูเปรี้ยวหวาน ใช้เนื้อของหมูซีซี ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหมูป่าบนดาวโลก
แม้ว่าวัตถุดิบในยุคดวงดาวจะราคาถูกแสนถูก แถมยังมีบริการหั่นและชำแหละให้ฟรี แต่สิ่งเจือปนที่แฝงอยู่ในเนื้อพวกนี้มันเยอะมากจริง ๆ
กว่าเธอจะสกัดเอาสิ่งเจือปนออกจากวัตถุดิบพวกนี้ได้ ก็ผลาญพลังปราณของเธอไปไม่ใช่น้อย
แต่โชคดีที่หลังจากสกัดสิ่งเจือปนออกไปจนหมด วัตถุดิบเหล่านี้กลับมีรสชาติเลิศล้ำเหนือคำบรรยาย อร่อยล้ำยิ่งกว่าวัตถุดิบชั้นยอดบนดาวโลกเสียอีก ให้ความรู้สึกคล้ายกับการได้ลิ้มรสโอสถอาหารในโลกบำเพ็ญเพียรเลยทีเดียว
เมื่อวานตอนที่ลองทำเมนูเพื่อกำหนดรายการอาหาร เธอก็เผลอกินเพลินจนพุงกาง
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เธอกินจนจุกตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในยุคดวงดาว
แน่นอนว่า ในเมื่อมันสามารถเอาชนะกระเพาะของเธอที่ชื่นชอบอาหารอร่อยได้ มันก็ย่อมต้องเอาชนะใจเหล่ามนุษย์สัตว์ในยุคดวงดาวได้เช่นกัน
ดูจากท่าทางสวาปามอย่างตะกละตะกลามของบรรดามนุษย์สัตว์และลูกสัตว์ตรงหน้าก็รู้แล้ว
แม้ว่าเผ่าพันธุ์ของมนุษย์สัตว์ในยุคดวงดาวจะแตกต่างกันออกไป แต่ในเมื่อยีนดั้งเดิมมีพื้นฐานมาจากมนุษย์ ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาก็คือสัตว์กินพืชและเนื้อที่กินได้ทุกอย่าง ไม่ได้มีข้อห้ามทางอาหารที่ตายตัวแต่อย่างใด เผ่าพันธุ์อย่างกระต่ายหรือนกก็ย่อมสามารถกินเนื้อสัตว์ได้เป็นเรื่องปกติ
หลังจากจัดการอาหารเช้าเสร็จ ก็ถึงเวลาเข้าเรียน
วิชาแรกของคอร์สทดลองเรียนในวันนี้คือวิชาภาษาดวงดาวสากล ซึ่งตามความเข้าใจของเจียงอวี่ซี มันก็คือวิชาภาษานั่นแหละ
หลักสูตรภาษาของระดับอนุบาล จะเน้นไปที่การสอนการออกเสียงที่ถูกต้องและความหมายของคำศัพท์พื้นฐานที่ใช้บ่อยในภาษาดวงดาวสากล ซึ่งภาษาดวงดาวสากลนี้ก็คือตัวอักษรของประเทศเซี่ยในอดีต สำหรับเธอแล้วมันจึงเป็นเรื่องหมู ๆ
ในคาบเรียนนี้ เธอตั้งใจจะสอนให้ลูกสัตว์ทุกคนรู้จักชื่อของตัวเองก่อน
เจียงอวี่ซีหยิบชอล์กขึ้นมาเขียนชื่อของลูกสัตว์แต่ละคนลงบนกระดานดำที่เธอทำขึ้นมาเอง
โลกมนุษย์สัตว์ยุคดวงดาวนั้น มีเครื่องแปลภาษามาตั้งนานแล้ว
แต่ทว่าเครื่องแปลภาษาเครื่องหนึ่งราคาปาเข้าไปหลักล้านเหรียญดาว ไม่ใช่มนุษย์สัตว์ทุกคนจะมีปัญญาซื้อมาใช้
มนุษย์สัตว์กว่าเก้าส่วนที่อาศัยอยู่ในระบบดาวอันห่างไกล ใช้ชีวิตผ่านไปหลายร้อยปีโดยที่ไม่มีแม้แต่โอกาสหรือกำลังทรัพย์พอจะเดินทางออกไปจากดาวเกิดของตัวเองด้วยซ้ำ
แต่เธอหวังว่า ลูกศิษย์ของเธอในอนาคต จะสามารถก้าวเดินออกไปจากดาวแอสเตอร์ และได้ไปเปิดหูเปิดตาดูโลกที่กว้างใหญ่กว่าในยุคดวงดาว
ถ้าเป็นอย่างนั้น การเรียนรู้ภาษาดวงดาวสากลก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
เพราะภาษาดวงดาวสากล ไม่เพียงแต่จะเป็นภาษาราชการของทั้งจักรวาลแล้ว มันยังเป็นหลักสูตรภาคบังคับของโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่ระดับ C ขึ้นไปอีกด้วย
ท่ามกลางสายตาใสซื่อไร้เดียงสาของเหล่าลูกสัตว์ และความตื่นเต้นที่ต้องเก็บงำไว้ของบรรดาผู้ปกครองเพศเมีย หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เสียงกริ่งหมดเวลาก็ดังขึ้น เป็นอันจบคาบเรียนแรก
“เลิกเรียนแล้วจ้ะ ต่อไปจะเป็นเวลาพักเบรก 30 นาทีนะ พอเสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งก็จะเป็นคาบเรียนที่สอง วิชาต่อไปของเราคือวิชาฝึกซ้อมจำลองในร่ม เดี๋ยวคุณครูจะพาทุกคนขึ้นไปเรียนที่ห้องฝึกซ้อมชั้นบนนะจ๊ะ ตอนนี้เด็ก ๆ สามารถแยกย้ายไปวิ่งเล่นกันได้ตามสบายเลยจ้ะ” พูดจบ เธอก็เดินออกจากห้องเรียน ไปยังห้องพักเล็ก ๆ ข้าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่ามนุษย์สัตว์เพศเมียและลูกสัตว์ได้ใช้เวลาร่วมกัน
ทันทีที่เธอเดินลับสายตาไป ห้องเรียนที่เคยเงียบกริบก็ราวกับถูกกดสวิตช์เปิด เสียงเซ็งแซ่ดังระงมขึ้นมาในพริบตา
“แม่ฮะ ผมชอบโรงเรียนอนุบาล อาหารที่โรงเรียนอร่อยมากเลยฮะ อร่อยกว่าข้าวที่บ้านตั้งหมื่นเท่าเลย” นี่คือเสียงของจู๋เซี่ยจากเผ่าหมี
“แม่ฮะ ผมชอบครูใหญ่ซีซีมากเลย” นี่คือเสียงนุ่มนิ่มแฝงความเขินอายของดอริส สำหรับเขาแล้ว ครูใหญ่ซีซีคือมนุษย์สัตว์ที่ใจดีและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลย
“ผมอยากมาเรียนที่นี่ฮะ” นี่คือเสียงเล็ก ๆ แต่เด็ดเดี่ยวและหนักแน่นของเฮยม่อจากเผ่างู
...
ภายในห้องพัก เจียงอวี่ซีผู้มีพลังตบะขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า นั่งฟังเสียงจ้อกแจ้กจอแจของพวกลูกสัตว์ที่ดังเล็ดลอดมาจากห้องเรียนข้าง ๆ อย่างชัดเจน เธอยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นจิบช้า ๆ พลางยิ้มกริ่มอยู่ในใจ
ดูท่าทางว่าเธอคงจะได้นักเรียนมาเรียนแน่ ๆ แล้วล่ะ ครึ่งทางแล้วเว้ย!
ฮิฮิ ข้อเสียของการเป็นผู้บำเพ็ญเพียรก็มีอยู่อย่างเดียวนี่แหละ คือสัมผัสวิญญาณมันไวเกินไป แค่เสียงกระซิบเบา ๆ ก็ยังได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
โอ๊ะ... ใบชาพวกนี้รสชาติดีไม่เบาเลยแฮะ พลังปราณก็อัดแน่นเต็มเปี่ยม เพียงพอให้เธอใช้ดื่มบำรุงไปได้จนถึงขั้นสร้างรากฐานระดับสมบูรณ์สูงสุดเลยนะเนี่ย สรรพคุณเทียบเท่ากับศิลาวิญญาณระดับกลางในโลกบำเพ็ญเพียรเลยทีเดียว
เอาไว้ทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อกำเนิดแก่นปราณได้เมื่อไหร่ ค่อยเปลี่ยนไปกินชาที่แพงกว่านี้ก็แล้วกัน
เจียงอวี่ซีค่อย ๆ ละเลียดจิบชา ปล่อยให้พลังปราณจากน้ำชาไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณในร่างกายอย่างช้า ๆ
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง” เสียงกริ่งบอกเวลาเข้าเรียนดังขึ้น
เธอปิดฝาถ้วยชา ยกถ้วยขึ้นถือไว้ แล้วเดินกลับไปที่ห้องเรียน
ที่ห้องฝึกซ้อมบนชั้นสอง มีสนามฝึกจำลองสำหรับลูกสัตว์ระดับ B มูลค่าสูงถึงพันล้านเหรียญดาวตั้งตระหง่านอยู่ และนี่ก็คือทรัพย์สินที่แพงที่สุดของโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้แบบไม่ต้องสงสัย
“นี่คือวิชาฝึกซ้อมจำลองในร่มของโรงเรียนเรานะคะ เราจะมีการเรียนวิชานี้ทุก ๆ สองวันค่ะ ตอนนี้เด็ก ๆ เข้าไปนั่งประจำที่ แล้วสวมหมวกจำลองเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนได้เลยจ้ะ”
สนามฝึกจำลองสำหรับลูกสัตว์ระดับ B มาพร้อมกับหมวกจำลอง 100 ใบ ซึ่งภายในระบบได้ดาวน์โหลดและบันทึกข้อมูลคอร์สเรียนต่าง ๆ เอาไว้มากมายแล้ว ระบบจะทำการจัดแผนการเรียนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพร่างกายของลูกสัตว์แต่ละคนโดยอัตโนมัติ
ในความเข้าใจของเจียงอวี่ซี ไอ้นี่มันก็คือเกมออนไลน์เสมือนจริงแบบออฟไลน์นั่นแหละ
แต่สนามฝึกจำลองนี้ช่วยชีวิตเธอไว้ได้เยอะมากจริง ๆ
ก็แหม... เธอมันเป็นแค่มนุษย์เดินดินมาทั้งสองชาติ แถมยังเป็นพวกพลังโจมตีติดดินที่ต้องพึ่งพาของวิเศษในการเลื่อนขั้นอีกต่างหาก จะเอาปัญญาที่ไหนไปสอนพวกลูกสัตว์มนุษย์สัตว์ให้รู้จักวิธีล่าเหยื่อหรือต่อสู้กันล่ะ!
(จบบท)